เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 141 - นักสำรวจคนที่สาม (5)

บทที่ 141 - นักสำรวจคนที่สาม (5)

บทที่ 141 - นักสำรวจคนที่สาม (5)


บทที่ 141 - นักสำรวจคนที่สาม (5)

ฉันได้มุ่งหน้าไปที่บ้านกิลด์ในทันทีหลังจากนั้นพร้อมกับรูเดีย ในห้องโถงฉันได้เจอกับชูนะที่ไม่ได้เจอกันมานา

"อา เจ้าชายรัชทายาท รูเดีย! สะ สวัสดี"

"สวัสดีคุณชูนะ"

"คุณสามารถจะเรียกฉันว่าชูนะเลยก็ได้ ฉันไม่ถือหรอก! แล้ว ฉะ ฉันก็สามารถจะเรียกคุณว่าชินได้ไหม?"

"ตั้งแต่ที่เธอต้องการให้ฉันเลิกเรียกเป็นทางการ แต่ทำไมเธอถึงต้องพูดกับฉันแบบเคารพด้วยล่ะ!?"

ชูนะนั้นยากที่จะเข้าใจ แต่ยังไงก็ตามด้วยความน่ารักของเธอมันทำให้รู้สึกดีที่คุยกัน เธอดูน่ารักมากกว่าคำว่าสวย เธอดูดีและเหมือนกับรูเดียที่มีกลิ่นอายของชนชั้นสูงและความเป็นผู้ใหญ่

"ถ้างั้นก็ชูนะ"

"ใช่แล้วชิน! กรี๊ด ฉันได้เรียกเขาด้วยชื่อ"

ฉันรู้สึกประหลาดใจกับการที่เธอดูจะมีความสุข แต่ว่าฉันก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะสัญชาตญาณของฉันมันเตือนไม่ใช่ฉันถามออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉันรู้สึกว่ารูเดียอาจจะฆ่าชูนะ

"เธอคงจะต้องประหลาดใจแน่ๆเพราะว่าอยู่บ้านกิลด์ก็เคลื่อนไหว พวกเราจะยังสามารถไปที่พื้นที่พักอาศัยได้ไหม?"

"ใช่แล้ว! พวกเรายังสามารถจะไปพื้นที่พักอาศัยในดันเจี้ยนที่หนึ่งเหมือนแต่ก่อน! นอกจากนี้..."

"นอกจากนี้?"

ชูนะได้เอื้อมมือไปข้างหน้าและตะโกนออกมา

"พวกเรายังสามารถจะไปยังพื้นที่พักอาศัยของดันเจี้ยนที่สอง สาม และสี่ได้อีกด้วย"

"...อะไรนะ?"

"อ่า แน่นอนว่ามันเป็นเพียงแค่พื้นที่พักอาศัยไม่ใช่ตัวดันเจี้ยนเอง"

ฉันได้สับสนอยู่พักอยู่แต่ไม่นานก็เข้าใจได้ ฉันรู้่ว่าความเกี่ยวข้องของสถานที่แห่งนี้ได้ถูกเปลื่ยนไปเพื่อบียอน แต่ฉันก็ไม่เคยคิดเลยว่าฉันจะสามารถจะไปยังพื้นที่พักอาศัยในดันเจี้ยนอื่นๆได้ เอ๊ะเดี๋ยวก่อนนะ นั่นมันหมายความว่า....

ได้มีความคิดที่ไร้สาระและจากนั้นฉันก็ได้ตกใจเพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องไร้สาระเลยเมื่อฉันคิดอย่างจริงจัง

"ไม่ใช่ว่ากิลด์นี้...ได้เหนือกว่าดันเจี้ยนที่หนึ่ง?"

"มันหมายความว่าอะไรหรอชิน?"

"...มันหมายความว่าเราอาจจะได้สมาชิกใหม่ๆสิ่งนี้ไงชูนะ"

ชูนะได้ปรบมือตอบสนองมา แต่ว่ารูเดียดูจะไม่มีความสุข

"ความฝันเกี่ยวกับบ้านแต่งงานแสนสุข...."

"ฉันได้ยินนะ และมันก็ไม่ใช่แบบนั้น"

พูดตามตรงฉันต้องการจะสำรวจพื้นที่พักอาศัยของบียอน แต่ว่าสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือการยืนยันว่าการคาดเดาของฉันถูกหรือไม่ ฉันได้ดึงรายชื่อเพื่อนออกมาและเริ่มดำเนินการในทันที

ผลลัพธ์ก็คือในเวลาที่ไม่ถึง 20 นาทีได้มีคนหลายคนมารวมตัวกันที่บ้านของฉัน

"โอ้ นี้คือคฤหาสน์ที่ลูกชายของพ่อจะมอบให้พ่องั้นหรอ?"

"ไม่นะพ่อ นี่เป็นคฤหาสน์ของผม ผมไม่ให้พ่อแน่นอนดังนั้นหยุดฝันได้เลย"

"น่าทึ่ง ฉันสามารถเข้ามาได้จริงๆ...."

"ว้าวนี่มันเป็นคฤหาสน์ของชินหรอ? เจ๋งอะไรแบบนี้!"

"คังชิน นายปีนดันเจี้ยนยังไงเพื่อที่ให้ได้คฤหาสน์แบบนี้?"

"มันเยี่ยมมากในตอนนี้พวกเราทุกคนมาที่นี่แล้ว!"

สวนมาเรียน่าได้เริ่มมีเสียงเอะอะดัง ชูนะได้สะดุ้งหลังจากได้เห็นพวกเขาเป็นครั้งแรกและไปหลบอยู่ด้านหลังในขณะที่รูเดียได้คล้องแขนฉันเอาไว้และขมวดคิ้ว

"อย่างที่พวกนายรู้นี่เป็นเพื่อนของฉันรูเดีย ผู้หญิงคนสวยผมชมพูคนนี้คือชูนะเพื่อนของรูเดีย ทั้งสองคนเป็นสมาชิกของกิลด์"

"ยินดีที่ได้พบ ฉันฮวาหยา มัสติฟอร์ด"

"สะ....สวัสดีค่ะ!"

ชูนะได้ตกหลุมเสน่ห์และความเป็นกันเองของฮวาหยา ด้วยการที่ฮวาหยาทำตัวกลางเป็นคนไกล่เกลี่ยความอึดอัดก็ได้หายไปอย่างรวดเร็วและชูนะก็ได้เริ่มที่จะพูดคุยกับคนอื่นๆ ยังไงก็ตามรูเดียดูเหมือนจะไม่มีความสุขด้วยเหตุผลบางอย่างและยังคงอยู่ข้างๆฉัน

แน่นอนว่าเหตุผลที่ฉันไม่เรียกพวกเขามาในก่อนหน้านี้เพราะมันเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าในตอนนี้มันได้เป็นไปได้แล้ว มันเป็นการสร้างกิลด์ที่อยู่เหนือกว่าดันเจี้ยนที่หนึ่ง สอง สาม และสี่ ตั้งแต่ที่พวกเขาทุกคนต้องการที่จะเข้ากิลด์สิ่งต่างก็ได้เป็นไปอย่างราบรื่นๆ นอกเหนือจากฉันมีเพียงฮวาหยาเท่านั้นที่มีที่พักเป็นของตัวเอง เนื่องจากว่าเธอก็ได้ยืนกรานที่จะเข้ากิลด์ของฉัน ฉันก็เลยไม่มีปัญหาใดๆ

มันรู้สึกเหมือนกับว่าเธอเพิ่งจะบอกว่าเธอต้องการจะสร้างองค์กรในเมื่อวานนี้ แต่ว่าในตอนนี้เธอได้ยอมรับที่จะให้ฉันเป็นกิลด์มาสเตอร์ มันเหมือนกับสุมิเระที่ได้เข้ากิลด์ของฉันอย่างมีความสุข อย่างที่มานั้นมันมีการเปลื่ยนแปลงเป็นจากมากจากในตอนแรกที่ช่องสื่อสารของโลกได้เปิดขึ้นมา

