- หน้าแรก
- นักเติมเต็มความฝันแห่งหมื่นโลก
- บทที่ 28 อำนาจของหลี่มู่
บทที่ 28 อำนาจของหลี่มู่
บทที่ 28 อำนาจของหลี่มู่
“ฉินเสี่ยวอี้ เจ้าช่างไม่สมกับการเป็นวีรบุรุษเลย ลูกชายเจ้าบาดเจ็บสาหัสและรักษาไม่หาย มันเกี่ยวอะไรกับข้าหรือ?”
ทันทีที่หลี่มู่และพรรคพวกเดินเข้าไปในลานหลังบ้านก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านใน
เขามองเข้าไปในลาน
ชายผู้หนึ่งในชุดขาดรุ่งริ่ง ดูท่าทางยากจน ถูกชายชราในชุดคลุมสีม่วงหน้าตาแดงเข้มราวผลพุทราจับคอเสื้อแล้วยกขึ้นกลางอากาศ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงเย้ยหยันอย่างไม่เกรงกลัว
“ลูกชายเจ้าถูกโจรเหมยฮวาทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส หลงเซี่ยวอวิ๋นเสียเวลาอยู่ระหว่างทาง เจ้ากลับไม่กล้าไปหาทั้งโจรเหมยฮวาและหลี่ซวินฮวนเพื่อแก้แค้น แต่กลับมาอาละวาดทำร้ายหมอเช่นข้า! ฉินเสี่ยวอี้ เจ้านี่ช่างใช้อำนาจบาตรใหญ่เสียจริง!”
ฉินเสี่ยวอี้โกรธจนหน้าแดงก่ำตะคอกกลับว่า
“ข้าฆ่าหมอเถื่อนเช่นเจ้าก่อนแล้วค่อยไปล้างแค้นโจรเหมยฮวา!”
สิ้นเสียงพูด
เขาเหวี่ยงเม่ยเอ้อร์เซิงลงกับพื้นอย่างแรง
เม่ยเอ้อร์เซิงสำลักเลือดออกมาก่อนเชิดคางขึ้นพูดเสียงแข็ง
“เจ้าสกุลฉิน! ถ้ากล้าก็ฆ่าข้าเสียเถอะ มาดูกันว่าหลี่ซวินฮวนจะปล่อยเจ้าไปหรือไม่!”
“หลี่ซวินฮวนทำร้ายบุตรชายคนเดียวของหลงเซี่ยวอวิ๋น ตัวเขาเองก็เอาตัวไม่รอดแล้ว คิดจริงๆ หรือว่าเขาจะมาช่วยเจ้า?” ฉินเสี่ยวอี้ยิ้มเยาะอย่างเหี้ยมเกรียม
“วันนี้ข้าจะส่งเจ้าไปพบยมบาลเอง!”
กล่าวจบ
เขาชักดาบคมกริบที่สะพายหลังออกมากวัดแกว่งไปที่ศีรษะของเม่ยเอ้อร์เซิง
“ฉินซานเกออย่า!”
เสียงของเถียนชีดังมาจากห้องด้านใน
พร้อมกับเสียงตะโกน เขาพุ่งตัวออกมาด้วยความเร็ว แต่ก็ยังช้าเกินกว่าจะหยุดยั้งฉินเสี่ยวอี้ได้
ทันใดนั้น
เถียนชีที่ลอยอยู่กลางอากาศ มองเห็นเหตุการณ์เบื้องล่างจากมุมที่สาม
ฉินเสี่ยวอี้จู่ๆก็ปล่อยดาบในมือร่วงลงกับพื้น ร่างของเขาพุ่งไปยังประตูราวสายฟ้าแลบและทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งมือหนีบจับดาบยาวอันประณีตไว้แน่น
ตุ้บ!
เถียนชีที่กำลังอยู่กลางอากาศ เกิดเสียจังหวะ หัวทิ่มลงสู่พื้น
…
“ฉินเสี่ยวอี้!”
หลี่มู่มองฉินเสี่ยวอี้ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าด้วยคิ้วขมวด
“เจ้าช่างเป็นคนไร้ค่าเสียจริง!”
ตามเนื้อเรื่องเดิม
เหตุกาณณ์นี้เองที่ทำให้เที่ยฉวนเจี่ยต่อสู้กับฉินเสี่ยวอี้เพื่อช่วยเม่ยเอ้อร์เซิงและถูกเปิดเผยตัวตน
แต่ในครั้งนี้
เที่ยฉวนเจี่ยจากไปพร้อมกับหลี่ซวินฮวน ไม่มีใครมาช่วยเหลือเม่ยเอ้อร์เซิงอีก
หากเขามาช้าไปอีกก้าวเดียว เม่ยเอ้อร์เซิงคงต้องจบชีวิตลงใต้คมดาบของฉินเสี่ยวอี้
หลี่มู่ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับเม่ยเอ้อร์เซิง แต่พฤติกรรมของฉินเสี่ยวอี้ที่ทั้งใช้อำนาจข่มเหงและเล่นงานหมออย่างไร้เหตุผลทำให้หลี่มู่รู้สึกรังเกียจสุดๆ
“เจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงต้องเหยียดหยามข้าเช่นนี้?” ฉินเสี่ยวอี้พยายามขยับตัว แต่ร่างกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย เขาจ้องมองหลี่มู่ตาขวางพร้อมตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
“ฉินซานเกอ นี่คือท่านอ๋องที่ข้าเคยพูดถึง คุณชายหลี่ ดาบปีศาจหลี่เสี่ยวไป๋ พลังฝีมือของเขาไม่ได้ด้อยกว่าหลี่ซวินฮวนเลย”
เถียนชีที่เต็มไปด้วยฝุ่นโคลนพูดขึ้นพลางยิ้มแหยๆ
“คุณชายหลี่ นี่คือฉินเสี่ยวอี้ผู้ได้รับสมญา ‘ใจกล้าเกรียงไกรสะท้านแปดทิศ’”
“ข้ารู้” หลี่มู่มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของฉินเสี่ยวอี้ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า
“เถียนชี ฆ่าเขาซะ”
“เด็กน้อย เจ้ากล้าหรือ!?” ฉินเสี่ยวอี้เบิกตากว้างด้วยความโกรธจัด
“ข้าไม่เคยมีความแค้นกับเจ้ามาก่อน…”
เถียนชีที่อยู่ข้างๆชะงักไปครู่หนึ่งก่อนรีบกล่าวขึ้นว่า
“คุณชาย ฉินซานเกอสูญเสียบุตรชายไปเพราะอาการบาดเจ็บสาหัสจนรักษาไม่หาย เขาเพียงแค่โกรธแค้นจนขาดสติถึงได้ลงมือทำร้ายเม่ยเอ้อร์เซิง…”
“ข้ารู้” หลี่มู่ถอนหายใจ
“หากเขาไม่ได้ลงมือทำร้ายเม่ยเอ้อร์เซิง เรื่องทั้งหมดคงจะยังพอมีทางออก แต่ตอนนี้…การเป็นคนเราต้องมีขอบเขตของตัวเองบ้าง!”
“คุณชาย ฉินซานเกอเป็นยอดฝีมืออันดับต้นๆในยุทธภพ วิทยายุทธ์ของเขาไม่ได้ด้อยกว่าข้าเลย” เถียนชีพยายามช่วยพูดแก้ตัวให้ฉินเสี่ยวอี้
“ฉินซานเกอ เจ้าอย่านิ่งเงียบสิ! พูดอะไรบ้างเถอะ!”
“เถียนชี ไม่ต้องเสียเวลาพูดมาก ข้าไม่เชื่อว่าเขากล้าฆ่าข้าจริงๆ!” ฉินเสี่ยวอี้แค่นหัวเราะเยาะ
ฉึก!
เสียงเบาๆดังขึ้น!
ปลายมีดสั้นโผล่ออกมาจากอกของฉินเสี่ยวอี้ ดวงตาของเขาเบิกโพลงลำคอส่งเสียงครืดคราด ก่อนที่สีหน้าจะหยุดนิ่ง!
“แต่ข้ากล้าฆ่าเจ้า!”
เม่ยเอ้อร์เซิงที่ยืนเซไปมาอยู่ด้านหลังของฉินเสี่ยวอี้ กำด้ามมีดสั้นแน่น
เขาปาดเลือดที่มุมปากออกเบาๆก่อนเหลือบมองหลี่มู่ด้วยสายตาจับจ้องแล้วหันไปมองฉินเสี่ยวอี้ที่ถึงแม้จะสิ้นชีพแล้ว แต่ร่างกายยังคงอยู่ในท่าจับดาบ
จู่ๆเม่ยเอ้อร์เซิงก็หัวเราะออกมา
“วันนี้ข้าได้เห็นกับตาแล้วว่า ‘ดาบปีศาจ’ สมกับชื่อเสียงที่เลื่องลือจริงๆบุญคุณช่วยชีวิตครั้งนี้ ข้าจะจดจำไว้!”
กล่าวจบ
เขายกมือคารวะให้หลี่มู่ก่อนเดินเซออกจากลานไป
เมื่อเห็นว่าฉินเสี่ยวอี้ต้องตายอย่างน่าสลด เถียนชีก็แทบจะระเบิดอารมณ์ เขากระชากกระบองอ่อนออกมาจากด้านหลังก่อนคำรามออกมา
“เม่ยเอ้อร์เซิง! เจ้าหาที่ตายเอง!”
แต่ทันใดนั้นเอง
หลี่มู่หันมองเขาด้วยสายตาดุดัน
“พอได้แล้ว!”
เถียนชีสะดุ้งเฮือก
“คุณชาย! เขาฆ่าฉินซานเกอ!”
“เดิมทีเจ้าควรเป็นคนลงมือเองด้วยซ้ำ” หลี่มู่กล่าว
เถียนชีอึ้ง
“ข้า…”
หลี่มู่ถอนหายใจ
“ตั้งแต่วันนี้ไป เจ้าจะมาแทนที่โย่วหลงเซิงอยู่ข้างกายข้า”
โย่วหลงเซิงดีใจจนเก็บอาการแทบไม่อยู่
แต่เถียนชีกลับรู้สึกเหมือนโลกพังทลาย
“คุณชาย! ข้า…”
หลี่มู่เหลือบมองเขาแวบหนึ่งก่อนกล่าวขึ้น
“ถ้าไม่อยากอยู่เจ้าก็สามารถลาออกจากตำแหน่งองครักษ์ได้ ข้าคิดว่าคงมีหลายคนที่เต็มใจส่งเจ้าไปอยู่กับฉินเสี่ยวอี้!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้
สีหน้าของเถียนชีเปลี่ยนไปทันที เขาตระหนักถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ก่อนคุกเข่าลงกับพื้นและโขกศีรษะไม่หยุด
“ข้าน้อยผิดไปแล้ว! ตั้งแต่นี้ไปข้ายินดีรับใช้คุณชายจนตาย!”
หลี่มู่เก็บดาบชิงเหลียนกลับเข้าไปในฝักโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเถียนชี ก่อนเดินเข้าลานไป “ข้าจะให้โอกาสแค่ครั้งเดียว อย่าทำให้ข้าผิดหวัง!”
…
ถังรั่วโยว่าที่เดินตามหลี่มู่มาอย่างระมัดระวังค่อยๆดึงชายเสื้อของเขาเบาๆ
“หลี่เสี่ยวไป๋!”
หลี่มู่ถาม
“มีอะไรเหรอ?”
ใบหน้าของถังรั่วโยวซีดเผือด แม้จะเคยเห็นคนตายมาหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังคงไม่ชินกับมัน เธอถามด้วยน้ำเสียงหวาดๆ
“คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม? เมื่อกี้คุณดูน่ากลัวมากเหมือนเป็นคนละคนเลย”
หลี่มู่เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนตอบว่า
“เมื่ออยู่ในยุทธภพมันเลี่ยงไม่ได้หรอก”
ถังรั่วโยวกล่าวอย่างลังเล
“เมื่อกี้คุณยังสามารถไว้ชีวิตฉินเสี่ยวอี้แล้วเก็บเขาไว้เป็นองครักษ์ได้ แต่คุณกลับไม่ถามเขาสักคำ”
หลี่มู่ตอบ
“เขาเกือบฆ่าเม่ยเอ้อร์เซิง”
“แต่เขายังไม่ได้ฆ่านี่?” ถังรั่วโยวยังคงไม่เข้าใจ
หลี่มู่ส่ายหัวพลางเดินต่อไป
“เม่ยเอ้อร์เซิงคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตของหลี่ซวินฮวน แค่เหตุผลข้อนี้ผมก็ไม่มีทางเก็บฉินเสี่ยวอี้ไว้ข้างกายแล้ว”
ถังรั่วโยวเงียบไป
…
การตายของฉินเสี่ยวอี้ ไม่ต่างอะไรกับหยดน้ำที่ร่วงลงสู่บ่อน้ำอันกว้างใหญ่ ไม่มีใครเสียใจต่อการตายของเขา
ตอนที่เขาถูกสังหาร บรรดาองครักษ์ที่อยู่รอบๆต่างเพียงยืนดูไม่มีใครออกมาช่วยเหลือ
ผลลัพธ์ของการเฝ้าสังเกตทำให้พวกเขารู้สึกสิ้นหวัง หลี่มู่ไม่ได้ใจดีและใจกว้างอย่างที่พวกเขาคิด เขาไม่ได้ให้อภัยทุกคนที่ยอมรับเป็นองครักษ์ของเขา
เขาสามารถฆ่าคนได้จริง ๆ!
ที่สำคัญเขาเป็นคนที่จดจำความแค้นได้อย่างลึกซึ้ง!
ดังนั้น การตายของฉินเสี่ยวอี้กลายเป็นคำเตือนทำให้บรรดาองครักษ์ต้องเลิกคิดอะไรที่ไม่ควรคิดและเริ่มหวาดกลัวหลี่มู่มากขึ้น
…
ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
หลินซืออินพาหลงเซี่ยวอวิ๋นมาพบหลี่มู่เพื่อกล่าวขอบคุณ
นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่มู่ได้พบกับหลินซืออิน
เมื่อได้เห็นกับตา ผู้หญิงที่ทำให้หลี่ซวินฮวนต้องทุกข์ระทมไปครึ่งชีวิต หลี่มู่ก็เพิ่งตระหนักได้ว่า ภารกิจของเขาช่างยากเย็นเพียงใด
หลินซืออินอายุสามสิบกว่าแล้วและเป็นมารดาของเด็กคนหนึ่ง แต่รูปลักษณ์ของนางกลับไม่ต่างจากถังรั่วโยวที่เพิ่งยี่สิบต้นๆเลย
ยิ่งไปกว่านั้น
นางเปี่ยมไปด้วยความสง่างามและความอ่อนโยนในแบบของหญิงสาวตระกูลสูงส่ง ทุกอิริยาบถล้วนดูงดงามจับใจ
เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น หลินซืออินก็สามารถบดบังถังรั่วโยวได้หมดจดทำให้เธอดูเหมือนสาวใช้ไร้เดียงสาไปโดยปริยาย!
เมื่อเห็นเช่นนี้หลี่มู่ก็ได้แต่ถอนหายใจ
ไม่แปลกใจเลยที่หลี่ซวินฮวนไม่เคยมองถังรั่วโยว่า
หากเป็นเขา เขาก็คงเลือกหลินซืออินเช่นกัน ไม่ใช่ถังรั่วโยว่า
หลินซืออินไม่ได้พูดอะไรมาก หลังจากกล่าวขอบคุณไม่กี่คำก็ขอตัวจากไป
ตลอดเวลาที่สนทนาหลี่มู่แสดงออกเหมือนสุภาพบุรุษที่แท้จริง
แม้ว่าเขาจะสามารถแสดงความโอหังต่อหน้าหลี่ซวินฮวนได้ แต่หากพูดจาไม่ระวังต่อหน้าหลินซืออินก็อาจถูกมองเป็นพวกเจ้าชู้ไปได้
ก่อนจากกันหลงเซี่ยวอวิ๋นที่ดูเชื่องเหมือนเด็กดี ได้ทำหล่นกระดาษแผ่นหนึ่งจากมือซึ่งบอกให้หลี่มู่รู้ว่าเขาไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่แสดงออก
(จบบท)