เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43 เดี๋ยวฉันจะช่วยซ่อมให้เอง!

ตอนที่ 43 เดี๋ยวฉันจะช่วยซ่อมให้เอง!

ตอนที่ 43 เดี๋ยวฉันจะช่วยซ่อมให้เอง!


ตอนที่ 43 เดี๋ยวฉันจะช่วยซ่อมให้เอง!

แดร็กคูลา คือบรรพบุรุษแวมไพร์รุ่นที่สอง

ส่วนบรรพบุรุษแวมไพร์รุ่นแรกก็คือพ่อมดแห่งแอตแลนติสชื่อ วาร์เน่ ผู้ซึ่งใช้มนตร์จาก ‘ดาร์กโฮลด์’ แปลงร่างตัวเองให้กลายเป็นแวมไพร์

ซึ่ง ‘ดาร์กโฮลด์’ ก็คือสมบัติของเทพแห่งความโกลาหลแห่ง คธอน และเป็นหนึ่งในพลังของสการ์เล็ตวิทช์ก็มีต้นกำเนิดมาจาก คธอน นี้เอง

ในคัมภีร์ดาร์กโฮลด์เต็มไปด้วยเวทมนตร์ของคธอน ซึ่งผู้ที่ได้ครอบครองคัมภีร์เล่มนี้จะเห็นเนื้อหาแตกต่างกันไป และพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่อย่างวาร์เน่ก็มองเห็นคาถาแปลงร่างเป็นแวมไพร์

เมื่อกลายเป็นแวมไพร์ วาร์เน่ก็ได้รับพลังอันยิ่งใหญ่และชีวิตที่ยืนยาว เขาอายุยืนจนกระทั่งได้เห็นเหตุการณ์มากมาย รวมถึงการล่มสลายของแอตแลนติสด้วยตาของตนเอง

แต่ในที่สุดวาร์เน่ก็เบื่อที่จะมองโลกอันแสนน่าเบื่อหน่ายและตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง

โดยก่อนสิ้นลมหายใจ วาร์เน่ได้มอบพลังทั้งหมดให้กับแดร็กคูลา และนับแต่นั้นมาแดร็กคูลาจึงเริ่มปกครองเผ่าพันธุ์แวมไพร์

แดร็กคูลา ซึ่งเป็นแวมไพร์รุ่นที่สองที่ได้รับพลังของวาร์เน่ ไม่เพียงแต่มีร่างกายที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ เขายังสามารถใช้เวทมนตร์ลวงตา การสะกดจิต การแปลงร่าง และมนต์ดำเล็กน้อยได้อีกด้วย

แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่พลังเหล่านั้น เพราะประเด็นสำคัญจริง ๆ ก็คือแดร็กคูลามีความสามารถพิเศษในการคืนชีพอย่างสมบูรณ์แบบ!

ไม่ว่าจะถูกฆ่าอย่างไร เขาก็สามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีการอ่อนแอลง ไม่มีความทรงจำขาดหาย โดยมีสิ่งเดียวที่ต้องการคือเวลา

ความสามารถคืนชีพของแดร็กคูลาถือเป็น ‘กฎ’ ในจักรวาลมาร์เวลที่ไม่มีใครสามารถทำลายได้ แม้แต่เทพธิดาแห่งความตายก็ยังทำอะไรไม่ได้!

“แดร็กคูลา ดูเหมือนเรื่องมันจะยุ่งยากจริง ๆ ซะแล้ว!” เอริคจับคางตัวเองพลางขมวดคิ้วด้วยความครุ่นคิด

การฟื้นฟูตัวเองหรือคืนชีพเป็นพลังพิเศษที่น่ารำคาญที่สุดในบรรดาพลังทั้งหมด ลองคิดดูสิว่าทำไมเดดพูลถึงน่าหมั่นไส้ขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะเขารักษาตัวเองได้ทุกครั้งหรอกหรอ? เพราะงั้นมันถึงไม่มีใครทำอะไรเขาได้ไง!

และตอนนี้ เอริคก็ต้องเผชิญกับการคืนชีพที่ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งมันน่ารำคาญยิ่งกว่า เพราะถึงเขาจะฆ่าอีกฝ่ายไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร แถมอีกเดี๋ยวเขาก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก

นอกจากนี้การผนึกก็ไม่ได้ผล เพราะถ้าถูกผนึกแดร็กคูลาก็ฆ่าตัวตายเองได้ และกลับมาใหม่หลังจากนั้นไม่นาน . . .

แต่การปล่อยแดร็กคูลาไว้เฉย ๆ ก็ไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะเขาอาจจะแพร่พันธุ์แวมไพร์จำนวนมหาศาลในเวลาเพียงไม่กี่วัน!

“ท่านแอนเชียนวัน มีวิธีอะไรบ้างที่จะจัดการแดร็กคูลาได้บ้าง?” เมื่อแก้ปัญหาเองไม่ได้ เอริคจึงคิดหันไปพึ่งพาผู้แข็งแกร่งกว่า

แต่แอนเชียนวันกับส่ายศีรษะเบา ๆ “ข้าก็ฆ่าแดร็กคูลาไม่ได้เช่นกัน”

“งั้นใช้มิติกระจกขังเขาเอาไว้ตลอดกาล?” เอริคพยายามเสนอทางออกอื่น

“เขาสามารถฆ่าตัวตายได้” แอนเชียนวันส่ายหน้าอีกครั้ง

“งั้นเปิดประตูมิติให้เขาตกลงไปเรื่อย ๆ ล่ะ?”

“เขาแปลงร่างเป็นค้างคาวได้ เขาบินหนีได้” คราวนี้สีหน้าของแอนเชียนวันเริ่มแปลก ๆ

“ถ้าอย่างนั้น ใช้อัญมณีเวลาทำให้เขาติดอยู่ในลูปเวลาตลอดไปล่ะ?”

แอนเชียนวันไม่ได้ตอบ เพียงแต่จ้องเอริคด้วยรอยยิ้มที่แฝงความนัยบางอย่าง

เมื่อเห็นสีหน้านั้น เอริคก็หดคอเล็กน้อยอย่างรู้สึกหวาดหวั่น “ท่านแอนเชียนวัน ทำไมมองแบบนั้นล่ะ?”

“ดูเหมือนเจ้าจะรู้จักเวทมนตร์ของข้าดีเหลือเกินนะ”

“เอ่อ . . . ก็แค่พอประมาณ ฮะ ฮะ” เอริคหัวเราะแห้ง ๆ อย่างกระอักกระอ่วน และไม่กล้าพูดอะไรต่ออีก จะให้เขาพูดอะไรได้? จะให้บอกแอนเชียนวันว่าเขาเคยศึกษาเวทมนตร์ของด็อกเตอร์สเตรนจ์เป็นปีเพื่อใช้ต่อกรกับธานอสหรอ?

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เอริคก็สงสัยเล็กน้อยว่า ‘อาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาล’ จะสามารถลบแดร็กคูลาออกจากการมีอยู่ในจักรวาลได้หรือเปล่า . . .

แอนเชียนวันสะบัดพัดเบา ๆ และหยุดพูดถึงเรื่องนี้ “เอริค บางทีเจ้าอาจต้องไปถามเพื่อนเก่าของเจ้า”

“เพื่อนเก่า?”

. . .

โรงเรียนเซเวียร์สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ

หลังจากผ่านไปหลายปีและสองจักรวาล เอริคก็กลับมายืนอยู่หน้าประตูที่คุ้นเคยอีกครั้ง

ประตูที่สวยงามดูเหมือนไม่ได้รับการดูแลจนขึ้นสนิมเล็กน้อย เถาวัลย์บางส่วนพันรอบประตูเหมือนกับที่นี่ไม่ได้ถูกเปิดใช้มานาน

“บอส! บอสมาหาผมที่นี่จริง ๆ ด้วย! เยี่ยมไปเลย!”

ในขณะที่เอริคยังยืนถอนหายใจอยู่หน้าประตู เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นดังมาจากข้างใน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงระเบิดตูมใหญ่!

จักเกอร์นอทวิ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว แรงสั่นสะเทือนจากการวิ่งของเขาทำให้พื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่น

“มาร์โก หยุดเดี๋ยวนี้!” เอริครีบตะโกนห้าม ถ้าปล่อยให้เขาพุ่งชนไปแบบนั้น ประตูโรงเรียนเซเวียร์สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษคงต้องเปลี่ยนใหม่แน่ ๆ

หลังจากไม่ได้เจอกันเป็นปี ดูเหมือนมาร์โกจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม เห็นได้ชัดว่าชาร์ลส์ดูแลน้องชายต่างแม่ของเขาไม่เลวเลย

“ชาร์ลส์อยู่ไหม?” พูดตามตรงการมาขอความช่วยเหลือจากชาร์ลส์ทันทีหลังจากที่เสียหน้ามาก่อนหน้านี้ทำให้เอริครู้สึกกระดากใจไม่น้อย . . .

“ชาร์ลส์? ไม่รู้สิ ใครสนล่ะ! ไปหาแซมมี่กันเถอะ ถ้าแซมมี่รู้ว่าบอสมาที่นี่ เขาคงดีใจน่าดู!”

เอริคได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตา ในสายตาของแซมมี่ เขาคงเป็นเหมือนปีศาจในนรกนั่นแหละ จะดีใจอะไรกัน ถ้าไม่ร้องไห้ก็ดีแล้ว!

. . .

“คุณเอริค ฉันไม่เคยคิดเลยว่าคุณจะเป็นคนช่วยเหลือเด็ก ๆ เหล่านี้! ขอบคุณสำหรับความเมตตาของคุณ และฉันต้องขอโทษอีกครั้งสำหรับพฤติกรรมหยาบคายของฉันก่อนหน้านี้!” ศาสตราจารย์เอ็กซ์กล่าวขอบคุณเอริคอย่างจริงใจโดยไม่ได้ใช้พลังจิต

“ศาสตราจารย์ชาร์ลส์ ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนี้ ฉันเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตามที่เห็นเด็ก ๆ ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากแบบนี้ก็คงไม่อาจนิ่งดูดายได้” เอริครับกาแฟจากแฮงก์ที่ยื่นให้และยิ้มอย่างเป็นมิตร

“แล้วคุณเอริคมาที่โรงเรียนเซเวียร์ครั้งนี้มีเรื่องอะไรหรอเปล่า?” แฮงก์ถามขึ้นมา ก่อนที่เขาจะถอยไปยืนอยู่ข้างหลังศาสตราจารย์เอ็กซ์อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อปกป้องและเตรียมพร้อมลงมือได้ตลอดเวลา

เมื่อได้ยินคำถามของแฮงก์ เอริคก็ลูบจมูกตัวเองด้วยท่าทีอึดอัดเล็กน้อย “ฉันมาที่นี่เพื่อดูมาร์โกและเด็ก ๆ ส่วนอีกอย่างก็คือฉันอยากขอให้ศาสตราจารย์ชาร์ลส์ช่วยฉันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ สองอย่าง”

“โอ้? ต้องการความช่วยเหลือเรื่องอะไรเหรอ?”

“ช่วยหาคนคนหนึ่งและจับอีกคนหนึ่ง”

หลังจากฟังคำพูดของเอริค ศาสตราจารย์เอ็กซ์ก็ทำสีหน้าครุ่นคิดทันที

. . .

“ไม่เป็นไร ถ้ามันเสีย เดี๋ยวฉันจะช่วยซ่อมให้เอง!” คำพูดของเอริคทำเอาศาสตราจารย์เอ็กซ์และแฮงก์เบิกตากว้าง ‘นายคิดว่าเครื่องขยายคลื่นสมองมันสร้างง่ายเหมือนเปลี่ยนหลอดไฟหรือยังไง?’

“คุณรู้วิธีสร้างเครื่องขยายคลื่นสมองงั้นเหรอ?”

“ศาสตราจารย์ชาร์ลส์ นายก็เห็นพลังของฉันไปแล้ว!” เอริคตอบด้วยรอยยิ้มสบาย ๆ “ยิ่งกว่านั้น ฉันยังมีบริษัทเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง และฉันก็เป็นผู้พัฒนา 'วัสดุตัวนำยิ่งยวดอุณหภูมิห้อง' ตัวแรกของโลก ฉันเชื่อว่าฉันมีเทคโนโลยีเพียงพอที่จะซ่อมมันได้!”

แฮงก์ตั้งท่าเตรียมจะปฏิเสธทันที แต่ศาสตราจารย์เอ็กซ์ก็ยกมือห้ามไว้ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พยักหน้าและตกลง “ตกลง งั้นขอฝากคุณเอริคด้วย”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 43 เดี๋ยวฉันจะช่วยซ่อมให้เอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว