เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 48 ในที่สุดฉันก็พบเธอจนได้!

ตอนที่ 48 ในที่สุดฉันก็พบเธอจนได้!

ตอนที่ 48 ในที่สุดฉันก็พบเธอจนได้!


ตอนที่ 48 ในที่สุดฉันก็พบเธอจนได้!

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์แอกเนส

แสงแดดอ่อนของฤดูใบไม้ผลิส่องเข้ามาในโถงทางเดิน ไล่ความหนาวเย็นที่ปกคลุมอยู่หลายวันให้หมดไป ต้นไม้ใกล้ ๆ เริ่มผลิใบอ่อน นกสองสามตัวเกาะกิ่งไม้ร้องเพลงอย่างมีความสุข

เด็กหญิงคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ตามลำพังบนราวระเบียง เธอก้มหน้าต่ำจนผมดำหนาปกปิดใบหน้า มือสองข้างกอดเสื้อผ้าแน่น ราวกับเธอกำลังเศร้าสร้อยเรื่องบางอย่างอยู่

ภายใต้เส้นผมที่บดบังอยู่ ใบหน้าเล็กละเอียดอ่อนกลับดูตึงเครียดมาก ริมฝีปากของเธอกัดกันจนมีเลือดซึม เธอนั่งนิ่งอย่างเงียบเชียบ ราวกับมีช่องว่างที่แยกเธอออกจากโลกภายนอกที่ทั้งสองฝ่ายไม่มีวันรบกวนซึ่งกันและกันได้

ในขณะเดียวกันนั้นเองเด็กชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเด็กสาวพร้อมไม้เท้าสำหรับผู้พิการทางสายตา ดวงตาของเขาปิดสนิท และมีรอยแผลที่มุมตาหลายแห่ง บ่งบอกว่าเขาเคยประสบอุบัติเหตุมาก่อน

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะมองไม่เห็น แต่เขากลับเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว ราวกับคุ้นเคยกับสถานที่นี้เป็นอย่างดี

“สกาย ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ฉันได้ยินว่าพวกเขาบอกว่าเธอถูกส่งกลับมาอีกแล้ว ฉันก็เลยเดาว่าเธอคงอยู่ที่นี่” เด็กชายพูดอย่างสนิทสนมพลางนั่งลงข้างเธอ และตบไหล่เธอเบา ๆ “สกาย อย่าเสียใจไปเลย ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”

“แมตต์ ฉันถูกครอบครัวอุปถัมภ์ส่งกลับมาอีกแล้ว” ในที่สุดสกายก็เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาของเธอที่แดงก่ำ จมูกสั่นไหว แต่เธอก็พยายามอดกลั้นเอาไว้ไม่ให้ร้องไห้ออกมา

แมตต์ยิ้ม ก่อนจับมือเธอมาวางบนดวงตาของเขา “อย่างน้อยเธอก็เคยได้ออกไปด้านนอก ได้มองเห็นโลกภายนอก จริงไหม?”

“แมตต์ . . . ขอโทษนะ” สกายพูดจบก็ร้องไห้ออกมาทันที และซบลงบนไหล่ของแมตต์

แมตต์ยังคงยิ้มสดใส และลูบหัวเธอเบา ๆ เพื่อปลอบโยน “ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี”

. . .

ในห้องทำงานของผู้อำนวยการ

คู่สามีภรรยาคู่หนึ่งกำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผู้อำนวยการ โดยที่สามีกำลังขมวดคิ้ว และเอามือไขว้กันบนอกไม่พูดอะไร ในขณะที่ภรรยากำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางเช็ดน้ำตาไม่หยุด

ผู้อำนวยการถอนหายใจยาวด้วยความลำบากใจ ก่อนพูดขึ้นว่า “คุณนายโจนส์ คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะไม่ลองคิดดูอีกสักครั้ง?”

คุณนายโจนส์เงียบอยู่นาน ก่อนพยักหน้าเบา ๆ “คุณผู้อำนวยการ พวกเราทำเต็มที่แล้วจริง ๆ ค่ะ”

ทันทีที่พูดจบคุณนายโจนส์ก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง ขณะบ่นไปด้วยเสียงสะอื้น “คุณผู้อำนวยการ พวกเราชอบเธอมากจริง ๆ! พวกเราไม่สามารถมีลูกด้วยตัวเองได้ และรับเลี้ยงเธอมา เราทำทุกอย่างเพื่อเธอ แต่เธอกลับไม่สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตของเราได้เลย เธอมักจะจ้องกระจกอยู่คนเดียว และไม่เคยพูดอะไรกับเราก่อนเลยสักครั้ง . . .”

“พวกเราไปสวนสนุก ไปตกปลาที่ทะเลสาบ ปิกนิก และเข้าพิพิธภัณฑ์ทุกสัปดาห์ ทุกเย็นหลังเลิกงานเราก็เล่นกับเธอ เล่านิทานให้ฟัง สอนทำอาหาร วาดรูป และเล่นเปียโน! พวกเราทำทุกอย่างจริง ๆ แต่เธอกลับไม่เคยพูดกับเราก่อนเลย เธอไม่เคยแม้แต่จะยิ้มให้เรา เธอไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเราได้เลย!” โจนส์พูดเสริมพร้อมกับโบกมือไปมาในอากาศด้วยคิ้วที่ขมวดแน่นกว่าเดิม

“พอเถอะ!” ผู้อำนวยการถอนหายใจ “ตอนที่คุณมารับเธอเมื่อปีที่แล้ว ฉันเคยบอกคุณแล้วว่าเธอก็เป็นแบบนี้ที่บ้านอุปถัมภ์ครั้งก่อน”

“เราเคยคิดว่าถ้าเราพยายามมากพอ เราจะได้รับผลตอบแทนกลับมา . . .” โจนส์ลดมือลง สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความท้อแท้

“ฉันเข้าใจ เดี๋ยวฉันจะจัดการเรื่องเอกสารให้” ผู้อำนวยการนั่งตัวตรงยิ้มให้ทั้งสอง “โจนส์และคุณนายโจนส์ พวกคุณมีแผนยังไงต่อ? สนใจจะรับเลี้ยงเด็กอีกคนไหม?”

“แน่นอนค่ะ!” คุณนายโจนส์หยุดร้องไห้ทันที เธอมองผู้อำนวยการด้วยดวงตาแดงช้ำและน้ำเสียงหนักแน่น “นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เรามาอีกครั้ง! เราต้องการลูกสักคน!”

“งั้นพวกคุณต้องการแบบไหน? เหมือนเดิมใช่ไหม?” ผู้อำนวยการลุกขึ้น หยิบแฟ้มหนาออกมาจากตู้ใกล้ ๆ

“ใช่ค่ะ เหมือนครั้งที่แล้ว เราต้องการลูกสาวที่สุขภาพดี!” โจนส์มองแฟ้มในมือของผู้อำนวยการอย่างตั้งใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง

ผู้อำนวยการเปิดแฟ้มเลือกข้อมูลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบแฟ้มหนึ่งส่งให้พวกเขา “พวกคุณคิดยังไงกับเธอคนนี้?”

โจนส์รีบรับแฟ้มมาเปิดดูและมองภาพในมุมขวาบนทันที “โอ้ พระเจ้า เธอน่ารักมาก!”

“ใช่ค่ะ โจนส์ ดูสิ จมูกเธอเหมือนของคุณเลย!” คุณนายโจนส์ชี้ไปที่เด็กหญิงในภาพด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“ใช่! ตาเธอก็คล้ายคุณมาก! คุณผู้อำนวยการ เธอชื่ออะไร? พวกเราขอเจอเธอได้ไหม?”

“ได้แน่นอนค่ะ เธอชื่อเจสสิก้า!”

ในที่สุด โจนส์และคุณนายโจนส์ก็นำลูกสาวบุญธรรมคนใหม่กลับไป

หลังจากนั้นผู้อำนวยการก็กลับมาที่ห้องทำงานอีกครั้ง และหยิบเอกสารของสกายที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู ก่อนจะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนที่เธอจะเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปข้างนอก และเห็นเงาโดดเดี่ยวของเด็กหญิงตัวเล็กที่นั่งอยู่บนราวระเบียงไกล ๆ

“สกาย ทำไมหนูไม่เห็นค่าของโอกาสพวกนี้บ้างนะ? มีเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับโอกาสถูกรับเลี้ยง ส่วนใหญ่จะต้องอยู่ที่นี่จนโตเป็นผู้ใหญ่ แต่หนูกลับปฏิเสธถึงสองครั้ง!”

ผู้อำนวยการยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าต่างพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่เธอจะเป่าลมหายใจใส่กระจกจนเกิดฝ้าขาวบาง ๆ แล้วค่อย ๆ เช็ดมันออกเผยให้เห็นภาพเงาโดดเดี่ยวของสกาย และพูดพึมพำขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเจือความเศร้าใจว่า “ไม่รู้เลยว่าหนูจะมีใครมารับเลี้ยงอีกไหม!”

“มีแน่นอนครับ!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง ทำเอาผู้อำนวยการตกใจจนเกือบล้มลง

“โอ้! ขอโทษครับคุณผู้หญิง!” ชายร่างสูงรีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้น และพาเธอไปนั่งที่เก้าอี้ “ผมเห็นประตูเปิดอยู่เลยเดินเข้ามา ต้องขอโทษที่ทำให้คุณตกใจ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร” ผู้อำนวยการหอบเล็กน้อยก่อนจะตั้งสติ “คุณคือใครคะ?”

“ขออนุญาตแนะนำตัวนะครับ ผมชื่อเอริค แลนเซอร์ เป็นบารอนสืบสายเลือดจากโปแลนด์ และยังเป็นประธานของบริษัทอลิซ อินดัสทรีส์ด้วย” เอริคยืนตัวตรงปรับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย พร้อมยิ้มแบบใจดีชนิดที่คล้ายกับสายลับโคลสันในภาพยนตร์เพื่อทำให้ตัวเองดูน่าไว้วางใจ “ผมต้องการรับเลี้ยงเด็กหญิงคนนั้น สกาย!”

“เอ่อ ทำไมล่ะคะ? คุณอาจจะยังไม่ทราบว่าเธอเพิ่งถูกครอบครัวอุปถัมภ์ส่งกลับมา และเธอ . . .”

“คุณผู้หญิงครับ ผมศึกษาข้อมูลของเธอมาแล้ว และถึงอย่างนั้นผมก็ยังยืนยันจะรับเลี้ยงเธออยู่ดี” เอริคพูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ผู้อำนวยการมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความสงสัย “คุณคะ ฉันขอดูบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตของคุณหน่อยได้ไหม?”

รอยยิ้มของเอริคแข็งค้างอยู่บนใบหน้าทันที ดูเหมือนว่าท่าทีที่ดูรีบร้อนเกินไปของเขาทำให้ดูเหมือนคนไม่น่าไว้ใจ!

ดังนั้นเอริคจึงจำใจหยิบเอกสารทั้งหมดออกมาให้ผู้อำนวยการตรวจสอบ พร้อมทั้งอธิบายอย่างละเอียด จนกระทั่งเธอเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนร้าย

“คุณเอริค ทำไมคุณถึงต้องการรับเลี้ยงเธอ? เธอไม่ใช่เด็กที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ๆ เลยนะคะ”

“เพราะเธอสำคัญกับผมมาก! จะเรียกว่าพรหมลิขิตก็ได้ครับ คุณลองคิดดูสิ เราทั้งคู่มีเชื้อสายจีนเหมือนกันใช่ไหม?” เอริคหันมองออกไปนอกหน้าต่าง และเห็นเงาร่างอ้างว้างของสกายได้อย่างชัดเจน

‘ในที่สุดฉันก็พบเธอจนได้!’

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 48 ในที่สุดฉันก็พบเธอจนได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว