เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 53 นามอร์ถูกจับ!

ตอนที่ 53 นามอร์ถูกจับ!

ตอนที่ 53 นามอร์ถูกจับ!


ตอนที่ 53 นามอร์ถูกจับ!

ถ้าคุณอยู่ในสหรัฐฯ แล้วพบว่าเพื่อนหรือเพื่อนบ้านของคุณที่ยังปกติดีในวันหนึ่ง จู่ ๆ ก็หายตัวไปในวันรุ่งขึ้นโดยไม่มีร่องรอยใด ๆ ไม่ต้องตื่นตระหนกไป เพราะพวกเขาอาจได้ยินหรือเห็นบางสิ่งที่ไม่ควรได้เห็น ดังนั้นพวกเขาจึงยังปลอดภัยดี แค่ถูกจับไป 'ยิงทิ้ง' ประมาณห้านาทีเท่านั้น และเขาก็จะได้ไปพบกับพระเจ้า . . .

ซึ่งนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับบาร์ตัน แต่เขามีความสามารถพอที่จะหนีรอดออกมาได้ระหว่างทาง

โดยเรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหนึ่งปีก่อน ตอนนั้นบาร์ตันยังใช้ชีวิตแบบเก็บตัวอยู่ในคณะละครสัตว์ หาเงินเก็บไว้สร้างอนาคตกับภรรยา

แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อคณะละครสัตว์เดินทางมาแสดงในเมืองแถบชายฝั่ง บาร์ตันมักจะไปฝึกยิงธนูที่ชายหาดในยามค่ำคืนเสมอ เพราะเขาบอกว่านี่คือวิธีฝึกพิเศษที่เขาได้เรียนรู้มาจาก ‘ทริกช็อต’ นั่นก็คือฝึกในที่มืดจะช่วยพัฒนาการมองเห็นได้

แต่ในคืนนั้นเอง เขากลับเห็นบางสิ่งที่ไม่ควรเห็น . . .

บาร์ตันบังเอิญเห็นกลุ่มคนจำนวนมากกำลังล่ามนุษย์คนหนึ่งอยู่!

ซึ่งจากความเข้าใจของเขามนุษย์คนนั้นน่าจะเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ เนื่องจากเขาเคยคลุกคลีกับผู้คนหลากหลายในคณะละครสัตว์ และเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์กลายพันธุ์มาก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แปลกใจอะไรมากนัก

มนุษย์กลายพันธุ์คนนี้ทรงพลังมาก เขาสามารถหักต้นไม้ใหญ่ที่หนาขนาดเท่าขาของคนได้ด้วยการสะบัดมือเดียว ควบคุมน้ำได้ และเพียงแค่ตะโกนก็ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ซัดใส่ศัตรูได้ อีกทั้งเขายังบินได้อีกด้วย! ซึ่งบาร์ตันบังเอิญไปเห็นตอนที่เขาบินขึ้นไปในอากาศ และใช้หอกในมือทำลายเฮลิคอปเตอร์ไปหลายลำเข้าพอดิบพอดี!

กองกำลังทหารมากกว่า 200 นายพร้อมอาวุธครบมือสู้กับมนุษย์กลายพันธุ์คนอยู่นานกว่า 10 นาที แต่ก็ไม่สามารถจัดการเขาได้เลย แถมฝ่ายทหารยังสูญเสียชีวิตไปอีกหลายสิบคน

“แล้วเขาถูกจับได้ไหม?” เอริคถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจมากนัก แต่ในใจเขาเริ่มคาดเดาได้แล้วว่ามนุษย์กลายพันธุ์คนนี้คือใคร ร่างกายแข็งแกร่ง ควบคุมน้ำได้ บินได้ ใช้หอกเป็นอาวุธ . . . และยังอยู่ที่ชายหาด จะมีใครอีกนอกจาก นามอร์ ราชาแห่งท้องทะเล?

“เขาถูกจับได้!” บาร์ตันพูดพลางตบอกด้วยสีหน้าโล่งอก “พวกนั้นเอารถแปลก ๆ สองคันที่มีจานแผ่นใหญ่บนหลังคามาเล็งใส่เขา แล้วส่งเสียงดังน่ารำคาญออกมา ทำให้เขาสลบไปทันที!”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้สีหน้าของเอริคก็เปลี่ยนไปทันที นี่มันดูเหมือนอาวุธที่เขาเป็นคนผลิตออกมาเองเลยไม่ใช่หรอ?! ‘รถยิงคลื่นเสียง’ นี้มันจะต้องเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยบริษัทของเขาอย่างแน่นอน

“แล้วนายโดนจับได้ยังไง?” เอริคถามด้วยความสนใจ พลางพยายามเก็บสีหน้าให้นิ่งเฉยเอาไว้

“ฉันโชคร้ายมากน่ะสิ!” บาร์ตันเล่าด้วยท่าทีหงุดหงิด “ฉันซ่อนตัวดีแล้ว แต่ทหารที่ควบคุมจานคลื่นเสียงนั้นดันจาม! แล้วมือเขาก็สะบัดอาวุธมาโดนฉัน . . .”

พูดจบบาร์ตันก็ทำหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

“แล้วหลังจากนั้น?”

“ฉันหนีมาได้ แต่พวกเขาก็ไล่ล่าฉันต่อ ทำให้ฉันจะต้องหลบซ่อนตัวอยู่เป็นปี!”

“แล้วนายมั่นใจได้ยังไงว่าพวกนั้นเป็นทหาร? พวกเขามีลักษณะยังไง?” เอริคถามด้วยความสงสัย

“พวกเขาใส่เครื่องแบบ มีอาวุธมาตรฐาน การเคลื่อนไหวเป็นระเบียบ น่าจะเป็นทหารแน่นอน! และพวกเขามีโลโก้รูปนกอินทรีบนเครื่องแบบด้วย!”

“โลโก้รูปนกอินทรี?” เอริคขมวดคิ้วทันที โลโก้นี้ช่างเหมือนกับของชีลด์ไม่มีผิด แต่ทำไมชีลด์ถึงต้องจับตัวนามอร์ด้วยล่ะ?

บางทีมันอาจจะไม่ใช่ชีลด์ แต่เป็นไฮดรา ทันใดนั้นเอริคก็นึกถึงใบหน้าที่น่าเกลียดของอเล็กซานเดอร์ขึ้นมาทันที

“เอริค?” เมื่อเห็นเอริคยืนนิ่งคิดอะไรบางอย่างอยู่ บาร์ตันก็เรียกเขาเพื่อเรียกสติ

เอริคสะดุ้งเล็กน้อย และพูดขึ้นมาว่า “ขอโทษที ว่าแต่ . . . นายเชื่อใจฉันง่ายไปหรือเปล่า? ฉันแค่ถามคำถามเดียว นายก็เล่าทุกอย่างออกมาจนหมดแล้ว?”

บาร์ตันยิ้มอย่างขมขื่น พลางชี้ไปที่ลูกธนูห้าดอกที่ปักอยู่รอบตัวเขา “ฉันสู้นายไม่ได้ . . .”

. . .

หลังจากนั้นเอริคก็พาบาร์ตันกลับนิวยอร์ก พร้อมจัดให้เขาเป็นคนขับรถ บอดี้การ์ด ครูฝึกการต่อสู้ และ . . . เครื่องรางนำโชคของสกายลูกสาวของเขา

ส่วนปัญหาของบาร์ตัน เมื่อเอริครู้ว่าอเล็กซานเดอร์เป็นตัวการ ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีก เอริคโทรหาอเล็กซานเดอร์ตรง ๆ และพูดเพียงว่า “บาร์ตันเป็นคนของฉัน อย่ามายุ่งกับเขาอีก!”

จากนั้นเขาก็วางสายโดยไม่รอคำตอบ ทิ้งให้อเล็กซานเดอร์โมโหสุดขีด แต่สุดท้ายอเล็กซานเดอร์ก็ต้องยอม เพราะบาร์ตันเป็นแค่คนไร้ค่าคนหนึ่ง และไม่คุ้มที่จะขัดแย้งกับเอริคเพราะเรื่องนี้

แต่ในใจของอเล็กซานเดอร์กลับคิดไปไกลกว่านั้น . . .

บาร์ตันเป็นคนของเอริคมาตั้งแต่แรก? ถ้าใช่ ทำไมลูกน้องของเอริคถึงโผล่ไปในที่ที่เขาจับตัวนามอร์? เอริคแอบส่งคนมาสอดแนมการกระทำของเขาอยู่หรือเปล่า? แล้วนอกจากบาร์ตัน ยังมีโมลคนอื่นของเอริคอยู่ใกล้ตัวเขาอีกหรือไม่? หรือเอริคกำลังวางแผนยึดอำนาจของเขา?

และถ้าหากเอริคเพิ่งรับบาร์ตันเข้ามาเป็นคนของตัวเองในตอนนี้ เขาทำไปเพื่ออะไร? เพื่อข้อมูลเกี่ยวกับนามอร์ ราชาแห่งท้องทะเล? หรือเพื่อวางแผนจัดการกับเขา? หรือว่ามีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ในตัวบาร์ตัน?

ต้องยอมรับว่าคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงมักจะคิดได้เร็ว เพียงไม่ถึงนาทีหลังวางสาย อเล็กซานเดอร์ก็มีความคิดหลากหลายผุดขึ้นในหัว แต่ละความคิดล้วนมีเหตุผลรองรับ ทำให้เขากังวลใจอย่างหนัก

แต่ในขณะที่อเล็กซานเดอร์กำลังเครียด เอริคเองก็มีเรื่องหนักใจเช่นกัน

ทำไมนามอร์ ราชาแห่งท้องทะเล ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนอารมณ์ร้อนถึงถูกไฮดราจับตัวได้? พวกนั้นจะชำแหละร่างเขาเพื่อนำไปศึกษา หรือทรมานเขาเพื่อบางสิ่งบางอย่าง? แล้วฉันควรจะช่วยเขาดีไหม?

เอริคลูบคางพร้อมครุ่นคิดอย่างจริงจัง ใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจได้ในที่สุด “ต้องช่วย!”

นามอร์คือราชาแห่งแอตแลนติส เขาหายตัวไปนานถึงหนึ่งปีแล้ว แอตแลนติสจะต้องส่งคนมาค้นหาแน่นอน และถ้าหากพวกเขารู้ว่ามนุษย์บนพื้นดินเป็นผู้จับตัวราชาของพวกเขาเอสไว้ สงครามระหว่างโลกใต้ทะเลกับมนุษย์ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้!

ในเมื่อจะช่วยนามอร์ เอริคก็ต้องสืบให้ได้ว่าตอนนี้เขาถูกขังอยู่ที่ไหน ดังนั้นเอริคจึงติดต่อการ์เร็ตต์ สายลับที่เขาปล่อยไว้ในไฮดรา แต่คำตอบที่ได้รับกลับมากับทำให้เขาผิดหวัง “ผมไม่รู้ครับ”

การ์เร็ตต์ไม่เพียงไม่รู้เรื่องที่ไฮดราจับตัวนามอร์ เขายิ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกนำตัวไปขังไว้ที่ไหน

เมื่อหมดหนทาง เอริคจึงต้องหันไปพึ่งศาสตราจารย์เอ็กซ์ ซึ่งเปรียบเสมือน ‘ระบบค้นหาข้อมูลออนไลน์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก’ อีกครั้ง

เมื่อศาสตราจารย์เอ็กซ์ได้ยินว่านามอร์หายตัวไป เขาก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ทันที จึงสวมเครื่องขยายคลื่นสมองโดยไม่ลังเล

“เอริค นายเดาถูกแล้ว มีชาวแอตแลนติสหลายคนขึ้นมาบนผืนแผ่นดิน พวกเราต้องรีบช่วยนามอร์โดยเร็วที่สุด!”

แน่นอนว่า ‘ระบบค้นหาข้อมูลที่ทรงพลังที่สุดในโลก’ ก็ไม่ทำให้เอริคผิดหวังเช่นกัน ศาสตราจารย์เอ็กซ์ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถค้นหาตำแหน่งของนามอร์ได้สำเร็จ และส่งข้อมูลที่อยู่ให้เอริคทันที

เมื่อเอริคเห็นตำแหน่งนั้น เขาก็ขมวดคิ้วแน่น และพึมพำขึ้นมาว่า “ไม่นึกเลยว่าจะเป็นที่นี่! เฮ้อ!! เป็นเรื่องยุ่งยากจริง ๆ!”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 53 นามอร์ถูกจับ!

คัดลอกลิงก์แล้ว