เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 96 - มอบอิสระภาพ (3)

บทที่ 96 - มอบอิสระภาพ (3)

บทที่ 96 - มอบอิสระภาพ (3)


บทที่ 96 - มอบอิสระภาพ (3)

ฮวาหยาได้เบิกตากว้า มันเป็นตามที่ฉันคิดเลย เธอคงจะไม่คิดว่าจะมีชื่อของวอร์คเกอร์ขึ้นมา

แต่ว่าฉันมันใจ ชายชุดคลุมดำที่ถูกแช่แข็งจนถึงท้องก็คือเอ็ดเวิร์ดวอร์คเกอร์ ฉันสามารถจะบอกได้จากเสียงของเขา ทักษะที่เขาใช้มันก็ยิ่งทำให้ฉันมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ฉันได้ถอดหน้ากากของเขาออกมา สิ่งที่อยู่ภายในนั้นเป็นชายวัยกลางคนที่มีผมและตาสีน้ำตาล แม้ว่าเขาจะกัดฟันและมองมาที่ฉัน ฉันก็ไม่ได้ให้ความสนใจใดๆและคว้าไปที่หน้าของเขา ฟีสสส ประกายสายฟ้าได้แลบออกมา ความต้านทานที่แข็งแกร่งนี้ทำให้ฉันมั่นใจ

"นายมีแม้แต่ไอเทมที่ซ่อนตัวตนของนาย"

"เหมือนกับที่นายใส่อยู่หรอ?"

"ฉันจะบอกว่าฉันขอโทษ"

ฉันไม่ได้ปล่อยวอร์คเกอร์ไป เนื่องจากว่าเขามีทักษะย้อนกลับเหมือนกับฉัน (แม้ว่าตอนนี้เขาจะใช้มันไปแล้ว) ฉันได้หักขาทั้งสองข้างของเขามันได้ทิ้งหลักฐานว่าเขาไม่สามารถจะทำอะไรได้ แม้ว่าฉันจะไม่แน่ใจเกี่ยวกับสภาพแขนของเขา แต่ว่านั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องกังวล

"อ๊ากกกก"

"วอร์คเกอร์นายได้แอบย่องเข้ามาในห้องของสุภาพสตรีซึ่งมันคือสิ่งที่พวกเศษสวะเท่านั้นที่ทำ นายไม่คิดแบบนั้นหรอ?"

"อ๊าาาา...!"

"นายรู้ไหมว่าฉันโกรธมากเลยนะ มันอาจจะเป็นเพราะว่าฉันก็มีน้องสาวตัวน้อยมันเลยทำให้ฉันรู้สึกว่ามันไม่ใช่ปัญหาของคนอื่น ฉันอาจจะรุนแรงซักหน่อยนะ...ดังนั้นมาเริ่มคุยกันเถอะ"

อยากแรกเลยฉันได้ต่อยไปที่ท้องของเขาเบาๆ มานาที่อยู่รอบๆร่างของเขาเป็นคลื่นและมีสีฟ้าอ่อนได้ถูกปล่อยออกมาชั่วขณะหนึ่ง จากการต้านทานที่ฉันรู้สึกได้จากหมัดที่ต่อยไปมันดูเหมือนว่าเขาจะสวมใส่ไอเทมที่ดูดซับแรงกระแทก แต่มันต้านทานแค่แรงกระแทกทางกายภาพ ไม่ได้รวมถึงสายฟ้า น้ำแข็ง

ฉันสงสัยว่ามันทำงานยังไง มันเป็นไอเทมใช้งานครั้งเดียวหรอ? หรือไม่ก็เป็นไอเทมที่จำกัดจำนวนการใช้? บางทีมันอาจจะสามารถใช้งานได้โดยมานา เพื่อตอบคำถามที่ฉันสงสัยฉันได้ต่อยวอร์คเกอร์อีกครั้ง เขาได้ขมวดคิ้วและในเวลาเดียวกันแสงสีฟ้าอ่อนก็ถูกยิงออกมา

ดูเหมือนว่าเขาจะใช้มานาของตัวเอง ฉันได้ตัดสินใจว่ามันจะดีที่สุดที่จะทำให้มานาของเขาหมดลงไปก่อนที่จะหลบหนีไปได้ ฉันได้ชกเขาซ้ำไปเรื่อยๆ

"อย่าได้ทำแบบนี้กับคนอื่นอีก"

"ฉัน...วอร์คเกอร์ อั๊ก...!"

"ขอโทษนะ ให้ฉันทำให้มานาของนายหมดก่อน"

"ฉัน...จะไม่ขัดขืนแล้ว!"

"ฉันไม่เชื่อนายดังนั้นเงียบซะ"

ฉันได้อัดเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อแสงสรฟ้าได้หายไปโดยสมบูรณ์ มันเป็นสัญญาณว่าวอร์คเกอร์ได้ขาดแคลนมานาแล้ว

"อึก...ยอน ฮวาวู นายมันเดรัจฉาน...! ฉันเพียงแค่เข้าไปอยู่ในนั้นแค่นั้นเอง!"

"อะไรนะ นายเพียงแค่พยายามที่จะแอบดูฮวาหยาอาบน้ำหรอ? คนอย่างนายแอบเข้าไปในห้องของระดับ SS เพื่อที่จะนั่งเล่นเฉยๆงั้นหรอ? ถ้านายยังพูดไร้สาระต่อไปอีก ฉันจะต่อยนายให้มากขึ้นกว่าเดิม"

"...."

"ทำไมนักสำรวจดันเจี้ยนแบบนายถึงไปทำงานให้กับคนแบบบริทแมน?"

แน่นอนฉันได้ตัดสินใจว่าบริทแมนเป็นลูกน้องของวอร์คเกอร์และทำงานภายใต้คำสั่งของเขา มันค่อนข้างจะชัดเจนเลยทีเดียว ฮวาหยาก็ยังหยักหน้าเห็นด้วยกับคำนี้

"นายจะเชื่อไหมถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ได้ทำงานให้เขา?"

ฉันได้ยกหมัดขึ้นโดยไม่ตอบอะไรกับไป วอร์คเกอร์ได้ถอนหายใจลึกออกมา

"จริงๆแล้วนายมันเป็นคนโหดเหี้ยม...อั๊ก!"

"ก่อนอื่นถอดไอเทมนั่นออก"

วอร์คเกอร์ได้มองมาที่ฉันจากนั้นก็เอื้อมมือออกไปถอดไอเทมของเขา แต่แล้วเขาก็รู้ตัวว่าแขนของเขาได้หักออก เขาได้พึมพัมอะไรบางอย่าง และก็ได้มีบางอย่างออกมาจากใบหน้าของเขาอย่างหน้าประหลาดใจ เขาได้กลายเป็นเด็กหนุ่มผมดำ ตาสีเขียว แม้ว่าดวงตาของเขาจะค่อนข้างเจ้าเล่ห์ แต่ตาสีเขียวมันทำให้เขาดูเงียบสงบ

"อ่า แน่นอนว่าส่งไอเทมนั่นมาด้วย"

"...มันเป็นไอเทมจากชั้นขายของดังนั้นก็เลยแลกเปลื่ยนไม่ได้"

"อ่อ เข้าใจแล้ว"

เมื่อฉันได้หยิบมันขึ้นมามันก็ตกอยู่ภายใต้ความครอบครองของฉันโดยไม่มีการต่อต้านใดๆ เขาโกหก

[หน้าผี (ยูนีค)

ความคงทน - 98/110

ข้อจำกัดอุปกรณ์ - เลเวล 40+ พลังเวทย์ 50+

ผลอุปกรณ์ - พลังเวทย์ -20 ความคล่องแคล่ว +15

ทักษะ - หน้าผี: ด้วยการสวมใส่ไอเทมนี้จะช่วยให้คุณสามารถเปลื่ยนรูปลักษณ์ของคุณให้เป็นคนที่เคยเห็นมาก่อนได้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากไอเทมนี้จะใช้มานาของคุณ ทำให้คุณไม่สามารถจะใช้ส่วนมานาในขณะที่ใส่ไอเทมได้]

ในตอนที่รายละเอียดของไอเทมได้ปรากฏขึ้นฉันได้ต่อยไปที่ท้องของวอร์คเกอร์อีกครั้ง ตามที่คาดไว้ได้มีแสงสีน้ำเงินอ่อนถูกยิงออกมาอีกครั้ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขากำลังพยายามจะทำอะไรบางอย่าง

"ไอเวรเอ้ย!"

"แกสิเวร"

ฉันได้ทำให้มานาของเขาหมดลงไปอีกครั้งและใส่หน้าผีลงไปในช่องเก็บของ

"นายสามารถจะปลดอาวุธได้ด้วยตัวเองอีกไหม?"

"ฉันไม่สามารถขยับร่างกายได้ อย่างน้อยก็รักษาแขนของฉันก่อน"

"โอเค ฉันเพียงแค่จะต้องเอามันออกมาเอง"

"กรี๊ด นายกำลังทำอะไรอยู่เนี้ย ฉันกำลังดูอยู่นะ!?"

เพราะแบบนั้นวอร์คเกอร์ได้ถูกฉันปล้นจนกระทั่งแม้แต่ส่วนสำคัญยังถูกเปิดเผยออกมา ฉันได้ใส่เสื้อผ้าคืนไปให้แก่วอร์คเกอร์แบบสุ่มๆและเผาชุดชั้นในของเขา จากนั้นฉันก็ตรวจสอบไอเทมและหาสิ่งที่ฉันต่อการ

"นี้มันคือ"

[สร้อยข้อมือผู้พิทักษ์เซริน่า (อีปิค)

ความคงทน - 551/1120

ความต้องการอุปกรณ์ - ถูกผูกไว้กับเอ็ดเวิร์ด วอร์คเกอร์ คนอื่นๆที่สวมใส่จะไม่ได้รับผลใดๆ

ผลของอุปกรณ์ - การป้องกันแห่งเซริน่า: เมื่อได้รับการโจมตีทางกายภาพหรือเวทมนตร์ที่เกินกว่าพลังป้องกันของผู้สวมใส่ ขะใช้มานาป้องกันผู้สวมใส่โดยอัตโนมัติ]

"อีปิค หืม...."

ฉันไม่ได้รู้ตัวในตอนแรก แต่ฉันก็มีไอเทมระดับอีปิคเหมือนกัน ชุดเกราะเกล็ดมังกรสีชาดของฉันทั้งหมดก็เป็นไอเทมระดับอีปิค

ในขณะที่ฉันคิดว่าวอร์คเกอร์ไม่น่าจะมีไอเทมที่มีค่าแบบนี้มันทำให้ฉันอดที่จะรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ อย่างไรก็ตามฉันก็รู้อยู่แล้วด้วยว่าไอเทมระดับอีปิคนั่นเป็นไอเทมที่จะผูกกับคนแรกที่สวมใส่ คนอื่นๆที่ใส่พวกมันก็จะไม่ได้รับผลใดๆ ดังนั้นฉันจึงสั่งให้ไพก้าทำลายสร้อยข้อมือของเรา มันเป็นเรื่องที่น่าอับอายแต่ว่าฉันไม่มีทางเลือกเพราะฉันไม่สามารถจะใส่มันได้

"ไม่นะ นายรู้ไหมว่ามันมีค่ามากแค่ไหน!?"

"วอร์คเกอร์หุบปาก!"

ฉันได้ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เหลือของเขา แต่ว่าพวกมันมีแค่ระดับแรร์ที่มากที่สุดเท่านั้น ฉันได้เก็บมันเอาไว้เป็นกองและเผามันไป วอร์คเกอร์ได้เม้มปากเล็กน้อยและสาปส่ง

"ไอลูกเคอรี่ ไม่สิ แกมันลูกปีศาจ"

"ตอนนี้ฉันได้ยินเรื่องของนายแล้ว"

"แบบไหน?"

"ปากของนายยังไม่เจ็บ ทำไมนายถึงทำงานภายใต้บริทแมนล่ะ? อย่าบอกว่านายทำให้เขาเป็นนักสำรวจนะ? แม้อย่างนั้นก็มีเพียงแค่นักสำรวจในโลก 6 คนในอันดับ..."

"นายคิดว่าฉันบ้าหรอ? เมื่อเทียบกับเขาแล้วสิ่งเดียวที่ฉันมีแต้มต่อเหนือกว่าก็คือฉันเป็นนักสำรวจดันเจี้ยน เขาไม่รู้เกี่ยวกับมัน...นอกจากนี้สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกี่ยวกับต้นตระกูลของฉันที่รับใช้ตระกูลของบริทแมนมาหลายชั่วอายุคนแล้ว"

นี่มันเป็นเหตุผลง่ายๆ แม้ว่าฉันจะมีข้อสงสัย แต่ฮวาหยาดูเหมือนจะยอมรับมัน

"มันเป็นไปได้"

"เฮ้นี่มันศตวรรษที่ 21 นะ"

"ชินในโลกนี้มีคนจำนวนมากที่มีชีวิตอยู่ในแบบที่นายไม่สามารถจะจินตนาการได้"

"นั่นมัน...โอเคฉันเข้าใจแล้ว"

ฉันได้มองไปที่วอร์คเกอร์และตกอยู่ภายในความคิด ฉันไม่คิดว่าฉันจะอัดวอร์คเกอร์จนเจียนตาย มันเป็นเรื่องเหลวไหลอย่างที่ฉันรู้สึกว่ามันเหมือนกับคำตอบทางคณิตศาตร์ที่ฉันไม่สามารถจัดการมันได้

"ถ้างั้นทำไมนายถึงมาสอดแนมฮวาหยา?"

"พวกนายทั้งคู่ค่อนข้างจะสนิทกัน เรียกเธอว่าฮวาหยา...ฉันไม่เคยเห็นมัสติฟอร์ดอนุญาติให้ใครเรียกเธอด้วยชื่อเลย"

"วอร์คเกอร์ ฉันคิดว่านายฉลาด..."

บางทีแม้ว่าเขาจะรู้ถึงสถานการณ์ที่อันตรายที่เขาอยู่ เขาก็อาจจะต้องการจะแสดงให้เห็นว่าจิตใจของเขาไม่ได้หวาดกลัวฉัน หรือไม่ก็เขาต้องการบอกโยนตัวเองว่าเขาจะไม่ถูกทำให้หายไปโดยสมบูรณ์ ยังไงก็ตามฉันก็ไม่ได้สนใจมันสักทาง แต่ฉันก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะปล่อยมันให้ดำเนินต่อไปมากกว่านี้ ฉันจะต้องเพิ่มความรุนแรงขึ้นอีกงั้นหรอ?

วอร์คเกอร์ดูเหมือนจะสังเกตุเห็นในสิ่งที่ฉันคิดในขณะนั้นเขาก็เร่งรีบพูดต่อออกมา

"อย่างที่นายน่าจะคิดออก มันเป็นคำสั่งของบริทแมนเขาสั่งให้ฉันติดตามสังเกตุและรายงานทุกๆอย่าง...เขาอาจจะต้องการที่จะหาสิ่งที่ใช้ประโยชน์ได้ นอกจากนี้นายยอน ฮวาวู...ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นชื่อปลอมของนาย เขาก็สั่งให้ฉันจับตาดู เขาคลั่งมากเลยล่ะที่มัตฟอร์ดอนุญาติให้นายพักบ้านเธอได้"

"อี๋ น่าขยะแขยง..."

ฮวาหยาได้เกาแขนของเธอเหมือนกับว่าเธอพึ่งได้ยินสิ่งที่น่าขนลุก ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันก็จะต้องขยะแขยงเขายิ่งกว่านี้อีก...

"มัสติฟอร์ เธอไม่ได้ลงการป้องกันลงบ่อยนัก สิ่งเดียวที่ฉันสามารถส่งมอบไปให้กับบริทแมนได้ก็คือภาพที่เธอกำลังอาบน้ำอยู่ระหว่างช่องว่างของประตู"

"กรี๊ดดดดดด!"

ฮวาหยาได้กรีดร้องออกมาและโยนแมวไฟของเธอไปที่วอร์คเกอร์ เสื้อผ้าที่ฉันพึ่งใส่ไปให้เขาได้ถูกเผาในทันที

"อ๊ากกกกก!"

"ฮวาหยาใจเย็น การฆาตกรรมมันไม่ดี"

น่าขยะแขยง น่าขยะแขยงที่สุด! บริทแมนเป็นคนสั่งให้ถ่ายรูปของฉันอย่างลับๆและวอร์คเกอร์ก็ทำมัน! ฉันต้องการจะฆ่ามันทั้งคู่! ฉันจะฆ่าพวกมันทั้งคู่!"

"ตอนนี้อดใจไว้ก่อน ฉันมีบางอย่างที่คิดเอาไว้อยู่ มันไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะฆ่าวอร์คเกอร์ ทำไมเธอไม่ลองฟังฉันก่อนล่ะ?"

"หุหุหุ..! นายมีแผนหรอ? ฉันจะต้องได้ยินมัน"

ฮวาหยาได้สูดหายใจเข้าและหยิบแมวเพลิงกลับมา หลังจากถูกเผาไปครึ่งตัวไฟก็ดับลง แมวได้กลิ้งตัวไปมารอบๆอย่างน่ารัก

ฉันคิดว่าเธอจะปฏิเสธ แต่เธอได้กลับมาสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว ในตอนท้ายก็ดูเหมือนว่าเธอจะคิดแบบเดียวกันกับฉัน

"จริงสิ...อึก เธอทำให้ฉันเผยส่วนที่น่าอายมากๆออกมาเอง...!"

วอร์คเกรอ์ที่ถูกเผาไปครึ่งหนึ่งได้พึมพัมในขณะที่กัดฟันแน่น ในขณะที่ฉันคุยกับฮวาหยาเสร็จ ฉันก็ตอบกลับไปยังเขา

"นายควรจะรู้เรื่องนี้จะเกิดขึ้นถ้านายถูกเจอตัว"

"ใช่แล้ว...นายเจาะทะลวงผ่านการซ่อนตัวของฉันได้ยังไง? ฉันมั่นใจว่าฉันจะไม่ถูกพบนะ..."

"อย่าบอกนะว่านายคิดอย่างที่พูดจริงๆ...เอาล่ะวอร์คเกอร์มันมีหลายตัวเลือก ฟังนะ"

ฉันได้ยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้วว

"อย่างแรกนายสามารถจะกับไปหาบริทแมนและเปิดเผยกับทั้งโลกว่านายได้ร่วมมือกับเขา"

"นายดูเหมือนจะพลาดเงื่อนไขบางส่วนไป"

"แน่นอน นายจะต้องใช้ใบหน้าจริงๆและเปิดเผยในสิ่งที่ทำ แม้ว่าบริทแมนจะอยู่เบื้องหลังนาย แต่รัฐบาลอังกฤษก็ดูแลเรื่องของฮวาหยาด้วยเหมือนกัน ฉันมั่นใจได้เลยว่ามันจะยากสำหรับง่ายที่จะมีชีวิตอยู่หลังจากตอนนั้นไป"

"..."

วอร์คเกอร์ได้เงียบลงไป ฉันก็พูดต่อ

"อย่างที่สองนายสามารถหนีไปที่ดันเจี้ยนได้และไม่ต้องกลับมาอีก มันอาจจะดีกว่าตัวเลือกแรก แต่มันก็ยังคงเหมือนเดิมนายจะไม่สามารถใช้ชีวิตบนโลกนี้เได้อีก"

"มีอะไรอีกไหม?"

แน่นอนว่ามีอยู่ สามคือนายทรยศบริทแมนและมาอยู่ฝั่งของพวกเรา"

"...นายคิดว่าฉันจะทำหรอ? หลังจากที่พวกนายทำอย่างนี้กับฉัน?"

วอร์คเกอร์ได้ถามฉันราวกับว่าเขาเพิ่งจะได้ยินในสิ่งที่ไร้สาระที่สุดในโลก แต่ฉันก็หยักหน้าอย่างกล้าหาญ

"ฉันคิดว่านายจะทำ นายทำงานภายใต้วอร์คเกอร์เพียงแค่เพราะต้นกำเนิดของนายเท่านั้น ถ้านายคิดจะจงรักภักดีกับเขานายก็คงทำให้เขาเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนไปนานแล้ว"

"แล้วเกี่ยวกับคนที่ทำแบบนี้กับฉันล่ะ!?"

"สิ่งที่นายทำทั้งหมดมันก็ไม่สามารถให้อภัยได้ แม้ว่านายจะกลายมาเป็นพวกของฉัน แต่นายก็ต้องจ่ายสำหรับสิ่งที่นายทำไปในก่อนหน้า"

ด้วยคำพูดนี้วอร์คเกอร์ได้เงียบไป ฮวาหยาได้มองดูเขาและระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

"ฮ่าๆๆ ถ้างั้นนี้คือวอร์คเกอร์ผู้ที่ดูแลตัวเองมากๆและไม่ต้องการจะช่วย...วอร์คเกอร์พูดตรงๆเลยนะสิ่งที่นายทำมันทำให้ฉันรังเกียจ แต่มันก็ยังน่ายกย่องที่นายไม่ได้ทำให้บริทแมนเป็นนักสำรวจ แต่ถึงแม้วอย่างนั้นฉันก็ต้องการจะให้มันจบลงไปไม่ว่าชินจะพูดยังไง...ถ้านายให้ความร่วมมืออย่างจริงใจต่อจากนี้ต่อไป ฉันจะสามารถหยุดตัวเองจากการจบชีวิตนายได้ นายควรจะรู้ว่าความเมตตาของฉันก็มีจำกัด"

"คนที่ไม่ได้สังเกตุเห็นฉันจนกระทั่งถึงตอนนี้ไม่ควรจะทำตัวหยิ่ง..."

"อึก"

หลังจากที่ทำให้ฮวาหยาพูดไม่ออก วอร์คเกอร์ก็หันหน้ามามองฉัน วอร์คเกอร์เป็นนักสำรวจที่เหมือนของฉันที่สามารถจะฟื้นฟูร่างกายได้ตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป

"ฉันไม่สามารถหนีไปจากเขาได้ แม้กระทั่งก่อนที่เขาจะกลายเป็นผู้ใช้พลัง พลังและเงินของเขามันยิ่งใหญ่มาก ตราบเท่าที่ฉันยังอยู่ในอังกฤษฉันก็ไม่สามารถจะหนีจากเขาได้ แม้ว่าฉันจะสามารถเข้าไปในดันเจี้ยนได้ มันก็จะเป็นเหมือนเดิมเมื่อฉันออกมา มันไม่มีประโยชน์ที่ฉันจะวางแผนใช้ชีวิตในดันเจี้ยนตลอดไปอย่างที่นายพูด ฉันจะต้องซื่อสัตย์กับเขาเท่านั้น สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันต่อต้านเขาได้ก็คือการที่เขาไม่รู้ว่าฉันไม่ได้ทำให้เขาเป็นนักสำรวจดันเจี้ยน"

"กับคำถามนี้มันจะใช่วิธีเดียวจริงๆหรอ... ทำไมนายไม่เพียงแค่ออกไปจากอังกฤษล่ะ?"

"นายได้ฟังฉันมั๊ย? มันไม่มีทางที่จะเดินทางออกไปจากประเทศได้โดยที่เขาไม่รู้ตัว"

"ทำไมมันจะทำไม่ได้ล่ะ? ในระหว่างเหตุการการจู่โจม นายจะสามารถเดินทางไปที่ประเทศอื่นและอยู่ที่นั่น"

"...."

"นายเพียงแค่กลัว ยอมรับมันซะ นายไม่มีความกล้าที่จะเปลื่ยนแปลงวิถีชีวิตของนายเอง"

"...ฟู่"

หลังจากที่ถอนหายใจสั้นๆ วอร์คเกอร์ได้เปิดเผยความคิดจริงๆของเขา

"ตราบเท่าที่ฉันยังภักดีต่อเขา ฉันก็สามารถจะได้รับอะไรก็ได้ที่ฉันต้องการ นายพูดถูกการทำงานภายใตจ้เขาเป็นสิ่งที่สะดวกสะบายและฉันก็ได้เติบโตใช้มันจนเคยชิน มีส่วนร่วมในการจู่โจมและหนีไปงั้นหรอ? ฉันไม่รู้ว่าหลังจากนั้นฉันจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง? ฉันทำงานให้เขาตั้งแต่ที่ฉันเกิด มันไม่มีมีแม้แต่เวลาเดียวที่ฉันได้ทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง"

"เหตุผลของนายมีแต่จะทำให้คนอื่นๆในช่องการสื่อสารฟัวเราะเท่านั้นและนายก็ไม่เคยเข้าร่วม ก็เป็นแค่เพราะสิ่งนี้?"

"ไม่ นั่นมันเพราะว่าฉันคิดว่าพวกนายเป็นคนโง่ มันไม่ได้เป็นกลไกการป้องกันหรืออะไรแบบนั้นเลย ถ้าการกระโดดเข้าไปสู่อันตรายด้วยตัวเองถ้าไม่เรียกว่าโง่จะให้เรียกว่าอะไร?"

"นายทำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องตอนนี้..."

คนๆนี้แม้ว่าร่างกายของเขาจะโทรมมาก แต่ปากของเขามันยังอยู่...ฉันได้ตัดสินใจที่จะยื่นคำขาดให้แก่เขา

"วอร์คเกอร์ตัดสินใจซะ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะเปลื่ยนวิถีชีวิตของนาย หากนายยอมรับฉันจะแยกนายออกจากบริทแมนอย่างสมบูรณ์ ให้คำมั่นสัญญาจงรักภักดีและใช้ชีวิตอยู่กับบริทแมนไปตลอด หรืออยู่ในดันเจี้ยนโดยที่ไม่สามารถกับสู่โลกได้ อย่างน้อยฉันก็สามารถจะนำเสนอวิถีชีวิตที่เหนือกว่านั้น"

"...ฉัน"

วอร์คเกอร์ได้ลังเลเป็นเวลานายและเขาก็ตอบในที่สุด เมื่อได้ยินคำตอบของเขามันทำให้ฉันยิ้มขึ้น

จบบทที่ บทที่ 96 - มอบอิสระภาพ (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว