เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 114 - ความโลภที่เขมือบทุกสิ่ง (1)

บทที่ 114 - ความโลภที่เขมือบทุกสิ่ง (1)

บทที่ 114 - ความโลภที่เขมือบทุกสิ่ง (1)


บทที่ 114 - ความโลภที่เขมือบทุกสิ่ง (1)

ด้วยการใช้แต้มทักษะฉันก็สามารถจะเพิ่มเลเวลของทักษะได้ ตามที่โรเล็ตต้าได้บอกไว้ทุกๆครั้งที่ฉันใช้แต้มทักษะในการเพิ่มเลเวลทักษะ ฉันก็จะต้องใช้มันเพิ่มเป็นสองเท่าในการเพิ่มเลเวลทักษะครั้งต่อไปถ้าต้องการจะเพิ่มเลเวลทักษะ

มันอาจจะดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ว่ามันในกรณีครั้งแรกที่จะใช้ 1 แต้ม แต่ว่าจากนั้นมันจะใช้ 2 4 8 และมากขึ้นไปอีก เพื่อที่จะเพิ่ม 5 เลเวลก็จะต้องใช้แต้มทักษะถึง 31 แต้ม ดังนั้นฉันก็เลยได้ว่างแผนที่จะตัดสินใจเก็บแต้มพวกนี้เอาไว้เมื่อฉันรู้สึกถึงทางตันของทักษะ

แน่นอนว่าในตอนนี้มันเป็นยกเว้น ในปัจจุุบัน แม้ว่าฉันจะไม่อยากใช้มัน แต่ฉันจำเป็นจะต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง

"อย่างแรกก็คือเทคนิคหอก"

เมื่อเร็วๆนี้เทคนิคหอกของฉันได้กลายมาเป็นระดับสูงเลเวล 6 ด้วยอีก 1 แต้มดังนั้นมันจึงกลายเป็นระดับสูงเลเวล 7

[เทคนิคหอกได้กลายเป็นระดับสูงเลเวล 7! มานาจากภายนอกจะไหลเข้าไปในหอกของคุณอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้มานาในการโจมตี โอกาสที่จะติดคริติคอลเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อแทงหอก]

[ในฐานะที่คุณเพิ่มเลเวลทักษะด้วยแต้มทักษะ มันจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งเพื่อปรับตัวให้เข้ากับเลเวลทักษะ]

ฉันรู้สึกเหมือนกับร่างกายได้ถูกบีบอัดอย่างแรง เหมือนกับมีใครบางคนใช้กำลังบีบฉัน นี่มันรู้สึกไม่ดีเลย ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากที่จะพึ่งพาพลังของตัวเองในการเพิ่มเลเวลเทคนิคหอกของฉัน

"ไม่สิ ฉันเพียงแคต่จะต้องเรียนรู้มันอย่างสมบูรณ์ด้วยร่างกาย"

บางทีนี่มันก็อาจจะเป็นข้อบกพร้องของการใช้แต้มทักษะ ฉันรู้สึกว่าฉันไม่สามารถจะใช้พลังของเทคนิคหอกเลเวล 7 ได้อย่างเต็มที่ เหมือนอยากที่ระบบบอกดูเหมือนว่าฉันจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับมันซักหน่อย ฉันได้ก้มหน้าลงคิด ตอนแรกฉันต้องการจะเป็นจ้าวแห่งหอก แต่ว่าถ้ามันเป็นแบบนี้มันก็ไม่มีความหมายอะไรถ้าเป็นจ้าวแห่งหอกผ่านแต้มทักษะนี้

ด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยและจะมีเพียงแต่ระยะห่างมันจะเพิ่มขึ้นถ้าฉันเพิ่มเลเวลเทคนิคหอกต่อไป และมันก็อาจจะเป็นถึงขนาดที่ต้องใช้เวลานานมากๆในการปรับตัวให้เข้ากับเทคนิคจ้าวหอกที่แท้จริง อย่างน้อยฉันก็จะไม่สามารถใช้เทคนิคจ้าวแห่งหอกได้ในการทำภารกิจนี้

ในกรณีนี้ฉันก็จะต้องเพิ่มเลเวลทักษะอื่นดีกว่า ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์ก็อาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าการโยนแต้มทักษะทิ้งซะอีก

ฉันต้องการที่จะเพิ่มทักษะพันธะสัญญาภูติธาตุเพื่อที่จะทำพันธะสัญญากับภูติธาตุอีกหนึ่งตน แต่ว่าทักษะนี้ของฉันอยู่ในระดับกลางเลเวล 4 แม้ว่าฉันจะใช้แต้มทักษะทั้งหมดของฉันแล้ว แต่ฉันก็ไม่สามารถจะเพิ่มมันไปจนถึงเลเวล 9 ได้ดังนั้นนี่ก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่สุด

ฉันจะต้องคิดหาวิธีอื่น ทักษะที่จะมีผลในทันทีที่เลเวลทักษะเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องปรับตัว.... จากนั้นก็มีความคิดหนึ่งจุดประกายขึ้นในหัวของฉัน

ความเร็วศักดิ์สิทธิ์

"เอานี้ล่ะ"

[ทักษะความเร็วศักดิ์สิทธิ์ของคุณได้กลายเป็นเลเวล 7 เมื่อคุณใช้งานจะใช้มานา 14% ของคุณเพื่อที่จะเพิ่มความเร็วขึ้น 750% เป็นเวลา 1.5 วินาที]

"อึก"

บ้าน่า ในเลเวล 6 มันเพิ่มความเร็ว 700% เป็นเวลา 1 วินาที การเพิ่มขึ้นมานี้มันมากเกินไป นอกจากนี้มันก็เป็นอย่างที่ฉันคิดมันไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับมัน! นี่มันราวกับว่าฉันได้ถูกครอบงำโดยบางสิ่งบางอย่างถ้าฉันยังใช้แต้มทักษะ

[ทักษะความเร็วศักดิ์สิทธิ์ของคุณได้กลายเป็นเลเวล 8 เมื่อคุณใช้งานจะใช้มานา 14% ของคุณเพื่อที่จะเพิ่มความเร็วขึ้น 800% เป็นเวลา 2 วินาที]

[ทักษะความเร็วศักดิ์สิทธิ์ของคุณได้กลายเป็นเลเวล 8 เมื่อคุณใช้งานจะใช้มานา 14% ของคุณเพื่อที่จะเพิ่มความเร็วขึ้น 900% เป็นเวลา 2.5 วินาที]

ด้วยแต้มทักษะทั้งหมดที่ฉันได้ใช้ไปในตอนนี้ก็ 8 แต้มแล้ว ฉันยังเหลืออยู่อีก 12 แต้ม ฉันจะต้องใช้ 8 แต้มในการทำให้ฉันเชี่ยวชาญทักษะความเร็วศักดิ์สิทธิ์ มันไม่จำเป็นจะต้องลังเลเลย มันเห็นได้ชัดว่าฉันตกใจในทุกๆครั้งที่ทักษะเลเวลเพิ่มขึ้น จากนั้นฉันก็ได้อัพทักษะนี้

[คุณได้เชี่ยวชาญความเร็วศักดิ์สิทธิ์ เมื่อคุณใช้จะใช้มานา 10% เพื่อเพิ่มความเร็ว 1,000% เป็นเวลา 3 วินาที ความสัมพันธ์ของคุณกับธาตุลมเพิ่มขึ้นอย่างมาก!]

ฉันได้ถอนหายใจยาวออกมา ใช้มานา 10% เพื่อเพิ่มความเร็ว 1000% เป็นเวลา 3 วินาที มันคุ้มค่ามากกับแต้มทักษะที่ฉันใช้ไป นอกจากนี้มันก็ยังเพิ่มความสัมพันธ์ของฉันกับธาตุลมอีกอย่างมาก!

"นี้....นี้มันอาจจะแข็งแกร่งกว่าทักษะทั้งหมดของฉันรวมกันอีก"

ฉันมีพื้นฐานความเร็วที่เพิ่มขึ้น 145% ในตอนนี้ซึ่งมันจะกลายเป็น 1450% เมื่อทำการคูณ 10 ลงไปด้วยทักษะความเร็วศักดิ์สิทธิ์ พลังทำลายของฉัน... พลังโจมตีของฉันมันจะเพิ่มขึ้นไปตามความเร็วอีกด้วย แน่นอนว่ามันยากที่จะปรับตัวเข้ากับความเร็ว 14.5 เท่า ฝ่ายตรงข้ามของฉันก็อาจจะมีทักษะป้องกันหรือไม่ก็ทักษะเพิ่มความเร็วเช่นกัน ดังนั้นฉันก็ไม่สามารถที่จะพูดได้ว่าทักษะนี้มันคงกระพัน

ถึงอย่างนั้นก็เห็นได้ชัดเลยว่าทักษะนี้จะกลายเป็นหนึ่งในทักษะหลักของฉัน มันจะดึงเอาพลังที่มหาศาลออกมาได้และมันก็ใช้มานาเพียงแค่ 10% ฉันสามารถจะต้องใช้งานมันได้โดยที่ไม่ต้องรับภาระมากมาย

เอาล่ะในตอนนี้ฉันเหลือแต้มอยู่ 4 แต้ม อย่างแรกฉันได้เพิ่มแต้มนี้ไปที่วงจรเพรูต้า ฉันสงสัยยว่ามันจะคล้ายกับเทคนิคหอกหรือไม่

[วงจรเพรูต้าได้กลายเป็นเลเวล 6! คุณจะสามารถรักษาวงจรเพรูต้าได้ง่ายขึ้นในระหว่างการต่อสู้ ตวามเร็วในการโคจรวงจรนี้ก็จะเพิ่มขึ้นและสร้างมานามากขึ้น ในขณะที่วงจรเพรูต้าทำงาน พลังในการหมุนวนก็จะเพิ่มขึ้นในทุกๆการเคลื่อนไหวของคุณซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังทำลายให้กับคุณอย่างมาก]

[ในฐานะที่คุณเพิ่มเลเวลทักษะด้วยแต้มทักษะ มันจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งเพื่อปรับตัวให้เข้ากับเลเวลทักษะ]

ตามที่คาดเอาไว้เลย มันพูดได้ยากว่าทักษะวงจรเพรูต้าได้เติบโตไปอย่างสมบูรณ์ ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันกำลังใส่เกราะที่ไม่พอดีกับฉัน

อย่างที่พูดว่ามันชัดเจนถึงความแตกต่างระหว่างเลเวล 5 และเลเวล 6 มันกลายเป็นว่าฉันสามารถรวบรวมมานาในระหว่างต่อสู้และจะมีพลังหมุนเวียนเพิ่มขึ้นมาในทุกๆการเคลื่อนไหวของฉัน ฉันได้ตระหนักเลยว่าทำไมเพรูต้าถึงได้ภาคภูมิใจในเทคนี้นี้ มันแม้แต่ทำให้ฉันคิดที่จะเพิ่มระดับทักษะขึ้นอีกครั้ง

แต่ฉันก็หยุดตัวเองเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นวงจรเพรูต้าหรือเทคนิคหอก ไม่ว่าอันไหนมันก็เป็นการยากที่จะควบคุมการเปลื่ยนแปลงพวกนี้ ฉันได้กลัวว่ามันจะเป็นอันตรายต่อเทคนิคของฉัน

ที่สำคัญที่สุดก็คือมีทักษะที่ฉันต้องการจะเพิ่มระดับด้วยแต้มที่เหลืออยู่

[การป้องกันวิญญาณกลายเป็นเลเวล 4 วิญญาณของคุณได้เติบโตขึ้นทำให้คุณไม่สะทกสะท้านกับการโจมตีทางจิตใจธรรมดาๆ]

[การป้องกันวิญญาณกลายเป็นเลเวล 5 วิญญาณของคุณได้เติบโตขึ้นทำให้คุณเหนือกว่าธรรมชาติและทำให้คุณมีความต่อต้านการโจมตีทางจิตใจเล็กๆและแม้แต่เวทมนตร์ มีโอกาสที่การโดนโจมตีแบบคริติคอลจะลดลงอย่างมาก]

"หุหุ มันเป็นทักษะที่น่าทึ่งจริงๆ"

ฉันยังคงไม่มันใจกับการป้องกันทางจิตใจ สิ่งที่ฉันจะต้องระวังให้มากที่สุดในทวีปลูก้าไม่ใช่สิ่งที่ฉันไม่สามารถจัดการได้ทางกายภาพแต่เป็นการโจมตีทางจิตใจ แน่นอนว่าถ้าฉันสามารถจะปรับตัวเข้ากับเทคนิคหอกและวงจรเพรูต้าได้อย่างสมบูรณ์ ฉันก็จะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อเพิ่มแต้มทักษะทั้งหมดลงไป แต่ว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นดังนั้นฉันก็เลยตัดสินใจที่จะเพิ่มการป้องกันทางจิตใจแทน

ผลลัพธ์ของมันก็มากกว่าพอใจซะอีก ฉันไม่คิดว่าฉันจะได้ระแม้แต่การต้านทานเวทมนตร์ ตามที่ฉันคิดเอาไว้รางวัลลับมันแน่นอนว่าไม่ใช่ทางเลือกที่ผิดพลาด ฉันได้ตรวจสอบสเตตัสทั้งหมดของฉันที่เปลื่ยนไป

[ชื่อ: คัง ชิน เผ่าพันธุ์: มนุษย์ เพศ: ชาย

คลาส: ผู้ใช้ธาตุ(ย่อย - นักสะสมทักษะ,ผู้ฝึกมอนสเตอร์) ฉายา: ซุส ระดับ: ทอง 9

เลเวล: 51

Hp - 27,650/27,650 Mp - 21,860/21,860

ความแข็งแรง - 149(+81) ความคล่องแคล่ว - 140(+49) ทนทาน - 129(+51)

สติปัญญา - 32(+44) พลังเวทย์ - 131(+69) เสน่ห์ - 87(+84) โชค - 39(+34)

ทักษะธรรมดา - ศิลปะการต่อสู้ระดับสูงเลเวล 4 เทคนิคหอกระดับสูงเลเวล 7 ความเชี่ยวชาญหน้าไม้ระดับต่ำเลเวล 9 เส้นทางวายุระดับต่ำเลเวล 2 สายฟ้าขาวจู่โจมต่อเนื่องระดับกลางเลเวล 3 ฮีโร่อิคสไตรค์ระดับกลางเลเวล 8 ยั่วยุระดับกลางเลเวล 6 ความเร็วศักดิ์สิทธิ์เชี่ยวชาญ ย้อนกลับเลเวล 4 ความเชี่ยวชาญเกราะหนักเลเวล 3 พุ่งระดับกลางเลเวล 4 วงจรเพรูต้าเลเวล 6 การป้องกันวิญญาณเลเวล 5 ท่องมิติเลเวล 1 การพิสูจน์แห่งไดฟิค สวนกลับความตาย ขี่

ทักษะประจำคลาส - ความเชี่ยวชาญสปิริตระดับกลางเลเวล 7 สปิริตออร่าระดับกลางเลเวล 4 ควบคุมธาตุระดับกลางเลเวล 4 พันธะสัญญาระดับกลางเลเวล 4 ใบมีดธาตุระดับกลางเลเวล 2 พายุธาตุระดับกลางเลเวล 4 สายฟ้าคลั่งระดับ 2

ทักษะประจำคลาสรอง - แบ่งปันทักษะ ฝึกเลเวล 1 จิตวิญญาณนักสะสม จิตวิญญาณผู้ฝึกมอนสเตอร์]

[อุปกรณ์สวมใส่:

น้ำตาทองคำ (สติปัญญา +5 พลังเวทย์ +5 เสน่ห์ +15 สามาใช้ทักษะ นัยตาซัคคิวบัสได้)

นิ้วกลางของโกเลมเนื้อ (ความแข็งแรง +7 ความทนทาน +7)

เซ็ตเกราะเกล็ดมังกรสีชาด (สเตตัสทั้งหมด +1 ความแข็งแรง +10 ความคล่องแคบ่ส +10 ผลทักษะประเภทพุ่ง +60% สามารถใช้เสียงคำรามสีชาดได้)

ผ้าคลุมมังกรแดงเฟลิกซ์ (ความคล่องแคล่ว +15 พลังเวทย์ +15 เสน่ห์ +15 ทนต่อทุกสภาพภูมิอากาศ สามารถป้องกันการโจมตีที่ไม่คาดคิดได้สามครั้งต่อวัน)

หอกกลืนกินสีชาด (ความแข็งแรง +30การโจมตีพื้นฐานทั้งหมดจะทำให้เกิดความเสียหายเป็นไฟและสร้างสถานะเผาไหม้)]

[รอยสัก: รอยสักหมาป่ายักษ์ (ความเร็ว +30% พลังโจมตีทักษะประเภทพุ่ง +50%)]

[นาฬิกาพกพาของนักสะสม:

