เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 116 - ความโลภเขมือบทุกสิ่ง (3)

บทที่ 116 - ความโลภเขมือบทุกสิ่ง (3)

บทที่ 116 - ความโลภเขมือบทุกสิ่ง (3)


บทที่ 116 - ความโลภเขมือบทุกสิ่ง (3)

มีทหารอยู่ทั้งหมด 50 คน 40 คนเป็นอัศวิน 10 คนเป็นจอมเวทย์ พวกเขาทั้งหมดเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนและมีเลเวลอย่างน้อยที่ 70 ในหมู่ของพวกเขามีนักสำรวจดันเจี้ยนที่หนึ่งถึง 20 คน ความจริงแล้วฉันรู้สึกประหลาดใจที่หลายคนยังมีชีวิตอยู่หลังจากได้รับการต่อสู้กับกองทัพปีศาจอย่างรุนแรง ถ้าหากทั้ง 50 คนนี้ไปต่อสู้กับมนุษย์โลกก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะชนะแบบขาดลอย ชาวโลกอ่อนแอหรือว่าคนของทวีปลูก้าแข็งแกร่งกันนะ...? ถ้าพวกเขายังแพ้แม้ว่าจะมีกองทัพที่แข็งแกร่งแบบนี้และกองทัพปีศาจจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันนะ?

นอกจากทหารทั้ง 50 คนแล้วก็ยังมีทหารรับจ้างต่างมิติอีก 14 คน ทุกๆคนนอกจากฉันก็ดูเหมือนจะมีเลเวลอย่างต่ำ 60 และในฐานะที่เป็นนักสำรวจดันเจี้ยนที่หนึ่งที่มีคุณสมบัติกลายมาเป็นทหารรับจ้างต่างมิติ พวกเขาทุกคนต่างก็แข็งแกร่ง

แล้วก็รูเดียและเบลโลดทำให้จำนวนคนที่เดินทางไปด้วยกันคือ 66 คน เบลโลดเป็นผู้รับผิดชอบในการนำทางแล้วก็ยังรับผิดชอบในการปกป้องรูเดีย ในฐานะที่เธอเป็นเจ้าหญิงเธอก็มีคุณค่าที่มหาศาลแม้ว่าจะมีเลเวลที่ต่ำ

"ยังไงก็เถอะไม่มีทหารรับจ้างต่างมิติในดันเจี้ยนที่สองเลยหรอ?"

"มีอยู่แล้ว ฉัไม่นคยได้ยินมาแค่ในดันเจี้ยนที่สามและดันเจี้ยยนที่สี่ แต่ฉันเคยได้ยินว่ามีทหารรับจ้างต่างมิติที่มาจากดันเตี้ยนที่สอง มันก็แค่ดูเหมือนจะไม่มีใครรับภารกิจนี้เท่านั้น"

รูเดียได้ตอบคำถามของฉันและจากนั้นเบลโลดก็เพิ่มคำอธิบาย

"นักสำรวจดันเจี้ยนที่สองโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่แข็งแกร่งพอที่จะกลายเป็นทหารรับจ้างต่างติมิพวกเขาจะมีความระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก มีข่าวลือว่าพวกเขาไม่เคยยอมรับภารกิจจากโลกที่สูญเสียฮีโร่ไปเลย"

"เข้าใจแล้ว..."

แม้ว่าฉันจะคิดว่าพวกเขาขี้ขลาด แต่ฉันก็ไม่ได้พูดออกไป

"พวกเราจะไปต่อด้วยม้าที่ได้ฝึกมาพิเศษ ม้าพวกนี้เชื่อฟังเป็นอย่างดีดังนั้นมัน่ใจได้เลยว่าพวกเราจะขี่พวกมันได้สบาย"

อัศวินสามสิบคนได้ขี่ม้าเพียงลำพังในขณะที่อัศวินอีกสิบคนจะขี่ม้าแล้วมีจอมเวทย์ซ้อนอยู่ ทหารรับจ้าต่างมิติที่มองดูพวกเขาดูเหมือนก็จะขึ้นไปบนม้าเหมือนกัน แต่มีสองคนีท่ไม่ได้ทำ

"คลาสย่อยของฉันคือผู้อัญเชิญ ดังนั้นฉันไม่ต้องการมัน ออกมาไวเวิร์น"

คุณลุงที่ดูน่าจะวัย 40 กว่าๆได้ยื่นมือออกไปและอัญเชิญมังกรที่มีขนาดตัวเท่าม้าออกมา แม้ว่าฉันจะไม่ต้องการยอมรับมัน แต่ว่ามันเท่จริงๆ ให้ตายสิเขาได้รับคลาสย่อยนี้มาได้ยังไงกันนะ? ฉันอิจฉาจริงๆ ฉันอยากจะเป็นมั้ง!

ในขณะที่ฉันกำลังมองเขาอย่างงุนงง ทหารรับจ้างต่างมิติอีกคนหนึ่งก็ได้ล้วงเข้าไปในช่องเก็บของและหยิบบางอย่างออกมา มันเป็นกระดานโลหะที่กว้างและใหญ่พอที่จะให้คนไปอยู่บนมัน นั่นมัน hoverboard งั้นหรอ? ใช่มันคือ hoverboard นี่นา!

"ฉันจะขี่เจ้าสิ่งนี้ดังนั้นไม่ต้องสนใจ"

"อืม แล้วความเร็วมันเมื่อเที่ยบกับม้าศึก?"

"แน่นอนว่ามันเร็วกว่า! ฉันจะต้องเป็นคนที่ลดความเร็วของมันด้วยตัวเอง ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องความเร็ว!"

นั่นมันเป็นเสียงของผู้หญิง! เธอเป็นผู้หญิงผมสีม่วงที่ดูเหมือนจะอายุ 20 แม้ว่าจะมีผมบังครึ่งหนึ่งของใบหน้าเธอ แต่ฉันก็สามารถจะบอกได้เลยว่าเธอสวยจากใบหน้าอีกครึ่งหนึ่้งของเธอ จากนั้นดวงตาสีเขียวของเธอก็ได้สบเข้ากับตาของฉัน เธอได้จ้องมองมาที่ฉันอย่างน่ากลัวจากนั้นฉันก็จำได้ทันทีว่าเธอเป็นผู้หญิงที่จ้องฉันก่อนหน้านี้!

ฉันก็ยังมองเธอต่อไปโดยที่ไม่รู้ว่าเธอจ้องฉันทำไม จากนั้นหนึ่งในอัศวินก็เข้ามาหาฉันพร้อมบังเหียนของม้าขาวในมือ ด้วยเหตุผลบางอย่างฉันรู้สึกกว่าม้าสีขาวตัวนี้ไม่เหมือนกับตัวอื่นๆที่คนอื่นได้รับ มันดูคล้ายกับม้าสีขาวที่รูเดียขี่อยู่อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้อัศวินคนนี้ยังมีท่าทางเคารพอย่างไม่น่าเชื่อ

"ท่านคังชินนี่เป็นม้าที่กระผมได้รับหน้าที่มามอบหมายให้คุณ"

"อ่า ฉันก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน ขอโทษนะที่พูดช้าไป"

มันชัดเจนเลยว่าเป็นการเตรียมการไว้สำหรับฉัน ดังนั้นฉันก็เลยรู้สึกเสียใจเล็กน้อย แต่ว่าฉันได้มีสัตว์ขี่ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว เบื้องหน้าฉันอัศวินที่มองอย่างุนงง ฉันได้ทำให้ริยูเป็นรูปธรรม เมื่อมีหมาป่าสีเงินปรากฏขึ้นมา หลายคนได้ผงะไป แต่ว่าฉันก็ไม่สนใจและลูบไปที่หลังคอของเธอ ด้วยลมหายใจที่ผสมกับน้ำแข็ง เธอได้ถามออกมา

[ฉันต้องฆ่าพวกเขาทั้งหมดหรอ?]

"ไม่ริยู พวกเราจะต้องไปด้วยกันสักระยะหนึ่ง"

[โอเค!]

"ภูติธาตุ"

"ภูติธาตุที่เป็นรูปธรรม มันสักพักหนึ่งแล้ว"

"นี้มันเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้เห็นผู้ใช้ธาตุ พวกเขาได้กำลังสืบทอดต่อไป?"

"เขาอาจจะเกิดมาเป็นหนึ่งเดียว ภูติธาตุนี้ดูอ่อนแอมากเกินไป"

"ใช่แล้ว อ่อนแอ"

"ก็ยังคงเป็นมือใหม่ ฉันเข้าใจแล้ว"

แน่นอน ริยูอาจจะดูเหมือนอ่อนแอในสายตาพวกเขา แต่ว่านั่นเป็นเพราะฉันไม่สามารถดึงความสามารถทั้งหมดของเธอได้ เมื่อทักษะของฉันเติบโตขึ้นไปริยูและไพก้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน

"พวกเราจะออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้! บางทีโชคแห่งเทพมิทารัสจะเข้าข้างเรา"

เมื่อทุกๆคนได้ขึ้นไปขี่สัตว์ขี่ของตนแล้ว อัศวินก็ได้พุ่งตัวออกไป อัศวินคนอื่นๆก็ขี่ม้าตามเขาไป และทหารรับจ้างต่างมิติก็ตามไปตามลำดับ

คนที่ขี่ไวเวิร์นก็บินขึ้นไปสูงเล็กน้อยจากทุกคนและผู้หญิงที่ขี่โฮเวอร์บอร์ดก็ได้ลอยอยู่สูงขึ้นไปในระดับความสูงเดียวกับฉันและนอนลงไปบนโฮเวอร์บอร์ดแบบสบายๆ สำหนับฉันฉันได้บอกให้ริยูวิ่งให้มีความเร็วเท่ากับม้าศึก

"คุณเบลโลดก่อนที่เราจะไปถึงกองทัพปีศาจที่กำลังถอยทัพ พวกเราจะไม่เข้าไปเจอกับมอนสเตอร์ตัวอื่นหรือปีศาจตัวอื่นหรอ?"

"ใช่แล้ว พวกเรากำลังใช้เส้นทางที่เร็วที่สุดพร้อมด้วยมีศัตรูน้อยที่สุดด้วย และพูดเราก็จะปรับเส้นทางที่มีการสอดแนมด้วยจอมเวทย์แล้ว"

ครู่หนึ่งฉันก็ได้คิดถึงระบบ GPS ของโลก

"ฟุ เกิดอะไรขึ้นกับใบหน้าตกใจนั้นนะ? นี่มันเป็นมาตราฐานนะ"

"ในโลกของเธอก็อาจจะนะ แม้อย่างนั้นมีอะไรที่คล้ายคลึงกันใน... ชั่งเถอะ"

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่าเธอขี่ม้าบ่อยๆ แต่รูเดียก็มีทักษะการขี่ม้าของเธอที่สูงและเคียงคู่ไปด้วยกันกับเบลโลด เธอได้หัวเราะอย่างร่างเริงกับท่าทางตลกขของฉัน ในขณะที่เราอยู่ในพระราชวังเธอได้มองลงไปต่ำเสมอ แต่ว่าตอนนี้เธอดูมีความสุขมากขึ้นเมื่อพวกเรากำลังเดินทาง ฉันได้ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

"เธอสวยขึ้นนะเมื่อเธอยิ้มออกมา ฉันไม่สามารถจะทนมองเธอในแบบตอนก่อนหน้านี้ได้เลย"

"ฮึ่ม! นายเพิ่งจะรู้้งั้นหรอว่าฉันสวย? เจ้าโง่!"

ในขณะที่พวกเราล้อกันไปมา เบลโลดก็ได้ยิ้มบางๆและพูดออกมา

"พวกท่านทั้งสองนี่เหมาะสมกันจริงๆ"

"เบลโลดฉันบอกนายแล้วไง! พวกเราเป็นแค่เพื่อนกัน!"

"หุหุ ผมเข้าใจแล้ว"

"ไม่! นายไม่เข้าใจเลย"

เบลโรดดูเหมือนจะมีฝีมือในการหยอกล้อรูเดียเหมือนกัน ในขณะที่เราสามคนคุยกันอยู่นั้นก็ได้มีคนมาหาฉัน เมื่อฉันหันไปก็มีโฮเวอร์บอร์ดลอยอยู่ถัดไปจากฉัน! ผู้หญิงผมสีม่วงที่นอนอยู่บนโฮเวอร์บอร์ดได้มองมาที่ฉันและพูดขึ้น

"นาย ฉันจะฆ่านาย"

"ทำไม!?"

"ฉันจองเธอแล้ว....ถ้านายขโมยเธอไป ฉันจะไม่ให้อภัยนายแน่!"

"...เธอไม่ได้ใกล้กับรูเดียเลย!"

วิ่งรูเดีย! มีคนที่ไม่คาดคิดเล็งเป้ามาที่เธอ!

พวกเราได้วิ่งไปทั้งวันและได้รับกาซุ่มโจมตีเมื่อเราหยุดพักหรือกินอาหาร

[ก๊าซซซซซ!]

"มันะเป็นมอนสเตอร์ในหน่อยของปีศาจ! อึก ฉันไม่สามารถจะตรวจจับมันได้!"

"จอมเวทย์สร้างระยะห่างและเตรียมเวทย์!"

"อัศวินป้องกันจอมเวทย์! หน่วยหนึ่งไปด้านหน้า! ขยายพื้นที่ออกและครอบคลุมพื้นที่!"

มอนสเตอร์ทั้งหมดที่เราเจอมันดูแปลกๆ พวกมันมีร่างกายสีดำและดูเหมือนจะเป็นการรวมของมอนสเตอร์หลายตัวเข้าด้วยกัน! ตัวที่อยู่ใกล้ฉันที่สุดสูงอย่างน้อย 3 เมตรมีเกล็ดและสี่แขนที่ความหนาแตกต่างกันไป แขนของมันดูเหมือนจะประกอบจากสิ่งมีชีวิตทั้งหมด 4 ตัว

นอกจากนี้มันก็ยังมีสองหัว หนึ่งหนึ่งเหมือนกับตัวเงินตัวทอง อีกหัวเหมือนกับของมนุษย์

"มันเป็นลักษณ์ของกองทัพปีศาจ พวกมันได้สร้างคิเมร่าขึ้นจากการผสมหลายๆสิ่งมีชีวิตเข้าด้วยกันโดยที่ไม่ได้รับการยินยอม แน่นอนว่าพวกมันชั่วร้ายและโหดเหี้ยม"

เบลโลดได้อธิบายให้ฉันฟังในขณะที่กัดฟันแน่น ก่อนที่จะไปจัดการมอนสเตอร์ฉันได้มองดูคนอื่นๆที่กำลังต่อสู้กับคิเมร่า อัศวินและจอมเวทย์ได้ผสานงานกันเพื่อคิเมร่ากลับไป และทหารรับจ้างต่างมิติแต่ละคนก็ไปเข้าสอดประสาน

ที่สะดุดตาที่สุดในหมู่พวกเขาคือโฮลเดอร์บอร์ดและไวเวิร์น พวกเขาทั้งคู่ต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่บินอยู่ ไวเวิร์นได้หายใจออกมาเป็นไฟที่แข็งแกร่ง และหญิงสาวที่อยู่บนโฮลเดอร์บอร์ดได้เหวี่ยงอาวุธแปลกๆที่เต็มไปด้วยอ่อร่าที่ดูเหมือนจะทำมาจากเหล็กที่เชื่อมเข้าด้วยกัน

แม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่ง แต่ฉันก็ไม่คิดว่าพวกเขาแข็งแรก่งกว่าฉันมากนัก ฉันคิดว่าพวกเขาทุกคนที่สามารถจะมาเป็นทหารรับจ้างต่างมิติได้ใช้อิลิกเซอร์เหมือนกับฉัน แต่ว่าฉันคิดผิดหรือป่าวนะ?

"อา ฉันเข้าใจแล้ว ถ้าพวกเราเป็นเหมือนฉันในตอนที่พวกเขาเคลียร์ชั้นที่ 50..."

ในขณะที่พวกเรากลายมาเป็นนักสำรวจระดับทองไม่ได้หมายความว่าพวกเขากลายมาเป็นทหารรับจ้างตต่างมิติ ยังไงก็ตามพวกเขาได้กลายมาเป็นทหารรับจ้างต่างมิติหลังจากผ่านเลเวล 60 หรือ 70 พวกเขาได้มีเส้นทางที่แตกต่างไปจากฉัน จนถึงตอนนี้ฉันรู้สึกขาดบางอย่างไปเมื่อเทียบกับพวกเขา แต่ฉันก็ตัดสินใจที่จะปล่อยความคิดนั้นผ่านไป

ฉันได้ถือหอกของฉันและเล็งไปที่คิเมร่าที่ปรากฏตัวในกลุ่ม ฉันไม่รู้ว่าพวกมันมาจากไหนแต่พวกมันออกมาจากทุกทิศทางของป่าที่เรากำลังเดินผ่าน ทุกๆคนกำลังยุ่งอยู่กับการต่อสู้กับพวกเขา แต่ทหารรับจ้างต่างมิติเห็นได้ชัดเลยว่าไม่ได้พยายามอย่างถึงที่สุด พวกเขาไม่ควรจะรีบๆจบและพวกเราจะได้พักผ่อนกันหรอกหรอ!?

"เอาล่ะริยู...ไปกันเถอะ! เส้นทางวายุ!"

[บรูววววว!]

ริยูได้หอนออกมาอย่างเต็มไปด้วยพลังงานน้ำแข็ง ในเวลาเดียวกันฉันก็ได้ใส่มานาเป็นจำนวนมากไปให้ไพก้า ด้วยพลังของซุส พันธะของฉันกับไพก้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพียงแค่ใช้งานสปิริตออร่าหอกกลืนกินสีชาดก็ได้เปลื่ยนสีไปเป็นสายฟ้าสีทอง

ทันทีหลังจากนั้นริยูก็ได้วิ่งออกไปข้างหน้า

"ฮ่าห์! เข้ามาเลย!"

[คุณได้ใช้ทักษะยั่วยุ! ศัตรูจากทุกด้านจะโจมตีคุณด้วยความเกลียดชัง!]

[ก๊าซซซซ!]

[ภูติธาตุสายฟ้า]

[ผู้ใช้ธาตุ!]

[เครื่องบูชายัญอันใหม่....]

คิเมร่าทุกขนาดและทุกรูปร่างได้มุ่งตรงมาหาฉัน แต่ละตัวต่างก็แข็งแกร่ง! บางตัวมีกรงเล็บที่เป็นพิษ บางตัวมีดวงตาแห่งเสน่ห์ และบางตัวสามารถพ่นน้ำลายเป็นกรด

[บรูววววว!]

ยังไงก็ตามพวกมันก็ไม่สามารถจะเทียบกับลมหายใจน้ำแข็งของริยูได้ พวกมันได้ถูกส่งลอยไปด้วยลำตัวของริยูและหอกสายฟ้าของฉันในทันทีหลังจากนั้น

ริยูได้ดูแลการป้องกันและไพก้าได้ดูแลการโจมตี! เส้นทางวายุ! ในเส้นทางนี้ผลของไพก้าและริยูได้กลายเป็นหนึ่งเดียว เป็นผลลัพธ์ที่แสดงออกมาอย่างยิ่งใหญ่ มันไม้สำคัญว่าคิเมร่าจะแข็งแกร่งยังไง พลังทำลายของฉันได้เพิ่มขึ้น 110% ในขณะที่ใช้ทักษะพุ่ง! ฉันมั่นใจได้เลยว่าแม้แต่บอสประจำชั้นก็ไม่สามารถทนต่อการพุ่งนี้ของฉันได้

[ติดคริติคอล!]

[ติดคริติคอล!]

แม้ว่าคิเมร่าจะเป็นการรวมกันของสิ่งมีชีวิตอื่นแต่ว่าพวกมันก็ยังมีกระดวกสันหลัง ดังนั้นผลของทักษะนักทำลายกระโหลกก็เลยแสดงผล เมื่อการโจมตีติดคริติคอลส่วนต่างๆของคิเมร่าไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหนก็ได้ระเบิดออก ฉันได้พุ่งต่อไปโดยที่ไม่หยุดลง ถ้าหากมีสิ่งใดที่ทำให้ฉันไม่พอใจก็คงศัตรูมีจำนวนที่น้อยเกินไป!

ในชั่วพริบตาฉันก็ได้มาถึงคิเมร่าตัวที่อยู่ด้านหลังสุดซึ่งใหญ่กว่า 3 เมตรและขี่อยู่บนกิ้งก่ายักษ์ มันเป็นการง่ายที่จะบอกว่ามันเป็นคิเมร่า มันมีสีแขนแต่ละข้างต่างก็ถืออาวุธขนาดใหญ่! จากออร่าที่เปล่งมามันดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าหนวดของคิเมร่านี้

[ค๊าก๊าก๊าก๊า! แกเร็วและแข็งแกร่งจริงๆ! ฉันจะเอาขาของแกมาทำเป็นของฉัน!]

"เหมือนฉันแคร์ล่ะ!"

นอกเหนือจากการพุ่งแล้วเส้นทางวายุยังทำให้ฉันระเบิดการโจมตีสุดท้ายด้วยลมพายุ! ฉันได้ดึงหอกกลับมา เหนือหอกสายฟ้าได้มีลมปรากฏขึ้นและหมุนด้วยความเร็ซที่น่าทึ่ง ตามปกติมันจะจบลงด้วยลมที่เรียบง่าย แต่ว่าด้วยเฮอร์มีสและความเชี่ยวชาญความเร็วศักดิ์สิทธิ์มันทำให้ฉันมีความสัมพันธ์กับธาตุลมถึงขีดสุดซึ่งทำให้ลมนี้น่ากลัวมากยิ่งขึ้น มันดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ทักษะระดับต่ำเกิด

[คุก๊าก๊า รับนี่ไป! ยักษ์...!]

แกกล้าขัดจังหวะทักษะของฉัน!? ในขณะที่คิเมร่าขยับแขนทั้งสี่ข้างเพื่อใช้ทักษะ ฉันก็ได้ใช้งานความเร็วศักดิ์สิทธิ์ การเคลื่อนไหวของมันได้ช้าลงไปในทันทีเกือบจะเหมือนกับว่ามันหยุดนิ่งลงไปโดยสมบูรณ์ ในทางกลับกันฉันก็ได้กลายเป็นรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่าทักษะความเร็วศักดิ์สิทธิ์จะปกป้องร่างกายจากความเร็วระดับหนึ่ง มันก็ยังยากที่จะควบคุมความเร็วถึง 1000%

อย่างไรก็ตามมันไม่มีปัญหากับการเคลื่อนไหวเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการเคลื่อนไหวที่ฉันทำมามากที่สุดตั้งแต่ที่ฉันเกิด และเป็นการเคลื่อนไหวแรกที่ทำให้ฉันถูกเรียกขานว่าฮีโร่

"ตาย!"

หอกลมสายฟ้าได้ถูกปล่อยออกไปโดยเล็งไปที่หน้าอกของยักษ์ การโจมตีนี้บรรจุไปด้วยพลังงานที่เข้มข้นของร่างกายของฉันซึ่งมันได้แทงทะลุหน้าอกไปอย่างง่ายดาบ และพลังจากหอกที่รวมกันอยู่ก็ได้ระเบิดออก

[ติดคริติคอล!]

[เส้นทางวายุระดับต่ำได้กลายเป็นเลเวล 3 การเร่งความเร็วของคุณในระหว่างการพุ่งจะเพิ่มขึ้นและพลังที่ได้จากการโจมตีสุดท้ายจะเพิ่มสูงขึ้น]

ระหว่างที่ความเร็วศักดิ์สิทธิ์หมดลง ฉันก็รู้สึกว่าร่างกายได้ดังขึ้นเล็กน้อย ฉันได้ดึงหอกกลับมาจากอกของยักษ์ ในเวลานั้นเลือดสีเขียวก็ได้พุ่งเข้ามาหาฉันซึ่งฉันได้หลบมันอย่างตกใจ หลังจากที่มันโดนพื้นเลือดสีเขียวก็ละลายพื้นไป ดังนั้นมันก็คือกรดจริงๆ!

ฉันได้แช่แข็งเลือดที่ออกมาด้วยพลังของริยูจากนั้นก็ตรวจสอบสภาพของคิเมร่า หน้าอกของมันได้โดนเจาะเป็นโพร่งเหมือนกับโดนระเบิด อวัยวะภายใน กระดูกและกล้ามเนื้อทั้งหมดได้ถูกระเบิดขึ้น และมันเห็นได้ชัดว่ามันอยู่ในสถานะที่ไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้ ถ้ามันสามารถสามารถจะขยับได้อีกหลังจากโดนทั้งหมดนี้มันก็ไม่ใช่คิเมร่า แต่คงเป็นกาเมร่าแล้วล่ะ

ตามที่คาดไว้คิเมร่าได้หยุดหายใจโดยที่ไม่มีโอกาสได้ร้องออกมา เมื่อยืนยันแล้วว่ามันตายฉันก็ได้เก็บศพลงไปในช่องเก็บของ จากนั้นฉันก็หันไปรอบๆและตรวจสอบสถานะของสนามรบ อัศวินส่วนมากมองมาที่ฉันอย่างแปลกใจ และมีทหารรับจ้างต่างมิติหลายคนได้หยักหน้า

"เขาค่อนข้างดีทีเดียว"

"ฮ่าห์ พวกเราไม่สามารถล้าหลังได้ เด็กใหม่ได้เอาหัวไปแล้ว! พวกนายควรจะพยายามให้มากขึ้นนะ!"

ฟู่ มันดูเหมือนว่าฉันจะประสบความสำเร็จในการปลุกจิตวิญญาณต่อสู้ของทุกคน ฉันได้หยักหน้าด้วยความพึงพอใจและมองหาคู่ต่อสู้ต่อไป

ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้ตระหนักเลยว่านี่มันเป็นช่วงเวลาที่ฉันได้เขียนชื่อคังชินลงไปในดันเจี้ยน


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย <

จบบทที่ บทที่ 116 - ความโลภเขมือบทุกสิ่ง (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว