GP 30
GP 30
GP 30
“เป็นความจริงไหม” จอมพลคองถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ใช่ คนผู้นี้ปรากฏตัวออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ และเขาดึงดูดความสนใจของเซนต์มโยสการ์ด พวกเขาต้องการให้เขาคุกเข่า แต่คนผู้นี้ปฏิเสธ”
“องครักษ์ของมังกรฟ้าได้เริ่มโจมตี แต่ถูกเขาปราบได้อย่างง่ายดาย และแม้แต่ปืนก็ไม่สามารถยิงโดนเขา และเพียงแค่มองไปที่มังกรฟ้า เขาก็บังคับให้คุกเข่าลงได้”
เสียงจากเด็นเด็นมูชิ รายงานเหตุการณ์ทั้งหมดในขณะที่มันเกิดขึ้น
“คนๆ นั้นเป็นใคร ดูเป็นยังไงบ้าง เขาเป็นโจรสลัด นักล่าเงินรางวัล หรือชาวเมืองซาบาโอดี” จอมพลคองถาม ใบหน้าของเขาดูสงบนิ่งตลอดเวลาไม่มีอารมณ์โกรธแม้แต่น้อย
“ผลตรวจเป็นลบ เขาเป็นหน้าใหม่ เราจับภาพของเขาแล้วส่งไปที่สํานักงานใหญ่ สิ่งเดียวที่เรารู้ก็คือ เขาเป็นผู้ใช้ผลปีศาจที่ควบคุมอุณหภูมิและความร้อนสูงได้
ทันทีที่บุคคลนั้นพูด พลเรือเอกเซ็นโกคุที่นั่งอยู่ตรงหน้าคงก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป "อย่าบอกนะว่าเป็น ไอ้เด็กเวรนั่น?"
“มังกรฟ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่” จอมพลคองถาม
“ไม่ แต่เซนต์มโยสการ์ดต้องการให้กองทัพเรือส่งพลเรือเอกไปจับตัวบุคคลนั้น” “เข้าใจแล้ว” คองตอบรับและวางสายด้วยเสียง
“คัตฉะ!”
“ถ้าฉันจำไม่ผิด มันคือคนของเราเอง คองซัง รอชมภาพก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป”
“เขาเป็นทหารใหม่ใช่ไหม ผู้ใช้ผลปีศาจที่สามารถควบคุมความร้อนได้ เขาชื่ออะไรนะ” คองถาม “เขาชื่อเบลซ เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ แม้แต่เซเฟอร์ยังยกย่องเขาเลย เพียงแต่ว่าบุคลิกของเขานั้นค่อนข้างจะไม่ยอมเปลี่ยนและคล้ายกับการ์ปเท่านั้นเอง”
เซ็นโกคุพูดพลางถูขมับ
เขาไม่ได้คาดหวังว่าเบลซจะยั่วมังกรฟ้าภายในเวลาไม่กี่วันหลังจากที่เขาออกจากมารีนฟอร์ด
“ในฐานะทหารใหม่ เขามีความกล้าและความแข็งแกร่ง
การที่จะสนับสนุนคนที่ไม่หวั่นไหวเช่นเขาจะกลายเป็นทหารเรือที่ยอดเยี่ยมได้อย่างแน่นอนหากได้รับคำแนะนําที่เหมาะสม”
“แต่ก่อนอื่นต้องค้นหาจุดอ่อนและระดับของเขาให้เจอเสียก่อน เพื่อที่นายจะควบคุมเขาได้” คองอธิบาย
คองกําลังจะเกษียณในอีกไม่กี่เดือนหรือหนึ่งปีข้างหน้า ดังนั้นเขาจึงต้องการให้ผู้สืบทอดตําแหน่งจอมพลอย่างเซ็นโกคุ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้
ในความเห็นของเขา ในฐานะจอมพล ความแข็งแกร่งถือเป็นเรื่องรองลงมา แต่สิ่งที่สําคัญอย่างแท้จริงคือคุณสมบัติความเป็นผู้นำ
จําเป็นต้องเข้าใจให้ดีขึ้นว่าจะสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชา เข้าใจความต้องการของพวกเขา และทําให้พวกเขาปฏิบัติตามคําสั่งโดยไม่สงสัยได้อย่างไร
และคองก็รู้ว่าเซ็นโกคุมีคุณสมบัติเช่นนี้โดยกําเนิด
ขณะนั้นเอง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็เข้ามาและยื่นรูปให้คองก่อนจะขอตัวออกไป เมื่อมองดูภาพแล้ว คองก็ส่งรูปนั้นให้เซ็นโกคุ
ในภาพเหมือน เขาเห็นร่างของเบลซและท่าทีเฉยเมยของเขา
“เป็นเขาเอง! ทําไมเขาต้องไปยั่วมังกรฟ้าด้วย”
“นายจะทําอย่างไร? ฉันฝากการตัดสินใจไว้ในมือนายแล้ว เพราะเขาจะอยู่ภายใต้การควบคุมของนายในอนาคต”
เซ็นโกคุกำมือแน่นแล้วตอบว่า “แม้ว่าการกระทําของเขาจะประมาท แต่เขาก็ไม่ได้โจมตีหรือทําร้ายมังกรฟ้าแต่อย่างใด”
“เรื่องนี้เราปล่อยให้มันผ่านไปก่อนก็ได้ ถ้ามีครั้งต่อไปเราจะลงโทษเขาให้สมศักดิ์ศรี”
“เซ็นโกคุ ไม่มีคราวหน้าอีกแล้ว จัดการให้เรียบร้อย ฉันจะจัดการรัฐบาลโลกแทนนาย นายต้องดูแลเขาเอง”
“ขอบคุณมากนะคองซัง ฉันจะคุยกับเขา” เมื่อพูดจบ เซ็นโงคุก็ออกจากออฟฟิศ ส่วนคอง เขาได้ติดต่อไปยังรัฐบาลโลกและแจ้งให้พวกเขาทราบเกี่ยวกับเบลซ
แม้ว่าชื่อของเขาจะปรากฏอยู่ในเรดาร์ของรัฐบาลโลกแล้ว แต่ เบลซ ก็ได้มุ่งหน้าไปที่ โกรฟ 27 อีกครั้งด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เพราะอารมณ์ดีของเขาก่อนหน้านี้ถูกทําลายลง
เขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่ารายงานเหตุการณ์นี้คงไปถึงกองบัญชาการกองทัพเรือแล้ว
เขาตั้งใจจะใช้โอกาสนี้และดูว่ากองบัญชาการกองทัพเรือจะตอบสนองอย่างไร พวกเขาจะส่งพลเรือเอกมาจับเขาหรือเปล่า หรือว่า…. เบลซ ไม่รู้
เขากําลังรอคำตอบอยู่ ท่าทีของนกองทัพเรือจะตัดสินแนวทาง
การดําเนินการต่อไปของเขา หากพวกเขาเลือกที่จะจับกุมเขาด้วยเหตุผลเล็กน้อยเช่นนี้ เขาจะต้องตอบโต้แน่นอน
เขารักที่จะอยู่ในกองทัพเรือแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมให้กองทัพเรือจับตัวเขาไป หากเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้น เขาก็จะกลายเป็นโจรสลัดและพลิกโลกทั้งใบ
ขณะที่จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความคิดที่ไม่ต้องการ เสียงหวานๆ ก็เรียกเขาจากระยะไกล "เบลซคุง! ในที่สุดฉันก็เจอนายแล้ว ฉันไม่นึกว่านายจะไปขัดใจมังกรฟ้าได้ นายสบายดีหรือเปล่า?"
“กิอง! เธอมาทำอะไรที่นี่ เดี๋ยวนะ....เธอรู้ได้ยังไงว่าเป็นฉันและรู้เร็วขนาดนี้” เบลซถามขณะจ้องมองกิองที่สวมชุดสีชมพูอย่างสบายๆ
“จอมพลเซ็นโกคุแจ้งให้ฉันทราบ และขอให้ฉันมาพบนาย” กิองตอบขณะมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้า เบลซ ปล่อยให้เขาสูดกลิ่นหอมอันน่าหลงใหล
“เธอมีกลิ่นหอมนะ กิอง เธอใช้น้ำหอมอะไร” เบลซแซวเพื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “อย่าเปลี่ยนเรื่องสิ บอกฉันมาว่าเกิดอะไรขึ้น” กิองถามด้วยท่าที่จริงจังเพราะเธอรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
เบลซถอนหายใจและเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น “บอกหน่อยสิ กิอง ฉันต้องคุกเข่าเพียงเพราะพวกเขาบอกแบบนั้นและปล่อยให้พวกเขายิงฉันงั้นเหรอ ฉันไม่รู้เกี่ยวกับคนอื่น แต่ฉันทําไม่ได้” กิองส่ายหัวเมื่อได้ยินเหตุผลของเขา แต่มีคำถามเกิดขึ้นในใจของเธอ
“ฉันจะทําอย่างไรหากถูกถาม”
“จอมพลเซ็นโกคุอยากให้นายติดต่อเขาที่นี่!” กิองพูดจบก็ยืนเด็นเด็นมูชิให้เขาแล้วโทรหาเซ็นโกคุ ไม่นานนักก็ติดต่อเซ็นโกคุได้
“โมชิ โมชิ ...” เสียงของเซ็นโกคุดังมาจากปลายสายโทรศัพท์
“เซ็นโกคุซัง เบลซอยู่นี่ เป็นยังไงบ้าง” เบลซพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแต่อย่างใด
“ไอ้เด็กเวร...” เด็นเด็นมูชิที่ปรากฏตัวในร่างเซ็นโกคุตะโกนและไม่นานก็เงียบไป “เฮ้อ...รู้ไหมว่า ผลที่ตามมาคืออะไร? แกอาจต้องเสียชีวิตด้วยซ้ำ!”
“เซ็นโงคุซัง บอกหน่อยสิว่าคุณจะทําอย่างไรถ้าคุณเป็นฉัน” เบลซถามอย่างใจเย็น มีความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่เนื่องจากเซ็นโกคุไม่สามารถตอบเขาได้ เนื่องจากเขารู้ว่าการกระทําของเขาจะไม่ต่างจากเบลชเลย
เบลซกล่าวต่อ “ที่จริงแล้ว เหตุผลที่พวกมันยังหายใจอยู่ก็เพราะคุณ เซ็นโกคุซัง ฉันรู้ว่าการโจมตี ใครสักคนอาจทําให้คุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากถ้าไม่มีคุณ ฉันคงเผาพวกมันเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว!”
<จบบท>