เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 124 - ในโลกที่มีพระอาทิตย์ตก (2)

บทที่ 124 - ในโลกที่มีพระอาทิตย์ตก (2)

บทที่ 124 - ในโลกที่มีพระอาทิตย์ตก (2)


บทที่ 124 - ในโลกที่มีพระอาทิตย์ตก (2)

การล่าเวนติโก้ด้วยตัวคนเดียวมันเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ แต่ว่าฉันจะได้รับคริสตัลเยือกแข็งถ้าหากเพิ่มคนเข้ามาในปาตี้ ดังนั้นฉันก็เลยตัดวสินใจที่จะล่าเวนติโก้ในรูปแบบปาตี้ เมื่อนักสำรวจที่ติดอยู่ในชั้นที่ 50 เห็นชั้นพวกเขาก็ตระหนักถึงฐานะเจ้าชายในทันที

"เจ้าชายรัชทายาทได้อยู่ในชั้นที่ 50 แล้ว"

"ไม่น่าเชื่อเลย เขาอยู่ชั้นที่ 50 แล้ว"

"แม้แต่เจ้าชายก็ควรจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการทะลวงชั้นที่ 50 แน่ๆ เขาน่าจะติดอยู่ที่นี่เหมือนกัน"

"ถ้าพวกนายพูดเรื่องไร้สาระหมดแล้วก็ตามมา"

ในการต่อสู้กับเวนดิโก้ ทุกๆคนทำเพียงแต่หน้าที่ของตัวเองอย่างเดียว มันสามรถจะพูดได้ว่าอยู่ให้ไกลจากเวนดิโก้เท่าที่เป็นไปได้ ฉันไม่รู้เพรา.ะว่าพลังของริยูป้องกัน แต่พลักเชื่อแข็งของเวนดิโก้ที่ปล่อยออกมามันไม่ใช่เรื่องตลกเลยสำหรับคนอื่นๆ แม้แต่นักเวทย์ที่ร่ายเวทย์ป้องกันด้วยพลังทั้งหมด หรือนักรบมือฉมังก็ยังคงมีปัญหากับมัน

[ก๊าซซซซซซ]

[ชินนั่นเป็นการโจมตีด้วยความเย็น]

"โอเค"

แน่นอนว่าบอสเวนดิโก้ชั้นทรา 50 ยังมีทักษะโจมตีพิเศษอยู่ ด้วยมือที่ย้อมด้วยสีขาวมันไว้วาดเส้นทางขึ้น ถ้าหากมีใครโดนมันเข้าก็จะถูกแช่แข็งในทันทีโดยที่ไม่สนถึงพลังป้องกันเลย ในครั้งแรกที่ฉันไม่มีประสบการณ์กับมันฉันได้ถูกมันแช่แข็งเขา แต่โชคดีที่ฉันยังมีริยูที่คอยปกป้องกันในตอนที่ถูกแช่แข็ง

นอกจากนี้ด้วยพลังต้านทานของฉันที่สูงทำให้ฉันถูกแช่แข็งเพียงแค่ 5 วินาที ดูเหมือนว่าเวนดิโก้จะไม่สามารถใช้มันอย่างต่อเนื่องได้ ด้วยใบหน้าที่งุนงงมันพยายามที่จะเตะฉันซึ่งทำให้ฉันต้องโจมตีมันเข้าไป ในความจริงแล้วนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันไม่ได้มองไปข้างหน้าเพื่อทักษะของบอสประจำชั้น

ยังไงก็ตามช่องว่างในนาฬิกาของฉันเหลืออยู่แค่ 3 ช่อง ตั้งแต่นั้นฉันก็รู้สึกว่ารองของฉันจะเปลื่ยนแปลงไปเมื่อทักษะเต็ม ฉันได้ว่างแผนที่จะเอาทักษะทุกสิ่งที่ฉันสามารถจะได้รับได้ ถ้าฉันไปที่ชั้นที่ 60 มันก็อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าที่ฉันคาดไว้ ดังนั้นฉันก็เลยมีความคิดที่จะใส่ทักษะเสียงคำรามสีชาดของเกราะเกล็ดมังกรสีชาดลงไปในนาฬิกาพกพาเช่นกัน

"ฮ่าห์"

เมื่อเวนดิโก้พยายามจะฟาดฉันด้วยแขนที่ยาวของมัน ฉันก็ได้สร้างแผ่นน้ำแข็งขึ้นมาด้วยพลังของริยูและกระโดดขึ้นไป ในขณะที่เวนดิโก้เงยหน้าขึ้นมามองอย่างงงๆ ฉันก็ได้ยิ้มและตะโกนออกมาว่า 'หอกสายฟ้า'

[เลือกรางวัลของคุณ]

[1.เสื้อขนเวนดิโก้

2.โพชั่นเพิ่มพลังชีวิตระดับสูง

3.คริสตัลเยือกแข็ง

4.ลูกดอกเยือกแข็ง]

เอ๊ะ? ไม่ใช่ว่าพวกเรามากัน 6 คนหรอ? เมื่อฉันได้หันไปมองรอบๆในขณะที่กินคริสตัลเยือกแข็ง ฉันก็เห็นนักสำรวจกำลังกอดกันและเขย่า

"จะ จะ เจ้าชาย ทำสำเร็จสมบูรณ์โดยที่ไม่เป็นอะไรได้ยังไง?"

"ขะ ขะ ขะ เขาพูดว่าเขามีภูติธาตุ"

"มัน มันหนาวจัง ฉัน ฉันกำลังจะตาย"

"...อีกสองคนล่ะ?"

"นะ หนาว ตะ ตายไปแล้ว."

"...."

ปาตี้ล่าเวนดิโก้ของฉันมักจะจบลงแบบนี้สเมอ ความจริงแล้วฉันต้องการที่จะกวดขันพวกเขาและจบมันไปด้วยกัน

รูเดียก็ได้มีอาการที่ดีขึ้นเมื่อฉันอยู่ข้างๆเธอ แต่ว่าเมื่อฉันพยายามจะแยกตัวจากเธอ เธอก็แสดงท่าทางจิตใจที่ไม่มั่นคงในทันที ฉันหวังว่าเธอจะกลับไปเป็นตัวตนของเธอเองให้ได้สักวันหนึ่ง

ไม่ว่าจะตอนกินข้าว อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดื่มชา หรืออะไรก็ตาม เมื่อฉันได้พยายามออกไปจากสายตาของเธอ เธอก็จะกรีดร้องท้วงออกมา แน่นอนฉันคิดว่านี่คงเป็นการลงโทษสำหรับฉันที่ฆ่าน้องสาวของเธอ และฉันก็ยอมรับมัน แถมฉันก็ยังดีใจมากที่สามารถจะช่วยเธอได้

แต่ว่าฉันไม่สามารถจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ได้ สำหรับตอนนี้มันไม่เป็นไรเพราะฉันมีเวลาว่างเยอะเพราะกำลังล่าเวนดิโก้เพียงแค่ 3 ครั้งต่อวัน แต่ว่าเมื่อฉันเสร็จสิ้นการเคลียร์ทั้งหมด ฉันก็ได้วางแผนที่จะไปอเมริกาและฉันไม่สามารถจะพาเธอไปด้วยได้

"นะ นายจะทิ้งฉันหรอ?"

"ไม่ ฉันจะกลับมา"

"หลอกลวง"

"เธอไม่ได้เป็นคนเดียวที่อยู่ที่นี่นะ ครอบครัวของฉันและยุยก็อยู่ด้วยเหมือนกัน"

"โกหก โกหก เมื่อฉันตื่นขึ้นมาในวันหนึ่งทุกสิ่งทุกอย่างจะหายไป ฉันจะเหลือเพียงคนเดียวในโลกใบนี้"

"รูเดีย"

"อ่า ใช่แล้ว นายจะทิ้งฉันไปและกลับไปสู้กับใครบางคนอีกครั้ง ดะ เดม่อนลอร์ดได้ไล่ตามเรามา"

"ไม่ ไม่ใช่เลย"

"พะ พาฉันไปกับนาย ได้โปรดพาฉันได้ด้วย ฉันไม่อยากจะถูกทิ้งเหมือนกับคนโง่อีกแล้ว"

เธอดูเหมือนว่าจะไม่ยอมฟังไม่ว่าฉันจะพูดอะไรก็ตาม ฉันได้ปิดปากและจับมือของรูเดียและรูเดียก็ได้ใช้โอกาสนี้เข้ามากอดฉันเอาไว้ไม่ยอมไปไหน เมื่อฉันเงยหน้าขึ้นโดยที่ไม่รู้จะทำอะไรแม่ก็ได้เปิดประตูเข้ามาอย่างเหมาะเจาะพร้อมกับจานที่เต็มไปด้วยผลไม้ จากนั้นแม่ยิ้มออกมาและปิดประตูลงไป เวรเอ้ย สถานการณ์แบบนี้มันน่าเข้าใจผิดมาก

"อย่าไป ถ้านายจะไปไหนนายก็ต้องพาแนไปด้วย"

"มันจะอันตรายถ้าเธอไป"

"ชินพาฉันไปกับนาย ปล่อยให้ฉันไปเถอะ"

เธอไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยจริงๆ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ยอมปล่อยฉันจนกว่าฉันจะตกลง ในที่สุดฉันก็ถอนหายใจและตอบกลับไป

"ถ้างั้นก็มีสองเงื่อนไข"

"อือ"

"อยากแรกเธอจะต้องซ่อนตัวตนของเธอ นี้มันเป็นเรื่องง่ายเพราะเธอสามารถจะซื้อไอเทมที่มีชื่อว่าเลนส์แห่งความลับได้จากร้านขายของ"

"อือ"

"อย่างที่สองเธอจะต้องแข็งแกร่งขึ้น ฉันไม่สามารถจะพาเธอไปได้ถ้าเธอยังไม่ผ่านชั้นที่ 40 เป็นอย่างน้อย"

"....ชั้นที่ 40?"

ดวงตาของรูเดียได้สั่นเล็กน้อย

"ฉันอยู่ที่ทางเข้าชั้นที่ 36"

"ยังคงมีเวลาเหลืออยู่ 3 สัปดาห์จนกว่าฉันจะหมดธุระในชั้นที่ 50 ฉันแน่ใจว่าเธอทำมันได้"

"ถะ ถ้าแบบน้นฉันจะต้องอยู่ห่างจากนาย"

"ใช่แล้ว เพราะฉันไม่สามารถจะกลับไปที่ชั้น 36 ได้"

"ฉันทำไม่ได้ ไม่สิ ฉันไม่ต้องการทำมัน"

"ถ้างั้นฉันจะทิ้งเธอไว้เบื้องหลัง"

"อา อ้าาา"

รูเดียมองฉันเหมือนกับว่าโลกกำลังพังลงไป ช่วงเวลาถัดมาทันใดนั้นเธอก็ดูสดใสขึ้นในขณะพูดออกมา

"ในตอนนี้ฉันไม่ได้มีปาตี้เลย ชูนะยังตงไม่สามารถออกมาจากบริเวณพื้นที่พักอาศัยได้"

จริงๆแล้วฉันได้ลืมเกี่ยวกับชูนะไปแล้ว รูเดียรู้เกี่ยวกับชินะ แต่ว่าเธอไม่ได้กลับเข้าไปในดันเจี้ยนแม้แต่ครั้งเดียวและตอนนี้เธอก็ได้ใช้ชูนะเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น ฉันคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าเราแย่กันมาก แต่ว่าก็ไม่ได้พูดออกไปเพราะมันจะเป็นไปได้ว่าจะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก

"แต่ว่าปาตี้ของเอลลอสกำลังรอเธออยู่"

"คะ คือคาซิน่า...?"

รูเดียได้โต้แย้งออกมาเหมือนกับว่าเธอไม่ได้คิดมาก่อน 'ดังนั้นเธอก็ไม่ได้สนิทกับเอลลอส...' ฉันได้คิดกับตัวเองและหยักหน้า เอลลอสได้ส่งข้อความมาหาฉันเมื่อเร็วๆนี้

"ใช้แล้ว เขากำลังรอเธอกลับไปบนชั้นที่ 36"

"มะ ไม่ ฉันทำไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ฉันหมดความมั่นใจไปแล้ว"

"แต่ถ้าเธอไม่สามารถจะผ่านชั้นที่ 40 ไปได้ ฉันก็จะไม่พาเธอไปกับฉัน ในเรื่องนี้ฉันไม่ได้โกหกแน่ๆ"

"มะ ไม่....ชะ ใช่แล้ว ฉันไม่สามารถจะกลับไปหาพวกเขาคนเดียวได้"

"ชูนะก็จะอยู่ที่นั่นเหมือนกัน"

"ชูนะไม่สามารถจะไต่ดันเจี้ยนได้อีกแล้ว"

ชูนะไม่มีบ้านหรือกิลด์ มันไม่น่าเป็นไปได้ที่กิลด์อื่นๆจะพาเธอเข้านั้นก็คือสิ่งที่รูเดียอยากจะบอก

ตั้งแต่ตอนนี้ฉันก็ได้ตัดสินใจที่จะบอกความจริงกับรูเดีย

"รูเดียรู้อะไรไหม..."

เมื่อมองไปรอบๆ คฤหาสน์พิเศาของฉันรูเดียได้ทำท่าทางว่างเปล่า เธอเห็นห้องร้อยกว่าห้อง สระว่ายน้ำและห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ ห้องฝึกซ้อม และห้องประชุมที่ใหญ่โต รวมทั้งห้องดินเนอร์ ห้องเก็บของ และท้ายที่สุดหมูป่าเหล็กยักษ์ เมื่อพูดถึงหมูป่าเหล็กยักษ์แล้วตอนนี้ขนาดตัวของมันลดเหลือเพียง 20 เมตรจาก 60 เมตร รูเดียได้ตะโกนออกมา

"ฉันจะอยู่ที่นี่กับนาย!"

"ฉันกำลังจะไปหากิลด์นะ"

"...."

รูเดียได้ทำท่าเหมือนกับเพิ่งจะสะดุดล้มและพูดออกมา

"เราไม่สามารถทำให้มันเป็นบ้านของเราได้หรอ?"

"ไม่ พวกเราทำแบบนั้นไม่ได้ แล้วชูนะล่ะ? ชูนะไม่ใช่เพื่อนที่ดีที่สุดของเธอหรอ?"

"ฉันจะมอบบ้านให้กับชินะ มันง่ายที่จะเปลื่ยนเจ้าของ ด้วยวิธีนี้ชูนะก็สามารถจะกลับมาเป็นนักสำรวจได้อีกครั้ง"

"แล้วเธอล่ะ?"

"อะ อืม ฉัน...แน่นอน..."

หน้าของรูเดียได้เปลื่ยนไปเป็นสึแดงในขณะที่มองลงต่ำและดึงแขนของฉัน ฉันได้ดึงแขนฉันกลับมาเบาๆและพูดขึ้น

"ดูสิ พูดไม่ออกใช่ไหมล่ะ? ฉันกำลังจะไปสร้างกิลด์"

"...ฉันเกลียดนาย ฉันเกลียดนายที่สุด"

"ใช่แล้ว เธอสามารถจะเกลียดฉันได้เท่าที่ต้องการเลย แต่ว่านะฉันจะไม่เกลียดเธอ"

"นายมันเป็นไอโง่ที่สุดเลย! ฉันอยากจะฆ่านายจริงๆ...!"

"ครับ ครับ"

การสร้างกิลด์นั้นง่ายกว่าที่ฉันคิด ฉนเพียงแค่ต้องไปหาผู้ดูแลพื้นที่พักอาศัยและส่งเอกสารที่จำเป็น แต่ว่าเมื่อฉันเห็นเมลาเดล เขาก็ได้เปิดปากออกมาหลังจากมองเห็นรูเดียเกี่ยวแขนกับฉัน

"นะ นาย คุณผู้หญิงคนนั้นใครนะ?"

"เพื่อนนะ"

"โอ้ท่านลอร์ดที่รัก นี้คือชะตากรรมของฮีโร่หรอ...? นายท่านที่น่าสงสารของฉัน...!"

"หยุดพูดไร้สาระและเปิดระบบสร้างกิลด์ได้แล้วน่า"

เมื่อเมลาเดลได้ยอมรับการสมัคร เขาก็ยังคงพูดสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจได้ เช่น 'นายชอบแบบเรือสวยสินะ?' หรือไม่ก็ 'ฉันขอแนะนำให้นายใส่เข็มขัดไว้ช่วงท้องนะ' จากนั้นข้อความก็ได้เด้งขึ้นา

[คุณได้สร้างกิลด์! คุณได้กลายเป็นกิลด์มาสเตอร์ของกิลระดับ F 'รีไวเวิร์ล']

[สมาชิกกิลด์: คังชิน (กิลมาสเตอร์ ทอง) เพลรูเดีย เกล็น อีเฮอร์ (สมาชิกกิลด์ เงิน) รวม: 2]

[คุณสามารถจะยกระดับของกิลด์ได้ด้วยการเพิ่มจำนวนสมาชิกในกิลด์หรือทำความสำเร็จโดยการเคลียร์เหตุการณ์ดันเจี้ยนหรือเหตุการการจู่โจม ด้วยกิลด์ระสูงๆขึ้นไปกิลด์ก็จะกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นในดันเจี้ยน ทำให้คุณได้รับรางวัลที่ดีขึ้นในเหตุการการจู่โจมและได้รับอิสระมากขึ้นในดันเจี้ยน]

มันไม่ได้มากนัก มันไม่ได้เพิ่มความแข็งแกร่งของฉัน ในฐานะที่ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรเลยทำให้ฉันไม่ได้รู้สึกผิดหวังใดๆ

"นายสามารถจะขอสัญลักษณ์ได้เมื่อกลายเป็นระดับ D ผู้คนจากกิลด์ที่มีชื่อเสียงตามปกติมักจะใส่เข็มกลัดหรือไม่ก็หมวกที่มีสัญลักษณ์ของกิลด์เพื่อแสดงสถานะของพวกเรา"

"เหมือนเครื่องแบบ?"

"มากกว่าไม่มีอะไรจะโชว์"

แม้ว่าในขณะที่ฉันคุยกับเมลาเดล รูเดียก็ยังคงยืนอยู่ เธออาจจะได้ยินข้อความเหมือนกัน จากนั้นเธอก็พึมพัมเบาๆ

"รีไวเวิร์ล..."

อืม...มันเป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษที่หมายความว่าการฟื้นคืนชีพ การฟื้นตัว หรือการฟื้นฟู ฉันอยากที่จะใช้คำในภาษาเกาหลีแทน แต่มันได้แจ้งว่ามีกิลด์ที่มีชื่อนี้แล้ว"

"อุหว่า มันหมายถึง 'ของเล่น' ในภาษาของทวีปเซียนอร์"

"ทำไมพวกนายถึงสร้างกิลด์ที่มีความหมายแบบนี้กัน!? สมาชิกกิลด์จะเป็นของเล่นของกิลด์มาสเตอร์งั้นหรอ? อี้"

ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกหนักที่แผ่นหลัง ฉันได้หันกลับไปและมองไปที่หน้ารูเดียที่มาวางบนหลังของฉัน ฉันไม่สามารถจะเห็นหน้าของเธอได้ ฉันได้พูดกับเธอไปแบบลนๆ

"ระ รูเดีย?"

"...."

"รูเดีย...รูเดีย?"

"...ฉันจะพยายาม"

รูเดียได้พูดออกมาเบาๆ

"เธอ..."

"ฉันจะพยายาม...ปีนดันเจี้ยน ฉันจะติดต่อชูนะ...แล้วก็คาชิน่าเช่นกัน ฉันจะพยายาม"

ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีความตั้งใจขึ้นมาอย่างฉับพลัน บางทีอาจจะเป็นเพราะเธอรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในกิลด์เดียวกับฉัน บางทีเธอก็อาจจะได้รับความมุ่งมั่นขึ้นมาในบางเวลา บางที...

ฉันได้คิดถึงความเป็นไปได้มากมาย แต่่ฉันก็ไม่ได้ถามเธอออกไป เพราะว่าในตอนนี้มันดีมากแล้ว

"ใช่แล้ว ขอบใจนะสำหรับการก้าวไปข้างหน้ารูเดีย"

"อือ....อือ"

****

ฉันมีความฝัน

ท้องฟ้าที่ดผาไหม้และควันสีดำฟุ้ง

ตอนเช้าไม่ตื่นและตอนกลางคืนไม่หลับ

แฟรี่ที่หลงเหลืออยู่ในจิตนการได้ถูกไล่ล่าให้ออกมาสู่ความเป็นจริง ถือปีกของพวกเขาที่ขาดและสาปแช่งมนุษย์

"XXX ฉันคิดมาเสมอว่าทำไมฉันจะต้องทนทุกข์อยู่ตลอดเวลาเมื่อฉันข้องเกี่ยวกับนาย"

"X นั่นมันไม่ถูกต้อง คนพวกนั่นสามารถจะพูดได้ว่าพวกเขาต้องผ่านความยากลำบากหลังจากได้เกี่ยวข้องกับ X ที่เป็นผู้รอดชีวิต มันมักจะยากที่จะรอดชีวิตมาได้หลังจากที่เกี่ยวข้องกับ X"

ภายใต้พระอาทิตย์ตกดินที่ย้อมด้วยเลือด ชายหนุ่มหล่อเหล่าและยักษ์กำลังคุยตลกกัน หนึ่งคนได้ถือเครมอร์ขนาดมหิมาและอีกคนได้ถือดาบยาวซึ่งทั้งคู่ต่างก็เหมาะสมกับการใช้อาวุธขนาดใหญ่ทั้งสองอย่าง

"พวกนายทั้งหมดนี่เสียงดังจริงๆ ออกไปฆ่ามอนสเตอร์ได้แล้ว จงระวังด้วยอย่าให้ลือดมันมาโดนฉันล่ะ นอกจากนี้ ถ้านายสาปแช่ง X อีก ฉันจะฆ่านาย"

"แม่มดเงียบและเตรียมไฟของเธอไปเถอะ เพราะว่าทัศนคติที่ผ่อนคลายของเธอ ฉันคิดว่าฉันจะได้เห็นชีวิตหลังความตายในสวันนี้"

"เฮ้พวก ฉันเพียงแค่คิดเรื่องตลกๆขึ้นมาเอง อย่าต่อสู้กันและก็ใจเย็นลงเถอะ! ราชาริซาร์ดคือราชาแห่งริซาร์แมนใช่ไหม? แต่ถ้ามีราชาริซาร์ดวิ่งเข้ามาหาพวกเรา 5 ตัว! เธอจะคิดว่าานี่คืออะไร? อาณาจักรเล็กๆได้เข้ามาร่วมแล้ว!"

"Xa พร้อมยัง?"

"XX เกราะของนายนี่เท่จริงๆเลย!"

"ฮ่าๆ นั่นมันเรื่องจริงเลย อย่างน้อยมันก็จะดึงดูดความสนใจอย่างเต็มที่ ฉันจะขอสรรเสริญในความกล้าหาญนั้นนะ"

ใครบางคนที่ใส่เกราะที่เรืองแสงห้าสีได้เดินมาข้างหน้าพวกเขาทุกคน แม้ว่ามันจะเป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขา แต่หัวใจของฉันก็ได้เต้นแปลกๆ ฉันได้มีปฏิกิริยาเหมือนแบบนี้ทุกๆครั้ง จากครั้งแรกที่ฉันเห็นเข้าแม้แต่ตอนนี้

"ไม่ว่ายังไงที่นี่ฉันมีร่างกายที่แข็งแกร่งที่สุด จริงๆแล้วอาจจะไม่มีกิลด์อืนที่มาสเตอร์จะถูกทำเหมือนกับถุงกระสอบทรายอีกแล้วก็ได้ เอาเถอะ....ริไวเวิร์ล พวกเรากำลังจะไปแล้ว"

"X!"

"อ่า ใช่แล้ว XXX... ฉันสามารถทิ้งไว้ให้นายได้ใช่ไหม?"

ยืนสูงขึ้นในโลกที่มีพระอาทิตย์ตกเพียงลำพัง เขาได้หันกลับมาและยิ้มให้ฉัน ฉันได้หยุดตัวเองจากธระและงานส่วนตัวที่ผสมผสานกันอยู่และตะโกนออกไปอย่างมั่นใจว่า "แน่นอน!" พร้อมกับคำอธิฐานในใจเพื่อหวังว่ามันจะช่วยคนที่ฉันรัก

"โอ้ พลัง โอ้ ขอให้พรตกมาสู่โลก! พวกเราจะต่อสู้เพื่อปกป้อง ได้โปรดให้เราได้ยืมพลังของคุณ! โอ้ มิทารัสได้โปรดอวยพรและระเบิดพลังนี้!"

จบบทที่ บทที่ 124 - ในโลกที่มีพระอาทิตย์ตก (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว