เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 จิตวิญญาณน้ำหนัก 21 กรัม!

ตอนที่ 8 จิตวิญญาณน้ำหนัก 21 กรัม!

ตอนที่ 8 จิตวิญญาณน้ำหนัก 21 กรัม!


ตอนที่ 8 จิตวิญญาณน้ำหนัก 21 กรัม!

“เวทมนตร์คือพลังอันน่าอัศจรรย์” เอริคกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ด้วยพลังของ ‘วิชานติ’ จอมเวทย์สูงสุดสามารถแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกันได้ เพื่อสืบทอดมรดกแห่งเวทมนตร์ต่อไป . . .”

ทันใดนั้นแอนเชียนวันก็ขยับมืออีกครั้งวาดวงกลมขึ้นมากลางอากาศ ก่อนที่จะมีอักษรรูนสีทองลึกลับปรากฏขึ้นภายในวงกลมโดยอัตโนมัติ และแปรเปลี่ยนเป็นรังสีแสงที่แผ่กระจายออกไป

แสงเหล่านั้นบางครั้งสั้น บางครั้งยาว และทุกครั้งที่หยุด จะก่อกำเนิด ‘จุดเชื่อม’ เล็ก ๆ ขึ้น จากนั้นจุดเหล่านั้นจะขยายต่อเนื่องและเชื่อมโยงกัน จนในที่สุดตาข่ายสีทองขนาดมหึมาก็ทอดยาวปกคลุมท้องฟ้าเบื้องหน้าของเอริค

เอริคมองสิ่งที่เกิดขึ้นพลางพยักหน้าเล็กน้อย เพราะเข้าใจดีว่าเส้นแสงพวกนี้มันคืออะไร เส้นแสงพวกนี้มันเป็นเหมือนกับสถานีถ่ายทอดพลังงาน และด้วยพลังของ ‘วิชานติ’ จอมเวทย์สูงสุดจากจักรวาลทั้งหลายจึงสามารถเชื่อมโยงความคิดและพลังเข้าด้วยกัน สร้างเครือข่ายเวทมนตร์สำหรับการสื่อสารและแบ่งปันข้อมูล

“จักรวาลนั้นกำลังจะถูกทำลาย . . .” เอริคเอ่ยอย่างเรียบง่าย ทว่าแฝงไปด้วยความหนักอึ้ง การที่แอนเชียนวันเปิดเผยความลับแก่เขาโดยไม่ลังเล ทำให้เอริครู้สึกว่าเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปิดบังอีกต่อไป และบอกเธอเกี่ยวกับทุกอย่างที่เขารู้

“ธานอส . . . แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเลยหรือ?” แอนเชียนวันเลิกคิ้วแสดงความประหลาดใจเล็กน้อย ในจักรวาลนี้ ธานอสไม่กล้าเหยียบโลก เพราะเกรงกลัวต่อการดำรงอยู่ของทั้งเธอและโอดิน และถ้าหากเขาลงมือจริง เธอก็มั่นใจว่าสามารถกำจัดเขาได้

“เดธ . . .”

เอริคเอ่ยขึ้นมาเพียงคำเดียวอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้นแววตาของแอนเชียนวันก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที และรีบร่ายเวทมนตร์สร้างมิติกระจกล้มอรอบตัวพวกเขาเอา และเปิดใช้งานดวงตาแห่งอกาโมโต

ทันใดนั้นด้วยพลังของอัญมณีเวลา ภาพตรงหน้าก็เริ่มเล่นย้อนกลับราวกับการกรอภาพยนตร์ พร้อมกับคำพูดก่อนหน้านี้ของเอริคที่เลือนหายไป

“อย่ากล่าวชื่อนั้นอีก นางสามารถรับรู้ได้”

แอนเชียนวันขัดจังหวะทันที พร้อมกับดวงตาของเธอที่จับจ้องเอริคราวกับเตือนให้ระวังเรื่องคำพูด ทำให้เอริคสับสนไปชั่วขณะ ก่อนจะโพล่งออกมาว่า “คุณใช้อัญมณีเวลาเพื่อลบคำพูดของฉัน?”

“ใช่ เพื่อป้องกันผลกระทบที่ไม่ควรเกิด”

แอนเชียนวันตอบเรียบ ๆ ก่อนหยิบพัดเล็ก ๆ ออกมาจากที่ไหนสักแห่งแล้วกวัดแกว่งเบา ๆ “นางคือแหล่งกำเนิด ผู้สร้าง และผู้ควบคุมจิตวิญญาณของจักรวาลทั้งปวง อีกทั้งยังเป็นตัวแทนแห่งจุดจบของทุกชีวิตในจักรวาล ดังนั้นเจ้าอย่าได้เอ่ยนามของนางออกมาโดยไม่คิด โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการล่มสลายของจักรวาล”

“แต่นามนั้นถูกเอ่ยถึงนับครั้งไม่ถ้วนทุกวัน แล้วนางจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเรียก?” เอริคพูดแย้งขึ้นมาด้วยความสงสัย

“นางรู้ได้โดยสัญชาตญาณ” แอนเชียนวันปิดพัดในมือ และหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องนี้ต่อ “เนื่องจากนางเป็นคนลงมือด้วยตัวเอง มันก็แสดงว่าจักรวาลนั้นกำลังจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น ดังนั้นนางจึงจำเป็นจะต้องยุติมันลง”

หลังจากพูดจบแอนเชียนวันก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องหน้าเอริคด้วยสายตาแปลก ๆ แล้วถามว่า “ว่าแต่ ทำไมเจ้าถึงหนีรอดมาได้?”

“เอ่อ . . .” เอริคอ้ำอึ้งไปชั่วครู่ และครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะตอบอย่างไรดี เพราะความลับเกี่ยวกับการเป็นนักเดินทางข้ามเวลาของเขาก็เกือบถูกลืมไปหมดแล้ว

“เจ้าอย่าเพิ่งตอบข้าตอนนี้ เรามาคุยกันเรื่องเป้าหมายของเจ้าในจักรวาลนี้กันก่อนดีกว่า”

“แน่นอน ฉันก็แค่อยากมีชีวิตอยู่” เอริคตอบทันที ราวกับคำพูดที่หลุดออกมาโดยไม่ต้องคิด

“โอ้? แค่นั้นหรือ?” แอนเชียนวันเลิกคิ้วจ้องมองเอริค ทำให้เอริคที่จ้องมองลึกเข้าไปในแววตาของแอนเชียนวันรู้สึกเหมือนมีดวงดาวหมุนเวียนอย่างลึกลับอยู่ภายในดวงตาของเธอ

“ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากแข็งแกร่งขึ้นอีกนิดหน่อย” เอริคยักไหล่ตอบด้วยท่าทีเหมือนไม่ใส่ใจ

“แข็งแกร่งขึ้นอีก . . . ถึงแม้ว่าจะต้องแลกด้วยการทำลายสองจักรวาล?” แอนเชียนวันถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อย่ามากล่าวหากันพล่อย ๆ! นั่นไม่ใช่เจตนาของฉัน!” เอริคตะโกนกลับ พร้อมโบกมืออย่างไม่พอใจ แต่แววตาที่หลบเลี่ยงของเขาก็ไม่ได้หลุดพ้นจากสายตาอันเฉียบคมของแอนเชียนวัน

“แล้วฮาเวิร์ดและมาเรียภรรยาของเขาล่ะ ในเมื่อเจ้าสามารถปลุกพวกเขาให้ตื่นได้ตลอดเวลา ทำไมเจ้าถึงไม่ทำแบบนั้น?” แอนเชียนวันลุกขึ้น และเดินไปข้างหน้าจนทำให้ตอนนี้ระยะระหว่างเธอกับเอริคเหลืออยู่เพียงก้าวเดียวเท่านั้น

“พวกเขาแก่มากแล้วและยังได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถทนต่อการสัมผัสกับรังสีแกมมามากเกินไปได้ นอกจากนี้ฉันได้เลือกเส้นทางนี้ก็เพื่อประโยชน์ของตัวพวกเขาเอง นี่คือหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่คุณยังไม่เข้าใจ” เอริคกล่าวเสียงแข็ง แต่ดวงตาที่หลบเลี่ยงของเขากับบ่งบอกถึงความรู้สึกผิดที่ก่อตัวขึ้นอยู่ภายในใจ

แอนเชียนวันจ้องมองเอริคอยู่นาน ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เอริค . . . ความหมายของชีวิต ไม่ใช่แค่การบรรลุเป้าหมายส่วนตัวของตนเอง”

“โอ้? งั้นหรอ? แล้วมันคืออะไรล่ะ? การปกป้องโลก หรือปกป้องจักรวาล? ฉันไม่ได้สูงส่งขนาดนั้น!” เอริคโต้กลับอย่างไม่แยแส นอกจากนี้น้ำเสียงของแอนเชียนวันยังทำให้เขารู้สึกว่าเขาอาจจะปะทะกับแอนเชียนวันได้ตลอดเวลา

ถึงแม้ว่าในใจของเขาจะคิดว่าแอนเชียนวันในตอนนี้นั้นเหนือกว่าเขาในเนื่องจากอาการบาดเจ็บ แต่เขาก็ไม่ได้เกรงกลัวเธอ อย่างน้อยก่อนที่เขาจะแพ้ก็ขอทำลายอาศรมเวทย์ในนิวยอร์กนี้ให้พังทลายสักหน่อยก็แล้วกัน!

ทันใดนั้น แอนเชียนวันก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนส่ายศีรษะช้า ๆ และพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก “เอริค เจ้ายังไม่เคยเห็นจิตวิญญาณของตัวเองอย่างแท้จริง . . . ในสายตาของข้า จิตวิญญาณของเจ้าเปล่งประกายและงดงามยิ่งนัก”

“จิตวิญญาณ?” เอริคเลิกคิ้วด้วยความสงสัย “ฉันหนัก 140 ปอนด์ จิตวิญญาณ 21 กรัมจะสำคัญอะไรขนาดนั้น?”

“เจ้าอยากเห็น 21 กรัมที่เจ้าบอกนั่นไหม?” แอนเชียนวันเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มลึกลับ

“แน่นอนว่าต้องไม่ . . .” เอริคตอบกลับอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ แอนเชียนวันก็ยื่นมือออกมาและกระแทกที่หน้าอกของเขาเบา ๆ

ทันใดนั้นร่างของเอริคก็เซถอยหลังเล็กน้อย ก่อนที่ร่างและจิตวิญญาณของเขาจะพลันแยกออกจากกัน เผยให้เห็นดวงวิญญาณของตัวเองที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้า โดยปรากฏเป็นร่างโปร่งแสงของเขาหลายคน

คนแรกคือแม็กนีโตซึ่งเป็นรูปลักษณ์ในปัจจุบันของเขา ชายผู้ผ่านร้อนหนาวแห่งการต่อสู้มาอย่างยาวนาน คนที่สองคือแม็กนีโตในวัยหนุ่ม ผู้ยืนหยัดพลิกชะตาและสร้างการปฏิวัติ ส่วนคนที่สามค่อนข้างคล้ายกับคนแรก แต่ร่างนี้กับแฝงไปด้วยความดุดันและมืดมนยิ่งกว่า และคนสุดท้าย . . .

มันเป็นร่างของชายชาวเอเชียที่เอริคไม่คุ้นเคย!

เมื่อเห็นร่างสุดท้าย แอนเชียนวันก็ถึงกับผงะ ดวงตาเธอสั่นไหวราวกับครุ่นคิดบางอย่าง แต่แล้วรอยยิ้มแห่งความเข้าใจก็ปรากฏบนใบหน้าของเธอ ก่อนที่เธอจะยกนิ้วแตะหน้าผากของร่างนั้น พร้อมกับแสงสว่างเล็ก ๆ คล้ายแสงของดวงอาทิตย์ที่สว่างเจิดจ้าขึ้นในความมืด

“ปรากฏว่าเจ้าไม่ได้มีแค่ 21 กรัม!”

ในขณะเดียวกัน ตอนนี้เอริคกำลังรู้สึกราวกับโลกทั้งใบช้าลง ทุกสิ่งรอบตัวหยุดนิ่ง มีเพียงร่างวิญญาณต่าง ๆ และเศษเสี้ยวความทรงจำที่ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่มีกระจกอยู่ตรงหน้า แต่เขาก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตอนนี้เขามีหน้าตาเป็นอย่างไร . . .

‘ฉันเป็นใคร? ฉันอยู่ที่ไหน? ฉันควรทำอย่างไรต่อ?’ เอริคมองไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้าว่างเปล่า โดยที่ตรงหน้าของเขามีชิ้นส่วนความทรงจำของแม็กนีโตกำลังลอยอยู่

ค่ายกักกัน ห้องทดลองของเซบาสเตียน ชอว์ โรงเรียนเซเวียร์สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ สะพานโกลเดนเกต . . .

ความทรงจำของแม็กนีโตมากมายปรากฏขึ้นตรงหน้าของเอริคราวกับภาพที่ถูกจัดเรียงเป็นฉาก ๆ

“เมื่อทุกอย่างเงียบสงบในยามค่ำคืน นายจะต้องตอบคำถามของฉันเพียงข้อเดียว . . . นายยืนอยู่ข้างใคร?”

“การปฏิวัตินี้กำลังจะจบลง ใครก็ตามที่ขัดขวางเราจะถูกเหยียบย่ำ แม้แต่พระเจ้าก็หยุดฉันไม่ได้!”

. . .

“ฉัน . . . ฉันคือเอริค . . . แม็กนีโต ผู้นำของบราเธอร์ฮูดออฟมิวแทนต์ส . . .”

ความทรงจำหลากหลายปะปนกันยุ่งเหยิงภายในจิตใจของเอริค ดวงตาของเขาเริ่มพร่ามัว ความโกรธเกรี้ยวเริ่มปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตามในขณะที่ความทรงจำของแม็กนีโตจะกำลังค่อย ๆ ครอบงำ ทันใดนั้นมันก็มีภาพสะท้อนบางอย่างที่แปลกแยกและทำให้เขาสงสัยราวกับมีสองบุคลิกที่กำลังต่อสู้กันอยู่ภายใน

จนกระทั่งในที่สุด มันก็มีแสงสว่างเจิดจ้าปรากฏขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย และแสงนั้นก็ค่อย ๆ ทำให้ความทรงจำที่แปลกประหลาดบางอย่างชัดเจนขึ้น

“ลูกรัก วันนี้แม่ทำเกี๊ยว แครอทและหมูที่ลูกชอบที่สุด เพราะงั้นหนูจะต้องกินเยอะ ๆ นะ!”

“ไอ้ลูกไม่รักดี! แกอายุ 30 แล้ว แต่ยังมัวแต่นั่งอ่านการ์ตูนอยู่บ้าน และไม่คิดจะหาแฟนด้วยซ้ำ ตอนที่ฉันอายุเท่าแก ฉันก็เลี้ยงแกแล้ว!”

“ลูกรัก ลูกควรไปหางานทำได้แล้ว แม่รู้ว่าลูกเป็นคนฉลาด ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อกับแม่ ถ้าหากลูกไม่ไหวเมื่อไหร่ก็ขอให้รู้ไว้ว่ายังมีพ่อกับแม่รออยู่ข้างหลังเสมอ!”

. . .

น้ำตาสองสายเริ่มไหลลงมาจากดวงตาของเอริคโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำที่เคยถูกเก็บซ่อนไว้ในก้นบึ้งของหัวใจได้ปรากฏขึ้นมาในจิตใจของเขาอีกครั้ง

เมื่อวิญญาณของเขากลับคืนสู่ร่าง เอริคก็ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ทำให้แอนเชียนวันที่ยืนอยู่ตรงหน้า เอ่ยถามขึ้นมาอย่างช้า ๆ ว่า “เจ้าเป็นใคร?”

เอริคลุกขึ้นยืนมองหน้าแอนเชียนวันด้วยสายตานิ่งสงบ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ฉันคือเอริค แลนเซอร์ . . . ฉันคือแม็กนีโต!”

เมื่อได้ยินคำตอบนี้ใบหน้าของแอนเชียนวันก็นิ่งงันไปครู่หนึ่ง พร้อมกับมือที่ถือพัดอยู่ก็กำแน่นจนได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นมา

เมื่อเอริคเห็นท่าทางของแอนเชียนวัน เขาก็ยิ้มเล็กน้อยพลางหัวเราะเสียงดัง “น้องสาว อย่าจริงจังสิ! ฉันแค่พูดเล่น สีหน้าแบบนั้นทำให้ฉันตกใจนะ!”

“น้องสาว?” แอนเชียนวันเลิกคิ้วมองเอริคด้วยสายตาแปลกใจ ก่อนจะส่ายหน้าและถอนหายใจเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอเล็กน้อย

“ขอบคุณ . . . ท่านจอมเวทย์สูงสุด”

ความหมายของชีวิต ไม่ใช่แค่การบรรลุเป้าหมายส่วนตัวของตนเองเพียงอย่างเดียว!

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 8 จิตวิญญาณน้ำหนัก 21 กรัม!

คัดลอกลิงก์แล้ว