- หน้าแรก
- ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา
- ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 237 อัจฉริยะมากพรสวรรค์
ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 237 อัจฉริยะมากพรสวรรค์
ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 237 อัจฉริยะมากพรสวรรค์
ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 237 อัจฉริยะมากพรสวรรค์
หลี่มู่ออกจากโลกใบเล็ก ศิษย์สมาคมโอสถสองคนรีบเดินเข้าไปหาเขาทันที ยื่นโอสถเม็ดสองเม็ดให้เขา
“พี่หลี่ นี่คือโอสถเม็ดฟื้นฟูปราณวิญญาณ”
หลี่มู่รับโอสถเม็ด สีหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“ขอบคุณสหายเต๋าทั้งสองที่ช่วยเหลือ”
หลี่มู่รู้ว่าก่อนที่ตนจะมาถึงที่นี่ ทั้งสองคนนี้เป็นผู้ต่อสู้กับคนเหล่านั้น หากไม่มีพวกเขา เกรงว่าสำนักมู่เทียนคงจะล่มสลายไปแล้วในตอนนี้
“ท่านกล่าวเกินไปแล้ว เป็นสหายเต๋าหลี่ที่เลือกช่วยเหลือสมาคมโอสถของเราก่อน พวกเราเพียงแค่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้นเอง”
หลังจากพูดคุยกันเพียงไม่กี่คำ เมฆดำทะมึนก้อนใหญ่หลายก้อนก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้า
เมื่อมองดูอย่างละเอียดจึงพบว่านั่นไม่ใช่เมฆดำ แต่เป็นเหล่ากองกำลังจากเส้นชีพจรต่าง ๆ ของสำนักมู่เทียนที่มาถึงแล้ว
“อาจารย์ ศิษย์มาช้าไป...”
“ชีพจรสวรรค์เหยาฉือมาช่วยช้าไป ขอจ้าวสำนักโปรดลงโทษด้วย!”
เสียงแล้วเสียงเล่าดังขึ้น เสียงนั้นดังก้องไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้า สะท้านโสตประสาท
“เรื่องนี้เกิดขึ้นกะทันหัน พวกท่านมิต้องโทษตนเอง!”
เสียงของหลี่มู่แฝงไปด้วยปราณวิญญาณอันไพศาล แม้จะเอ่ยออกมาเพียงแผ่วเบา แต่เสียงนั้นกลับส่งไปถึงหูของทุกคนได้อย่างชัดเจน
หลี่มู่มาถึงตำหนักจ้าวสำนัก ศิษย์สมาคมโอสถที่อยู่ด้านในเมื่อสัมผัสได้ว่าการต่อสู้ภายนอกสิ้นสุดลงแล้ว จึงให้จางอู๋เซียงและคนอื่น ๆ ออกมา
“ข้ามิอาจปกป้องสำนักมู่เทียนไว้ได้ ขอจ้าวสำนักโปรดลงโทษ!”
จางอู๋เซียงพอเห็นหลี่มู่ก็คุกเข่าลงตรงหน้าเขาทันที
“นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า”
หลี่มู่พยุงเขาขึ้น พร้อมกันนั้นก็เห็นผู้บำเพ็ญเพียรคนหนึ่งที่บาดเจ็บสาหัสอยู่ด้านหลังเขา
เส้นชีพจรทั่วร่างของเขาแตกสลาย ฐานพลังบำเพ็ญเพียรก็ถูกทำลาย เหลือเพียงลมหายใจรวยริน
“ข้าจะรักษาเจ้าเอง”
สุ้มเสียงของหลี่มู่อ่อนโยนยิ่งนัก เขาเดินเข้าไปหาคนผู้นั้น
“สหายเต๋าหลี่ พวกเราดูแล้ว เส้นชีพจรทั่วร่างของเขาแตกสลายหมดสิ้น ฐานพลังบำเพ็ญเพียรก็ถูกทำลาย เกรงว่า...”
ศิษย์สมาคมโอสถคนที่เพิ่งพาผู้คนถอยเข้ามาในตำหนักจ้าวสำนักผู้นี้กล่าวขึ้นด้วยความลังเล
“เขาต่อสู้เพื่อสำนักมู่เทียนจนตกอยู่ในสภาพนี้! คนที่ทุ่มเททั้งใจเพื่อสำนักมู่เทียนจะจบลงเช่นนี้ไม่ได้!” หลี่มู่พลันโกรธจัด ตวาดเสียงดัง
จางอู๋เซียงก็เพิ่งเคยเห็นจ้าวสำนักของตนโกรธถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก แต่เขาก็สุดปัญญาที่จะทำสิ่งใดได้...
หลี่มู่ค่อย ๆ เดินมาอยู่ข้างกายคนผู้นี้
“ผู้อาวุโสหลี่ โปรดบอกจ้าวศาลาด้วยว่า ข้ามิได้ทำให้ความไว้วางใจของท่านต้องสูญเปล่า!”
น้ำเสียงของหวังลี่อ่อนแรงยิ่งนัก แทบจะฝืนใจเฮือกสุดท้ายพูดออกมา
“คำพูดเช่นนี้ เก็บไว้เจ้าพูดกับเขาเองเถิด!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่มู่ก็เข้าใจในทันที คนผู้นี้คือคนที่กวนเฉียนชิวส่งมาคุ้มครองสำนักมู่เทียนในตอนที่เขาฝากหอคอยเหยียนอวี่ให้ส่งข่าว! เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในใจของเขาก็พลันอบอุ่นขึ้น แต่เมื่อเห็นสภาพบาดเจ็บของคนตรงหน้า ในใจของเขาก็พลุ่งพล่านไปด้วยโทสะอีกครั้ง
หลี่มู่ตรวจสอบเขาอย่างละเอียด คนตรงหน้ามีบาดแผลภายในที่ร้ายแรงมากถึงสามแห่ง อีกทั้งเส้นชีพจรยังแตกสลายทำให้ฐานพลังบำเพ็ญเพียรถูกทำลาย
เพียงแผลเดียวก็หนักหนาสาหัสพอที่จะคร่าชีวิตได้แล้ว การที่ยังมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้ถือเป็นปาฏิหาริย์แล้ว
แต่หลี่มู่ก็ได้ตัดสินใจแล้ว คนตรงหน้าตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็เพื่อสำนักมู่เทียน คนเช่นนี้ เขาจะทนดูให้อีกฝ่ายกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปนับจากนี้ได้อย่างไร?!
พลังวิญญาณอันอ่อนโยนปรากฏขึ้นในฝ่ามือของหลี่มู่
ในไม่ช้า พลังวิญญาณสายนี้ก็โคจรจากฝ่ามือของหวังลี่ไปทั่วร่าง
พลังวิญญาณที่หลี่มู่ส่งเข้าไปในร่างของเขาราวกับมือน้อย ๆ นับไม่ถ้วน ค่อย ๆ ซ่อมแซมส่วนที่แตกสลายของเส้นชีพจรภายในร่างของหวังลี่
ผ่านไปราวสองชั่วยาม หลี่มู่จึงหยุดมือลง จากนั้นก็หยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมาจากโลกตันเถียน
หลังจากป้อนให้เขากิน ก็เห็นบาดแผลบนร่างของเขาเริ่มสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ขณะเดียวกัน ปราณวิญญาณที่เคยเหือดแห้งไปบนร่างของเขาก็กำลังฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว
หวังลี่สัมผัสได้ว่าห้วงสมุทรวิญญาณที่เคยแห้งผากของตนค่อย ๆ ชุ่มชื้นไปด้วยพลังวิญญาณ
ผ่านไปอีกราวครึ่งชั่วยาม หวังลี่ที่เมื่อครู่ยังเหลือเพียงลมหายใจรวยริน อ่อนแออย่างที่สุด บัดนี้กลับฟื้นคืนพลังชีวิตอย่างสมบูรณ์
หวังลี่รีบคารวะหลี่มู่ทันที
มีเพียงผู้ที่เคยเฉียดตายเท่านั้นจึงจะรู้ว่าชีวิตมีค่าเพียงใด
ยิ่งไปกว่านั้น หวังลี่ยังรับรู้ได้ว่า ไม่เพียงแต่บาดแผลบนร่างกายจะหายดีแล้ว แม้แต่ฐานพลังบำเพ็ญเพียรก็ยังทะลวงผ่านพันธนาการนั้นไปได้ ก้าวพ้นจากขอบเขตนภาไร้ลักษณ์ เข้าสู่ขอบเขตสูงสุด
หวังลี่ในยามนี้ไม่รู้จะพูดอะไร ทุกคำพูดสุดท้ายแล้วก็เหลือเพียงประโยคเดียว
“ขอบคุณผู้อาวุโส!”
“เจ้าไม่ห่วงชีวิตตนเอง ปกป้องสำนักมู่เทียน นี่คือสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ!”
จางป้าเตาเห็นภาพนี้ ในใจก็อดประหลาดใจไม่ได้...
บัดนี้เขาจึงเพิ่งตระหนักว่า ความเข้าใจที่เขามีต่อหลี่มู่นั้นน้อยนิดเหลือเกิน!
ไม่ว่าจะเป็นฐานพลังบำเพ็ญเพียรหรือพรสวรรค์ หลี่มู่ล้วนเป็นหนึ่งในใต้หล้า
แม้แต่อาวุธวิเศษบนร่างก็ยังเป็นสุดยอดในบรรดาผู้ที่อยู่ในขอบเขตเดียวกัน แม้แต่วิชาแพทย์ก็ยังบรรลุถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัว!
ต้องรู้ว่าคนที่เส้นชีพจรแตกสลาย ฐานพลังบำเพ็ญเพียรถูกทำลาย ทั้งยังมีบาดแผลภายในร้ายแรงหลายแห่ง การจะฟื้นฟูให้กลับมาเป็นดังเดิมนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย!
การจะรักษาคนเช่นนี้ให้หายดี โดยพื้นฐานแล้วไม่ต่างอะไรกับการชุบชีวิตคนตาย สร้างเนื้อหนังจากกระดูก!
แต่เรื่องที่ถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้นี้ หลี่มู่กลับทำได้ ไม่เพียงแต่ทำได้ แม้กระทั่งยังทำให้ฐานพลังบำเพ็ญเพียรของเขาเพิ่มสูงขึ้นอีกมาก!
วิชาแพทย์อันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ แม้จะมองไปทั่วทั้งแคว้นจงเทียนก็หาคนที่สองไม่ได้!
“หลานชาย เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถิด เรื่องที่เหลือปล่อยให้พวกเขาจัดการก็พอ”
จางป้าเตาเอ่ยขึ้นช้า ๆ สีหน้าเคร่งขรึมอย่างยิ่ง
หลี่มู่พยักหน้า พอจะลุกจากไป ก็พลันหมดสติไป
“จ้าวสำนัก!”
“พวกเจ้าวางใจเถิด เขาเพียงแค่ใช้ปราณวิญญาณไปมากเกินไปเท่านั้น อีกไม่นานก็จะฟื้นขึ้นมา”
หลี่มู่นอนอยู่บนเตียง มีผู้คนรายล้อมเป็นวงใหญ่ จางป้าเตาเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“เป็นความผิดของข้า...”
“พวกเจ้าอย่าโทษตัวเองเลย เรื่องทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเจ้ามากนัก สิ่งที่เขาทำทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่งในพวกเจ้า”
“ทุกคนล้วนมีมรรควิถีในใจของตน หากรอจนเขาฟื้นขึ้นมา พวกเจ้าเอาแต่โทษตนเอง นั่นต่างหากที่ถือเป็นการทำให้เขาเสียใจอย่างแท้จริง”
หวังลี่เพิ่งจะอ้าปากพูด ก็ถูกจางป้าเตาขัดจังหวะ
“แทนที่จะโทษตัวเองอยู่ที่นี่ สู้ร่วมแรงร่วมใจกันซ่อมแซมสำนักมู่เทียน รอจนเขาฟื้นขึ้นมาแล้วได้เห็นสำนักมู่เทียนที่สมบูรณ์ดังเดิม นั่นต่างหากคือสิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเจ้าจะมอบให้เขาได้”
จางอู๋เซียง ไป๋ซิ่ว และคนอื่น ๆ ได้ยินคำพูดนี้ ก็พยักหน้ากันถ้วนหน้า แววตาก็แน่วแน่ขึ้นหลายส่วน
“พวกเจ้าไปทำหน้าที่ของตนเองเถิด ที่นี่มีข้าอยู่”
จางป้าเตาเอ่ยขึ้นช้า ๆ ทุกคนได้ฟังแล้วก็เดินออกไป
จางป้าเตามองหลี่มู่ที่นอนอยู่บนเตียง ในใจก็รู้สึกสะท้อนใจอยู่บ้าง
แม้หลี่มู่จะยอดเยี่ยมและแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แต่ทั้งหมดนี้ล้วนได้มาด้วยความพยายามของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นฐานพลังบำเพ็ญเพียรหรือทั้งสำนัก...