1 นาฬิกา: วอร์คลายของออร์คลอร์ด

2 นาฬิกา: เสียงกรีดร้องของวิญญาณร้าย

3 นาฬิกา: ระเบิดสายฟ้าทมิฬ

4 นาฬิกา: ผิวมังกร

5 นาฬิกา: ไม่ยอมตาย

6 นาฟิกา: อันเดตคำราม

7 นาฟิกา: เอ้าเบิร์ส

8 นาฟิกา: ชาโดวบิ้ง

9 นาฟิกา: ขยายยักษ์]

[เคลียร์ 3 เหตุการณ์ดันเจี่้ยน เคลียร์ 2 เหตุการการจู่โจม โบนัสสเตตัสสะสม 7]

[แต้มทักษะในปัจจุบัน: 0]

[ผลของฉายาทั้งหกอย่าง : (ผู้พิฆาตออร์คลอร์ด ผู้พิฆาตราชินีวิญญาณ ผู้พิฆาตมนุษย์หนูทมิฬ ผู้พิฆาตกูลยักษ์ เจ้านายแห่งอัศวินลิซาร์ดแมน เฮอร์มีส) ผลสะสมทั้งหมด: สเตตัสทั้งหมด +11 เพิ่มความเร็ว 15% เพิ่มความสัมพันธ์กับธาตุทั้งหมด เพิ่มความสัมพันธ์กับธาตุลใอย่างมาก สามารถเรียกใช้ธาเลเรียได้วันละครั้ง]

[13 ผลฉายา: สเตตัสทั้งหมด +24 ความเร็ว +15% ความแข็งแรง +15% เสน่ห์ +15% โอกาสคริติคอล x2 เมื่อต่อสู้กับมอนสเตอร์ประเภทกระดูก ดาเมจคริติคอลเพิ่มขึ้น +50% เมื่อศัตรูมีกระดูก เพิ่มความสัมพันธ์กับธาตุทั้งหมด x2 ความสัมพันธ์ธาตุสายฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ความสัมพันธ์ธาตุลมเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล สามารถอัญเชิญธาเลเลียได้วันละครั้ง สามารถอัญเชิญคะดูเซียสได้เดือนละครั้ง สามารถใช้ทักษะการละเล่นของเทพเแห่งท้องฟ้าได้วันละครั้ง สามารถใช้ทักาะความพิโรธของเทพแห่งท้องฟ้าได้เดือนละครั้ง]

[ธาตุที่ทำพันธสัญญา

1.ไพก้า (ภูติธาตุสายฟ้า)

2.ริยู (ภูติธาตุน้ำแข็ง)]

[ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับการฝึก

1.พลีน (ไซเรน)]

เมื่อมองไปที่ลิสต์ที่ยาวเหยีดฉันได้รู้สึกแปลกๆ ผลของการกระทำใน 5 ปีของฉันได้แสดงออกมาผ่านสเตตัสของฉัน ยังไงตามพวกนี้มันค่อนข้างจะน้อยเมื่อเทียบกับทหารรับจ้างต่างมิติคนอื่นๆที่ได้ใชเวลานานกว่ามากในการเก็บสะสมแต้มทักษะและสเตตัส

ฉันจะต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้นนั้นฉันฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนทักษะเมื่อฉันได้พยายามที่จะไปช่วยเพื่อน ฉันต้องการที่จะแข็งแกร่งเมื่อที่จะได้ทำตามใจตัวเองได้อย่างอิสระ ฉันต้องการความแข็งแกร่งที่ฉันสามารถจะเตะก้นเจ้าพวกคนที่พยายามจะฆ่าฉันเพียงแค่เพราะฉันเป็นฮีโร่

จากนั้นเมื่อฉันกำลังจะใช้ทักษะท่องมิติ โรเล็ตต้าก็ได้จับฉันเอาไว้

"ชิน ชินไม่ได้บอกฉันว่าจะไปทันทีไม่ใช่หรอ?"

"ฉัน ฉันจะทิ้งพลีนไว้ที่นี่เหมือนกัน ฉันไม่คิดว่าการโจมตีทางจิตใจของเธอจะดีพอที่จะต่อต้านปีศาจได้และฉันก็ไม่สามารถจะปล่อยให้เธอตาย"

"นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการจะบอก ชินอาจจะไม่สามารถจะไม่กลับมาได้อีกหลายวันดังนั้นชินก็ควรจะไปพูดอะไรกับครอบครัวบ้างไม่ใช่หรอ?"

"อ่า...."

ฉันไม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยเพราะในหัวของฉันมันเต็มไปด้วยเรื่องของรูเดียและชินะ แต่ว่าในตอนนี้ฉันคิดออกแล้ว ฉันยังมีคลาสเรียนในวันนี้อีกด้วย! หลังจากที่ได้รับการติดต่อมาจากรูเดียเมื่อวานฉันก็ได้ทะลวงมาจนถึงชั้นที่ 50 โดยที่ไม่ได้หยุดพักเลยและได้กลายเป็นทหารรับจ้างต่างมิติ โว้วแม่และยุยได้โทรเรียกฉันหลายครั้งและส่งข้อความมานับไม่ถ้วนน...

"ฉันจะ...ไปบอกลาก่อน"

"ใช่แล้ว ชินควรจะทำมัน แล้วก็อย่าได้ลืมพูดสิ่งดีๆเกี่ยวกับฉันให้แม่ฟังด้วยนะ"

"ไม่ ฉันจะไม่ทำแน่"

"ทำไม!?"

ในทันทีที่ฉันถึงบ้านและบอกกับครอบครัวว่าฉันจะไปที่อื่น แม่และยุยได้มองมาที่ฉันด้วยสายตาที่สับสนและวอร์คเกอร์ก็ได้โผงผางออกมาว่าฉันโกหก ยังไงก็ตามฉันก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะว่าฉันไม่่สามารถจะให้พวกเขามากังวลกับฉันได้ ฉันก็ได้บอกเพียวแค่ว่าฉันมีเรื่องสำคัญที่จะต้องไปทำ

จากนั้นฉันก็บอกความจริงเพียงกับแค่พ่อ

"ฉันได้ยินเรื่องนี้เหมือนกันที่ว่าทวีปลูก้ามีปัญหานะ"

"ใช่แล้วพ่อ ผมได้กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าทหารรับจ้างต่างมิติ ผมกำลังจะไปช่วยเพื่อน"

พ่อได้เงียบไปครู่หนึ่งแล้วจากนั้นก็เอื้อมมือออกมาและลูบหัวฉัน

"ใช่ไปไปช่วยเพื่อนของแกซะ ฉันภูมิใจในตัวแก"

"ผมจะกลับมา"

"อย่ากลับมาแบบหมดสภาพล่ะ"

"แน่นอนก็ผมเป็นลูกชายของพ่อนี่"

ฉันควรจะบอกเยอึนกับฮวาหยาด้วยดีไหมนะ? ไม่จำเป็นหรอกที่จะบอกทุกคนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉันทำแค่ส่งข้อความไปว่าฉันจะยุ่งกับการเคลียร์ดันเจี้ยนซักสองสามวัน จากนั้นฉันก็กลับเข้าไปในดันเจี้ยน โรเล็ตต้าที่กลับมาอยู่ในร้านขายของได้กระพริบตาสีทองของโตและถามออกมา

"โอ้? ชินกลับมาแล้ว ฉันคิดว่าชินจะตรงไปที่ทวีปลูก้าเลยซะอีก

"ใช่ ฉันคิดว่าฉันก็ควรจะมาบอกลาโรเล็ตต้าด้วย"

"คำพูดที่หายากแบบนี้มันน่าชื่นชม....ฮ่าห์ ฉันจะไปเพื่อนมัน!"

โรเล็ตต้าได้ลอยตัวออกมาจากเคาน์เตอร์และมาที่ฉัน ตามที่คิดเลยว่าเธอเร็วสมกับเป็นเอลฟ์ แม้ว่าในขณะที่ฉันทึ่ง ฉันก็ได้จับเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อฉันได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกหน้าของโรเล็ตต้าก็อยูตรงหน้าของฉัน

"ตกใจ?"

"ใช่สิ! ฮึบ"

ครู่ต่อมาฉันก็ตกใจมากยิ่งขึ้นเพราะทันใดนั้นโรเล็ตต้าก็มาจูฐฉัน ฉันได้มองตรงไปในสายตาโรเล็ตต้า ฉันไม่สามารถจะเข้าใจว่าเพิ่งเกิดอะไรขึ้นไปได้ ริมฝีปากของโรเล็ตต้ากับของฉันสัมผัสกัน.....เอ๋!!!!!!!?

[คุณได้รับพรระดับสูงของราชินีเอลฟ์ จะแสดงผลอย่างน้อยสี่วัน คุณจะได้รับการป้องกันจากสถานะระดับต่ำและระดับกลางทั้งหมด คุณสามารถที่จะรักษาสติของคุณได้นานถึง 5 นาทีหลังจากตกอยู่ในสภาวะกึ่งตาย โชคของคุณเพิ่มขึ้น 100 สมาชิกทั้งหมดของเผ่าพันธ์แฟรี่จะมองคุณในเกณดี พลังชีวิตและพลังเวทย์จะเพิ่มอัตราการฟื้นฟูอย่างมาก และคุณก็จะไม่เหนื่อยง่ายๆ การโจมตีของคุณมีโอกาสติดคริติคอลมากยิ่งขึ้น]

ได้มีข้อความดังขึ้นในหูของฉัน แต่ว่าฉันก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่ฟังมันอย่างใจเย็นได้ ในขณะที่ฉันกำลังยืนงงอยู่ โรเล็ตต้าก็ได้เอาหัวออกเธอออกมาและทำเสียง 'อืมมม' ใบหน้าของเธอได้แดงราวกับว่ามันจะระเบิดออกมา เมื่อคิดถึงการสัมผัสที่ริมฝีปากของเธอและฉันมันทำให้ฉันไม่สามารถจะพูดหรือทำอะไรได้อีก โรเล็ตต้าได้พูดอย่างเงียบๆ

"อย่างเข้าใจผิดนะชิน"

"อะ อะไรหรอ?"

"ฉันไม่ได้จูบชินเพราะต้องการให้พรแก่ชิน แต่ว่าฉันทำเพราะฉันรักชินเข้าใจนะ?"

มันมีหลายสิ่งที่ฉันต้องการจะพูดออกไป ฉันไม่รู้ว่าทำไมพวกเราถึงมีความสัมพันธ์แบบนี้ นั่นมันเป็นจูบแรกของฉัน ฯลฯ ฯลฯ

ยังไงก็ตามนี่ก็คือสิ่งที่ฉันเลือกที่จะพูดคือ

"อะ...โอเคร"

"เยี่ยม ถ้างั้นตอนนี้ชินก็ไปได้แล้ว"

....ด้วยเหตุผลบางอย่างฉันรู้สึกเหมือนฉันถึงโรเล็ต้าชักจูง ไม่สิ ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้น! ยังไงก็ตามเนื่องจากก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้โกรธมาก การพูดถึงเรื่องนั้นตอนนี้มันจะเป็นการอึดอัดใจ ในตอนท้ายฉันก็ทำได้เพียงใช้ทักษะท่องมิติในขณะที่ยังคงคิดเกี่ยวกับความอุ่นที่อยู่บนริมฝีปาก

ปลายทางของฉันก็คือทวีปลูก้า พวกเราได้นัดพบกันที่พระราชวังจักวรรดิอีเฮอ

ในตอนที่ฉันใช้ทักษะท่องมิติ ฉันได้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับร่างกายถูกบิดกระชาก โลกได้กลายเป็นมืดไปและจากนั้นก็กลับมาสว่างอีกครั้ง ร่างกายของันได้ถูกชีดขาดเป็นชิ้นๆ และจากนั้นชิ้นส่วนก็มารวมเข้าด้วยกัน

"อืม..."

"เอ๊ะ? นั่นมันหน้าใหม่"

"อย่าบอกฉันนะว่ามีทหารรับจ้างต่างมิติหน้าใหม่? ฮ่าห์ ฉันไม่ได้สังเกตุเห็นเลย"

"เขาหล่อ...."

หลังจากฉันได้สติ ฉันก็เปิดตาขึ้นจากนั้นก็ได้ยินเสียงคนรอบตัวฉัน น่าจะมีหลายคนอยู่ด้วยกัน

ฉันได้ตระหนักว่าฉันได้นอนอยู่บนพื้นและลุกขึ้นมา มีอัศวินและจอมเวทย์ยืนเรียงรายกันอยู่ในห้องโถงที่กว้างใหญ่ ฉันเห็นแม้แต่รูเดียที่กำลังขมวดคิ้ว

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่ก็คือทวีปลูก้า

ภารกิจแรกของฉันในฐานะทหารรับจ้างต่างมิติได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

จบบทที่ บทที่ 114 - ความโลภที่เขมือบทุกสิ่ง (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว