เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 – โลกที่กลายมาเป็นดันเจี้ยน (5)

บทที่ 12 – โลกที่กลายมาเป็นดันเจี้ยน (5)

บทที่ 12 – โลกที่กลายมาเป็นดันเจี้ยน (5)


บทที่ 12 – โลกที่กลายมาเป็นดันเจี้ยน (5)

"ฮึบบ"

"วู๋ๆๆๆๆ"

"เงียบไปซะ"

ฉันได้แทงหอกลงไปที่วิญญาณร้านด้วยหอกที่บรรจุมานาเอาไว้ แม้ว่าอาวุธที่ฉันใช้จะเป็นง้าว แต่เพราะเทคนิคที่ฉันใช้ฉันจึงเรียกมันว่าหอก เจ้าวิญญาณร้ายมันเหมือนจะต้องผ่านให้การโจมตีของฉันผ่านมันไป แต่ว่ามันก็ไม่สามารถจะทำเช่นนั้นได้ มันได้กระจายออกไปชิ้นเล็กๆ วิญญาณพยาบาทพวกนี้มันไม่สามารถที่จะได้รับความเสียหายจากการโจมตีแบบกายภาพได้ แต่ว่าพวกมันก็อ่อนแอต่อการโจมตีด้วยเวทมนตร์หรือการบรรจุมานา ดูเหมือนว่าชั้นที่ 6 มันเป็นชั้นที่ปยกผู้ที่ไม่สามารถจะใช้มานาได้ออกไป

ตามที่เอลลอสได้พูดไว้ เพราะว่าในปาตี้ของเขาไม่มีใครที่มีเทคนิคระดับสูง เพื่อที่จะต่อสู้กับวิญญาณร้ายพวกเขาจะต้องเรียนรู้ทักษะที่ใช้มานา แน่นอนว่าฉันที่รู้จักเทคนิคหอกระดับสู.จึงสามารถที่จะใช้มันต่อสู้กับพวกวิญญาณได้

ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่ได้อยู่ที่ชั้นที่ 6 นานนะ แต่เป็นชั้นที่ 7 ตอนดึกๆสองวันก่อนฉันได้เคลียพวกวิญญาณทั้งหมดและขึ้นมาที่ชั้นที่ 7 ฉันได้พบกับพวกวิญญาณมากยิ่งขึ้น เมื่อฉันได้ถามเอลลอสเขาก็ได้ตอบกลับมาว่ามันจะสิ้นสุดการปรากฏตัวเมื่อชั้นที่ 10

ในชั่วขณะหนึ่งฉันมั่นใจว่าฉันไม่ได้หวาดกลัวหนังสยองขวัญเรื่องใดๆอีกแล้ว ด้วยการที่พวกวิญญาณโผล่ออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน ฉันได้เติบโตจนคุ้นเคยกับความประหลาดใจนี้แล้ว

ตอนนี้ฉันมีมานาประมาณ 850 เมื่้อฉันคิดว่าความเร็วในการเพิ่มขึ้นของมันได้ช้า มันได้กระโดดขึ้นไป 100 เมื่อฉันได้เลเวลอัพไปเป็นเลเวล 7 ในตอนนั้นเองฉันก็ได้ตระหนักว่าการเพิ่มขึ้นของเลเวลมันจะเป็นการทำลายการชะลอการเติบโต

การเลเวลอัพก็เหมือนการพัฒนาการ มันเป็นการยกระดับของตัวเองให้ไปอยู่ในขอบเขตที่สูงยิ่งขึ้น พร้อมกับการที่คุณสามารถจะเลือกได้ว่าคุณต้องการที่จะเติบโตไปในทิศทางไหนโดยการใช้ค่าสเตตัสของคุณอัพมัน การเลเวลอัพมันเป็นอำนวจที่แท้จริงและยิ่งใหญ่

ที่ฉันกล่าวนั้นมันยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำการบ่มเพาะมานาอย่างต่อเนื่องด้วย แต่ว่าความเร็วในการเติบโตของระดับมานาจะเพิ่มเร็วมากขึ้นเมื่อเลเวลอัพ ความเร็วในการฟื้นตัวก็จะเร็วขึ้นเช่นกัน

วิธีการเพาะปลูมมานาของฉันในสเตตัสของฉันมันมีชื่อว่า "วงจรเพรูต้า" บางทีมันอาจจะเป็นเพราะมันไม่ได้อยู่ในระกลัต่ำหรือกลาง มันยังคงเลเวล 2 แม้ว่าจะผ่านไปสองเดือนแล้วก็ตาม

"พวกแกตัวตัว เข้ามานี่มา"

[คุณได้ใช้วอคลาย! สมาชิกในปาตี้ทุกคนได้รับการเคลียสถานะด้านลบ ทุกคนในปาตี้พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 50% ในระยะเวลาหนึ่ง และได้เข้าสู่สถานะสุดยอดเกราะไม่สกสะท้านกับการโจมตีของศัตรู]

ทักษะวอคลายของออร์คลอร์ดมันเป็นทักษะที่สมบูรณ์แบบ เพียงแต่ว่ามันใช้ได้แค่วันละครั้งเท่านั้น ฉันได้พุ่งเข้าไปเก็บกวาดพวกวิญญาณ ฉันไม่ได้มีเวลาที่จะมาเสียกับพวกนี้อีกแล้ว

"กร๊ดดดดดด"

"เท็มเพรส"

เท็มเพรส มันเป็นทักษะเดียวที่ผมได้เรียนรู้จากเพรูต้า มช้การหายใจแบบพิเศษรวมเข้ากับการไหลเวียนของมานาแบบพิเศษทำให้เกิดกระแสมานาสร้างขึ้นอยู่รอบๆหอกและระเบิดมันออกไปข้างหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างในเส้นทางของมันจะถูกฉีกกระชากด้วยใบมีดแห่งลม มันเป็นทักษะที่มีประโยชน์อย่างมาก แต่ข้อเสียของมันคือการใช้มานาถึง 300

"ฉันเห็นบันไดแล้ว!"

ฉันยังเห็นร้านค้าอยู่ข้างๆอีกด้วย เมื่อฉันได้เหวี่ยงง้าวของฉันอีกครั้งและฆ่าวิญญาณพยาบาทที่ขวางทางฉัน จากนั้นฉันก็รีบไปที่ชั้นซื้อขายและก็ได้รับการต้อนรับจากพี่สายที่ฉันเคยพบมาเสมอ

ฉันได้เริ่มตั้งคำถามว่าพี่สาวคือคนๆเดียวกับที่ชั้นก่อนหรือไม่ เธอไม่เพียงแค่หน้าตาเหมือนกัน เธอก็ยังรู้ว่าฉันเป็นใครอีกด้วย

"โอ้ นายมาได้ค่อนข้างเร็วนะ นายได้ทะลุผ่านมาในชั้นที่ 7 ในเวลาเพียงแค่ 2 วัน ในขณะที่คนอื่นๆใช้เวลาถึง 2 เดือนหรือแม้กระทั่งครึ่งปี"

"ฉันควรที่จะไปต่ออีกได้ด้วยอัตรานี้"

"มันเป็นเช่นนั้นหรอ? นายด้ติดอยู่ที่ชั้นที่ 5 ถึง 3 ปี แต่ว่าดูเหมือนว่านายจะไม่ได้ใช้เวลาอย่างไร้ประโยชน์นะ"

พี่สาวได้ทำรอยยิ้มแปลกๆในขณะที่มองมาที่ฉัน

"ถ้างั้นทำไมนายถึงไม่ลองพิสูจน์มันดูหละ?"

"หืมมม?"

[เควสปรากฏ]

"....เควส?"

เมื่อได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ เอลลอสได้พูดออกมาอย่างตื่นเต้น

[เควสงั้นหรอ? มหัศจรรย์มาก]

"งั้นหรอ?"

[แน่นอน? ในตอนนี้ฉันได้อยู่ที่ชั้นที่ 21 แต่ว่าฉันก็ยังไม่เคยเจอเควสเลย]

"เควสมันคืออะไร?"

แน่นอนว่าฉันรู้ว่าเควสมันหมายถึงอะไร มันเป็นสิ่งที่สามารถจะหาได้ง่ายในเกม เมื่อมีคนยอมรับคำขอของ NPC และทำตามคำขอนี้สำเร็จเขาก็จะได้รับค่าประสบการณ์และของรางวัล การทำมันเพียงง่ายๆแค่ทำตามคำขออและได้รับรางวัล

แต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่าดันเจี้ยนนี้มันจะมีเควส ฉันไม่สามารถจะซ่อนความประหลาดใจในเรื่องนี้ได้และฉันได้ติดต่อเอลลอสเพื่อที่จะรับข้อมูลที่ฉันต้องการเกี่ยวกับเรื่องนี้

[เควสคือ...เควสนั่นแหละ มันเป็นเหมือนการปรากฏที่น่าประหลาดใจ ไม่มีใครที่รู้ถึงสาเหตุของมัน]

"การปรากฏที่น่าประหลาดใจ?"

[ใช่แล้ว ในทวิปของฉันมีนักสำรวจผู้ที่พิชิตชั้นที่ 50 ของดันเจี้ยนที่ 3 ได้ จากสิ่งที่ฉันได้ยินที่เขาสามารถจะขึ้นไปสูงได้เนื่องจากเควสที่ได้รับในชั้นที่ 17 เหมือนกับที่ฉันได้บอกไปมันไม่มีใครที่รู้เกี่ยวกับการปรากฏของเควส แต้่ที่พวกเรารู้สิ่งหนึ่งคือถ้าหากว่านายทำตามที่เควสบอกสำเร็จ นายจะได้รับทักษะหรือไอเทมที่ไม่เคยมีนักสำรวจคนไหนเคยพบมาก่อน]

[ผ่านเควสนั่น นักสำรวจที่ฉันพูดถึงได้เรียนรู้ที่ษะที่ได้กลายมาเก็บสัญลักษณ์ของตัวเขาเอง มันได้เติบโตไปพร้อมกับเขาและปีนไปพร้อมๆกับเขาจนถึงชั้นที่ 50]

"ว้าว แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับเขา?"

[เขาได้ล่วงหล่นไปในขณะที่ต่อสู้กับพวกผู้บุกรุก มันเป็นความตายของวีรบุรุษอย่างแท้จริง มันเป็นความน่าละอายใจ ถ้าหากว่าเขาเป็นนักสำรวจของดันเจี้ยนแรกแทนที่จะเป็นดันเจี้ยนที่ 3 เขาก็อาจจะแข็งแกร่งมากขึ้นกว่านี้]

"นายหมายถึงรางวัลมันจะยิ่งใหญ่มากกว่านี้ก็ต่อเมื่อความยากลำบากของดันเจี้ยนสูงขึ้น"

[จำนวนเลขที่อยู่ด้านหน้าของดันเจี้ยนมันได้แสดงว่าดันเจี้ยนนั้นมันยากแค่ไหน]

ตามที่เอลลอสได้บอก ทวีปอีเดียสบ้านของเขานั่นมี จอมเวทย์ นักบวชผู้ใช้พลังของพระเจ้าและอัศวินผู้ใช้ออร่ามากมาย มันเมื่อประมาน 300 ปีก่อนนักสำรวจดันเจี้ยนได้เริ่มปรากฏตัวขึ้น เอลลอสได้เรียกคนกลุ่มแรกเหล่านี้ว่าเป็นนักสำรวจ 'ผู้บุกเบิก'

ผู้บุกเบิกเหล่านี้ได้ยกระดับเลเวลของเขาขึ้นโดยการสำรวจดันเจี้ยน และกลายมาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปโดยการสวมใส่ไอเทมจากดันเจี้ยน เมื่อถึงเวลาที่ผู้ติดตามมีคนได้รับคุณสมบัติในการเข้าไปในดันเจี้ยนด้วยการยอมรับของผู้บุกเบิก ปรากฏว่าผู้บุกรุกก็เริ่มปรากฏตัวออกมาในทวีปของเขา

ผู้บุกรุกเหล่านี้มาพร้อมกับกองทัพขนาดใหญ่และเป้าหมายของพวกเขาก็คือการสังหารหมู่และพิชิตทวีปแห่งนี้ ไม่มีคำพูดใดๆที่ได้ส่งไปถึงพวกเขาและพวกที่อาศัยอยู่ในทวีปก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการต่อสู้

กับการต่อสู้กับศัตรูที่ใช้อาวุธและเวทมนตร์ที่ลึกลับ เห็นได้ว่านักสำรวจดันเจี้ยนเป็นพวกแรกที่สามารถจะเผชิญหน้ากับมัน สงคราวครั้งนี้มันเริ่มขึ้นเมื่อ 200 ปีก่อนมันดูเหมือนจะยังคงดุเดือดอยู่อยู่

หลังจากที่เอลลอสได้กลายมาเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนเขาก็ยังได้รับตำแหน่งสำคัญในประเทศของเขา ตอนที่เขาได้ปีนไปบนชั้นที่ 20 แล้วเขาก็ได้ไปอยู่ในแนวหน้าต่อสู้กับพวกผู้บุกรุก เมื่อครั้งแรกที่ฉันได้ยินเรื่องนี้ฉันรู้สึกตกใจมาก ฉันจึงได้ทำทุกวิธีเพื่อที่จะให้กำลังใจเขา

"นักสำรวจในดันเจี้ยนแรกมีน้อยงั้นหรอ?"

[ใช่ คุณสมบัติของนักสำรวจดันเจี้ยนจะระบุถึงดันเจี้ยนที่เขาจะได้ไป ฉันไม่ได้โม้หรืออะไรแบบนั้นเลยนะ ฮ่าๆ]

"ฉันคิดดูแล้วมันเหมือนการก็กำลังชมฉันเหมือนกันนะ"

[อะไร? ฮ่าๆๆๆ ยังไงก็ตามขอแสดงความยินดีด้วยที่ได้รับเควสนะเพื่อน ฉันจะคอยอธิษฐานให้กับความสำเร็จของนาย]

"เอาหละ ฉันจะมาคุยด้วยในคราวหลังนะ"

[เควส - พุ่งผ่านเหล่าวิญญาณ

เนื้อหา - แม้ว่าคุณจะหยุดนิ่งไม่สามารถผ่านชั้นที่หกมาได้ถึงสามปี แต่คุณก็สามารถจะเจาะผ่านมาที่ชั้น 7 ได้ภายในสองวัน เจ้าของชั้นขายของโลเล็ตต้าปรารถนาที่จะทดสอบศักยภาพในตัวของคุณ ถ้าหากว่าคุณสามารถที่จะเจาะผ่านชั้น 9 ได้ภายในหนึ่งวัน โลล็อตต้าอาจจะให้ไอเทมระดับแรร์ที่ไม่ได้มีขายแก่คุณ

ระยะเวลาที่เหลืออยู่: 23:46:14]

"หืมม ทะลุผ่านชั้นที่ 9 ในหนึ่งวัน....มันไม่ควรที่จะยากเกินไปหรอกถ้าฉัน...เอ๊ะ?"

ขณะที่ชั้นได้อ่านเนื้อหาของภารกิจที่หน้าชั้นที่ 8 ในที่สุดฉันก็ได้ตระหนักถึงบางอย่าง

"ฉันจะต้องผ่านสองชั้นในหนึ่งวัน!?"

อะ อะไร? ฉันตรวจสอบไปที่ระยะเวลาที่เหลืออยู่ 'โอ้ไม่นะ 14 นาทีที่ล้ำค่าของฉัน!' ฉันได้รีบเริ่มพุ่งออกไปพร้อมด้วยง้าวในมือ วิญญาณร้ายในชั้นที่แปดได้เข้ามาหาฉันเหมือนกับฝูงมดที่เจอขนมหวาน

"ถอยออกไป! ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับพวกแก!"

ฉันมีมานาเหลืออยู่ 600

'ถ้าหากฉันทำเควสสำเร็จแล้ว ฉันสาบานเลยว่าฉันจะมุ่งเน้นไปที่ 'วงจรเพรูต้า' มันทำให้ฉันเสียใจกับความล่าช้าของตัวเอง ฉันได้ถือหอกของฉันและพุ่งไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ ตัวเลือกเดียวที่ฉันมีก็คือพุ่งไปข้างหน้าอย่างเร่งรีบ'

[โง่! ฉันบอกให้นายติดต่อฉันก่อน ทำไมนายถึงปล่อยไว้นาน? อย่าบอกฉันนะว่านายจะส่งมาด้วยข้อความเดียว? นายมันโง่เจ้าออร์ค]

ดูเหมือนว่าจะมีคนส่งข้อความมาถึงฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับมัน

ฉันได้เป็นหนึ่งเดียวกับหอก ฉันคิอหอก หอกที่จะทะลวงไปสู่สรวงสวรรค์

[นะ นาย ในที่สุดแล้วฉันก็ติดต่อมาหานาย ไม่ต้องมาทำเป็นไม่สนใจฉันนะ?...ดี ฉันจะไม่รู้จักหายอีกต่อไป! ฉันหวังว่านายจะลื่นและจมูกพังไป]

"กรี๊ดดดดด"

"ฮั๊ววว"

'อา ฉันสงสัยว่าใครจะสามารถหยุดความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมนี้ได้! ฉันเป็นหนึ่งเดียวกับหอก ฉันควรจะไปข้างหน้าให้เร็วยิ่งขึ้น เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของฉันคือบันได'

[โง่! โง่! ฉันเกลียดนาย] [...ฉันไม่รู้จักกับนายอีกแล้ว...โง่เง่า..]

หลังจากที่ผ่านไปประมาณ 15 ชั่วโมงฉันก็ได้มาจนถึงจุดสิ้นสุดของชั้นที่ 8

"ฮ่าาาา....ฮ่าาา..."

"โอ้ ดูเหมือนนายจะเหนื่อยแล้วนะ นายเหลือเวลาอยู่อีก 9 ชั่วโมง นายแน่ใจนะว่านายจะทำมันได้?"

"ฮู่ ฮู่ฮู๋....นะ แน่นอน..ฮู่..."

ฉันได้กวาดหน้าต่างที่หน้าลำคาญเบื้องหน้าของฉันทิ้ง ฉันตอบกลับไปซึ่งแสดงว่าเธอเป็นคนๆเดียวกัน! แปลก มันเป็นไปได้ยังไง? ฉันจ้องมองเธอในขณะที่คิด แต่ว่าพี่สาวผมตรงก็ดูเหมือนจะแก้มแดงและตอบกลับมา

"แม้ว่านายจะจ้องมองฉันอย่างกระปี้กระเปร่าฉันก็จะไม่เพิ่มเวลาให้"

"ไม่ นั่นมันไม่ใช่"

"เมื่อเทียบกับครั้งแรกที่นายมาถึง นายได้กลายมาเป็นลูกผู้ชายมากยิ่งขึ้น แม้กระนั้นมันก็ยังเร็วเกินไปสำหรับนาย 5 ปี ฉันชอบผู้ชายที่สามารถจะปกป้องฉันได้"

"ไม่ มันไม่ได้เป็นแบบนั้น"

ฉันไม่อยากจะเสียเวลาพูดกับเธอดังนั้นฉันจึงนั่งลงและเริ่มกินเนื้อ จากนั้นพี่สาวก็เริ่มต้นคุยอีกครั้ง

ดวงตาของเธอได้ส่องแสงแตกต่างจากครั้งก่อน

จบบทที่ บทที่ 12 – โลกที่กลายมาเป็นดันเจี้ยน (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว