- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 74 พลังที่แท้จริงของแม็กนีโต!
ตอนที่ 74 พลังที่แท้จริงของแม็กนีโต!
ตอนที่ 74 พลังที่แท้จริงของแม็กนีโต!
ตอนที่ 74 พลังที่แท้จริงของแม็กนีโต!
อัญมณีวิญญาณกำลังส่งผลต่อแครอล ซึ่งไม่อาจแยกออกจากพลังพิเศษของเธอได้
อัญมณีวิญญาณซ่อนตัวอยู่บนวอร์เมียร์มาหลายปี ก่อให้เกิดผลกระทบใหญ่หลวงต่อดาวทั้งดวง ไม่เพียงแค่ดินและหิน แต่แม้แต่อากาศก็เต็มไปด้วยพลังงานลึกลับที่แผ่ออกมาจากอัญมณีนี้
ซึ่งหนึ่งในความสามารถของแครอลก็คือการดูดซับพลังงาน ดังนั้นเธอจึงสามารถแปลงพลังงานที่สัมผัสได้โดยไม่รู้ตัว โดยสิ่งนี้ได้เปิดโอกาสให้อัญมณีวิญญาณเข้าครอบงำเธอได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้นด้วยจิตใจที่เปราะบางของเธออิทธิพลจากอัญมณีก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น
“อัญมณีวิญญาณนี่มันยุ่งยากจริง ๆ!” เอริคจ้องมองแครอลที่ยืนเผชิญหน้าเขา ตอนนี้ความกังวลฉายชัดในแววตาของเขา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดเอาไว้เลย “ตอนนี้ทางเดียวที่จะช่วยเธอได้คือทำให้เธอได้สติจากสภาวะนี้!”
ใช่! ในเมื่อเธอถูกควบคุม งั้นฉันก็จะปลุกเธอขึ้นมาเอง!
เอริคตัดสินใจอย่างเด็ดขาด และรีบลดตัวลงแตะพื้นในท่าคุกเข่าข้างเดียวใช้มือทั้งสองข้างกดแน่นลงบนพื้นดิน
ทันใดนั้นพลังสนามแม่เหล็กอันทรงพลังก็แผ่ขยายออกไป ไม่เพียงแค่ข้ามภูเขาและทุ่งหญ้า แต่ยังลึกลงไปใต้พื้นดิน พุ่งทะลุผ่านชั้นเปลือกโลกและเนื้อโลก . . .
ไม่นานพลังของเอริคก็เชื่อมต่อกับสนามแม่เหล็กของดาววอร์เมียร์
ในขณะเดียวกันเมื่อแครอลเห็นการเคลื่อนไหวของเอริค เธอก็กลายเป็นลูกไฟพุ่งตรงเข้ามาหาเอริคพร้อมกับกำปั้นอันหนักหน่วง
เอริคเงยหน้าขึ้นยิ้มเยาะ และหลับตาลงอีกครั้ง
หมัดอันทรงพลังของแครอลเข้าใกล้เอริคอย่างรวดเร็ว แต่ทันใดนั้นหมัดยักษ์ที่ดูเหมือนเกิดจากภูเขาก็พุ่งเข้าใส่เธอจากด้านข้างอย่างกะทันหันส่งร่างของแครอลปลิวไปไกลนับร้อยเมตร
แครอลลอยตัวในอากาศและจ้องมองหมัดยักษ์นั้น มันคือแขนหินที่ยื่นออกมาจากภูเขาข้างเคียง!
หมัดยักษ์นั้นเปิดอุ้งมือและกดลงบนพื้นหลังจากที่โจมตีเธอ ก่อนที่มันจะค่อย ๆ ใช้แขนหินพยุงตัวขึ้นเหมือนคนที่กำลังพยายามยืน
จากนั้น ‘ร่าง’ ยักษ์ก็ลุกขึ้นอย่างสมบูรณ์! มันคือยักษ์ภูเขาขนาดมหึมาที่เหมือนหลุดมาจากตำนานโบราณ ตัวมันถูกปกคลุมด้วยหินและดินโคลนสูงกว่าหนึ่งพันเมตร และหมัดของมันมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างกว่าร้อยเมตร!
กร๊าซซซซ!!!
เสียงคำรามดังก้องไปทั่วดาววอร์เมียร์ ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานยักษ์ภูเขาอีกหลายตัวจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากยอดเขาหรือพื้นราบล้อมรอบแครอลไว้กลางอากาศ
ทำให้เมื่อเทียบกับพวกมันแล้วแครอลในตอนนี้ดูเหมือนแมลงตัวจิ๋วที่สามารถถูกตบให้ตายได้อย่างง่ายดายไม่มีผิด
เอริคลืมตาขึ้นมองแครอลที่ถูกรายล้อม ก่อนจะยิ้มออกมาและหลับตาลงอีกครั้งพร้อมนั่งขัดสมาธิ
แครอลมองไปรอบ ๆ โดยไร้ซึ่งความกลัว อิทธิพลจากอัญมณีวิญญาณทำให้เธอมีแต่ความปรารถนาจะทำลายล้าง ยักษ์ภูเขาพวกนี้ดูใหญ่ก็จริง แต่พวกมันจะใหญ่ไปกว่ายานรบของครีได้อย่างไร? แค่หมัดเดียวก็จบ!
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เมื่อแครอลพุ่งเข้าโจมตียักษ์ภูเขาตัวแรก หมัดเดียวของเธอก็ทำให้หัวของมันแตกกระจายและพังทลายกลายเป็นเศษหิน
จากนั้นตัวที่สอง และตัวที่สามก็ตามมาติด ๆ . . .
ยักษ์ภูเขาถูกทำลายลงตัวแล้วตัวเล่า แต่พวกมันก็ไม่ได้ตอบโต้กลับ หมัดยักษ์ของพวกมันมักจะโจมตีจากมุมที่ไม่คาดคิดเพื่อบังคับให้แครอลหยุดการโจมตีและตอบโต้กลับเท่านั้น
ในขณะเดียวกันนอกวงต่อสู้ บนเนินเขาต่ำ ๆ ที่มีก้อนหินขนาดใหญ่แตกกระจาย และพื้นดินฉีกขาด กำลังมีอนุภาคโลหะจำนวนมากที่ถูกดึงขึ้นมาจากดินรวมตัวกันเป็นปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าขนาดมหึมาที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายสิบเมตรและยาวหลายร้อยเมตร
ปากกระบอกปืนถูกประกอบเสร็จอย่างรวดเร็ว พร้อมฐานที่ปรับตัวเองเพื่อเล็งเป้าหมายไปยังแครอล ในกระบอกปืนอนุภาคโลหะถูกรวมตัวกันเป็นลูกกระสุนขนาดใหญ่ ทันใดนั้นปากกระบอกปืนก็เริ่มชาร์ตพลังงาน ก่อนที่เสียงระเบิดจะดังสนั่นพร้อมพลังแม่เหล็กที่ยิงลูกกระสุนออกไปด้วยความเร็วเกิน 10 มัค!
นี่เป็นครั้งแรกที่เอริคลองใช้ปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าขนาดมหึมา!
ลูกกระสุนขนาดยักษ์พุ่งทะลุทะลวงผ่านยักษ์ภูเขาหลายภูเขาก่อนจะพุ่งเข้าใส่แครอลในพริบตา
ตูม!!!
นี่มันเหมือนเอาปืนใหญ่ยิงยุง! แครอลไม่ได้รับบาดเจ็บเลย แต่แรงกระแทกมหาศาลกลับส่งร่างของเธอปลิวไปไกลกว่าหลายร้อยกิโลเมตรแทน
เมื่อเธอทำลายลูกกระสุนด้วยหมัดเดียวและกลับมายังสนามรบอีกครั้ง เธอก็พบว่ายักษ์ภูเขาที่เธอเพิ่งบดขยี้เมื่อครู่กลับยืนขึ้นมาอีกครั้งแล้ว
ถึงแม้อัญมณีวิญญาณจะส่งผลต่อจิตใจของแครอล แต่มันก็ไม่ได้ควบคุมเธอทั้งหมด เธอยังคงมีสติสัมปชัญญะในระดับสูง ดังนั้นครั้งนี้เธอจึงเลือกที่จะไม่ปะทะกับพวกยักษ์อีกต่อไป แต่ใช้ความเร็วของเธอหลบหลีกอย่างชาญฉลาด และในไม่ช้าเธอก็พุ่งไปถึงปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าขนาดมหึมาและทำลายมันด้วยหมัดเดียว!
จากนั้นเธอเร่งความเร็วถึงขีดสุดอีกครั้ง กลายเป็นแสงสีแดงพุ่งผ่านท้องฟ้า หลบหลีกการโจมตีของยักษ์ภูเขาพลางมองหาเอริค เธอรู้ดีว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้คือฝีมือของเขา ตราบใดที่เธอโค่นเอริคลงได้ทุกอย่างก็จะจบลง
แน่นอนว่าเอริคไม่ได้ซ่อนตัวแต่อย่างใด แต่ถูกซากหินจากการต่อสู้บดบัง เขายังคงหลับตา นั่งขัดสมาธิ เหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผาก เส้นเลือดที่ลำคอเต้นตุบ ๆ ฟันของเขากัดกันแน่นจนได้ยินเสียง และใบหน้าดูบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
ทันใดนั้นเอริคก็ลืมตาขึ้นและเปล่งเสียงคำราม ทำให้ดาววอร์เมียร์ทั้งดวงดูเหมือนจะสั่นสะเทือน!
ด้วยเวลาที่เหล่ายักษ์ภูเขาซื้อไว้ให้ ทำให้เขาได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของ ‘แม็กนีโต’ ออกมาได้สำเร็จ!
ทันใดนั้นแครอลก็พบตำแหน่งของเอริคเช่นกัน เธอยิ้มเยาะและพุ่งตัวลงมาด้วยความเร็วสูงสุด
ในขณะเดียวกันเอริคที่รู้ตัวดีว่าแครอลกำลังพุ่งเข้ามา เขาก็ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลอยตัวขึ้นจากพื้นดินอย่างช้า ๆ ทุกครั้งที่เขาขยับร่างเพียงเล็กน้อย พื้นดินรอบ ๆ จะสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว
เมื่อเผชิญหน้ากับแครอลที่พุ่งเข้ามา เอริคก็ค่อย ๆ ยกหมัดขึ้นต่อยออกไปข้างหน้า โดยแรงที่ปล่อยออกมานั้นคล้ายกับการเคลื่อนไหวในไทเก๊ก และปะทะกับหมัดของแครอล
ตูม!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องเหมือนระเบิดนิวเคลียร์ เห็ดควันขนาดมหึมาเกิดขึ้นจากพื้นดิน แรงสั่นสะเทือนแพร่กระจายไปไกลหลายพันไมล์ ทุกสิ่งในเส้นทางถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง รวมถึงยักษ์ภูเขาที่ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดในชั่วพริบตาเช่นกัน
“ด้วยพลังสนามแม่เหล็กของดาวทั้งดวง ตอนนี้เธอไม่สามารถเทียบฉันได้หรอก!” เอริคกล่าวอย่างสงบ ขณะยืนอยู่ที่ศูนย์กลางของการระเบิด เขามองแครอลที่ถูกแรงระเบิดปลิวออกไป และใช้ความเร็วอันน่าเหลือเชื่อปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเธอ ก่อนจะปล่อยหมัดใส่เธออีกครั้ง!
ตูม!!
เสียงระเบิดดังอีกครั้ง พร้อมกับร่างของแครอลที่ถูกหมัดของเอริคกระแทกจนจมลึกลงไปใต้พื้นดิน แน่นอนว่าเอริคไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสตั้งตัว และพุ่งตัวตามลงไปใต้ดินเพื่อปะทะกับเธออีกครั้งจนแสงสีแดงที่ปกคลุมตัวเธอถูกสลายจนหมดสิ้น และในที่สุดแครอลก็หมดสติไป
ด้วยหมัดสุดท้ายของเอริค ภูเขาและแม่น้ำบนวอร์เมียร์ถล่มลงมาก่อเกิดคลื่นยักษ์ ภูเขาไฟระเบิด หรือแม้แต่แผ่นเปลือกโลกที่เริ่มเคลื่อนตัว!
ซึ่งถ้าหากสิ่งนี้เกิดขึ้นบนดาวที่มีชีวิต มันจะกลายเป็นมหันตภัยครั้งใหญ่ของดาวดวงนั้นอย่างแน่นอน!
เอริคอุ้มตัวแครอลขึ้นมา และพาเธอกลับขึ้นสู่ผืนดิน ก่อนจะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอีกครั้งเพื่อปลุกเธออย่างนุ่มนวล จากนั้นเขาก็มองไปรอบ ๆ และส่ายหัวเล็กน้อย
“การยืมพลังสนามแม่เหล็กของดาวมันทรงพลังจริง ๆ แต่ผลกระทบต่อดาวดวงนี้มันมหาศาลเกินไป! ถ้าฉันทำแบบนี้ต่อไป จุดแม่เหล็กของวอร์เมียร์อาจพลิกกลับได้เลย! ท่านี้ฉันจะไม่มีทางใช้บนโลกเด็ดขาด!”
เมื่อแครอลหมดสติไป ในที่สุดแสงสีเหลืองบางเบาก็เริ่มเปล่งประกายออกมาจากร่างของเธอ ก่อนที่แสงนั้นจะค่อย ๆ รวมตัวกันอยู่ตรงหน้าเธอ และในที่สุดก็กลายเป็นอัญมณีเม็ดหนึ่ง
อัญมณีวิญญาณ!
โปรดติดตามตอนต่อไป …