เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 62 เจ้าควรรู้สึกเป็นเกียรติ!

ตอนที่ 62 เจ้าควรรู้สึกเป็นเกียรติ!

ตอนที่ 62 เจ้าควรรู้สึกเป็นเกียรติ!


ตอนที่ 62 เจ้าควรรู้สึกเป็นเกียรติ!

“นายเป็นใคร?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมห้อง เป็นเสียงที่ลึกและแฝงด้วยความเก๋าเก่า

“กัปตัน?” เอริคลองเรียกดูอย่างไม่แน่ใจ แต่ในใจเขามั่นใจแล้วว่าใช่แน่นอน

“นายเป็นใคร? ฉันจะไม่ถามครั้งที่สาม!” เสียงยังคงหนักแน่นและเต็มไปด้วยความระมัดระวัง อีกฝ่ายยังคงหลบอยู่ในมุมมืดไม่ยอมเปิดเผยตัวออกมา

“เอริค แลนเซอร์! ประธานบริษัทอลิซ อินดัสตรีส์” เอริคกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ ตอนนี้เขาไม่ได้ต้องการต่อสู้เลย สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือหาคำตอบเกี่ยวกับอนาคตของเขา “กัปตัน ผมไม่ได้มีเจตนาร้าย กรุณาออกมาคุยกับผมหน่อย ผมมีเรื่องอยากปรึกษา”

“ไม่มีเจตนาร้าย? คนธรรมดาเขาไม่บุกรุกบ้านคนอื่นแบบนี้! นายรู้ไหม กฎหมายปราสาท (Castle Law) อนุญาตให้ฉันยิงนายจนพรุนได้เลย!”

“ผมเกรงว่าจะไม่มีปืนไหนในโลกที่ยิงผมจนพรุนได้น่ะสิ! หรือจะให้ผมเรียกคุณว่า สตีฟ โรเจอร์ส แทนดี?” เอริคกล่าวพร้อมเดินเข้าไปใกล้อย่างช้า ๆ

“ใคร? ฉันไม่รู้ว่านายพูดถึงอะไร!” เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเอริค ชายผู้นั้นก็เลิกซ่อนตัวและค่อย ๆ เดินออกมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยย่น ผมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทา แต่กล้ามเนื้อที่ยังคงแน่นตึงและสายตาที่แสดงถึงความมุ่งมั่นบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาคือใคร!

กัปตันอเมริกา สตีฟ โรเจอร์ส!

“ถ้านายยังไม่ไป ฉันคงต้องขอเชิญให้คุณออกไปด้วยหมัดของฉัน!” สตีฟจ้องมองเอริคอย่างระมัดระวัง พร้อมกับมือที่กำหมัดแน่น

“ผมไม่มีเจตนาร้ายและไม่อยากต่อสู้ ผมแค่อยากคุยกับคุณ . . .”

ไม่ทันที่เอริคจะพูดจบ สตีฟก็พุ่งเข้ามาอย่างเสือชีตาห์และปล่อยหมัดใส่หน้าเขา

หมัดนั้นของกัปตันอเมริกาห่างจากใบหน้าของเอริคเพียงสิบเซนติเมตร ก่อนที่มือของเอริคจะจับหมัดนั้นไว้ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าสตีฟจะออกแรงแค่ไหน หมัดก็ไม่สามารถขยับไปข้างหน้าได้เลย

แต่สตีฟก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เขาใช้มืออีกข้างจับข้อมือของเอริคเพื่อใช้แรงเหวี่ยง พร้อมกับใช้เท้าทีบที่หน้าอกของเอริคอย่างเต็มแรง

เอริคบิดตัวหลบการโจมตีอย่างง่ายดาย พร้อมกับเหวี่ยงร่างสตีฟออกไป

สตีฟรีบลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง และตั้งท่าพร้อมโจมตีอีกครั้ง ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่เอริคด้วยความระมัดระวัง

“กัปตัน มันไม่มีประโยชน์หรอก คุณไม่สามารถสู้กับผมได้ ผมเองก็ได้รับการฉีดเซรุ่มซูเปอร์โซลเยอร์มาเหมือนกัน และผมยังมีอะไรมากกว่านั้นอีก!” เอริคพูดพลางโบกมือเบา ๆ ทำให้โล่ของกัปตันอเมริกาอันโด่งดังลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าสตีฟ

สตีฟลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะรับโล่มาและยกขึ้นกันหน้าอกไว้ แต่ยังคงท่าทีระมัดระวัง “เวทมนตร์? หรืออะไรแปลก ๆ อีก? ฉันจะบอกให้นะ ฉันเคยเห็นอะไรที่แปลกกว่านี้มามากมาย!”

“อ้อ อย่างเช่นพวก ชายตัวเขียวมีกล้ามเป็นมัด ๆ? เทพเจ้าถือค้อน? เพลย์บอยในชุดเกราะเหล็ก? นักเวทที่ต่อสู้ระยะประชิด? แรคคูนพูดได้? และต้นไม้เดินได้ใช่ไหม?” เอริคพูดพลางยกมือขึ้นเหมือนยอมแพ้ “กัปตัน ผมรู้ว่าคุณมาจากอนาคต ผมขอย้ำอีกครั้งว่าผมไม่มีเจตนาร้าย ผมแค่อยากคุยกับคุณ!”

เมื่อเอริคเอ่ยถึงตัวละครที่คุ้นเคยทีละตัว สีหน้าของสตีฟก็เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ เขามองเอริคด้วยความตกใจ “นายเป็นใครกันแน่?”

. . .

“ผมมาจากจักรวาลคู่ขนาน!” ในที่สุดทั้งสองก็นั่งลง สตีฟรินกาแฟให้เอริค แต่ประโยคแรกของเอริคทำให้สตีฟตกใจจนชาหกเลอะไปทั้งตัว มันฟังดูเหลือเชื่อยิ่งกว่าการข้ามกาลเวลาของเขาเองเสียอีก

“จักรวาลคู่ขนานหมายถึงจักรวาลอื่นที่แยกตัวออกมาจากจักรวาลหนึ่งและดำรงอยู่คู่ขนานกัน ซึ่งมีทั้งความคล้ายคลึงและแตกต่างกันไป ตามกลศาสตร์ควอนตัม . . .” เอริคเริ่มอธิบายอย่างตั้งใจ กลัวว่าสตีฟจะไม่เข้าใจ

แต่สตีฟก็รีบยกมือขึ้นขัดจังหวะ “เอริค ฉันจบแค่มัธยมปลายนะ!”

เอริคอึ้งไปชั่วครู่ “ก็ได้ ผมจะพยายามอธิบายให้ง่ายขึ้น . . .”

“ไม่! สิ่งที่ฉันหมายถึงคือฉันจบแค่มัธยมปลาย แต่ฉันเข้าใจทั้งหมดที่นายพูด!” สตีฟพูดยิ้ม ๆ พร้อมยกถ้วยกาแฟขึ้นและส่งสายตาขำขันให้เอริค “ฉันเขียนการ์ตูนเลี้ยงชีพหลังแต่งงานกับคาร์เตอร์ และการ์ตูนพวกนั้นฉันก็ใช้เรื่องจักรวาลคู่ขนานมาเขียน!”

“เฮ้อ กัปตัน ผมแค่อยากรู้ว่าอนาคตของผมจะเป็นยังไง?” เอริคถามตรง ๆ โดยไม่สนใจมุกตลกของสตีฟ

“นายน่ะเหรอ?” สตีฟทำหน้าฉงน “ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนายในอนาคตเลย”

“แล้วอลิซ อินดัสตรีส์ล่ะ?” เอริคถามอย่างกระวนกระวาย

“ไม่มี” สตีฟหยุดคิดด้วยความลังเล็กน้อย แต่ก็ยังส่ายหัว

“แล้วรถไฟแม็กเลฟลอยได้ล่ะ? มีบริษัทไหนสร้างขึ้นมาไหม?”

“รถไฟแม็กเลฟ?” สตีฟตบหน้าผากเบา ๆ ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ “ฉันจำได้แล้ว! ฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมมันถึงฟังดูคุ้น ๆ นายก็คือคนที่โชคดีพัฒนารถไฟแม็กเลฟนั่นเอง ฉันเคยเห็นข่าวนายในหนังสือพิมพ์ เขาบอกว่าจะมอบรางวัลโนเบลให้นายด้วย”

“กัปตัน ผมไม่สนใจรางวัลโนเบล!” เอริคพูดขัดอย่างรำคาญ “ผมแค่อยากรู้ว่า ในอนาคตนั้นมีร่องรอยการมีอยู่ของผมบ้างไหม?”

สตีฟนิ่งคิดอยู่สักพัก ก่อนจะค่อย ๆ ส่ายหัว “ฉันเกรงว่าจะไม่มี! ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนายหรือบริษัทของนายเลย และในสหรัฐอเมริกาเองก็ไม่มีบริษัทไหนสร้างรถไฟแม็กเลฟขึ้นมาเช่นกัน!”

ไม่มีเขาอยู่ในอนาคต!

เอริคขมวดคิ้วแน่น รู้สึกว่านี่มันผิดปกติอย่างยิ่ง

เขามีตัวตนอยู่จริง แต่กลับไม่มีในความทรงจำของกัปตันอเมริกาตอนแก่ กล่าวอีกนัยหนึ่ง การมาถึงของเขาได้เปลี่ยนทิศทางของโลกไปโดยสิ้นเชิง อนาคตจะไม่เหมือนกับที่กัปตันอเมริกาจำได้อีกต่อไป!

แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริง แล้วเหตุใดกัปตันอเมริกาตอนแก่ยังมีตัวตนอยู่?

“กัปตัน ช่วยไปกับผมที่นิวยอร์กหน่อยได้ไหม? ผมคิดว่ามีเพียงเธอเท่านั้นที่จะตอบข้อสงสัยของผมได้”

“ไปนิวยอร์ก?” หลังจากได้ยินคำพูดของเอริค สตีฟก็ดูตกใจเล็กน้อย ใบหน้าฉายแววระลึกถึงอดีต ก่อนจะค่อย ๆ ส่ายหัว “ตั้งแต่แต่งงานกับคาร์เตอร์ ฉันแทบไม่ได้ออกไปไหนเลย”

แน่นอนว่าเอริคเข้าใจความหมายที่สตีฟต้องการจะสื่อ “กัปตัน ผมจะพาคุณบินไปแบบล่องหน ไม่มีใครเห็นคุณแน่นอน ผมสัญญา!”

. . .

“คุณคืออาจารย์ของสเตรนจ์เหรอ?” ภายในอาศรมเวทย์ในนิวยอร์ก สตีฟมองดูแอนเชียนวันอย่างสนใจ แม้เขาจะเคยมาที่นี่มาก่อน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้พบกับปรมาจารย์ในตำนาน ผู้เป็นดั่งผู้พิทักษ์โลก

“ไม่ใช่ เขาเป็นลูกศิษย์ของข้าในอนาคต ปัจจุบันเขายังเป็นเพียงศัลยแพทย์ฝึกหัดอยู่” แอนเชียนวันกล่าวพลางมองสตีฟ ดวงตาของเธอแฝงด้วยแสงสีเขียววูบไหว

“ท่านแอนเชียนวัน ท่านรู้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?” เอริคขัดจังหวะการพูดคุยระหว่างทั้งสอง ตอนนี้เขากระวนกระวายใจที่จะรู้คำตอบเป็นอย่างมาก

“เจ้าก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?” แอนเชียนวันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะปิดพัดในมือและวาดวงกลมกลางอากาศ

“จักรวาลคู่ขนาน?!” เอริคเผลออุทานคำหนึ่งออกมาโดยไม่รู้ตัว ถึงแม้เขาจะมีข้อสรุปในใจแล้ว แต่ก็ยังยากที่จะเชื่อ

บนท้องฟ้าวงกลมที่ส่องแสงสีทองเริ่มพร่ามัว จากนั้นก็ค่อย ๆ แยกตัวออกเป็นสองวงกลมที่คล้ายกันมาก “ใช่แล้ว จักรวาลคู่ขนาน! เอริค เจ้าควรภูมิใจนะ ช่วงเวลาที่เจ้ามายังโลกใบนี้ ได้ก่อกำเนิดจักรวาลคู่ขนานขึ้นใหม่!”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 62 เจ้าควรรู้สึกเป็นเกียรติ!

คัดลอกลิงก์แล้ว