เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 โหมดอาภรณ์สายฟ้า!

บทที่ 38 โหมดอาภรณ์สายฟ้า!

บทที่ 38 โหมดอาภรณ์สายฟ้า!


บทที่ 38 โหมดอาภรณ์สายฟ้า!

‘คาเงะ’ เป็นชื่อของนินจาผู้ทรงพลังที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกนินจาเท่านั้นจึงสามารถครอบครองได้

แม้ว่าไม่มีข้อกำหนดที่เข้มงวดอะไรนัก แต่คาเงะทุกคนมีพลังการต่อสู้มากกว่าโจนินเสมอ และระดับคาเงะเองเป็นหนึ่งในเกณฑ์การประเมินพลังต่อสู้ของโลกนินจามาโดยตลอด

เช่นเดียวกับสุดยอด ‘สี่กระบวนทัพตะวันเพลิง’ เป็นเทคนิคการสร้างข่ายพลังอันแข็งแกร่งที่สุด ในการร่ายคาถานี้ต้องใช้นินจาระดับโฮคาเงะสี่คนในการแสดง!

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในโลกนินจา การต่อสู้ระดับคาเงะด้วยกันนั้นหายาก

ท้ายที่สุดแล้ว คาเงะเป็นผู้นำจองหมู่บ้าน มักอยู่ในหมู่บ้านเกือบตลอดเวลา ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ในการออกไปต่อสู้ด้วยตนเอง

การต่อสู้ระดับคาเงะครั้งล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้คือ คุโมะกับโคโนฮะ ระหว่างมินาโตะและไรคาเงะรุ่นที่สี่เอ กับคู่หูของเขาบี

แน่นอนว่าการต่อสู้ไม่ได้ชัดเจนนัก ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของมินาโตะอาจไม่เพียงพอที่จะเอาชนะการผสมผสานของพี่น้อง ‘เอบี’ ได้จริงๆ แต่ด้วยเทคนิคเทพสายฟ้าเหินทำให้เขาอยู่ยงคงกระพัน…

นอกเหนือจากการต่อสู้ครั้งนั้นแล้ว การต่อสู้ระดับคาเงะอาจขยายขึ้นไปไกลอีกโดยมีต้นกำเนิดย้อนกลับไปในสงครามโลกนินจาครั้งที่สอง

นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ระดับคาเงะนั้นหาได้ยากเพียงใด และแม้แต่นินจาอาวุโสหลายคนอาจไม่เคยเห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิตของเขา

แต่ตอนนี้พวกเขาได้เห็นมันแล้ว

และไม่ใช่เพียงหนึ่งแต่เป็นสี่คู่ แปดคน!

สนามรบสี่แห่งมีสไตล์การต่อสู้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ตัวอย่างเช่นในเวลานี้ สนามรบระหว่างไรคาเงะรุ่นสี่และเคมปาจิถือเป็นการต่อสู้อันดุเดือดอย่างแท้จริง!

ไรคาเงะรุ่นสี่ได้ทำให้ร่างกายของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว คาถานินจาสายฟ้าของเขามาถึงระดับสูงสุด

ทุกๆ หมัดที่เขาโจมตีจะสร้างหลุมขนาดใหญ่ขึ้นบนพื้น และพลังอันพลุ่งพล่านนี้ยังทำให้พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือนอีกด้วย

เมื่อเผชิญกับการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของไรคาเงะ เคมปาจิไม่มีเจตนาล่าถอยเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเผชิญหน้าอีกฝ่ายโดยตรงพร้อมดาบฟันวิญญาณในมือ

เทคนิคการฟันของเขาไม่มีทักษะหรือการเคลื่อนไหวใดๆ เลยด้วยซ้ำ

ทุกครั้งที่ดาบกระทบกับเกราะข้อมือของไรคาเงะ พลังงานมหาศาลจะสั่นสะเทือนบาเรียที่อยู่รอบๆ

หากการต่อสู้ระหว่างไรคาเงะกับเคมปาจิ เป็นสุนทรียศาสตร์อันรุนแรงของการใช้กำลัง ในทางกลับกันการต่อสู้ระหว่างฮิรุเซ็นและเบียคุยะ ได้แสดงให้เห็นว่าทักษะคืออะไร

“คาถาดิน หอกหิน!”

“คาถาไฟ กระสุนมังกรไฟ!”

“คาถาน้ำ กำแพงวารี!”

พวกเขาเห็นฮิรุเซ็นใช้วิชานินจาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โจมตีอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็นคาถาดิน, ไฟ, น้ำ หรือสายฟ้า พร้อมคาถานินจาอื่นๆ นินจาผู้ถูกเรียกว่า “ศาสตราจารย์” สมบูรณ์แบบเกือบทั้งหมด

การประสานงานทักษะคาถานินจาต่างๆ ของเขาแทบไม่มีที่ติ

ตรงข้ามเขา เบียคุยะแสดงให้เห็นพื้นฐานอันครอบคลุมที่สุดในฐานะกัปตัน

เมื่อเผชิญกับการโจมตีต่างๆ ของฮิรุเซ็น เขาใช้วิธีการต่างๆ เพื่อแก้ไขตามนั้น

การใช้ดาบอันละเอียดอ่อนแยกคาถานินจากับชูริเคนที่พุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ และชุนโปอันว่องไวเข้าใกล้อีกฝ่าย โดยมีวิถีมารคอยสนับสนุน

การเผชิญหน้าของทั้งสองเพียงแค่มองก็ทำให้ผู้คนรู้สึกหนักอึ้งในจิตใจได้แล้ว

อีกด้านหนึ่งการต่อสู้ระหว่างสึจิคาเงะโอโนกิและครอกโคไดล์นั้นยิ่งใหญ่มาก

พวกเขาเห็นฝุ่นทรายจำนวนนับไม่ถ้วนบนพื้นผุดขึ้นมากลายเป็นแขนขนาดใหญ่ตบไปยังโอโนกิอย่างต่อเนื่อง และโอโนกิใช้วิชานินจาคาถาดินเพื่อสร้างกำแพงดินขนาดมหึมาในการป้องกัน

ระหว่างการโจมตีของทั้งสองฝ่าย แม้แต่ภูมิทัศน์ของสนามรบทั้งหมดยังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สำหรับสนามรบสุดท้าย มินาโตะกับเอเนล นินจาเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นได้เลย

เหตุผลง่ายๆ ทั้งสองฝ่ายเร็วเกินไป!

พวกเขาเห็นเพียงประกายสายฟ้าและลำแสงสีทองในสนามรบกระพริบอย่างต่อเนื่อง จากนั้นหายไปในชั่วพริบตาราวกับสายฟ้าแลบ!

“นี่คือการต่อสู้ระดับคาเงะงั้นหรอ?!”

เมื่อดูสถานการณ์การต่อสู้ในสนามรบทั้งสี่ นินจาทั้งหมดต่างรู้สึกตกตะลึง

เพียงผลพวงจากการสู้รบมันเหมือนกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ต้องพูดถึงการปะทะของทั้งสองฝ่ายโดยตรง

พวกเขาอดไม่ได้ในการถามตัวเองในใจว่าหาพวกเขาอยู่ในสนามรบ พวกเขาจะอยู่ในสนามรบได้นานแค่ไหนกัน?

และคำตอบก็ชัดเจน

‘อย่างมาก โจมตีได้เพียงครั้งเดียวฉันจะตาย!’

เมื่อมองไปยังสนามรบที่มีการต่อสู้อันดุเดือด นินจาชั้นยอดทุกคนต่างกำหมัดแน่น

ตอนนี้เองที่พวกเขาเข้าใจในที่สุดว่าทำไมพวกเขาจึงต้องสร้างบาเรียพร้อมกันทั้งหมด

ไม่ใช่แค่เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่สามารถหลบหนีได้ แต่ยังเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาเองด้วย

ดังที่ไรคาเงะเคยบอกดารุยผู้พิทักษ์ส่วนตัวของเขามาก่อน นี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่พวกเขาสามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้

หากพวกเขาเข้ามาแทรกแซงจริงๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าคนพวกนี้ ทั้งหมดคงตายโดยเปล่าประโยชน์!

ดังนั้นพวกเขาสามารถเฝ้ารู้จากระยะไกลได้ในขณะนี้ ทำได้เพียงรอผลการต่อสู้เท่านั้น

ที่จริงแล้วพวกเขาไม่ได้รอนานเกินไป

เพราะในไม่ช้า สถานการณ์อันน่ากังวลในสนามรบก็พังทลายลง

และคนแรกที่ทำลายทางตันคือคนที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาคาเงะทั้งสาม ไรคาเงะรุ่นที่สี่!

“บูม!”

การปะทะกันแทบไม่สามารถทำให้เคมปาจิถอยหลังได้ หลังจากถอยไปสองสามก้าว ไรคาเงะกัดฟัน

เขารู้ถึงร่างกายของตัวเองดีที่สุด

เขาได้รับการกระตุ้นจากจักระสายฟ้าของพ่อตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ซึ่งทำให้ร่างกายของเขาน่าเกรงขาม ความแข็งแกร่งน่าทึ่งมาก

เขามีความมั่นใจสูง และคงไม่มีนินจาในโลกที่สามารถแข่งขันกับเขาด้วยความเร็วกับความแข็งแกร่งในสถานการณ์แบบตัวต่อตัวได้

แต่ตอนนี้เขาได้พบกับข้อยกเว้นแล้ว!

ซาราคิ เคมปาจิไม่ได้ด้วยกว่าเขาในเรื่องพลังการต่อสู้

และที่สำคัญกว่านั้นคือเขาสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นของอีกฝ่าย

มีสัตว์ร้ายซ่อนอยู่ในลมหายใจนั้น คำรามใส่ไรคาเงะอยู่ตลอดเวลา

“มาเถอะ มาดื่มเลือด!”

“มาฆ่ากัน!”

ในกรณีนี้ ไรคาเงะรู้สึกกดดันจากการต่อสู้มากขึ้น

‘ซาราคิ เคมปาจิ กัปตันหน่วยที่สิบเอ็ด…หมอนี่มันสัตว์ประหลาดจริงๆ!’

ไรคาเงะถูกเคมปาจิฟันถอยออกไปอีกครั้ง พึมพำกับตัวเอง จากนั้นไม่ลังเลเลย…

“ถ้าอย่างนั้น…”

ในเวลาเดียวกันกับที่คำพูดจบลง สายฟ้าปรากฏขึ้นบนร่างกายของเขา!

“บูม!”

จักระสีน้ำเงินปกคลุมร่างกายของเขาราวกับเสื้อเกราะ แรงระเบิดยังทำให้พื้นดินโดยรอบแตกร้าวในทันที

และนี่คือวิชาลับที่เหล่านินจาคุโมะต่างภาคภูมิใจ โหมดอาภรณ์สายฟ้า

“ใช้เคล็ดลับนี้เพื่อกำจัดแก!”

…………………….

จบบทที่ บทที่ 38 โหมดอาภรณ์สายฟ้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว