เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 59 - เหตุการณ์การจู่โจม (2)

บทที่ 59 - เหตุการณ์การจู่โจม (2)

บทที่ 59 - เหตุการณ์การจู่โจม (2)


บทที่ 59 - เหตุการณ์การจู่โจม (2)

จีนนี่โชคร้ายจริงๆเลย จากห้าดันเจี้ยนที่มีอยู่มันมีบอสมอนสเตอร์ปรากฏออกมาถึง 3 ตัว แต่การสั่งให้ไปจู่โจมดันเจี้ยนที่เดียวพร้อมๆกันทำไมล่ะ? แม้ว่าหลังจากที่มัสติฟอร์ดเตือนพวกเราไปแล้วเกี่ยวกับอันตรายของมัน! พวกเขาก็ยังไปจู่โจมมันอีก?

แน่นอนว่าถ้าพวกเขาเคลียร์ดันเจี้ยนไปที่ละแห่ง ประเทศของเขาก็จะไม่แย่ขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาเคลียร์พร้อมกันทั้งหมด 5 ดันเจี้ยนในครั้งเดียว? ฉันเกือบอยากจะผ่าหัวของพวกเขาดูเลยว่าเขายังมูหัวสมองอยู่มั๊ย? พวกเขาต้องการที่จะเป็นตัวอย่างทดลองให้กับประเทศอื่นๆงั้นหรอ? หรือว่าพวกเขาต้องการหินบลูสโตนในศพของมอนสเตอรฺ? ทั้งๆที่ทั้งหมดนั้นมันจะทำให้เกิดการกวาดล้างทั้งพลเมืองและนักท่องเที่ยวขึ้นน่ะนะ? คำถามมากมายนับไม่ถ้วนได้ผ่านเข้ามาในหัวของฉันในตอนที่ฉันรู้สึกโกรธ

ฉันได้เปิดช่องทางของนักสำรวจดันเจี้ยนในทันที อย่างเคยมัสติฟอร์ดเป็นคนแรกที่ก้าวออกมาและพูดขึ้น ด้วยสถานการณ์ที่มันเป็นอยู่นี้มันค่อนข้างที่จะร้ายแรง

[พวกนายได้ยินมันใช่มั๊ย?]

[ทั้งเห็นและได้ยินเลยล่ะ]

วอร์คเกอร์ได้ตอบมัสติฟอร์ดออกมา ในเวลเดียวกันพวกเราทั้งห้าคนก็ถอนหหายใจลึก

[ฉันต้องการที่จะพวกเจ้าหน้าที่รัฐชั่วๆนั่นให้หมดเลยจริงๆ]

[พี่สาว....]

[มัสติฟอร์ดใจเย็ฯก่อน ประเทศจินมันใหม่ไปสำหรับที่เธอจะจัดการด้วยตัวคนเดียว]

[ฉันแน่ใจว่ารัฐบาลจีนมันพอใจกับสถานการณ์แบบนี้ เมื่อพวกมอนสเตอร์ยักษ์นั่นตายพวกมันก็จะได้รับรางวัลมากมาย ลองจินตนาการดูสิในตอนที่บลูสโตนปรากฏออกมา]

[ถ้าพวกเขาจะมุ่งเป้าไปที่การจู่โจมของบอสตั้งแต่แรก พวกเขาก็ควรจะเตรียมตัวให้พร้อมสิ! ทำไมพวกเขาถึงไม่อพยพพลเรือน?]

[ประเทศอื่นๆจะพบถ้าพวกเขาทำแบบนั้น พวกเขาอาจจะไม่ได้อธิบายทุกๆอย่างกับผู้ใช้พลังด้วยก็ได้ ฉันสงสัยแม้แต่ว่าพวกเขาคาดเอาไว้แล้วด้วยว่ามอนสเตอร์ขนาดยักษ์จะปรากฏตัวออกมาด้วยซ้ำ]

[เจ้าพวกเดนมนุษย์ พวกมันเห็นคิดว่าชีวิตของคนอื่นๆเป็นอะไร?]

[แต่ว่านะมัสติฟอร์ด นั่นมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอทำเหมือนๆกันในเกาหลีหรอ? มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้ามอนสเตอร์ยักษ์มันปรากฏตัวเหมือนกับที่จีน? ไม่ต้องพูดถึงที่ว่ามันเป็นบอสของระดับ A อีกด้วย มันจะปรากฏตัวใจกลางกรุงโซลและสร้างความเสียหายอย่างมาก]

[ฉนเป็นผู้ใช้พลังระดับ SS และเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนะ แม้ว่าการจู่โจมระดับ A สำหรับ 5000 คนมันจะแตกออกมา ฉันก็สามารถจะจัดการมันได้โดยที่ไม่มีพลเรือนเสียชีวิต!]

ถ้านี่มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้พูดคุยกับมัสติฟอร์ด ฉันก็คงจะโวยวายในคำพูดของเธอและบอกว่ามันไร้สาระ แต่ว่าในตอนนี้ฉันได้ร่วมงานกับเธอไปแล้วครั้งหนึ่ง ฉันสามารถจะหยักหน้ายอมรับและเห็นด้วยได้เลย เธอนั้นมีอาณาจักรสัตว์ของเธอ...ใครก็ตามที่ได้เห็นกองทัพเพลิงก็จะต้องเห็นด้วย ฉันไม่คิดว่านั่นจะเป็นพลังที่เต็มที่ของเธออีกด้วย

"พี่ชายมีอะไรหรอค่ะ? พี่มีคนที่รู้จักในประเทศจีนหรอ?"

"ชินนายโอเคนะ?"

ในขณะนั่นฉันก็ได้ตระหนักว่าเพื่อนและน้องสาวของฉันกำลังมองมาที่ฉันด้วยสายตาเป็นกังวล ฉันเลยได้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มขม

"ขอโทษนะ แต่ว่าวันนี้เราจะต้องกลับกันแล้ว ตอนนี้พี่รู้สึกกังวลมากหลังจากที่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับประเทศจีน"

"โอเคค่ะพี่ กลับบ้านกันเถอะ"

ยุยได้ตกลงอย่างง่ายๆและคล้องแขนของเธอกันฉัน ฉันคิดว่าในด้านนี้ของยุยมันน่าชื่นชมมากๆ ในทางตรงกันข้ามซู เยอึนได้แสดงออกอย่างไม่พอฉันและมองสลับไปมาระหว่างฉันกับยุย จากนั้นเธอก็เปิดปากของเธอราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็ปิดกลับไปเงียบๆในขณะที่เหลือบไปมองที่ฉากที่โหดร้ายในทีวี โชคดีที่เธอรู้สึกถึงเหตุฉุกเฉิน

"ไว้เจอกันใหม่นะ"

"ใช่ ไว้เจอกันที่โรงเรียน"

หลังจากที่แยกทางกับซู เยอึน ฉันก็ได้มุ่งตรงกลับไปที่บ้านพร้อมกับยุย ในระหว่างนั้นการสนทนาระหว่างนักสำรวจดันเจี้ยนก็ยังดำเนินต่อไป

[พี่สาว พี่จะทำอะไรต่อ?]

[ฉันได้ไปคุยกับกลุ่มผู้พิทักษ์ในประเทศของฉัน แต่ว่ามันก็ดูเหมือนว่าทางรัฐบาลจีนจะปฏิเสธที่จะขอความช่วยเหลือใดๆ พวกเขาบอกว่าผู้พิทักษ์ของจีนและปีกแห่งเสรีของประเทศเขาจะสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง การที่เราจะได้ไปมีส่วนร่วมด้วยมันจะเป็นการละเมิดสิทธิของจีนในเรื่องการปราบปรามมอนสเตอร์]

[ดังนั้นเธอจะบอกว่าพวกเราทำได้เพียงแค่ดูดนิ้วและก็รอสินะ]

คำพูดของวอร์คเกอร์ได้ทำให้ทุกคนเงียบไป ฉันก็ถามต่ออกมา

[แต่ว่าประเทศจีนก็มีผู้ใช้พลังที่แข็งแกร่งหลายคนใช่มั๊ย? ฉันได้ยินว่าพวกเขามีระดับ SS ด้วยนี่]

[ใช่พวกเขามี นั่นคือคนที่ชื่อว่า ซิน เสี่ยวเหม่ย]

[ชื่อนั่นฟังดูเหมือนจะมาจากชื่อหนังดราม่าเลยนะ]

[แต่ปัญหาก็คือซิน เสี่ยวเหม่ยนั้นเป็นผู้ใช้พลังที่สามารถจะปล่อยดีบัฟที่จะลดความสามารถได้อย่างมาก แต่ก็แค่นั้นแหละ ร่างกายของเธออ่อนแอยิ่งกว่าพวกระดับ D ซะอีก และเธอก็ไม่สามารถจะทำอย่างอื่นได้อีกเลย เธอได้เรียกตัวเองว่าจอมเวทย์คำสาป]

[จีนควรจะมีผู้ใช้พลังระดับ S อย่างน้อย 20 คน แม้ว่าครึ่งหนึ่งของพวกเขาจะอยู่ที่นอกประเทศ แต่อีกครึ่งหนึ่งก็ยังอยู่ที่นั่น แม้ว่ามอนสเตอร์มันจะมีขนาดที่ใหญ่ แต่ว่าความแข็งแกร่งของมันก็อยู่แค่ระดับ C+ ถ้าพวกเรารวมทีมกันกับซิน เสี่ยวเหม่ย พวกเขาก็ควรจะสามารถจัดการมันได้อย่างง่ายดาย]

[แต่ว่าที่นั่นมีบอสอยู่ 3 ตัว แล้วอีก 2 ตัวล่ะจะทำยังไง?]

[ฉันคิดว่าพวกผู้ใช้พลังระดับ A และ B จะเป็นคนจัดการกับมัน พวกเขาควรจะมีจำนวนที่มหาศาล]

ฉันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและตรวจสอบในสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศจีน ฉันได้พบภาพสตรีมสดของเซี่ยงไฮ้ที่มีคราเคนจิ๋วปรากฏตัว ที่นั่นมันมีหญิงสาวที่สวยงามในชุดเดรสสีม่วงสุดหรูที่กำลังได้รับความคุ้มครองจากผู้ใช้พลังมากมาย

[มัสติฟอร์ด เธอช่วยยืนยันให้ทีสิว่าผู้ใช้พลังที่อยู่ในเซี่ยงไฮ้ใช้ผู้ใช้พลังระดับ SS มั๊ย?]

[ใช่แล้ว นั่นคือซิน เสี่ยวเหม่ย มันดูเหมือนว่าจะมีผู้ใช้พลังระดับ S จำนวนมากอยู่ด้วยเหมือนกัน อา บางคนก็ดูเหมือนจะกำลังเดินไปทางไปปักกิ่งอีกด้วย มันจะต้องเป็นเพราะนั่นเป็นเมืองที่ใหญ่กว่ากวางโจว]

[แล้วถ้างั้นกวางโจวล่ะ?]

[ดูสิ ดูที่พวกผู้ใช้พลังนั่น]

ประเทศจีนมีประชากรเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเลยมีผู้ใช้พลังจำนวนนับไม่ถ้วนตามไปด้วย พวกเขากำลังมีส่วนร่วมต่อสู้กับหมูป่ายักษ์ในกวางโจว อย่างไรก็ตามหมูป่ายักษ์มันได้ผลักดันผู้ใช้พลังกลับไปอย่างง่ายดายด้วยขนาดตัวของมัน ผู้ใช้พลังไม่มีใครที่เข้าไปใกล้มันเลย พวกเขาส่วนใหญ่จะโจมตีจากระยะไกลและผูกมันเอาไว้ อย่างไรก็ตามก็ไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จในการสร้างความเสียหายให้แก่มันเลย ในความจริงมันดูเหมือนจะทำให้หมูป่าแข็งแกร่งขึ้นแทน

เดี๋ยวนะ ตัวมันได้ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

[มันเป็นประเภทกินมานา]

[นายช่วยอธิบายความหมายของสิ่งที่นายพูดได้มั๊ยวอร์คเกอร์?]

[มันง่ายมาก มันเป็นบอสการจู่โจมที่จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อได้ดูดซับมานา แทนที่จะใช้การโจมตีเวทมนตร์เพียวๆ นายก็จะต้องใช้การโจมตีระยะประชิดที่เสริมด้วยมานาแทน อย่างไรก็ตามถ้านายไม่ได้สังเกตเห็นและยังคงโจมตีมันต่อไปด้วยเวทย์ระยะไกล...]

[แล้ว?]

[บอสการจู่โจมมันก็จะวิวัฒนาการ! 'หมูป่ายักษ์' จะวิวัฒนาการไปเป็นระดับ B 'หมูป่าเหล็กยักษ์']

[นั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น]

[ขอบคุณสำหรับการบอกให้ฉันรู้นะ...]

ในนทีวีหมูป่ายักษ์ ไม่สิ หมูป่าเล็กยักษ์ได้มีกลายเปลื่ยนแปลงครั้งใหญ่ โครงขาที่สั้นมันได้ยาวขึ้นและกีบหลังก็แข็งขึ้น ดวงตาสีแดงมันได้กลายเป็นสีดำ นอกจากนี้ผิวของมันก็ยังสะท้อนแสงราวกับเป็นโลหะ

ผู้ใช้พลังที่โยนการโจมตีจากระยะไกลได้กลายเป็นหวาดกลัวจากกลายเปลื่ยนแปลงในทันทีของมันและถอยหลังกันกับไป เมื่อเป็นอิสระจากการโจมตีที่หลุดมันเอาไว้ หมูป่าเหล็กยักษ์ก็ได้คำรามออกมาอย่างเป็นสุกและเหยียบย่ำอาคารต่างๆในบริเวณใกล้เคียงและพร้อมกับพลเมืองและผู้ใช้พลังที่ไม่สามารถจะหลบหนีไปได้ทันเวลา การเสียชีวิตที่ไร้ค่าของพวกเขาได้ทำให้ฉันเกือบจะหยุดหัวเระ

"ฉันจะต้องไป!"

"พี่ค่ะ!"

ฉันได้เผลอปล่อยให้ความคิดนั้นหลุดออกมา เมื่อยุยที่มองดูฉันอยู่ก็ได้มาคว้าตัวฉันเอาไว้ ฉันได้กลายเป็นตกใจทันที ในช่องทางการสื่อสารมัสติฟอร์ดกับวอร์คเกอร์ก็ได้สร้างความวุ่นวายขึ้น

[การขอความก็ไม่ได้มาถึง! เจ้าพวกโง่เง่านั้นก็ยังที่จะดำเนินการต่อไปด้วยตัวเอง]

[พวกเขาทำได้ดีเลยทีเดียวสำหรับคราเคนจิ๋วในเซี่ยงไฮ้ อย่างที่คาดหวังที่จะได้จากผู้ใช้พลังระดับ SS เลยคราเคนจิ๋วไม่สามารถที่จะต่อสู้กับเธอได้ และเพี่ะว่าปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของพวกเขาพวกระดับสูงก็เหมือนจะอยู่ที่นี่นด้วย มันอาจจะใช่เวลาซักหน่อย แต่ว่าพวกเขาจะไม่มีปัญหาอะไรในการจัดการกับเสือเขี้ยวดาบยักษ์]

[วอร์คเกอร์นายสามารถจะไปที่กวางโจวกับฉันได้มั๊ย?]

[ทำไมฉันจะต้องไปในที่ๆอันตรายนั่นด้วย? มันไม่ใช่ประเทศของฉันซะหน่อย]

[ทำไมนายถึงเห็นแก่ตัวแบบนี้!? มีคนนับไม่ถ้วนที่กำลังจะตายในตอนที่เราคุยกันอยู่นะ!]

[แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะมัสติฟอร์ด? เธอน่ะเป็นผู้ใช้พลังระดับ SS แม้ว่ามันจะเป็นหมูป่าที่กินมานา แต่ฉันก็สงสัยว่ามันจะสามารถทนต่อมานาของเธอได้มั๊ยนะ?]

[แน่นอนว่าฉันจะไป! ฉันจะทำมันจริงๆ! แต่...ใบ่หน้าและพลังของฉันมันเป็นที่รู้จักดีเกินไป!]

เสียงของมัสติฟอร์ดฟังดูเหมือนว่าเธอจะร้องไห้ เธอพูดถูก ถ้าเธอไปที่กวางโจว ประเทศจีนก็จะไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นแน่ พวกเขาจะกล่าวหาอังกฤษว่าพวกเขามาแทรกแซงและมุ่งเป้าไปที่ทรัพยากรของพวกเขาหรือพูดถึงเรื่องที่จะดึงตัวผู้ใช้พลังระดับ SS มาเป็นของตน ฉันมั่นใจได้เลยว่านั่นมันจะกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศ

แม้ว่าอังกฤษจะมีผู้ใช้พลังระดับ SS สองคน พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะเมินเฉยพลังของจีนได้ เพราะว่าจีนนั้นมีประชากรจำนวนมหาศาล ทำให้พวกเขามีผู้ใช้พลังระดับ S จำนวนมาก แม้ว่าพวกเขาจะมีผู้ใช้พลังระดับ SS คนเดียวก็ตามแต่ด้วยพลังดีบัฟของเธอทำให้พวกเขาไม่จำเป็นจะต้องหวาดกลัวผู้ใช้พลังระดับ SS สองคน

"พี่นนะ พี่ล้อเล่นใช่มั๊ย? บอกหนูทีว่าพี่ไม่ได้หมายถึงมัน!"

"เอ่อ น้องก็รู้ ยุย...พี่เป็นคนที่แข็งแกร่งจริงๆนะ"

"พี่คะ!"

คนรอบๆได้มองมาที่พวกเรา ยุยได้ตกใจกับเสียงตะโกนของเธอและปิดปาก จากนั้นฉันก็ได้ว่างมือลงไปบนบ่าของยุยด้วยรอบยิ้มอันขมขื่น

"ยุยพี่ไม่ได้ล้อเล่น พี่แข็งแกร่งจริงๆนะ พี่จะไปจัดการมันแปปนึงแล้วก็จะกลับมา"

"แต่พี่คะ ถ้าหากมันมีอะไรผิดพลาด..."

"พี่ก็จะหนีกลับมาทันทีถ้ามันอันตรายเกินไป ไม่ต้องกังวลนะ"

ฉันมีทักษะย้อนกลับอยู่ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนฉันก็สามารถจะหนีได้ถ้ามันกลายเป็นอันตรายเกินไป ฉันรู้ดีว่าอะไรสำคัญกับฉัน

"พี่..."

"จริงๆ ไม่ต้องกังวลนะ พี่เคยโกหกยุยมาก่อนหรอ?"

"ไม่เคย...แต่ว่า"

"มานี่มา อย่าร้องไห้ ตอนนี้พวกเราจะกลับไปที่บ้านกัน"

"พี่ พี่สามารถจะกลับออกมาได้ในทันทีที่มันอันตรายใช่มั๊ย?"

"แน่นอน"

ยุยและฉันได้เข้าไปในบ้าน ที่นั่นพ่อกำลังรอฉันอยู่ พ่อได้สวมชุดเซ็ตสีดำที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะว่าหมวกที่ปกใบหน้าของพ่อ ฉันคิดว่าเป็นคนอื่นในตอนแรก ฉันคิดว่าพ่อคงจะได้รับโชคดีในดันเจี้ยนมาแน่ๆ บางอีกอาจจะเป็นมอนเตอร์มีชื่อก็ได้ ฉันไม่อย่างจะเชื่อว่ามันจะมีอะไรที่ดีกว่าเซ็ตของบอสประจำชั้น แต่ฉันก็ยังอิจฉาที่เห็นมัน พ่อดูเหมือนกับอัศวินดำเลยล่ะ

"ลูกกำลังจะไปใช่มั๊ย?"

"แล้วพ่อล่ะ?"

"อย่าได้ถามคำถามที่รู้อยู่แล้วสิ พ่ออยากที่จะต่อสู้กับศัตรูที่ตัวใหญ่ๆมาเสมอเลยนะ"

"พ่อก็จะไปด้วยหรอ?"

หลังจากที่ฉันได้ใช้ความพยายามอย่างมากที่ทำให้เธอสงบลงไป ยุยก็เหมือนว่ากำลังจะร้องไห้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามพ่อก็มีทักษะเป็นอย่างมากในการกล่อมเด็ก

"ยุย ข้าวเย็นในวันนี้จะเป็นซุปเนื้อหมูป่า เพียงแค่รอและดูให้ทีวีว่าพ่อของลูกจะเจ็งแค่ไหนในทีวี"

"ฮือออ พ่อ!"

ถึงแม้ว่ามันจะไร้ประโยชน์ แต่ดูเหมือนเป้าหมายของยุยจะเปลื่ยนไปเป็นพ่อ ฉันได้เข้าไปในห้องของฉันอย่างช้าๆและสวมใส่เซ็ตของอัศวินลิซาร์ดแมน ด้วยเกราะเซ็ตสีเงินของฉัน ฉันได้ใส่หมวกปิดหน้าเหมือนกับพ่อ ไม่มีใครจะสามารถรู้ได้ว่าพวกเราเป็นใคร

[ยวน ฮวาวู คุงลุงยงอู! พวกคุณทั้งสองคนจะไปมั๊ย? พวกคุณจะทำใช่มั๊ย? ได้โปรด!0]

[ไม่ แน่นอนว่าฉันจะไม่ทำ]

[ขอโทษนะ ครอบของของฉันคือสิ่งสำคัญของฉัน]

[อึก ตะ แต่!]

แม้ว่าฉันจะพบว่ามันรู้สึกขนลุกเล็กน้อย มันก็ดูเหมือนว่าาพ่อกับฉันจะมีความเชื่อมโยงกันที่มองไม่เห็นอยู่ระหว่างเราทั้งคู่ แม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรแต่การเข้าขากันของพวกเขาก็สมบูรณ์เยี่ยม แน่นอนแม้ว่าฉันจะพูดแบบนั้น ฉันก็ได้ส่งข้อความส่วนตัวไปให้กับมัสติฟอร์ด

"ฉันจะไปที่กวางโจว คุณลุงยงอูก็ด้วยเหมือนกัน พวกเราเพียงแค่ไม่ต้องการที่จะให้วอร์คเกอร์รู้"

[ยวน ฮวาวู! ขอบคุณ นายเป็นคนที่ดีจริงๆ!]

"ใช่แล้ว ใช่ เก็บมันเอาไว้เป็นความลับในช่องสื่อสารด้วยนะ เธอสามารถจะบอกกับมินามิเป็นการส่วนตัวได้"

[ฉันออกล่ะนะ!]

เมื่อฉันได้ออกมานอกห้อง ยุยก็กำลังกอดพ่อด้วยน้ำตาอยู่และดูเหมือนพ่อไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ฉันได้เปิดโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อยืนยันสถานการณ์ ฉันได้สงบลงอย่างมาก

[ฉันก็คิดด้วยว่าถ้าพวกเราทำมั่น พวกผู้ตื่นขึ้นของชายจีนก็จะมาสร้างปัญหาแน่นอน แม้ว่าจะมีพลเรือนที่เสียหายก็ตาม]

[ฉันเข้าใจแล้ว ดังนั้นเงียบซะวอร์คเกอร์]

[พี่สาว ฉันสามารถไปกับพี่ได้นะ! ฉันทำได้!]

[ไม่สุมิเระ ความจริงมันไม่ได้เปลื่ยนไปที่พี่ไม่สามารถจะไปที่จีนได้ พี่รู้ว่าพลังป้องกันของสุมิเระแข็งแกร่งแค่ไหน แต่สุมิเระก็ยังขาดในด้านพลังโจมตี แม้ว่าพี่จะไม่ต้องการยอมรับมัน แต่ว่าพวกเราจะต้องฟังวอร์คเกอร์ ขอเพียงแค่อดทนไว้ ซักพักหนึ่งพี่จะต้องสร้างองกรณ์ที่แข็งแกร่งจนพอที่จะทำให้ไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกให้ได้!]

[พี่สาว...ขอโทษนะ ถ้าหากหนูแข็งแกร่งกว่านี้....]

"อู สุมิเระะะะะะ...]

มัสติฟอร์ดมีทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยม! ฉัยได้ปล่อยให้เธออธิบายสิ่งต่างๆไปกับสุมิเระ

ในความจริง มันจะดีกว่าสำหรับพวกเขาที่ไม่รู้อะไร แต่ว่าไม่ว่าเราจะปกปิดเขายังไง พวกเขาก็จะค้นพบอยู่ดีเมื่อเห็นพลังและอุปกรณ์ของพวกเรา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะปิดบังพวกเขา และเนื่องจากว่าในตอนที่ฉันได้ไปในรังแมงมุมกับพวกเรา ฉันก็ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาน่าเชื่อถือแค่ไหน

ฉันไม่รู้ในเรื่องของวอร์คเกอร์ แต่เขาเป็นที่มีเหตุผลและเย็นชา แต่ว่าฉันก็ไม่รู้อะไรมากกว่านั้น นั่นก็เลยเนเหตุผลที่ฉันไม่บอกกับมัสติฟอร์ดในช่องสนทนาปกติ ฉันหวังว่ามัสติฟอร์ดจะบอกกับมินามิได้ดีนะ หลังจากที่ฉันตรวจสอบสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว ทันใดนั้นเองคราเคนจิ๋วก็ได้แบ่งตัวออกและเพิ่มจำนวนขึ้น วอร์คเกอร์ได้เงียบลงไปในทันที มัสติฟอร์ดเลยได้อธิบายสถานการณ์ออกมา

[พวกมันก็เป็นประเภทกินมานาด้วยเหมือนกัน...! พสกทันแยกตัวออกในการตอบสนองต่อเวทย์ดีบัฟ! ชิ มันมีอะไรผิดปกติกับประเทศจีนงั้นหรอ? มันเป็นดินแดนต้องสาปหรือยังไง?]

[มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะรับมือกับพวกมันแต่ละตัว แต่ว่ามันจะต้องใช้เวลานานมากสำหรับการที่จะทำให้มันหายไปอย่างสิ้นเชิง]

"พ่อ พ่อจะทำยังไง?"

"พ่อจะต่อสู้ด้วยหมัดของฉัน ฉันมีของเล่นที่ยอดเยี่ยมเหมือนกันนะ ในการต่อสู้ครั้งนี้จะไม่มีใครสังเกตุเห็นว่าเป็นพ่อ"

พ่อให้โชว์สร้อยข้อมือออกมาให้ฉันดูและยิ้มขึ้น แน่นอนว่าฉันรู้ว่าศิลปะการต่อสู้มือเปล่าของพ่อไม่ได้แย่ไปกว่าฉันเลย ด้วยสร้อยข้อมือที่สามารถจะปล่อยใยออกมาได้ ฉันรู้ได้เลยว่าพ่อจะทำได้ดีมาก

"พ่อจะต้องใช้หากถ้ามันอันตรายนะ ไม่สิถ้ามันเป็นอันตรายพ่อก็แค่วิ่งถอยมาด้วยกันกับผม พ่อจำได้ใช่มั๊ยว่าทักษะย้อนกลับของผมมันใช้งานได้"

"ใช่แล้ว ไม่ต้องกังวล พ่อของลูกมีทักษะศิลปะการต่อสู้ระดับสูงถึงเลเวล 4 แล้ว"

ทักษะศิลปะการต่อสู้ระดับสูงของฉันแค่เลเวล 2 เอง! มันดูเหมือนว่าฉันจะไม่ต้องกังวลเลยจริงๆ

"นอกจากนี้ถ้าพ่อคิดว่ามันอันตรายเกินป พ่อก็ไม่ได้บอกว่าพ่อจะไม่หนีซะหน่อย ไม่ว่าชีวิตคนจะมีค่าแค่ไหน พวกเขาก็ไม่มีทางสำคัญไปกว่าตัวของเราเอง"

"ผมก็คิดแบบเดียวกันกับพ่อ"

ฉันได้ลดหมวกลงมาเพื่อปิดใบหน้าของฉันโดยสมบูรณ์ ฉันยังมีเลนส์แห่งความลับใส่อยู่อีกด้วยเผื่อเอาไว้ ด้วยผมสีเงินของฉันจะไม่มีใครสงสัยเลยว่าฉันเป็นคนเกาหลีแม้ว่าถ้าฉันจะถอดหมวกออกมา

"รีบๆไปจัดการเจ้าพวกตัวอ่อนแอนั่นและไปรับรางวัลกันเถอะ"

พวกเราพ่อลูกไม่ได้มีเจตนาที่จะยอมแพ้ในรางวัลมหาศาลให้กับพวกผู้พิทักษ์ชาวจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้สนใจใยดีชีวิตของพลเรือนของตัวเองเลยแม้แต่นิด แต่ว่าเป้าหมายของเราก็ยังคงเป็นที่การจู่โจม พวกเราสามารถจะช่วยชีวิตคนอื่นๆและแม้กระทั่งได้รับรางวัล! เราจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป

"พี่ค่ะอย่าลืมที่จะวิ่งหนีออกมาถ้ามันอันตรายนะ!"

"ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราจะกลับกันมาในเร็วๆนี้แหละ"

ยุยดูเหมือนจะยังกังวลอยู่ ดังนั้นฉันจึงได้ผ่อนคลายความกังวลของเธอด้วยเสียงของฉัน จากนั้นพ่อกับฉันก็ประกาศความตั้งใจของเราในการไปต่อสู้ในการจู่โจมระดับ B จำนวนคนต่ำกว่า 500 คน การจู่โจมที่กวางโจว

ในวินาทีต่อมาพวกเราก็ได้พบว่าตัวเองอยู่ที่ฉากการถูกทำลายของกวางโจว มันเป็นการเทเลพอตอย่างฉับพลันเหมือนกับเมื่อตอนที่ฉันใช้ย้อนกลับ

จบบทที่ บทที่ 59 - เหตุการณ์การจู่โจม (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว