เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 - ฉันได้ยินเสียงของคุณ (3)

บทที่ 26 - ฉันได้ยินเสียงของคุณ (3)

บทที่ 26 - ฉันได้ยินเสียงของคุณ (3)


บทที่ 26 - ฉันได้ยินเสียงของคุณ (3)

ถ้าหากว่าฉันเกี่ยวข้องกับเธอคนอื่นๆก็อาจจะพบว่าฉันเป็นผู้ใช้พลัง และอาจจะเลวร้ายกว่านั่นอีกก็คือคนอื่นจะพบว่าฉันเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนด้วยอีก ฉันยังไม่เชื่อเลยว่าในตอนนั้นฉันได้บอกซู เยอึนไปว่าฉันเป็นนักสำรวจดันเจี้ยน ในตอนนั้นฉันคิดอะไรอยู่นะ? ฉันได้แต่หวังว่าเธอจะไม่ได้บอกอะไรออกไป

"คัง ชิน! คัง ชิน"

"ว่าไง สวัสดี"

ฉันพยายามจะหันไปอีกครั้ง แต่ในคราวนี้เธอจับแขนของฉันเอาไว้

"เฮ้ หยุดนะ!"

"ทำไมนายจะต้องหลีกหนีฉัน?"

"ลองเอามือของเธอวางไว้บนหน้าอกและถามตัวเองดูสิ"

"...วิปริต"

"ฉันสามารถจะเตะก้มเธอได้มากกว่าครั้งเดียวเลยนะ?"

ซู เยอึนได้ปล่อยแขนของฉันจากนั้นก็ถามออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา

"ฉันอยากจะรู้ว่าพลังของนายคืออะไร"

"ฉันไม่ต้องการจะบอกเธอ"

"...นายเกลียดฉันหรอ?"

"ตอนนี้เธอพึ่งจะรู้หรอ?"

"ทำไมล่ะ?"

"เธอมันน่ารำคาญ"

ในครั้งนี้เธอไม่ได้จับที่แขนของฉันอีก ฉันสงสัยว่าฉันโหดร้ายกับเธอไปมั้ย แต่ในไม่ช้่มันก็บอกได้ด้วยตัวเองว่าไม่ มันเป็นเพราะว่าเธอยังคงตามฉันมาอยู่

"เธอต้องการจะต่อสู้กับฉันหรอ?"

"ฉันไม่สามารถจะไปที่งานปาตี้ได้เพราะนาย"

"แล้ว?"

"ฉันก็เลยไม่มีเพื่อนคุย"

"..."

ฉันผิดที่เห็นใจเธอ? ไม่ ฉันไม่ได้ผิด พวกเราทั้งคู่ไร้เดียงสา! ทันใดนั้นความรู้สึกเป็นปรปักษ์ของฉันก็ลดน้อยลงไปและฉันก็ขยับให้เธอมีที่นั่งที่ถัดไปจากฉัน เธอนั้นดูจะแปลกใจกับการกระทำนี้ เธอได้เบิกตากว้างออกมาภายใต้ฮูดและยิ้มขึ้น

"ขอบคุณ"

"...ฮึ่ม มันไม่ใช่ว่าฉันทำเพื่อเธอ ฉันก็แค่ไม่ต้องการที่จะพูดมากกว่านี้"

อ่า บางนี้มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ฉันรู้สึกเสียใจ สิ่งที่ฉันได้รู้อย่างแน่นอนในวันนี้เลยก็คือฉันไม่สามารถจะหลุดพ้นจากเธอได้และเธอก็ได้กลายมาเป็นเพื่อนคนแรกของฉันในมหาวิทยาลัย เฮ้อชีวิตมันไม่ได้เป็นดังที่หวังเสมอไปป

****

ฉันนั้นมีความฝัน ฉันตะโกนมันออกมา แต่ว่าฉันไม่สามารถจะได้ยินเสียงขอตัวเองได้

ท้องฟ้าที่มืดมิดและเต็มไปด้วยพายุเมฆฝน ปีศาจสีเลือกเต็มไปทั่วพื้นโลกและท้องฟ้า แต่ฉันก็ยังมีเธออยู่เคียงข้างฉัน และมีพันธมิตรที่อยู่ใกล้ๆที่ไม่ใช่มนุษย์ แต่เธอเป็นเพียงมนุษย์เพียงคนเดียวเท่านั้น

[ถ้าฉันบอกว่าฉันรักนาย นายจะว่ายังไง?]

ฉันได้หยุดตะโกนและมองไปที่ใบหน้าสวยของเธออย่างไม่เชื่อ

[ฉันจะบอกว่าฉันเกลียดเธอ]

[...มันไม่มีทางใดที่ฉันจะไปได้กับนายหรอหือ?]

ฉันได้มองไปที่ดวงตาที่เร่าร้อนของเธอ ก่อนที่เธอจะได้รับพลัง เธอก็ได้ทำให้ตัวเองสว่างขึ้นด้วยตนเอง หลังจากที่เธอได้รับพลังมาเธอก็ได้ทำให้ทุกๆอย่างที่ไม่ใช่เธอส่องสว่างขึ้น

ฉันได้แต่เก็บความปราถนาของฉันที่ต้องการจะกอดเธอและพูดไป

[นี่มันยังไม่ใช่จุดจบ จุดจบมันไม่มีทางมาถึง]

[ฉันแปลกใจมากที่นายสามารถจะพูดเช่นนี้ได้ในสถานการณ์นี้]

[พวกเราจะต้องรอด xx... จนกว่าจะจบไปด้วยกัน]

[แล้วถ้าเราทำมันได้แล้วล่ะ?]

[ถ้างั้นฉันจะบอกว่าฉันรักเธอ]

[...เจ้าออร์คงี่เง่า ทำให้มันดีกว่านี้สิ]

[xx พูดไว้ว่า! xx บอกว่ามัน! กรร!]

ฉันได้ลืมตาขึ้น มันเป็นการตื่นที่เลวร้ายที่สุดที่ฉันเคยประสบมา

"หะ หือ?"

ฉันรู้สึกปวดหัวและตา ลำคอของฉันก็แห้ง ฉันฝันหรอ? ไม่สิ ฉันไม่สามารถจะจำอะไรได้เลย ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันเห็นท้องฟ้าที่มืดมิด แต่หัวของฉันจะเจ็บเมื่อฉันพยายามนึกถึงมัน ฉันเลยยอมแพ้และเปิดหน้าต่างเพื่อให้ลมพัดโกรกเข้ามา

[สวัสดี ~]

[ฉันมาจากทะเลตะวันออก~]

[อา กลิ่นของทะเล!]

ฉันได้ส่ายหัวเพื่อสลัดความง่วงนอน มันดูเหมือนว่าความเหนื่อยล้ามันจะมาจากการที่ฉันอยู่ภายในดันเจี้ยนนานเกินไป นอกจากนี้ฉันยังต้องไปเรียนอีกด้วย สองสัปดาห์มันได้ผ่านไปแล้วตั้งแต่มหาลัยเปิดเรียน ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่ฉันจะคุ้นเคยกับมัน

'อย่าหักโหมมากนัก' ฉันได้พึมพัมกับตัวเอง ทันทีหลังจากนั้นฉันก็ได้เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับมนุษย์หนูทมิฬสามครั้งในตอนเช้า ฉันจะต้องเข้าไปเรียนในตอนบ่าย

****

[เพลรูเดียได้ติดต่อฉันมาเมื่อเร็วๆนี้]

"เรื่องไปพบกันในชั้นที่ 25 งั้นหรอ?"

[ใช่แล้ว ฉันได้คิดว่ามันเป็นเพราะนาย]

"นายหมายถึงอะไรที่ว่ามันเป็นเพราะฉัน?"

[ฮ่าๆ ชิน นายนี่มันไม่ได้เรื่องเลยนะในเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง]

"โอ้ นายดีกว่าฉันหรอ?"

[อืมอย่างน้อยก็มากกว่านายแหละเพื่อน ฉันนะมีคู่มั่นแล้วนะ]

"คู่มั่น!?"

มันน่าตกใจมาก เอลลอสได้พูดออกมาในขณะที่หัวเราะเบาๆ

[อืมม ใช่แล้ว นายควรจะรีบๆหน่อยนะเพื่อน เหลืออีกแค่ 1 เดือนมันก็จะถึงวันที่สัญญาเอาไว้แล้วนะ]

"เอาหละ ฉันจะพยายาม แล้วตอนนี้นายอยู่ที่ชั้นอะไรล่ะ?"

[ฉันอยู่ที่ชั้นที่ 24 ฉันใกล้จะถึงแล้วล่ะ ฉันควรที่จะสามารถไปที่ชั้นที่ 25 ได้ทันเวลา]

"ดีล่ะ งั้ไว้เจอกันที่ชั้นที่ 25"

[ใช่แล้ว ไว้เจอกันที่นั่น]

เมื่อฉันได้คุยกับเอลลอสเสร็จ ฉันก็คิดย้อนกับไปในการต่อสู้กับบอสที่ฉันเพิ่งจะเอาชนะมา มันเป็นการสำเร็จอย่างสมบูรณ์ มันมีเพียงแค่สามคนรวมฉันด้วยเท่านั้น พวกเราทั้งหมดได้เอาชนะมาได้โดยไร้ซึ่งปัญหา

อย่างไรก็ตาม ฉันก็ยังไม่สามารถที่จะมองเนเส้นทางข้างหน้าได้เลย ฉันไม่ได้มีความมั่นใจที่จะจัดการพวกมนุษย์หนูจำนวนมากและตามด้วยมนุษย์หนูทมิฬ ฉันนั้นมีกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหา แต่ว่าการใช้มันจะทำให้พลังโจมตีและพลังของฉันลดลงไปอย่างมาก

เมื่อฉันสังเกตุได้ถึงการถูกมอง ฉันก็หันหาไป ฉันได้พบโรเล็ตต้าที่กำลังมองมาที่ฉันอย่างตั้งใจ

"ว๊าาา!"

"คุณลูกค้า ทำไมนายทิ้งปล้อยให้ฉันยืนอยู่ตรงนี้เหมือนคนโง่ในขณะที่นายกำลังส่งข้อความกับเพื่อนอยู่กัน? นายคิดว่าที่ชั้นขายของนี้มันเป็นแค่จุดหยุดพักงั้นหรอ?"

"มันไม่ใช่แบบนั้นหรอ? มีอาหารมากมายให้กินที่นี่และก็ยังมีสาวเสริฟที่สวยงามมากอีกด้วย"

"ฉันไม่ตกหลุมพรางนั่นหรอกนะ ไม่ต้องพูดยกยอฉันหรอกโดยเฉพาะที่ว่าความจริงมันเห็นได้ชัด"

"ถ้างั้นเอาน้ำผลไม้ 5 ทอง"

"ขอบคุณค่า คุณลูกค้า"

โรเล็ตต้านั้นเป็นคนเรียบง่าย ฉันได้หยิบเอาน้ำผลไม้มาซึ่งผลของมันจะช่วยลดความเหนื่อยล้า และได้ถามคำถามที่จู่ๆมันโผล่ขึ้นมาในหัวของฉัน

"โรเล็ตต้าเธออยู่ที่ร้านนี้ทุกๆครั้งที่ฉันมา"

"แน่นอน มันไม่ใช่ว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าของร้านที่จะต้องมาพบกับลูกค้างั้นหรอ?"

"ถ้างั้นเธอจะทำอะไรเมื่อฉันไม่ได้อยู่ที่นี่?"

ฉันอยากจะรู้มาสักระยะนึงแล้ว เธอจะอยู่ที่ร้านในทุกๆครั้งที่ฉันมา ฉันอยากจะรู้ว่าเธอจะทำอะไรกับเมื่อฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ โรเล็ตต้าก็ได้ตอบกลับมาด้วยความเฮฮา

"ฉัน คุณลูกค้าคุณกำลังจะจีบฉันหรอ? ไม่ได้นะ มันยังเร็วเกินไปสำหรับเรื่องนั้น"

"ไม่ มันไม่ใช่นะ"

"...."

"โอ้ โอ้ โอ้"

โรเล็ตต้าได้เข้ามาหาฉันโดยไม่ได้เปลื่ยนการแสดงท่าทางและจิ้มเข้ามาที่แก้มของฉันโดยไร้ซึ่งควมปราณี มันเจ็บมากๆเลยล่ะ

"นายไม่ควรจะหลอกล้อผู้หญิงแบบนั้นนะ"

"เอ๊ะ? เมื่อไหร่ที่ฉันทำ....ขอโทษ ช่วยฉันด้วย"

เมื่อเห็นโรเล็ตต้าได้หยิบเอาขวานออกมาจากหลังร้าน ฉันก็ได้ยอมรับ โรเล็ตต้าจึงเก็บขวานกลับลงไป

"คำถามคืออะไร? อะไรที่ฉันทำตามปกติงั้นหรอ? นั่นมันจะต้องจ่าย 500 ทองนะคุณลูกค้า"

"เธอมันหน้าเลือด! ฉันไม่ได้ถาม!"

"ฮุฮุ หญิงสาวมีความลับมากมายนะคุณลูกค้า"

"ความลับนั่นมันมีมูลค่าเพียง 500 ทอง?"

"ฉันไม่ตลกนะ นายจะไปกับแฟนของนายได้ยังไงถ้าเป็นแบบนี้?"

"ฉันบอกเธอไปแล้วนะว่าฉันไม่มีแฟน"

โรเบ็ตต้ายังคงนิ่งเงียบไปกับคำตอบของฉันและเมื่อฉันกำลังจะถามถึงน้ำผลไม้ เธอก็ได้พูดออกมา

"นายรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ใช่มนุษย์?"

"ก็คิดเอาไว้แล้วล่ะ"

"ฉันเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเผ่าพันธ์ที่รู้จักกันดีในด้านความสามารถทางเวทมนตร์ ฉันจะไม่บอกว่าเผ่าพันธ์ของฉันเป็นยังไงในภายหลัง"

"เวทมนตร์?"

"ใช่แล้วนายคิดว่านายเป็นลูกค้าเพียงคนเดียวในดันเจี้ยนของฉันใช่มั้ย"

"...เอ๊ะ เธอหมายความว่าเธอก็ค้าขายกับนักสำรวจดันเจี้ยนคนอื่นๆเช่นกัน"

โรเล็ตต้าได้หยักหน้าเบาๆ

"มันเป็นพลังแห่งเวทมนตร์และยังเป็นพลังของดันเจี้ยน ฉันสามารถที่จะใช้ชิ้นส่วนของจิตสำนึกของฉันและไปใส่ไว้ในหุ่นเชิด ดังนั้นจิตสำนึกของฉันได้กระจายออกไปยังสถานที่มากมายในดันเจี้ยนต่างๆ แม้่าฉันจะไม่ได้ค้าขายกับนักสำรวจทุกคน แต่ฉันก็ได้ค้าขายกับนักสำรวจจากดันเจี้ยนแรกอยู่ประมาณ 10%"

"อึก นั่นมันฟังดูน่าเหนื่อยล้านะ"

"ฮุฮุ นายกำลังกังวลเกี่ยวกับฉันหรอ ไม่ต้องกังวลหรอกฉันยังคงผักผ่อนอยู่ในบ้านของฉันที่อยู่ที่ไหนสักแห่งภายในดันเจี้ยนแห่งนี้"

"ถ้างั้นนั่นก็ดีสิ"

หรือก็คือโรเล็ตต้าที่คุยอยู่กับฉันคือหุ่นเชิน ฉันนั่นประหลาดใจจริงๆมันเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย ทั้งผิวพรรณ ดวงตา ของเธอเหมือนกับคนอื่นๆทุกอย่าง

"นายต้องการจะลองสัมผัสฉันดูมั้ย?"

"ไม่เป็นไร"

"นายคงจะคิดว่าฉันน่ากลัวใช่มั๊ย?"

"น่ากลัว? คืออะไร?"

เมื่อฉันได้ถามออกมาด้วยความสับสน โรเล็ตตต้าก็ตอบกลับมาตามตรง

"มันไม่ปกติ ความสามารถในการแยกจิตสำนึกและการควบคุมหุ่นเชิดตัวเอง แม้แต่นักสำรวจดันเจี้ยนก็อดไม่ได้ที่จะตกใจเมื่อได้ยินสิ่งนี้"

"ว้าว มันน่าตกใจอย่างแน่นอน แต่ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะน่ากลัวตรงไหนนี่นา"

"...นายไม่ได้กลัวฉันหรอ? ฉันเกลียดที่จะพูดถึงมัน แต่ว่าฉันเป็นจอมเวทย์ที่น่าอัศจรรย์ นายรู้มั๊ย?"

"ในตอนที่ฉันเห็นเธอนั่งอยู่ที่ชั้นขายของในดันเจี้ยนลึกลับนี้ ฉันก็รู้ว่าเธอนะเป็นอะไรที่น่าทึ่ง"

"คนที่อยู่ด้านหน้าของนายนั่นไม่ใช่อะไรนอกเหนือไปจากคือหุ่นเชิดที่ถูกควบคุมโดยจิตใต้สำนึกนะ นายไม่ได้รังเกียจหรอ?"

รังเกียจ? ฉันจะต้องใช้เวลาในการคิดเกี่ยวกับมัน อะไรที่อยู่ตรงหน้าของฉันคือหุ่นเชิดที่่ถูกควบคุมด้วยจิตสำนึกขอโรเล็ตต้า มันดูไม่ต่างไปจากคนเจริงๆเลย ด้วยหุ่นเชิดตัวนี้โรเล็ตต้าร้องไห้ หัวเราะ และยังโกรธอีกด้วย

...จะไปรังเกียจอะไรล่ะ?

"ฉันไม่แน่ใจว่าฉันควรจะรังเกียจอะไร...โรเล็ตต้าก็คือโรเล็ตต้า เพียงแค่รูปลักษณ์ที่ต่างออกไปก็ไม่ได้เปลื่ยนความจริงว่าเธอคือโรเล็ตต้า ถูกมั๊ย?"

"อา อืมม..มมม"

ทันได้นั้นโรเล็ตต้าก็ติดอ่าง แก้มของเธอได้แดงเล็กน้อย

"อูออ นี้แหละคือปฏิกิริยาที่ฉันหวังจากนาย แต่ว่า..."

"ว่าไงนะ? เธอพูดว่าอะไร?"

"ไม่มีอะไร! ตอนนี้นายขึ้นไปได้แล้ว!"

"หืมม? ไม่สิ ทำไมอยู่ดีๆเป็นแบบนี้ล่ะ? โอเคๆ ฉันจะไปแล้วๆ หยุดผลักฉันได้แล้ว"

"เร็วเข้ารีบไปซะ!"

โรเล็ตต้าได้กรีดร้องและพยายามจะไล่ฉันออกมา ตอนนี้แก้มของเธอได้แดงเป็นมะเขือเทศไปแล้ว

ฮืมมม ฉันเพิ่งจะทำให้โรเล็ตต้าเป็นบ้างั้นหรอ? ฉันทำอะไรผิดกันนะ? ฉันไม่แน่ใจว่าฉันทำอะไรผิด ฉันได้แต่บอกกับตัวเองว่าจะขอโทษเธอในครั้งต่อไปที่เจอเธอ จากนั้นฉันก็ออกมาจากดันเจี้ยน ในตอนนี้มันถึงเวลาไปเรียนแล้ว

จบบทที่ บทที่ 26 - ฉันได้ยินเสียงของคุณ (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว