เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 ฝ่าบาท ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าผมทำทั้งหมดนี้เพียงเพื่อไวเบรเนียม?!

ตอนที่ 20 ฝ่าบาท ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าผมทำทั้งหมดนี้เพียงเพื่อไวเบรเนียม?!

ตอนที่ 20 ฝ่าบาท ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าผมทำทั้งหมดนี้เพียงเพื่อไวเบรเนียม?!


ตอนที่ 20 ฝ่าบาท ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าผมทำทั้งหมดนี้เพียงเพื่อไวเบรเนียม?!

“แค่ก ๆ!” กษัตริย์ทีชาก้าไอเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนในใจ แน่นอนว่าทุกครอบครัวล้วนมี ‘เสือสาว’ และแม้แต่ครอบครัวของกษัตริย์ก็ไม่เว้น โดยเฉพาะเสือสาวที่กำลังตั้งครรภ์ . . . ไม่มีใครกล้าหาเรื่องเธออย่างแน่นอน! ดังนั้นสถานการณ์ในตอนนี้ของกษัตริย์ทีชาก้าจึงค่อนข้างยากลำบากอย่างแท้จริง!

“หลังจากนั้น ผมก็พาเด็กน้อยกลับบ้าน” เอริคเล่าต่อ “วันนั้นเขาต้องทนอยู่ในหิมะนานหลายชั่วโมงจนร่างกายหนาวเหน็บและมีไข้สูง จนเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด . . .”

เอริคพูดขึ้นพร้อมกับเร้าอารมณ์ด้วยการบีบน้ำตาเล็กน้อย เสียงของเขาที่ขาดห้วงราวกับกำลังทุกข์ใจอย่างลึกซึ้งกับชะตากรรมของเอ็นจาด้าก้าตัวน้อยที่ต้องเผชิญ

“ดังนั้นเป็นเอ็นจาด้าก้าที่เล่าเรื่องของวาคานด้าให้เจ้าฟังใช่ไหม?” ทันใดนั้นหัวหน้าเผ่าชายแดนก็เอ่ยถาม น้ำเสียงเย็นชาและไร้ความเห็นใจต่อเรื่องราวของเด็กน้อยแม้แต่น้อย

แน่นอนว่าเอริคเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี เพราะเมื่อตอนที่ยูลิซิส คลอว์ปล้นวาคานด้า เขาได้จุดระเบิดหลายจุดใกล้ชายแดน ทำให้ผู้คนของเผ่าชายแดนเสียชีวิตไปกว่าครึ่ง ดังนั้นจะหวังให้หัวหน้าเผ่าแสดงท่าทีเป็นมิตรกับเขาคงเป็นไปไม่ได้

“ไม่ใช่เช่นนั้นครับ ฝ่าบาท ได้โปรดอภัยให้ผมด้วยถ้าหากคำพูดของผมล่วงเกินพวกท่านไป” เอริคปรับสีหน้าเป็นจริงจัง และก้มศีรษะให้กษัตริย์ทีชาก้า “เอ็นจาด้าก้าอยู่กับผมหลายวัน เขาอาการหนักมากและมีเพียงสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่ติดตัวมา ดังนั้นผมที่อยากช่วยเขาตามหาครอบครัว จึงจำเป็นต้องเปิดอ่านบันทึกเล่มนั้น และนั่นทำให้ผมรู้ว่าบนทุ่งหญ้าแห่งเคนยา ยังมีอารยธรรมอันเจิดจ้าเช่นวาคานด้าหลบซ่อนตัวอยู่”

ทันใดนั้นทหารองครักษ์คนหนึ่งก็เดินเข้ามาและส่งสมุดบันทึกที่เอริคยื่นให้กษัตริย์ทีชาก้า กษัตริย์ทีชาก้าเปิดดูไม่กี่หน้าและจำลายมือของน้องชายตัวเองได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย

“หลังจากนั้นเอ็นจาด้าก้าก็พักฟื้นอยู่ที่บ้านผม แต่ไม่นานก็มีคนชั่วปรากฏตัวขึ้น! มันก็คือเจ้านี่!” เอริคชี้ไปที่คลอว์ที่ถูกโยนทิ้งไว้เหมือนเศษขยะ พร้อมกับเปลี่ยนสีหน้าของตัวเองให้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง “เจ้าสารเลวนี่บุกเข้ามาตอนที่ผมไม่อยู่บ้านและพยายามจะฆ่าเอ็นจาด้าก้า!”

“โชคดีที่ตอนนั้นผมลืมเอกสารไว้เลยกลับบ้านมาทันเวลา และช่วยชีวิตเอ็นจาด้าก้าเอาไว้ได้ทัน” เมื่อเอริคเล่าเรื่องที่แต่งสดจนจบเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อย ส่วนราชินีที่ฟังอยู่ก็พลอยคลายกังวลไปด้วยเช่นกัน

“ฝ่าบาท โลกภายนอกนั้นเต็มไปด้วยอันตราย ผมไม่รู้จะปกป้องเอ็นจาดาก้าอย่างไร เพราะมีคนชั่วอย่างยูลิซิสที่จ้องจะทำร้ายเขา ผมจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพาเขากลับมายังวาคานด้า ฝ่าบาท ได้โปรดอภัยให้ผมด้วย!”

“ไวเคานต์เอริค แลนเซอร์ ในนามของวาคานด้า ข้าขอขอบคุณท่าน!” กษัตริย์ทีชาก้าลุกขึ้นยืนและคำนับเอริคอีกครั้ง “เอ็นโจบู เป็นน้องชายของข้า . . . แต่เขาก็เป็นคนทรยศของวาคานด้าเช่นกัน”

จากนั้นกษัตริย์ทีชัลก้าก็เล่าเรื่องราวของเอ็นโจบูที่ทรยศชาติและช่วยเหลือคลอว์จนสังหารคนของตัวเอง ส่วนเหล่าสมาชิกในชนเผ่าที่ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน มีเพียงราชินีและหัวหน้าเผ่าทั้งสี่ที่ดูสงบนิ่งเพราะรู้เรื่องอยู่ก่อนแล้วเท่านั้น

“เอ็นโจบูทำความผิดร้ายแรงและได้รับโทษประหารไปแล้ว ได้โปรดอย่าถือโทษโกรธหลานชายของข้าอีกต่อไปเลย” กษัตริย์ทีชาก้ากล่าวพลางคุกเข่าลงอย่างช้า ๆ และก้มศีรษะอันทรงเกียรติของตัวเองให้กับหัวหน้าเผ่าชายแดน

ทันใดนั้นบรรยากาศภายในงานเลี้ยงก็เงียบสนิท ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมาและไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี

ผู้นำเผ่าชายแดนลุกขึ้น เดินไปที่เอ็นจาด้าก้าตัวน้อยและก้มมองอีกฝ่าย “เด็กน้อย เพราะการทรยศของบิดาเจ้า คนของเผ่าข้าตายไป 47 คน เจ้าจงจำตัวเลขนี้ไว้ให้ดี!”

พูดจบผู้นำเผ่าชายแดนก็หันหลังและเดินจากไปทันที

ในขณะเดียวกันเมื่อกษัตริย์ทีชาก้าเห็นเช่นนั้น เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและลุกขึ้นอย่างช้า ๆ ในเมื่อเผ่าชายแดนที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดเลือกที่จะไม่ติดใจเรื่องนี้ ก็น่าจะถือว่าเรื่องราวทั้งหมดได้สิ้นสุดลงแล้ว

“เด็กน้อย มานี่สิ ข้าคือลุงของเจ้า” กษัตริย์ทีชาก้าพูดขึ้นพร้อมกับโบกมือเรียกเอ็นจาด้าก้า “ข้าขอโทษในเรื่องของบิดาเจ้า แต่เจ้าต้องเข้าใจว่าเขาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาก่อเอาไว้”

เอ็นจาด้าก้าตัวน้อยเหลือบมองเอริคที่กำลังพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเดินไปหากษัตริย์ทีชาก้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันเต็มไปหมด

. . .

หลังเรื่องราวคลี่คลาย งานเลี้ยงก็เริ่มต้นขึ้น สาวใช้หลายคนเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารที่หลากหลาย ทั้งผลไม้สด อาหารจานหลัก และไวน์รสเลิศ

เอริคมองอาหารบนโต๊ะด้วยความรู้สึกที่กินไม่ลง แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะอาหารไม่น่ากิน แต่เป็นเพราะเขา ‘รับไม่ได้!’ กับวัฒนธรรมของที่นี่ ถึงแม้ว่าอาหารจะหรูหราและจัดจานอย่างประณีต แต่ธรรมเนียมของวาคานด้าที่ยังคงยึดถือวัฒนธรรมดั้งเดิม ทำให้ไม่มีทั้งช้อนส้อมหรือมีด ดังนั้นทุกคนจึงใช้มือรับประทานอาหารกันตามแบบแผนที่สืบทอดกันมาหลายพันปี

เอริคมองผู้ร่วมโต๊ะที่หยิบอาหารทุกอย่างด้วยมือ แน่นอนว่าการหยิบผลไม้ และเนื้อย่าง เขายังพอเข้าใจได้ แต่การที่ต้องหยิบข้าวที่มีซุปเหนียวหนืดใส่ปากด้วยมือมันกลับทำให้เขารู้สึกขยะแขยงจนเกินจะทน

แต่ถึงอย่างนั้นการจะไม่กินเลยมันก็คงไม่เหมาะ ดังนั้นเอริคจึงเลือกหยิบผลไม้ที่ดูน่ากินมาแทน และดื่มไวน์พอเป็นพิธีเพื่อรักษามารยาทในวงอาหาร

หลังผ่านไปครู่ใหญ่ ๆ ชาววาคานด้าก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อยจนปากมันเยิ้ม แต่สำหรับเอริค ความรู้สึกคลื่นไส้กลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งกษัตริย์ทีชาก้าอิ่มและให้เก็บอาหารออกไป เขาถึงค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง

“ท่านเอริค ข้าต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับทุกสิ่งที่ท่านได้ทำเพื่อวาคานด้า!” กษัตริย์ทีชาก้าโบกมือให้ทหารองครักษ์ออกไป และขอให้หัวหน้าเผ่าทั้งสี่กับราชินีถอยออกไปเช่นกัน ทำให้เอริคที่เห็นเช่นนั้นก็พลันมีชีวิตชีวาขึ้นทันที ในที่สุดธุรกิจสำคัญของเขาก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

“เพื่อแสดงความขอบคุณของวาคานด้า ข้าจะมอบยานบินให้ท่านด้วยตัวเอง เป็นยานลำเดียวกับที่พาท่านมาวันนี้! ท่านคิดว่าอย่างไรบ้าง?” กษัตริย์ทีชาก้ากล่าวพร้อมตบไหล่เอริคอย่างใจกว้าง

แต่เอริคกลับไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่น้อย นี่มันหมายความว่าอะไร? เขาช่วยวาคานด้ามาตั้งมากมายขนาดนี้ แต่กลับไม่ได้รับไวเบรเนียมเลยสักนิด? ใช่ ยานบินลำนั้นอาจจะล้ำสมัยมากและใช้ไวเบรเนียมจำนวนไม่น้อยในการสร้าง แต่ยานลำนั้นจะมีประโยชน์อะไรกับเขากัน?

เอาไปบินเล่น? ใครกล้าก็บ้าแล้ว! เพราะถ้าหากเขาเผลอถูกพวกไฮดราหรือชิลด์จับได้ เขาจะอธิบายอย่างไร? วาคานด้ามอบให้เขาอย่างนั้นหรอ?

เก็บไว้ที่บ้านเป็นของสะสม? เขาดูว่างมากนักหรือไง?

หรือจะแยกชิ้นส่วนเพื่อเอาไวเบรเนียมออกมา? ถ้าทำอย่างนั้นก็อาจจะได้ไวรเบรเนียมมาบ้างส่วน แต่ถึงอย่างนั้นเขาเองในฐานะ ‘แม็กนีโต’ ผู้ทรงเกียรติ จะต้องการยานบินไว้ทำไมในเมื่อเขาบินเองได้อยู่แล้ว?

“ฝ่าบาท ท่านอาจจะยังไม่รู้จักตัวผมดีพอ ผมได้พูดไปแล้วว่า ผมเป็นคนดี! ผมนำหลานชายของท่านเอ็นจาด้าก้ากลับมาส่งที่วาคานด้าเพราะผมหวังว่าเขาจะได้รับการดูแลและความอบอุ่นของครอบครัวที่นี่ และผมก็ได้นำตัวอูลิซิส คลอว์มาให้ท่านก็เพราะเขาสมควรได้รับโทษและต้องเผชิญหน้ากับความยุติธรรมของวาคานด้า! ดังนั้นผมจึงไม่เคยคิดจะเรียกร้องสิ่งใดจากวาคานด้าเลยแม้แต่เศษเงิน!”

กษัตริย์ทีชาก้ามองเอริคด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง ปนด้วยความรู้สึกจนใจและถอนหายใจยาว “อืม ในเมื่อเจ้าพูดเช่นนี้ งั้นข้าจะอนุญาตให้ท่านเอาไวเบรเนียมชุดหนึ่งออกไปได้ แต่ท่านจะต้องนำมันออกไปจากชายแดนด้วยตัวเอง และหลังจากมันจะเป็นของท่านอย่างสมบูรณ์!”

‘งั้นผมก็สามารถยกหินไวเบรเนียมออกไปทั้งก้อนได้เลยสินะ!’ เอริคเกือบหลุดปากพูดคำพูดนี้ออกไป แต่โชคดีที่เขายับยั้งตัวเองไว้ได้ทัน “ฝ่าบาท ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าผมทำทั้งหมดนี้เพียงเพื่อไวเบรเนียม?”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 20 ฝ่าบาท ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าผมทำทั้งหมดนี้เพียงเพื่อไวเบรเนียม?!

คัดลอกลิงก์แล้ว