เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 92 - เสียงคำรามสีชาด (4)

บทที่ 92 - เสียงคำรามสีชาด (4)

บทที่ 92 - เสียงคำรามสีชาด (4)


บทที่ 92 - เสียงคำรามสีชาด (4)

"ฉันได้เห็นแล้วว่าทำไมถึงยังไม่มีใครเคลียร์ครั้งแรก..."

ฉันได้แย้มยิ้มออกมา เพียงแค่ปลายตาดูมันก็จะต้องมีอย่างน้อย 500 ตัวแล้ว ในขณะที่ปีนดันเจี้ยนขึ้นมาก็มีสิ่งหนึ่งที่ฉันได้ทำความเข้าใจขึ้นมานั้นก็คือไม่ว่าฉันจะต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามยังไงแต่มันก็มีขีดจำกันของจำนวนการโจมตีที่ฉันจะป้องกันได้ ความแตกต่างของจำนวนนี้ฉันจะต้องป้องกัน โจมตี ป้องกัน โจมตีซักกี่ครั้งกัน นอกจากนี้ฉันเพิ่งจะวิ่งผ่านที่ๆเต็มไปด้วยมอนสเตอร์แบบนี้ นอกจากนั้นก็ยังมีเจ้าตัวที่ถือเคียวอยู่อีก มันมีอะไรซักอย่างที่ทำให้ฉันกังวล

ฉันได้สะบัดหอกและจับด้ามหอกแน่น จากนั้นก็ชี้มันออกไปด้านหน้า

"เข้ามา!"

[คุณได้ใช้ทักษะยั่วยุศัตรูทั้งหมดจะโจมตีคุณด้วยความเกลียดชังอย่างรุนแรง]

[กำจัดสิ่งมีชีวิต จงมอบความเจ็บปวดให้กับนักสำรวจที่เยาะเย้ยความตาย!]

[กั๊กๆๆๆ!]

[ฆ่าเขาๆ!]

[ยึดเอาวิญญาณและควบคุมร่างกายของมัน!]

เหล่ามอนสเตอร์ได้วิ่งเข้ามาหาฉันเหมือนกับคลื่นสึนามิ หลังจากได้สูดหายใจเข้าลึก ฉันก็ได้ลูบไปที่หลังของริยู มันเป็นสัญญาณบอกให้เธอวิ่ง

[อูววว ลูบฉันอีก]

"ไว้ก่อนนะ ตอนนี้วิ่งก่อน!"

[บรูววววววววว!]

ริยูได้พุ่งตัวออกไปจากพื้นทันที อย่างแรกฉันจำเป็นจะต้องลดจำนวนของพวกมันในครั้งเดียว ฉันได้ยกหอกและแทงออกไปข้างหน้าด้วยการใช้พายุธาตุ หลังจากที่ทักษะนี้มาถึงระดับกลางแล้วมีธาตุมากขึ้นที่รวบรวมได้ จริงๆมันทำให้ดูเหมือนว่าฉันกำลังจับพายุเอาไว้อยู่

[วูวววววว!]

[หมุนๆ~~~!]

[คุฮ่าฮ่า ฉันรอคอยเวลานี้มานานแล้ว!]

ฉันได้ยิงมันออกไปข้างหน้าโดยที่ไม่ได้สนใจเสียงของเหล่าธาตุ พายุธาตุมันได้กวาดผ่านเหล่ามอนสเตอร์นับร้อยไปในทันที โดยส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยผีอัศวินที่ยืนอยู่หน้าสุด ฉันได้หยิบเอามานาโพชั่นระดับสูงขึ้นมาและดื่มมันลงไป จากนั้นก็ถือหอกเหมือนไม้เบสบอล

"ดาบธาตุ!"

[วูว รถไฟเหาะ!]

[ไปกันเลย ไปกัน!]

[เอ๊ะ? ดะ เดี๋ยวก่อน! ไม่ใช่อันนี้!]

[วูวววว!]

ในขณะที่ฉันตะโกนออกมาใบมีดธาตุก็ได้ถูกยืดออกมา 6 เมตรและเริ่มส่องแสงสีรุ้ง ฉันได้เหวี่ยงหอกของฉันเข้าใส่พวกที่มันเข้ามาด้วยผีอัศวินส่วนมากที่ถูกกวาดออกไปด้วยพายุธาตุทำให้เหล่าผีและภูติผีที่อ่อนแอไม่สามารถจะทนต่อการโจมตีและล้มลงไปได้

ตูมมม

[อึก!]

[แก ผู้ใช้ธาตุ!]

[ตาย ตายซะเจ้าพวกผี]

[อ้วกก ฉันจะไม่เอาอีกแล้ว!]

[วูววววว]

เหล่าผีได้ตายกันไปท่ามกลางเสียเชียร์ของเหล่าธาตุ ยังไงก็ตาม

[อย่าได้ตายอย่างไร้ประโยชน์ ฉันจะต้องใช้พวกแกด้วยวัตถุประสงค์อื่น]

[กรี๊ด! ยมทูตมา!]

[กริม รีปเปอร์วาดเคียวมาแล้ว]

เขาจะต้องใช้พวกนั้นด้วยวัตถุประสงค์อื่น...? ยมทูตได้เหวี่ยงเคียวยักษ์ของมันกวาดมาด้านหน้า ฉันจะได้หลบการโจมตี แต่ว่าไม่ใช่การโจมตีของเขา ในขณะขณะที่ฉันกังวลกับสิ่งที่มันพูด กลับกันฉันได้ใช้เท็มเพรสเพื่อโจมตีผีอีกครั้ง

[ก๊าซซซซ!]

[เจ้าชั่วนั้นกำลังยิงพายุ!]

[ชิ ถ้านั่นเป็นสิ่งที่แกต้องการ ถ้างั้นละก็...]

อย่างที่ฉันคิดเลย! ราวกับจะย่นช่องว่างระหว่างเราร่างกายของยมทูตได้ลอยเข้าามาหาฉันอย่างผลุบๆโผล่ๆและราบรื่น การเคลื่อนไหวของมันดูผิดปกติเหมือนกับฉันกำลังดูหนังสยองขวัญ บวกกับเคียวที่ใหญ่มากพอที่จะปิดกั้นมุมมองของฉันราวกับว่ามันจะตัดคอของฉัน ฉันได้กัดกันน่นและใส่มานาจำนวนมากลงไปในหอกที่ไพก้าสิงอยู่เพื่อเพิ่มพลังและป้องกันเคียวของยมทูต

[แข็งแกร่ง!]

"อึก!"

มีบางอย่างลอยออกมาจากท้องของมัน ฉันได้กระโดดหลบออกมาด้วยความเร่งรีบและหลบมัน ปึก! เมื่อฉันได้ยินเสียงและหันกลับไปมองตำแหน่งนั้นที่ฉันอยู่เมื่อตะกี้ ฉันได้เห็นเยวเล็กๆอยู่ เคียวเล็กๆนั่นถูกยิงออกมาจากท้องของมันหรอ ห่าอะไรกันเหี้ยในกระเพาะของมันทำได้ยังไง? แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่มีเวลาให้คิดอะไรเกี่ยวกับมันอีก มันได้ยิงเคียวออกมาอีกครั้ง ฉันได้แต่หลบการโจมตีของมันอีกครั้ง การโจมตีนี้คล้ายกับศรสายฟ้า

[อึก เขาต้องคิดว่าเราเป็นเหยื่อที่ง่ายแน่ๆ!]

[แสดงให้เขาเห็นซะว่ามันไม่ใช่ความจริง!]

[ฉันบอกว่าพวกนายต้องอยู่ที่นี่]

[พวกเราตายอยู่แล้ว! ทำไมจะต้องไปกังวัลว่าจะต้องตายอีกครั้งล่ะ?]

เมื่อเหล่าผีบินเข้ามาหาฉัน ยมทูตก็หยุดที่จะยิงคลื่นใบมีด ตามที่ฉันคิดเขาไม่ต้องการที่จะให้เหล่าวิญญาณตายไป! ด้วยการใช้เท็มเพรสฉันได้จัดการเหล่าผีไป จากนั้น...

[ก๊าซซซซ! ความรู้สึกแห่งความตาย! เสียงคำรามแห่งความตาย!]

[ยมทูตได้ใช้เสียงคำรามแห่งความตาย! พลังโจมตีของอันเดตทั้งหมดเพิ่มขึ้นสองเท่า พลังป้องกันของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดลดลงครึ่งหนึ่ง!]

[คุณได้ทำการต่อต้านสถานะ ผลสถานะถูกยกเลิก]

เยี่ยม เงินที่ฉันจ่ายไปมันคุ้มค่ากับไอเทม! เมื่อยืนยันว่าทักษะของยมทูตไม่ส่งผลต่อฉัน ฉันก็ได้เงยหน้าขึ้น เหล่าผีได้ตื่นเต้นกับพลังที่เพิ่มขึ้น ผีอัศวินได้พุ่งเข้ามาหาฉันเป็นเส้นต้น ฉันได้หันหน้าไปเผชิญหน้ากับพวกมันและกรีดร้องออกมา

"กรี๊ดดดดดดดดด!"

[คุณได้ใช้ทักษะเสียงคร่ำครวญของวิญญาณพยาบาทศัตรูส่วนใหญ่ติดอยู่ในสถานะหวาดกลัวและสับสน!]

เอ๊ะ? แม้ว่าฉันจะไม่ได้คาดหวังมากนัก แต่ส่วนใหญ่ของผีอัศวินที่พุ่งมาหาฉันได้ล้มลงและเริ่มต่อสู้กับเอง ทำไมล่ะ? ทักษะนี้มันจะใช้ได้กับมอนสเตอร์ที่อ่อนแอและมีค่าสติปัญญาที่ต่ำ.. จากนั้นฉันก็จำอะไรบางอย่างได้ พลังเวทย์ เสน่ห์ และสติปัญญาเป็นส่วนสำคัญในการปกป้องจิตใจ ถ้าอย่างนั้นมันก็น่าจะมีส่วนช่วยในการโจมตีทางจิตใจได้เช่นกัน! แม้อย่างนั้นฉันก็ไม่คิดว่าพวกมันจะติดอยู่ในสถานะนี้นานนัก นอกจากนี้ยมทูตก็ได้เหวี่ยงเคียวมาที่หน้าฉันแล้ว

"อึก แกเร็วมาก!"

[ข้าจะตัดหัวของเจ้า!]

จากเสียงลึกของยมทูตมันได้ทำให้ฉันรู้สึกถึงอันตราย ในขณะที่กอดริยูไว้ฉันได้ใช้ธาเลเรียในทันทีและบินขึ้นไปบนฟ้า ก่อนที่ฉันจะบินขึ้นไปได้สุดได้มีอะไรบางอย่างมาเกี่ยวรองเท้าของฉัน เมื่อมองลงไปมันทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะสั่นกับภาพตรงหน้า มีมือสีดำนับไม่ถ้วนได้ขึ้นมาจากพื้นและพยายามจะจับฉันเอาไว้ นี้มันอันตรายมากๆเลย ถ้าฉันถูกจับได้ก็ดูเหมือนว่าพวกมันจะลากตัวฉันลงไปในนรก ความเสียหายที่ฉันไม่ได้รับตรงๆนี้มันทำให้ฉันหวาดกลัว

[เย้! ชินกอดฉัน!]

[นายท่านกำลังรู้สึกนัก ดังนั้นรีบๆยกเลิกรูปธรรมซะ!]

ริยูได้ยกเลิกการคงรูปธรรมและมานั่งอยู่บนหัวของฉัน ฉันได้กัดฟันแน่นในขณะที่ตะโกนใส่ยมทูต

"ไอเวรยมทูตไหนบอกว่าจะเอาหัวฉันไปไง!"

[เจ้านั่นแหละโง่เง่าที่โดนหลอกด้วยทริคปัญญาอ่อนแบบนั้น]

ยมทูตได้ปรากฏที่เบื้องหน้าฉันอีกครั้ง แต่ว่าด้วยธาเลเรียฉันจะไม่แพ้เขาในด้านความเร็วอีก ฉันได้หลบเคียวเขาด้วยการถอยไปด้านหลังและเปิดใช้ความเร็วศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็ใส่สายฟ้าสีขาวลงไปในหอกดินดำและปามันออกไป

"ตาย!"

[อึก!]

ฉันไม่เคยโจมตีพลาดเลยหลังจากที่ใช้ความเร็วศักดิ์สิทธิ์! หลังจากที่โดนฮีโรอิค สไตรค์ยมทูตก็ได้ปลิวกลับไปด้วยดวงตาเบิกกว้าง เมื่อได้เห็นหอกดินดำที่เปลื่ยนเป็นสายฟ้าสีขาวส่งร่างใหญ่ของยมทูตบินไปไหลหลายเมตร ฉันก็ได้กำหมัดแน่นและเริ่มกวาดล้างเหล่าผีอีกครั้ง

[เจ้าชั่วนี้มันทำเหมือนกับพวกเราเป็นฝุ่น!]

[ทำให้มันเสียใจซะ!]

[แต่ฉันรู้สึกว่าเราต่างหากที่จะเสียใจ!]

[...]

"ไพก้าออกมาและช่วยฉันทำความสะอาดที!"

[โอเค!]

ถึงแม้ว่าฉันจะต้องการจัดการพวกกลุ่มซากขยะอย่างรวดเร็วและไปจัดการกับยมทูต แต่ยมทูตก็ได้บินเข้ามาหาฉันก่อนที่ฉันจะได้ทำแม้อย่างนั้นฉันก็ฆ่าผีไปแล้ว 100 กว่าตัว มันได้หยิบเอาหอกที่ปักคาหน้าอกของมันออกมาและจากนั้นก็หักครึ่งมันต่อหน้าฉัน แม้ว่าใบมีดจะหมองลงเป็นครั้งเป็นคราว แต่หอกก็ไม่เคยจะพักลงไปซักครั้ง แต่เขาทำมันแล้ว

"แกไอเวร! นายรู้มั๊ยว่ามันมีค่ามากแค่ไหน?"

[คุฮ่า]

มันได้ยิงคลื่นใบมีดมาใส่ฉันโดยที่ไม่แก้ตัวใดๆอีกครั้ง ถ้าฉันโดนมันคงจะไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่ ฉันไม่คิดว่ามันจะจบลงแค่ได้รับบาดเจ็บแน่นอน

"กึก!"

ในขณะที่หลบการโจมตี ฉันได้หยิบเอาหอกเงินออกมาและเล็งไปที่เขา ฉันเห็นซากทั้งสองของหอกดินดำของฉันตกอยู่ใกล้ๆอีกด้วย ฉันจะซ่อมมันได้มั๊ยนะ? ควรจะได้ใช่มั๊ย? น้ำที่อยู่ตรงตาของฉันมันเหงื่อ ไม่ใช่น้ำตา! ฉันไม่คิดว่าฉันจะโยนมันอีกไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แม้อย่างนั้นฉันก็ตัดสินใจที่จะจัดการทำลายไอชั่วนี้ ฉันได้ยกหอกขึ้นและเล็งไปที่มัน

จากนั้นฉันก็ได้ทิ้งตัวลงอย่างฉับพลัน มันเป็นการทิ้งตัวลงจริงๆ

[เจ้ารู้ได้ยังไงกัน!?]

ด้านบนฉันยมทูตได้ตะโกนออกมา ฉันได้ยกหัวขึ้นและยืนยันที่ๆฉันอยืนอยู่เมื่อตะกี้ เวรเอ้ย เขามีทักษะมากแค่ไหนกัน!?

"ฉันจะไม่บอกแกหรอก ไอ...อึ!"

อีกครั้ง! เมื่อฉันได้บินออกไปอย่างรวดเร็ว เคียวยักษ์ของยมทูตได้บินผ่าอากาศมา ฉันรู้สึกว่ามันมีอากาศหวิวๆขึ้นที่หลังของฉันจริงๆ!

[เจ้าหลบการโจมตีนี้ได้ยังไงกัน?!]

"มันเป็นสัญชาตญาณเว้ย!"

ในขณะขบกรานแน่น ฉันได้ยืดใบมีดของหอกด้วยการใช้ใบมีดธาตุและฟันไปที่มัน มันดูเหมือนว่าเขาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการโจมตี แต่ว่ามีการป้องกันที่อ่อนแอกว่าปกติ ใบมีดธาตุของฉันได้สร้างความเสียหายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดกับเขา ฉันยังคงผลักดันต่อไปเพื่อป้องกันไม่ให้มันใช้การเทเลพอตกลับหลังไปได้อีกครั้ง พลังธาตุได้ระเบิดออกมาอย่างต่อเนื่องและทำให้มันรำคาญ ผ้าคลุมที่มันได้สวมใส่ได้เริ่มขาดไปอย่างช้าๆ ยมทูตได้กรี๊ดร้องออกมา

[ก๊าซซซซซ!]

"อึก!?"

มันเป็นการโจมตีอีกครั้งสินะ!? มือสีดำได้ถูกยิงเข้ามาหาฉันจากรอบๆ โดยการบินขึ้นไปในท้องฟ้าฉันได้มองไปที่มือสีดำที่ปกคลุมไปทั่วพื้นดินครึ่งหนึ่งและพึมพัมออกมาด้วยใบหน้าที่ประหลาดใจ

"บ้าเอ้ย..เจ้านี่มันมีมานามากแค่ไหนกัน!?"

[ตาย]

"กึก"

ตามที่ฉันคิดถ้าฉันยังตกตะลึงอยู่กับที่เขาก็จะมาปรากฏตัวที่ด้านหลังของฉันอีกครั้ง อย่างที่ฉันเคยเห็นมาแล้วถึงสองครั้ง ฉันได้รู้ตัวทันทีเมื่อมันได้ใช้การเคลื่อนที่นั่นและเหวี่ยงเคียวออกมา ด้วยการขยับไปด้านข้างเล็กน้อยฉันได้หลบเคียวนั่นแม้อย่างนั้นใบหน้าที่ว่างเปล่าภายใต้ฮูด ฉันสามารถจะรู้สึกได้ถึงความประหลาดใจได้จากสีแสงที่ผันผวนได้ จากนั้นฉันก็จับไปที่เคียวซึ่งยังอยู่ในตำแหน่งที่มันเหวี่ยงลงมา

"ระเบิดสายฟ้าทมิฬ!"

ฉันได้คิดที่จะใช้สายฟ้าสีขาวต่อเนื่อง แต่ว่านั่นเป็นทักษะที่จะมีผลมากที่สุดเมื่อเท้าของฉันสัมผัสกับพูด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าฉันมีมานาอยู่เหลือน้อย คูลดาวน์ของมานาโพชั่นก็ยังไม่หมดลง ดังนั้นฉันก็เลยได้เลือกที่จะใช้ระเบิดสายฟ้าทมิฬ

แม้อย่างนั้นฉันก็ยังคงมองหาเคียวที่อาจจะบินออกมาจากท้องของมัน แต่ว่าหลังจากที่มันโดนระเบิดสายฟ้าทมิฬเข้าไปมันได้กลายเป็นอัมพาตและไม่สามารถที่จะโจมตีได้ หึ มุมปากของฉันได้ยกขึ้นยิ้ม

ในท้องฟ้าได้เกิดประกายสายฟ้าขึ้นทั่ว

[ติดคริติคอล]

[ก๊าซซซซซซ]

พร้อมกับด้วยเสียงร้องของยมทูตมือสีดำที่งอกขึ้นมาจากพื้นได้สั่นและยืดยาวออกมา แต่ว่าเป้าหมายของพวกมันอยู่บนอากาศพร้อมกันด้วยกับยมทูตแล้ว นี้ฉันจะเอาชนะมันได้ยังไงกันถ้าหากไม่มีธาเลเรีย? ดูเหมือนว่าฉันจะต้องวางแผนสักระยะหนึ่ง

ในขณะที่ฉันกำลังคิดอย่างสบายๆ ยมทูตก็ได้สั่นอยู่กลางอากาศอย่างต่อเนื่องด้วยสายฟ้าสีดำ ทักษะนี้มันก็ยังดูจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าตอนแรกอีกด้วย แม้ว่ามันจะไม่ได้ใช้มานาของฉันมันก็ยังคงแข็งแกร่งขึ้นไปตามสเตตัสพลังเวทย์ของฉัน ทักษะนมันมีหลักการการทำงานที่เหมือนกันงั้นหรอ? นอกจากนี้อาจจะเป็นเพราะความสามารถธาตุสายฟ้าของไพก้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย

เมื่อการระเบิดสิ้นสุดลง ฉันได้บรรจุมานาลงไปในหอกเงินของฉันและเหวี่ยงมันใส่เขา หลังจากที่โดนโจมตียมทูตได้บินหนีไปจากอากาศโดยที่ช่วยอะไรไม่ได้ มือสีดำบนพื้นก็ได้หายไปแล้ว ฉันได้ลงไปยืนบนพื้นและกลับไปจัดการเหล่าผีอีกครั้ง แม้ว่าฉันจะยอมให้ตัวเองโดนศรวิญญาณในขณะที่ต่อสู้กับยมทูต แต่ฉันก็ไม่สามารถจะปล่อยให้ตัวเองโดนมันไปได้นานนัก

[คุคุคุ...ข้ายอมรับเจ้า]

"ไม่ต้องแค่ตายไปซะก็พอ"

เมื่อเวลาคูลดาวน์หมดลงฉันก็ดื่มโพชั่นลงไปอีกครั้ง ด้วยการใส่มานาโพชั่นมูลค่า 15 ล้านวอนไปในปาก ริยูได้กลับมามีรูปธรรมให้ฉันนั่งบนหลังเธออีกครั้ง เมื่อเทียบกับการปรากฏตัวในครั้งแรกแล้วยมทูตได้ค่อยๆร่อนลงมาและยกเคียวขึ้น

จากนั้นเขาก็ตัดเหล่าผีที่มีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้

[ยมทูตได้ใช้ทักษะ 'กินวิญญาณ' เขาจะฟื้นพลังชีวิตและมานา 1% ตามวิญญาณแต่ละตัวที่ถูกตัดด้วยเคียว!]

[คี้ ในที่สุดก็เป็นอิสระ!]

[การเดินทางที่ยาวนานได้จบลงแล้ว]

"อย่างที่ฉันคิดเลยนี้คือสิ่งที่มันจะทำ"

แม้ว่าฉันจะฆ่าผีอย่างจริงจังแต่มันก็ยังมีเหลืออยู่อีก 200 กว่าตัว ฉัยได้เริ่มฆ่ามันก่อนที่ยมทูตจะได้ตัดพวกมัน แต่ว่าเขาก็เกือบจะฟื้นฟูได้เต็มที่แล้ว

[คุคุคุ จงสิ้นหวังซะเจ้าฮีโร่ ความสิ้นหวังมันเหมาะกับเจ้ามากกว่าความหวัง]

"เท็มเพรส!"

[ไม่ว่าเจ้าจะดิ้นรนมากแค่ไหนก็ไม่มีทางเอาชนะข้าได้]

"ดาบธาตุ!"

[เจ้า!?]

ในขณะที่ยมทูตกำลังโม้อยู่ ฉันได้จัดการเหล่าผีทั้งหมดไป ฉันได้มองไปที่พื้นที่รอบๆ แต่ว่าฉันก็ไม่สามารถจะมองเห็นอะไรได้อีก ในเวลาเดียวกันอย่างไรก็ตามธาเลเรียได้หมดระยะเวลาลงไปแล้ว นั่นหมายความว่าฉันจะไม่สามารถบินได้อีกต่อไป ยมทูตมันก็ดูเหมือนจะรู้ได้ในขณะที่เหวี่ยงเคียวด้วยรอยยิ้ม

[เจ้าจะไม่สามารถหนีเหมือนหนูได้อีกแล้ว]

"นายก็จะไม่สามารถฟื้นฟูได้อีกต่อไป"

ฉันได้ทบทวนทักษะของเขาทีละอย่าง คลื่นใบมีด ยิงเคียวเล็กออกมาจากท้อง ปรากฏตัวที่ด้านหลังและเหวี่ยงเคียว แล้วก็มือสีดำที่ขึ้นมาจากพื้น แม้ว่าฉันจะสามารถป้องกันสามอย่างแรกได้ แต่ฉันจะป้องกันมือสีดำได้ยังไง? หลังจากที่คิดสักเล็กน้อย ฉันก็ได้ตัดสินใจ

"ฉันจะต้องอดทนกับมันด้วยผิวมังกร

มันเป็นทักษะที่โกงที่มันผิด! มันไม่ใช่ความผิดของฉัน! ฉันจะคิดหาวิธีแก้ไขมันหลังจากครั้งนี้ไป ดังนั้นตอนนี้มันไม่เป็นไร! การรู้สึกผิดหวังมันจะทำให้ฉันก้าวไปข้างหน้า

"ไปกันเถอะ!"

จบบทที่ บทที่ 92 - เสียงคำรามสีชาด (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว