- หน้าแรก
- ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา
- ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 278 ไหดินเผา
ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 278 ไหดินเผา
ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 278 ไหดินเผา
ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 278 ไหดินเผา
หลังจากได้ยินเสียงของเสี่ยวเหลียน ภายในไหดินเผาก็มีเสียงดังปึงปังออกมา
เมื่อเสี่ยวเหลียนได้ยินเสียงที่ดังออกมาจากในไหดินเผา นางก็พยักหน้าด้วยความยินดีในทันที
“ท่านโปรดวางใจ ข้าจะพาท่านไปยังสถานที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน!”
เสี่ยวเหลียนกล่าวรับรองกับหลี่มู่ จากนั้นจึงกอดไหดินเผานั้นไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น
ต่อจากนั้นนางก็มุ่งหน้าไปยังบริเวณชายขอบของเกาะอย่างระมัดระวัง
ไม่นานนางก็มาถึงชายขอบของเกาะ เวลานี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ในทะเลได้ราง ๆ
เมื่อมาถึงที่นี่ เสี่ยวเหลียนก็วางไหดินเผานั้นลงบนพื้น
“ท่าน ตอนนี้ท่านออกมาได้แล้ว!”
เสี่ยวเหลียนกล่าวเสียงเบา
หลังจากได้ยินคำพูดของเสี่ยวเหลียน หลี่มู่ที่ย่อส่วนอยู่ก็กระโดดออกมาจากไหดินเผาทันที
จากนั้นร่างทั้งร่างของเขาก็กลับคืนสู่ขนาดเดิมอย่างรวดเร็ว
หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จสิ้น หลี่มู่มองเสี่ยวเหลียนที่อยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาซับซ้อน
เขาไม่เคยคิดว่าคนแปลกหน้าเช่นนี้จะช่วยเหลือตนเองโดยไม่มีเหตุผล
ช่างรู้สึกประหลาดอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะไหดินเผานี้ ที่สามารถปิดกั้นกลิ่นอายของเขาได้อย่างสิ้นเชิง
ต้องรู้ว่าอสูรสุนัขนั้นมีพรสวรรค์เฉพาะตัวในด้านการดมกลิ่นอาย
หากเป็นศาสตราเวททั่วไป เกรงว่าจะไม่สามารถทำได้เลย
อสูรปลาที่มีฐานพลังบำเพ็ญธรรมดาเบื้องหน้าเขากลับครอบครองศาสตราเวทเช่นนี้ได้ ช่างน่าประหลาดใจนัก
“ครั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้ามาก!”
หลี่มู่กล่าวขอบคุณเสี่ยวเหลียน
แม้จะไม่เข้าใจถึงตัวตนของอสูรตรงหน้า แต่ท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็ได้ช่วยเหลือตนเอง
จุดนี้ไม่อาจปฏิเสธได้อย่างแน่นอน
เมื่อเสี่ยวเหลียนได้ยินคำพูดของหลี่มู่ นางก็พยักหน้าด้วยความยินดี
“นี่มิใช่อะไรเลย ข้ามิได้เสียสละสิ่งใดไป! มิต้องขอบคุณหรอก!”
เสี่ยวเหลียนกล่าวอย่างถ่อมตน
หลังจากได้ยินคำพูดของเสี่ยวเหลียน ในที่สุดหลี่มู่ก็ไม่อาจทนเก็บคำถามที่อัดอั้นในใจไว้ได้
“เจ้าเลือกที่จะช่วยข้าด้วยเหตุผลใดกันแน่? ต้องรู้ว่าพวกเรามิได้เป็นญาติมิตรกัน!”
หลี่มู่มองเสี่ยวเหลียนที่อยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาระแวดระวังเล็กน้อย
ก่อนที่จะได้เหตุผลที่เหมาะสม เขาไม่อาจเชื่อใจอสูรตนนี้ได้ง่าย ๆ
เมื่อเสี่ยวเหลียนได้ยินคำพูดของหลี่มู่ นางมองไปยังหมู่บ้านก่อนหน้านี้ด้วยแววตาซับซ้อน จากนั้นก็เริ่มเล่าถึงประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของตน
“แท้จริงแล้วข้าเปิดโรงเตี๊ยมอยู่ในเมืองนี้ บังเอิญโชคดีมาจัดซื้อของที่นี่ แต่กลับมิคาดคิดว่าจะได้พบท่าน!”
“ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งที่เซียป้ายังมีชีวิตอยู่ โรงเตี๊มทั้งหมดรวมถึงบ่อนการพนันล้วนต้องส่งบรรณาการให้มัน หากขาดเหลือสิ่งใดก็จะถูกพวกมันเล่นงาน!”
“โรงเตี๊ยมของบ้านข้าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หากมิใช่ท่านช่วยเหลือ เกรงว่าบ้านของข้าคงต้องเร่ร่อนตามท้องถนนไปนานแล้ว!”
เสี่ยวเหลียนกล่าวกับหลี่มู่ทั้งน้ำตา
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของเสี่ยวเหลียน หลี่มู่ก็มิได้กล่าวอะไรออกมาอีก
แม้ว่าจริงเท็จของคำพูดเหล่านี้ เขาไม่อาจยืนยันได้อย่างชัดเจน
แต่หากใช้สิ่งนี้เป็นเหตุผล ก็นับว่าพอจะทำให้คนเชื่อถือได้
จุดน่าสงสัยเพียงอย่างเดียวก็คือไหดินเผาอันลึกลับใบนั้น
“แล้วไหดินเผานี้เจ้าได้มาจากที่ใดกัน?”
หลี่มู่ถามด้วยความอยากรู้ ขณะเดียวกันก็ต้องการไขข้อสงสัยสุดท้ายในใจของตนเอง
เมื่อเสี่ยวเหลียนได้ยินคำพูดของหลี่มู่ นางมองไปยังไหดินเผานั้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“ท่าน ไหดินเผานี้ทำให้ท่านรู้สึกไม่สบายหรือไม่เมื่อครู่?”
เสี่ยวเหลียนลองเอ่ยถามหลี่มู่
หลังจากได้ยินคำพูดของเสี่ยวเหลียน หลี่มู่ก็ยิ้มแล้วส่ายหน้า
“ไหดินเผานี้สามารถซ่อนกลิ่นอายของข้าได้ ข้าจึงค่อนข้างสงสัยเกี่ยวกับมันอยู่บ้าง!” หลี่มู่กล่าวอย่างไม่ปิดบัง
เมื่อเสี่ยวเหลียนได้ยินคำพูดของหลี่มู่ นางก็อดมิได้ที่จะหยิบไหดินเผาบนพื้นขึ้นมา
“นี่เป็นของที่ผู้ใหญ่ในตระกูลของข้าทิ้งไว้ให้ มิได้ทราบแน่ชัดว่ามีประโยชน์อันใด รู้เพียงแต่ว่าภายในนั้นมีพื้นที่ขนาดใหญ่มาก”
“ก่อนหน้านี้ข้าใช้มันเป็นดั่งสมบัติเก็บของ สำหรับใส่สุราในโรงเตี๊ยมเท่านั้น มิได้ใช้ประโยชน์อื่นใดเลย!”
เสี่ยวเหลียนอธิบายให้หลี่มู่ที่อยู่เบื้องหน้าฟัง
หลังจากได้ยินคำอธิบายเหล่านี้ หลี่มู่ก็มิได้กล่าวอะไรออกมาอีก
ทว่าในเมื่อไหดินเผานี้ประหลาดถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังเป็นของที่ผู้ใหญ่ในตระกูลของเสี่ยวเหลียนทิ้งไว้ให้
ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าตระกูลเดิมของเสี่ยวเหลียนที่อยู่เบื้องหน้านี้เกรงว่าคงจะมิใช่ธรรมดาเป็นแน่
“เป็นเช่นนี้นี่เอง ตอนนี้ข้าต้องเดินทางไปยังที่อื่น คงต้องขอลาเจ้าไปก่อน!” หลี่มู่กล่าวลาเสี่ยวเหลียนที่อยู่เบื้องหน้า
เมื่อเสี่ยวเหลียนได้ยินคำพูดของหลี่มู่ ในใจก็อดมิได้ที่จะรู้สึกเศร้าใจอยู่บ้าง
“แล้วท่านจะกลับมาอีกหรือไม่?”
เสี่ยวเหลียนเอ่ยถามหลี่มู่
หลังจากได้ยินคำพูดของเสี่ยวเหลียน หลี่มู่ก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น
“รอให้ข้ากลับมาครั้งหน้า ข้าเชื่อมั่นว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์ปัจจุบันของพวกเจ้าได้อย่างแน่นอน!”
หลี่มู่กล่าวรับรองกับเสี่ยวเหลียนที่อยู่เบื้องหน้า
เมื่อเสี่ยวเหลียนได้ยินคำมั่นสัญญานี้ของหลี่มู่ ในใจก็รู้สึกยินดีและซาบซึ้งอย่างยิ่ง นางพยักหน้า
“หวังว่าพวกเราจะได้พบกันอีกในคราวหน้า!”
เสี่ยวเหลียนกล่าวกับหลี่มู่
หลี่มู่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเบา ๆ จากนั้นร่างทั้งร่างของเขาก็หายไปจากเบื้องหน้าของเสี่ยวเหลียน
ไม่นานหลังจากนั้น หลี่มู่ก็มาถึงบริเวณภูเขาแห่งหนึ่งที่ชายขอบของเกาะ
ต่อจากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปเคาะเบา ๆ บนก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง จากนั้นก็พบกลไก
พร้อมกันกับที่เขาหมุนกลไกเบา ๆ บนศิลาขนาดมหึมานั้นก็ปรากฏประตูบานหนึ่งขึ้นในทันใด
เมื่อประตูบานนี้ปรากฏขึ้น หลี่มู่ก็เดินเข้าไปในประตูนั้น
ทันใดนั้นก็พบเรือน้อยลำหนึ่ง
แม้จะมิได้มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่โตนัก แต่บนนั้นก็มีค่ายกลสลักไว้เพื่อป้องกันน้ำทะเลเช่นกัน
เพียงแต่เรือน้อยนี้มิได้ถูกใช้งานมานานหลายปี บนนั้นยังเต็มไปด้วยฝุ่นละอองมากมาย กระทั่งหยากไย่
อีกทั้งดูเหมือนจะไม่มีร่องรอยการใช้งานเลยแม้แต่น้อย
เมื่อตระหนักถึงทั้งหมดนี้ ในใจของหลี่มู่ก็พลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้น
บางทีผู้นำหมู่บ้านคนก่อนก็เคยมีความคิดที่จะไปยังการประชุมใหญ่เพื่อเอาชนะผู้ครองเกาะ
เพียงแต่ต่อมาเนื่องจากพลังความแข็งแกร่งหยุดชะงัก จึงทำได้เพียงละทิ้งความคิดเหล่านั้นไป
ทว่าก็ได้ทิ้งสิ่งเหล่านี้เอาไว้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลี่มู่ก็ตัดสินใจอย่างลับ ๆ ในใจ
แม้ว่าคนในหมู่บ้านทั้งหมดจะเป็นเผ่าอสูร ส่วนเขาเป็นเผ่ามนุษย์
ทว่าความใจดีและความเรียบง่ายของพวกเขากลับประทับใจเขาอย่างแท้จริง ทั้งยังเคยมีบุญคุณต่อเขา
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาจะต้องปลดปล่อยชาวบ้านเหล่านี้ออกจากการปกครองของผู้ครองเกาะให้ได้
จากนั้นหลี่มู่ก็ขึ้นไปยังเรือน้อย ต่อจากนั้นก็เปิดใช้งานค่ายกลบนเรือน้อยนั้น
บนเรือน้อยนั้น ในชั่วพริบตาก็ถูกปกคลุมไปด้วยม่านน้ำชั้นหนึ่ง
ต่อจากนั้นหลี่มู่ก็บังคับเรือน้อยให้แล่นต่อไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง
ตำแหน่งที่เรือน้อยนี้อยู่คือกระแสน้ำใต้ดินสายหนึ่งของเกาะแห่งนี้
สามารถมุ่งตรงออกไปยังภายนอกเกาะนี้ได้
แม้ว่าจะมีค่ายกลกั้นขวาง ทำให้น้ำทะเลโดยรอบมิอาจเข้าสู่เกาะนี้ได้ แต่สำหรับหลี่มู่แล้ว นี่มิใช่ปัญหาอันใดเลย