แน่นอนว่าฉันก็ได้เปลื่ยนไปเหมือนกัน แม้ว่าฉันจะคิดว่ามันจะไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างกลุ่ม แต่ว่าหลังจากได้เข้าร่วมปาตี้กับฮวาหยาสองถึงสามครั้งฉันก็ได้เปลื่ยนใจ ฉันได้สร้างกิลด์ขึ้นตามความต้องการของตัวเองและชวนคนอื่นๆเข้ามาตั้งแต่ที่ฉันได้กลายเป็นนักสำรวจบียอน แต่ว่าถึงแม้ฮวาหยาจะยืนอยู่ในตำแหน่งของฉันแทน ฉันก็จะเข้าร่วมกิลด์ของเธออย่างมีความสุข

การที่ฉันปฏิเสธข้อเสนอของเธอในตอนนั้นก็คือการที่ฉันไม่ไว้ใจเธอ แต่ว่านับตั้งแต่ตอนนั้นมันได้ผ่านมาแล้วครึ่งปีมีสิ่งต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ฉันได้เชื่่อถือและเชื่อใจฮวาหยา สุมิเระ และวอร์คเกอร์ที่ถูกผูกมัดด้วยสัญญา เราได้แข็งแกร่งขึ้นไปด้วยกันและในฐานะนักสำรวจเราก็สามารถจะไว้ใจกันได้ด้วยกิลด์ที่จะผูกพวกเราไว้ด้วยกัน

[กิลด์ 'รีไวเวิร์ล' กลายเป็นแร้ง D! เมื่อมีการท้าทายเหตุการดันเจี้ยนหรือเหตุการการจู่โจมที่มีสมาชิกกิลด์ 5 คนขึ้นไปจะทำให้มีพลังเพิ่มขึ้น 5%]

[สมาชิกกิลด์: คังชิน (กิลด์มาสเตอร์, ที่หนึ่ง - ทอง & บียอน) คังยังอู (ที่หนึ่ง - ทอง) ซู เยอึน (ที่หนึ่ง - ทอง) เพลรูเดีย เกล็น อีเฮอร์ (ที่หนึ่ง - เงิน) ชูนะ เอเร็น ลิฮีธา (ที่หนึ่ง - เงิน) ฮวาหยา เอเลนี่ มัสติฟอร์ด (สอง - ทอง) มินามิ ไวโอเลท สุมิเระ (สอง - ทอง) เอ็ดเวิร์ด วอร์คเกอร์ (สาม - ทอง) Total: 8]

ในตอนนี้มันได้เหมือนกิลด์มากขึ้น เมื่อได้มองไปที่รายชื่อฉันก็ได้ยิ้มขึ้น วอร์คเกอร์ก็ยังได้ทะลวงผ่านชั้นที่ 50 ไปปแล้ว ด้วยแบบนี้ไม่ใช่ว่าพวกเราสามารถจะเรียกตัวเองว่าเป็นระดับสูงได้งั้นหรอ? นอกจากนี้ฉันยังชอบการที่พลังของพวกเราจะเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่รวมกัน 5 คน ดังนั้นโอกาสที่จะรอดชีวิตของพวกเราก็จะเพิ่มขึ้น ฉันหวังว่าโรเล็ตต้าจะได้บอกฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้

"โอ้ เมื่อพลังชีวิตของฉันเหลือศูนย์ที่แห่งนี้คือที่ๆฉันจะกลับมาสินะ?"

"เยี่ยมอะไรแบบนี้ชินนายได้เตรียมห้องให้ฉันไว้ข้างๆห้องนายใช่ไหม...? หุหุ"

"อ่า ฉันได้เตรียมไว้อีกฝากหนึ่งเลย"

"ฮึ่ม ฉันจะไปอยู่ในห้องของชิน"

"ในฐานะที่เป็นกิลด์มาสเตอร์ฉันขออ้างสิทธิ์ในการเข้าห้องฉัน ดังนั้นหยุดฝัน"

ฉันได้เมินขอเรียกร้องของหญิงสาวทั้งสองคน เมื่อฉันได้มอบกุญแจให้กับพวกเธอซึ่งนั้นจะผูกพันกับห้องที่พวกเธอจะไปอยู่ มันเป็นคุณสมบัติของบ้านกิลด์ ตั้งแต่ที่คฤหาสน์นี้มีห้องกว่า 100 ห้อง ดังนั้นการมอบห้องส่วนตัวให้กับสมาชิกกิลด์ทุกคนจึงไม่มีปัญหาใดๆ

"โอ้ คังชิน นั่นมันอะไรนะ?"

"อะไรหรอ อ่อนั่นมันก็คือหมูป่าเหล็กยักษ์และก็เฟรมเดรกไง"

"นายใช้วัตถุดิบที่มีค่าเหล่านี้มาตกแต่ง...? นายนี่มันน่าทึ่งเหมือนเคยเลยนะ"

ในขณะที่ทุกคนกำลังสนใจกับด้านในของคฤหาสน์ วอร์คเกอร์ก็ได้มองออกไปนอกสวน หมูป่าเหล็กยักษ์ในตอนนี้มีขนาด 7 ถึง 8 เมตรทำให้มันดูน่าอึดอัดใจที่จะเรียกมันว่า หมูป่าเหล็กยักษ์ ศพของเฟรมเดรกก็ยังได้หดตัวลงมาเช่นกัน มันไม่ใช่ว่ามานาได้ไหลออกมาจากศพ แต่ว่าในตอนที่ฉันตรวจสอบดูฉันก็รู้สึกได้ชัดเจนถึงมานาที่ถูกบีบอัดเอาไว้อยู่

ฉันไม่รู้ว่าพวกมันจะยังทำงานอยู่แม้ว่าจะในฐานะซากศพ ฉันรูเพียงแค่ว่าสวนมาเรียน่าไม่ใช่พื้นที่ๆปกติ เนื่องจากนี้เองทำให้ศพพวกนี้มีมูลค่ามากขึ้นดังนั้นฉันก็เลยตัดสินใจให้มันเป็นไปตามนั้น

"เอาล่ะ ก่อนอื่นมีบางอย่างที่เราจะต้องทำ"

แม้ว่าทุกคนจะดูเหมือนต้องการที่จะสำรวจคฤหาสน์ แต่ว่าฉันก็ได้เรียกรวมทุกคนก่อน

"พวกเราจำเป็นจะต้องออกไปค้นหาสิ่งที่อยู่ด้านนอก"

"มอนสเตอร์หรอ?"

"มอนสเตอร์จะไม่ปรากฏในพื้นที่พักอาศัย แต่เนื่องจากว่ารูเดียได้บอกว่าเธอรู้สึกแปลกๆ มันก็อาจจะมีอะไรอย่างอื่น

"อย่าทำให้ฉันกลัวสิ"

ฮวาหยาได้จับแขนของฉันเอาไว้ในขณะที่พูดออกมา เธอในตอนนี้ก็คล้ายๆกับในตอนที่เธอได้เจอกับแม้มุม รูเดียได้มองมาอย่างเคืองเมื่อเห็นฮวาหยา แต่ไม่นานเธอก็ใจเย็นลง เธอปรับปรุงตัวแล้วรูเดีย

ยังไงก็ตามฉันก็รู้สึกว่าร่างกายของฉันหนักขึ้น เมื่อฉันได้มองย้อนกลับไปฉันก็เห็นเยอึนกับชูนะก็ได้มาจับฉันด้วย ฉันได้ยิ้มออกมาอย่างสุภาพและพูดออกมา

"ทุกคนปล่อยฉันก่อน"

พวกเราได้ออกไปจากสวนซึ่งมันมืดมากๆ เพราะว่ามีหมอกหนาอยู่พวกเราจึงไม่สามารถจะมองออกไปไกลๆได้ ยังไงก็ตามเมื่อพวกเราได้เดินไปข้างหน้าหมอกก็จะหายไป

"เราจำเป็นจะต้องแยกกันไหม?"

"ใช่ พวกเราจะแบ่งกันออกเป็นสองทีม และติดต่อกันเป็นระยะหรือไม่ก็เวลาที่พบอะไรก็ตาม"

ฉันได้ไปทางขวาด้วยกันกับมินามิ รูเดีย และวอร์คเกอร์ ฉันได้ขยายมานาของฉันออกไปเท่าที่จะทำได้เพื่อที่จะเพิ่มระยะตรวจจับ ในตอนนั้นเองมินามิก็ถามฉัน

"คุณชิน คุณเพิ่งจะขยายออร่าออกไปใช่ไหม?"

"ใช่แล้ว ฉันได้กระจายมานาของฉันออกไปทำให้ฉันสามารถสัมผัสถึงรอบๆได้"

"ว้าว น่าทึ่งจัง....ถ้ามันไม่เป็นไรคุณช่วยสอนฉันได้ไหม?"

"แน่นอน พวกเราเป็นคนในกิลด์เดียวกัน ดังนั้นฉันจะสอนเธอทีหลังนะ"

"ขอบคุณค่ะ! อ่า แล้วคุณก็ไม่ต้องคุยกับหนูแบบเป็นทางการหรอกค่ะ! คุณชินสามารถเรียกหนูว่าสุมิเระได้เหมือนกัน"

"อะ โอเค"

ในตอนนี้ฉันพึ่งนึกขึ้นได้ ฉันไม่เคยได้คุยกับมินามิ ไม่สิสุมิเระอย่างจริงจังเลย เมื่อพวกเราได้พบกันในเยียงดงพู(เหตุการดันเจี้ยนอันแรกบนโลกที่พวกพระเอกไปเคลียร์) เธอก็รู้สึกประทับใจในพลังของฉันและได้เรียกฉันว่า 'คุณ' ด้วยความเคารพ

ฉันเคยได้เห็นดวงตาที่เป็นประกาบแบบเธอบ่อยๆจากผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ที่เคารพพ่อมักจะมีสายตาแบบนี้ เมื่อได้พิจารณาถึงพลังและทัศนคติของเธอต่อศิลปะการต่อสู้เธอก็อาจจะเป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ก็ได้

"หนูได้ยินมาว่าคุณชินได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้มาจากคุณลุงยงอู แต่ว่าคุณชินแข็งแกร่งกว่าคุณลุงแล้วใช่ไหมค่ะ?"

"ไม่หรอก ฉันยังคงตามหลังพ่อในแง่ของความลึกซึ้งของศิลปะการต่อสู้ แต่ว่าโดยรวมแล้ว...ฉันน่าจะแข็งแกร่งกว่า"

"หนูรู้ค่ะ...!"

น่าหนักใจนะ ดวงตาของสุมิเระที่ส่องประกายและรูเดียที่กอดแขนของฉันแบบต้องการที่จะทำลายความน่าหนักใจนี้

เดี๋ยวก่อนนะ เดี๋ยว

"วอร์คเกอร์ นายรู้สึกไหม?"

"ฉันก็รู้สึก มันเหมือนว่าจะเป็นบาเรียอะไรบางอย่าง"

ฉันได้ขยายสัมผัสของฉันออกไป แต่ว่าสัมผัสของฉันก็ได้ถูกตัดออกไปเหมือนกับชนเข้ากับอะไรบางอย่าง ฉันได้กระจายมานาของฉันออกไปทุกทิศทางและตรวจสอบว่าความรู้สึกของฉันถูกตัดขาดตอนไหนและไปไกลได้แค่ไหน หมอกในพื้นที่ๆสัมผัสของฉันไปถึงก็ยังหายไป พื้นได้เผยให้เห็นชั้นหินในขณะที่กำแพงยักษ์ตั้งตระหง่านไกลออกไป นอกเหลือจากมันฉันก็ยังเห็นปราสาทยุคกลางที่คล้ายๆกับคฤหาสน์ของฉันเอง หลังจากไปถึงต้องนั้นสัมผัสของฉันก็ได้ถูกตัดออกไปอย่างสมบูรณ์

"น่างทึ่ง...! คุณนี่น่าทึ่งจริงๆเลย คุณชิน"

"หุหุ"

สุมิเระได้ชื่นชมฉันและรู้เดียก็ได้มีความสุขขึ้นมาโดยที่ฉันไม่รู้ว่าทำไม

"พวกเธอคิดว่านั่นมันคืออะไร? ดันเจี้ยนใหม่หรอ?"

"มันมีเหตุการดันเจี้ยนในพื้นที่พักอาศัยเช่นกัน"

"ฉันไม่รู้ ฉันรู้สึกเหมือนว่านั่น..."

สุมิเระและรูเดียคิดว่าปราสาทแห่งนี้เป็นเหตุการดันเจี้ยน ยังไงก็ตามหลังจากที่ได้สังเกตุกำแพงปราสาทอย่างใกล้ชิด วอร์คเกอร์ก็ได้พูดขึ้น

"โอ้คังชิน นั่นมันไม่ใช่ว่าเป็นคฤหาสน์แบบนายหรอ?"

ราวกับจะพิสูจน์ว่าความคิดของเขาถูกต้องได้มีเสียงดังขึ้นในหูของฉัน มันเป็นเสียงของชายหนุ่มที่สง่างาม ฉันตระหนักได้หลังจากที่ได้ยินเสียงนี้ว่ามันมาจากช่องทางการสื่อสารของบียอน

[กลับไป นักสำรวจที่สาม ฉันไม่ได้มีเจตนาที่จะติดต่ออะไรกับนาย]

[นายคือ... ขอโทษนะ ฉันเพิ่งจะมาที่นี่ ดังนั้นฉันก็เลยออกมาสำรวจพื้นที่พักอาศัยกับเพื่อนของฉัน]

บางทีเขาอาจจะสนใจในสิ่งที่ฉันพูด เขาได้เงียบลงไปพักหนึ่ง เพียงเมื่อฉันได้คิดว่าเขาจะไม่ต้องการพูดอะไรยาวอีกแล้วเสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

[....กิลด์มาสเตอร์ ฉันเข้าใจแล้ว เมื่อครั้งหนึ่งฉันก็เคยมีความสนใจในเกมเด็กเล่นแบบนี้เหมือนกัน ยังไงก็ตามกลับไปซะ สิ่งที่นายต้องการไม่ได้อยู่ที่นี่ ไปทางทิศตะวันตกซะนายจะได้พบกับสมบัติบางอย่างที่นั่น]

[ขอบคุณที่บอกฉันนะ ถ้างั้นพวกเราจะไปแล้ว]

[เดี๋ยวก่อน นายจะต้องได้รับการยอมรับจากกิลด์มาสเตอร์ผู้บริหารระดับสูง....เขาคือใคร?]

[เป็นเจ้าของๆสวนแฟรี่ โรเล็ตต้า]

[...อย่างนั้นหรอ...]

ความเงียบได้ดำเนินต่อไป ฉันได้รู้สึกถึงบางอย่างจากความเงียบของเขา เป็นไปได้ไหมที่เขาจะเป็น...?

[เธอเป็น...ไม่สิ]

ด้วยแบบนั้นฉันจึงได้มั่นใจ

[ไม่ มันไม่มีอะไร นักสำรวจที่สองยังคงฟังอยู่ มันไม่เป็นไรกลับไปเถอะ]

ฉันได้หันกลับไปโดยที่ยังรู้สึกแปลกๆ เขาเป็นคนที่เข้ามาในบียอนก่อนหน้าฉัน แม้ว่าเสียงของเขาจะยังดเด็ก แต่ว่าเขาก็คงจะมีชีวิตอยู่มายาวนานซะยิ่งกว่าฉัน บางทีเขาอาจจะเกี่ยวข้องกับโรเล็ตต้า...

"ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงรู้สึกแปลกๆ..."

"มีอะไรหรอ? นายฉันมานาของนายมากเกินไปหรอ? นายโอเคนะ?"

"คุณชิน?"

"มะ ไม่ ฉันสบายดี ไปกันเถอะที่นั่นเป็นบ้านพักของนักสำรวจคนอื่น เขาได้บอกว่ามีบางอย่างอยู่ในทิศตะวันตก ดังนั้นพวกเราจะไปที่นั่น"

"โอเค!"

สุมิเระ รูเดีย และวอร์คเกอร์ได้เดินตามฉันมา ฉันก็ยังคงรู้สึกแปลกๆ โรเล็ตต้าจะต้องรู้ใช่ไหม? ถ้างั้นทำไมเธอถึงไม่บอกฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้? ไม่สิ มันอาจจะเป็นฉันที่รู้สึกไปเอง มันไม่มีข้อสงสัยใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ความรักครั้งแรกของโรเล็ตต้าจะอยู่ที่นี่หรือไม่ก็ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับฉัน

หลังจาก 5 นาทีได้ผ่านไป พวกเราก็ได้รับรายงานจากทีมที่ไปอีกทางว่าพบบางอย่าง

จบบทที่ บทที่ 141 - นักสำรวจคนที่สาม (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว