เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 107 - คนเหล่านั้นที่ปีนไปในดันเจี้ยน (6)

บทที่ 107 - คนเหล่านั้นที่ปีนไปในดันเจี้ยน (6)

บทที่ 107 - คนเหล่านั้นที่ปีนไปในดันเจี้ยน (6)


บทที่ 107 - คนเหล่านั้นที่ปีนไปในดันเจี้ยน (6)

ในขณะที่พวกเราได้เดินผ่านพื้นที่พักอาศัยโรเล็ตต้าก็ได้รับสายตาจ้องมองจากคนอื่นๆ แน่นอนวฉันรู้ว่าทำไม ในการมองครั้งแรกพวกเขาก็จะต้องตกใจในรูปลักษณ์ของโรเล็ตต้า ในการมองครั้งที่สองพวกเขาก็จะตื่นตระหนกกัลความงานที่เหนือธรรมดา และในการมองครั้งที่สามพวกเขาก็จะมองเธอดูน่ารักกว่าที่เมื่อตอนที่เขามองในครั้งแรก นั่นก็คือตราบใดที่เธอไม่ได้เปิดปากออกมา โรเล็ตต้าก็จะมีรูปลักษ์ณ์ที่เหมือนกับเทพธิดา แต่เมื่อเธอเปิดปากออกมามันก็จะทำลายภาพลักษ์ณ์นี้ด้วยคำพูดงี่เง่า แม้ว่านั่นจะเป็นอีกเสน่ห์ของเธอก็ตาม

"มีเอลฟ์แบบนี้อยู่ในดันเจี้ยนที่หนึ่งด้วยหรอ?"

"ฉันคิดว่านักสำรวจที่สวยที่สุดก็คือเจ้าหญิงรัชทายาทของทวีปลูก้า"

"ไม่ บนชั้นที่สูงขึ้นไป มีผู้มีชื่อเสียงที่สวยงามอยู่อีก พวกที่มาจาก...ทวีปที่ล่มสลาย"

"แต่ว่ามันเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วนะตั้งแต่ที่เธอปรากฏตัว"

"เฮ้ เอลฟ์นั่นไม่ใช่นักสำรวจ"

"ฉันรู้ว่าเธอเป็นใคร เธอเป็นหนึ่งในหัวหน้าของกิลด์ผู้บริหาร เธอสวยมากจนฉันจำได้ขึ้นใจ"

"ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะเดทกับมือใหม่..."

"ฉันอิจฉาจัง เวรเอ้ย"

มีบางคนได้รู้ถึงตัวตนของโรเล็ตต้าจากรูปลักษณ์ของเธอ พวกเขาส่วนใหญ่จะแข็งแกร่ง โรเล็ตต้าได้อธิบายกับฉันด้วยรอยยิ้มขม

"มีบางครั้งที่ฉันต้องทำภาพลักษณ์ของฉันให้เหมือนกับกิลด์มาสเตอร์"

"ถ้างั้นแล้วเธอก็ควรทำงานให้ฐานะกิลด์มาสเตอร์อย่างจริงจัง โอ้ย!"

โรเล็ตต้าได้โกรธและหยิกแขนฉัน

"ฉันเป็นกิลด์มาสเตอร์ที่เหมาะสม! ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นงานของหลิน"

"หลินได้บอกว่าเขาเป็นผู้แทนสิ"

"ไม่ว่ายังไงทุกๆคนก็จะต้องเป็นมาสเตอร์ ฮุฮุ หลินเหมาะสมแล้วที่จะมาเป็นผู้นำ ความสามารถพิเศษของหลินคือเหตุผลเดียวที่ทำไมมนุษย์ถึง ได้เข้ามาในสวนแฟรี่ได้"

"หลินก็ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเผ่ามังกรนิ... อ่า ชั่งเถอะ แล้วอย่างนี้โรเล็ตต้าเธอจะไปทำอะไรล่ะถ้าหากหยุดเป็นกิลมาสเตอร์?"

"นายรู้มั๊ย ความฝันของฉันเสมอมาก็คือการกลายเป็นแม่บ้าน! ดังนั้นฉันจะกลายเป็นลูกจ้างของฉัน"

"...."

"ฉะ ฉันควรจะ....เป็นกิลด์มาสเตอร์ต่อไปไหม...?"

"โรเล็ตต้าเธอควรจะทำในสิ่งที่เธอต้องการนะ แต่ว่าฉันต้องการจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้นอย่างแข็งขัน"

"งะ งะ งาน... ฉันจะทำงาน... อึก แต่ว่าฉันอยากจะเล่น...!"

หูนอโรเล็ตต้าได้สั่นเหมือนกับเธออยู่ในความทรมานลึกๆซึ่งมันดูน่ารักมาก ยังไงก็ตามในขณะที่ฉันยุ่งกับการแกล้งโรเล็ตต้า ฉันก็บังเอิญเดินไปชนไหล่ของใครบางคน แม้ว่าไหล่ของฉันจะเจ็บ แต่ฉันก็ขอโทษออกไปเพราะฉันเป็นคนผิดเองที่ไม่มองทาง

"ขอโทษครับ คุณเป็นอะไรไหม?"

"แน่นอนส ฉันตกใจมากที่นายไม่เป็นไรหลังจากที่ชนฉัน ฉันไม่เคยเห็นนายมาก่อนเลยแสดงว่านายคงจะเป็นพวกเด็กใหม่สินะ"

นั่นเป็นเสียงต่ำของผู้หญิง ฉันได้เงยหน้าขึ้นเบื้องหน้าของฉันคือวัยรุ่นสาวสวยโดยที่ส่วนใหญ่ของร่างกายเธอได้ปกคลุมไปด้วยเกราะสีดำ เธอมองลงมาที่ฉันด้วยสายตาที่สนใจ

ภายในดวงตาสีเหลืองอำพันที่สวยงมคู่นั้นมีความคมและยาวผิดปกติซึ่งทำให้ฉันรู้สึกประทับใจ สายตานั่นไม่ใช่ของมนุษย์ แต่เป็นมนุษย์สัตว์ ราวกับว่าจะลบในข้อสงสัยของฉันเธอมีหูสามเหลี่อมสองข้างอยู่บนหัว

"มนุษย์สัตว์...."

"โอ้นายรู้ด้วย ใช่แล้วฉันเป็นมนุษย์สัตว์"

"เล็ฟไปกันเถอะ! ซัวได้สั่งเครื่องดื่มไว้แล้ว"

"ชิน นายกำลังเดินอยู่กับฉัน แต่ดันไปมองหาผู้หญิงคนอื่น?"

ใครบางคนที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนของเธอได้เรียกเธอในขณะเดียวกันโรเล็ตต้าก็ดึงแขนของฉัน ผู้หญิงคนนั้นได้ตอบเพื่อนของเธอไปว่าขอเวลาเดี๋ยว

"นายมีแม้แต่เอลฟ์เป็นแฟน? นายนี่ทำได้ดีจริงๆ เจ้าเด็กใหม่ลองบอกชื่อนายมาสิ ฉันจะจดจำมันเอาไว้"

"ฉันคังชินนักสำรวจจากโลก"

"ฉันเลอบิคจากสมากคน 'Demonic Girls' ขอให้โชคดีปีนขึ้นไปในชั้นสูงๆนะ ฉันจะพานายไปดื่มในครั้งหน้าที่พบกัน"

ด้วยแบบนี้เธอก็โบกมือให้ฉันและหันไป ชุดเกราะสีดำแฟนซีของเธอมันเป็นตัวพิสูจน์อย่างดีว่าเธอเป็นนักสำรวจที่อยู่ในชั้นที่สูงกว่าฉัน นอกจากนี้บนหลังของเธอยังมีดาบเครมอร์สีดำที่หนาอยู่ ซึ่งนั่นจะทำให้ฉันเป็นปัญหาแน่นอน

เมื่อมองไปที่มัน ฉันแน่ใจมากขึ้น แต่ว่ามันไม่ใช่เวลาที่จะตกใจในสิ่งนี้ ฉันยังมีสิ่งที่ต้องทำ

"ถ้างั้นเธอก็ยังไม่ตาย"

"....ใครบอกว่าฉันตาย? พาฉันไปหาคนที่บอกแบบนั้นสิ"

"ชิน....?"

ใช่ แล้วอาจจะรู้สึกถึงความเป็นไปได้ในใจเมื่อฉันถามเขา มันอาจจะแม้แต่จะได้ผ่านไปมากกว่าความเป็นไปได้ และเธอก็อาจจะแน่ใจ จากทั้งหมดนี้เธอไม่ใช่คนที่โง่แน่นอน ถ้าฉันบอกเขา เขาจะทำอะไร...

ฉัยได้พูดออกไป

"เป็นนักสำรวจที่มีชื่อเสียงคนนึงบนชั้นที่ 35 พวกเราเรียกเขาว่าสิงโตทองคำ"

"สิงโตทองคำ? อะไรล่ะนั่น? ชิ ทุกวันนี้ใครๆก็ถูกเรียกว่าสิงโตทองคำได้งั้นหรอ? มันมีเพียงที่ทวีปพาแนนเท่านั้นที่มีสิงโตทองคำที่แท้จริง...ฟู่ฉันไม่เคยคิดเลยนะ เจ้าเด็กใหม่นายกำลังต้องการจะพูดอะไร?"

"สิงโตทองคำที่นายพูดถึงกำลังวิ่งพล่านในดันเจี้ยนที่หนึ่งด้วยพลังของตนเอง

"...ท่านเร็นหรอ?"

ฉันรู้สึกประหลาดใจที่เธอเรียกเขาว่าท่านเร็น ในขณะที่ฉันจินตนาการถึงสถานะที่เร็นมี ผู้หญิงคนนั้นก็โดดเข้ามาหาฉัน ไม่สิ เธอโดดมาหาฉันแต่ก็ถูกผลักออกไปในทันที ฉันเห็นโรเล็ตต้าก้าวเท้ามาข้างอย่างด้วยความโกรธเคือง

"คุณต้องการจะถูกเตะสินะค่ะคุณลูกค้า? คุณล่ะ? คุณไม่สามารถจะแตะต้องลูกค้ารายอื่นที่ไม่ได้เป็นของเธอได้นะ เข้าใจไหม? คุณทราบไหมว่ากระสุนสุดท้ายมันมีรสชาติยังไง? อยากจะลองดูไหมคะ?"

"อึก...เอลฟ์อะไรกันเนี้ย...!"

เลอบิคได้ลุกขึ้นพร้อมกับจับท้องอย่างเจ็บปวด ได้มีรอยร้าวปรากฏขึ้นมาบนเกราะของเธอ และเมื่อเห็ยหูที่พับลงของเธอทำให้เธอดูน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง

"เธอเป็นใคร?"

"ฉันเป็นเจ้าของร้านขายของโรเล็ตต้า ไม่ว่าถ้าคุณจะต้องการถามคำถามอะไรกับชิน ช่วยถามโดยที่ไม่ต้องสัมผัสเขาได้หรือไม่?"

"ร้านขายของ? กิลด์ผู้ดูแลระบบ...! อึก เจ็บๆ"

การได้เห็นนักสำรวจที่แข็งแกร่งเจ็บปวดมันไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นปัญหาของคนอื่นเลย ดังนั้นฉันจึงถามเธอด้วยสายตาเป็นกังวล

"เธอโอเคนะ?"

"อ่า ใช่ฉันสบายดี ยังไงก็เถอะถ้านายรู้เกี่ยวกับท่านเร็นช่วยบอกเกี่ยวกับเขาสักหน่อยได้ไหม? ฉันคิดว่าท่านยังคงมีเกียรติและสง่างาม"

ฉันเพิ่งจะได้ยินคำสองคำที่ไม่เหมาะกับเร็นเลย

ในที่สุด ฉันได้หยุดคุยกับเลอบิคที่กำลังจะมุ่งบาร์ไปบาอีกพักหนึ่ง เลอบิคมีเพื่อนอยู่สองคนหนึ่งคือผู้หญิงที่เรียกเธอซึ่งชื่อว่า เซวีน่า (นักรบโล่) อีกคนหนึ่งเป็นคนแคระผู้หญิงที่ไปสั่งเครื่องดื่ในนบาร์ชัว (นักรบขวาน) ฉันยังสงสัยว่าสมาชิกกิลด์ของเธออาจจะเป็นนักรบทั้งหมดก็ได้ แต่ฉันก็ได้ถูกบอกว่าหนึ่งในห้าของพวกเธอมีนักบวช สมาชิกกิลที่เหลือก็เป็นนักรบ ด้วยความที่พวกเธอมีแต่คลาสที่ดูซาดิสทำให้ฉันตกใจมากที่ทุกๆคนเป็นผู้หญิง

"แล้ว อะ อะไรที่เกี่ยวกับเร็น...?"

ในขณะที่ฉันรับแก้วมาเลอบิคก็ถามฉันด้วยความมุทะลุ แก้มของเธอเป็นสีแดงอ่อนแต่เธอยังไม่ได้ดื่มอะไรเลยนะ มันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอกำลังเขิน ความรู้สึกต้องการจัดการเร็นได้เดือดขึ้นภายในใจฉัน ฉันได้ตอบกลับไป

"ฉันได้พบกับเขาครั้งแรกในชั้นที่ 20 เขาไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้และเกือบจะต้องตายไปแล้ว"

"หุหุ เขาก็มีด้านที่น่ารักของเขา"

"...หลังจากนั้นเขาก็อยู่กับฉันพักหนึ่งและแก้ไขนิสัยเสียนั่น ในท้ายที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในการเอาชนะอัศวินลิซาร์ดแมนด้วยตัวคนเดียว"

"ตะ ตัวคนเดียว? อัศวินลิซาร์ดแมนหรอ? อึก ฉันน่าจะได้เห็นมันนะ.... อ่าเขาจะต้องดูเท่มากแน่ๆ"

"หลังจากนั้นเขาก็ได้ปีนดันเจี้ยนด้วยตัวคนเดียวต่อมาและประสบความสำเร็จในการเอาชนะบอสประจำชั้นทั้งหมดเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาก็ได้รับชื่อเสียงมาจากการช่วยนักสำรวจคนอื่นๆให้เอาชนะบอสประจำชั้น เขาควรจะยังอยู่ในชั้นที่ 35 เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยอิลิกเซอร์จากบอสประจำชั้น"

"อิลิเซอร์เสริมความแข็งแกร่ง? สิ่งที่มันจะดรอปมาในบางครั้งหรอ? ว้าวฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะเติบโตขึ้นมาก... เขาจะต้องดูหล่ออย่างมากแน่ๆในตอนนี้...เหมือนกับลูกผู้ชายที่แท้จริง..."

หูของเลอบิคได้บิดไปมาและเปิดเผยความรู้สึกสับสนของเธอ ในขณะเดียวโรเล็ตต้าก็กำลังยืนยันข้อมูลของเร็นผ่านการกระซิบของฉัน

"ชิน เร็นที่กำลังพูดถึงคือลูกค้าคนที่ผมยุ่งๆที่ทำให้ทุกคนนรู้สึกร้อนเมื่อมองไปที่เขาใช่ไหม? ชินแน่ใจนะว่าเขาไม่ได้กำลังพูดถึงคนอื่นนะ?"

"โรเล็ตต้าด้วยความสัตย์จริงนะ ฉันก็สับสนเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน"

"ฉันก็ประหลาดใจ ฉันไม่คิดว่าชายที่ชื่อเร็นนั้นมีจริง เล็ฟพูดเกี่ยวกับเขาเสมอเมื่อดื่มเหล้า"

"แน่นอน เมื่อเธอเริ่มพูดถึงเร็นเธอก็จะไม่พูดถึงคนอื่นในวันนั้นอีกเลยจนหมดวัน"

ด้านหน้าของฉันเป็นสาวคนแคระน่ารักชัว ไม่ว่าฉันจะมองเธอยังไงเธอก็ดูคล้ายกับเด็กประถม เธอกำลังถือแก้วและชนกับแก้มของเซวีนา แต่ว่าฉันก็สามารถทำตัวชินกับมันไปได้เพราะว่าฉันเคยเห็นคนแคระจากสวนแฟรี่แล้วเหมือนกัน แต่ว่าความบ้าของเลอบิคก็ยังดำเนินต่อไป

"เขาน่ารักตั้งแต่ตอนที่เขายังเด็กอยู่... ตอนที่ฉันต่อสู้กับเขาด้วยดาบไม้เขาได้ล้มลงและเข่าถลอกจากนั้นเขาก็วิ่งมาหาฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา...ฮึก ฮึก"

ฉัยรู้สึกเบื่อหน่าย ทั้งใบหน้าที่ร้องไห้ของเร็นจากจินตนาการของฉันและจากผู้หญิงคนนี้ที่ส่งเสียงแปลกๆออกมาในขณะที่ฉันนึกถึงใบหน้าที่ร้องไห้ของเธอเช่นกัน

"เมื่อตอนที่ฉันเลียแผลของเขา เขาพยายามที่จะยิ้มอย่างกล้าหาญด้วยน้ำตาลที่คลอเบ้า พร้อมพูดว่า 'ผมสบายดีครัวเซอร์เลอบิค' ...ฮ่าห์ ฮ่าห์"

"เล็ฟเลือดกำเดาเธอไหลแล้ว"

หลังจากที่เพลิดเพลินไปกับจินตนาการในอดีตวัยเยาว์ของเร็น หูและหางของเลอบิคก็ห้อยลงอย่างเศร้าใจ

"แต่แล้วฉัน...ก็ทิ้งเร็นด้วยตัวเองในทวีปพาแนน...อึก ฮึก..."

"เธอดื่มไปกี่แก้วแล้ว?"

"หนึ่งแก้ว เพียงแค่เบียร์แก้วเดียว"

"ฉัน ฉัน...ควรจะอยู่กับเขา ฉัน ฉันไม่ควรจะโยนมันออกไป....แต่ว่าฉันก็ยังอยากมีชีวิตอยู่..."

"เร็นคิดว่าเธอตายไปแล้ว"

"นั่นมันเป็นเรื่องโกหก อัศวินที่อยู่กับฉันในสนามรบจะต้องโกหก....เรื่องทั้งหมดฉันได้หนีออกไปต่อหน้าพวกเขา เบื้องหน้าสายตาของทุกๆคน ฉันได้เปิดประตูดันเจี้ยนเพื้อที่จะให้ตัวเองมีชีวิตอยู่....ทิ้งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของเหล่ามนุษย์สัตว์ไป...."

"....."

บรรยากาศที่สดใสจู่ๆก็กลายเป็นมืดมน ชัวและเซวีน่าที่ชนแก้วกันอย่างอารมณ์ดีสายตาก็ได้เปลื่ยนเป็นน่ากลัวในทันที ฉันสงสัยว่าพวกเขาก็คงจะมีประสบการณ์ที่คล้ายๆกัน ในฐานะนักสำรวจดันเจี้ยนที่หนุ่งพวกเขาต้องทิ้งประเทศและโลกที่พวกเขาอยู่แล้วเข้ามาในดันเจี้ยน

ฉันได้เปิดปากเพื่อที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่ฉันก็ตระหนักได้ว่าฉันไม่มีคุณสมบัติที่จะพูดอะไรได้ฉันเลยเงียบไว้ เพราะนั่นมันจะเป็นเพียงแค่เสียงบ่นของเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งไม่เคยประสบกับความไม่ยุติธรรมของโลกที่โหดร้าย ในพื้นที่ๆหลอกภัยนี้ พวกเขาจะเสี่ยงต่อคำพูดที่ไม่รู้ในตนเองของฉัน

เช่นนั้นฉันก็เลยได้แต่พูดในสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันสามารถจะพูดได้ในสถานการณ์นี้

"เร็นอยากจะเจอเธอ เขากำลังหาเธออยู่....ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่ เขาก็จะมีความสุขกับสิ่งนี้"

"ตะ แต่...ฉันไม่มีคุณสมบัติที่จะไปพบเขา ไม่มีความหวังในทวีปพาแนนเขาเป็นเพียงนักสำรวจคนเดียวที่รอดอยู่ เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยงอย่างแท้จริงและมีจิตวิญญาณที่สูงส่ง เพียงแค่พบกับเขามันก็จะทำให้วิญญาณของเขาเจ็บปวด ฉันกลัว ความจริงฉันยังมีผลต่อเขา.... ไม่ ฉันไม่สามารถไปพบเขาได้... ฉันไม่มีคุณสมบัติที่จะยืนเคียงข้างเขาได้ ฉันจะคิดถึงเขาแบบนี้เพียงอย่างเดียว...ฮิค"

"เธอเริ่มร้องแล้ว"

"ในตอนนี้ไม่มีทางเลือกแล้ว ตอนนี้หยุดรบก่อนเล็ฟ พวก....จะต้องหยุดเหมือนกัน ขอโทษด้วยนะแม้ว่าเขาจะเป็นคนชวนคุณมาก็ตาม"

เซวีน่าและชัวได้รู้สึกอึดอัดกับพวกเราเช่นกัน ฉันได้ยิ้มขมออกไปและลุกขึ้น ฉันไม่คิดว่าบทสนาจะจบแล้วแบบนี้ ถ้าเร็นมาถึงพื้นที่พักอาศัยและได้ยินเรื่องเลอบิคหรือแม้แต่พบเธอ...

"เซอร์เลอบิค"

"...อย่าเรียกฉันแบบนี้ ฉันไม่ได้เป็นอัศวินอีกต่อไปแล้ว"

"ถ้าเร็นจะเปลื่ยนไปเพียงแค่พบกับเธอ เขาก็จะไม่มีชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลและลองไปพบเขา....แผลของเธอจะเปิดออกอีกในวันหนึ่ง"

เมื่อเธอได้ยินหูของเธอก็กระพือเล็กน้อย จากนั้นเธอก็บ่นด้วยเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน

"....ฉันจะเพิ่มนายในรายชื่อเพื่อนได้ไหม?"

"แน่นอน"

เพราะแบบนั้นฉันก็ได้พบกับอาจารย์ของเร็น เลอบิคและปาตี้ของเธอ แม้ว่าเลอบิคจะได้ทิ้งโลกของเธอ แต่เธอยังปีนดันเจี้นต่อไปในฐานะนักสำรวจ เพียงแต่ว่าอะไรที่เธอหวังในท้ายที่สุด? บางที...ตราบเท่าที่เธอยังท้าทายต่อไป โลกของเธอก็จะไม่ล้มไปอย่างสมบูรณ์ เธอยังคงมีโอกาสที่จะกลับไปหรอ?

แม้ว่าเลอบิคจะกังวัลว่าเธอจะเปลื่ยนเร็น ฉันก็มีความคิดที่ต่างออกไป

เร็นเป็นนักรบคนหนึ่งที่เดินไปข้างหน้าโดยที่ไม่มองกลับหลัง ถ้าเป็นเขาเขาอาจจะจุดไฟของอัศวินที่หลบหนีได้อีกครั้ง ถ้าเป็นเขา เขาอาจจะเปลื่ยนเธอได้

ความหวังและความกังวลว่าจะเป็นเช่นนั้น ฉันรู้สึกประหลาดใจเมื่อตระหนักได้ว่าฉันได้คิดเกี่ยวกับเร็นมากมาย

สำหรับครั้งนี้ฉันก็ไม่สามารถจะซื้อทักษะประเภทพุ่งได้จากการประมูลได้เลย เวรเอ้ย มันไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ง่ายเลย!

จบบทที่ บทที่ 107 - คนเหล่านั้นที่ปีนไปในดันเจี้ยน (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว