- หน้าแรก
- Marvel: ฉันได้รับพลังจากตัวละครไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 748 บ้าคลั่ง
บทที่ 748 บ้าคลั่ง
บทที่ 748 บ้าคลั่ง
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
บทที่ 748 บ้าคลั่ง
อ๊ากกกก——
กลางระเบิด ฮัลค์มองไคร่าที่นอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขน เขาคำรามด้วยความเศร้าโศกและความโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด
ความโกรธปะทุขึ้น โลกจิตใจทั้งใบเริ่มแตกร้าวเป็นล้าน ๆ ชิ้น
ด้วยพลังแห่งความโกรธ ฮัลค์ใช้พลังจิตฝ่าทะลุภาพลวงตาที่【บิล ไซเฟอร์】สร้างขึ้น
“เยี่ยมมาก ฮัลค์ จงมุ่งมั่นกับความแค้น”
“ปล่อยให้พวกมันลิ้มลองความโกรธแค้นและความสิ้นหวังนี้ซะ!”
ขณะลอยอยู่ท่ามกลางจักรวาลแห่งจิตใจ 【บิล ไซเฟอร์】รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของฮัลค์ ดวงตาเขาเป็นประกายแห่งความตื่นเต้น
เขาคว้าหมวกทรงสูงบนศีรษะ ขณะเดียวกันร่างกายก็เหมือนภาพลวงตาค่อย ๆ สลายหายไปจากโลกจิตใจ
เมื่อ【บิล ไซเฟอร์】จากไป ฮัลค์ที่ถูกกดขี่ในโลกจิตใจก็ใช้พลังแห่งความแค้นฝ่าทุกข้อจำกัดในทันที
……
ที่ฐานชีลด์ ฮัลค์ลืมตาขึ้น
“ท่าไม่ดีแล้ว!”
ชาร์ลที่นั่งอยู่บนรถเข็นตะโกนเสียงแหบพร่า
“ฮัลค์บ้าคลั่งแล้ว……”
เหตุการณ์ในโลกจิตใจดูเหมือนยาวนาน แต่ในโลกความเป็นจริงใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที
ดังนั้น สำหรับผู้คนในชีลด์
พวกเขาเห็นเพียงชาร์ลใช้พลังจิตควบคุมฮัลค์ที่กำลังเสียการควบคุม แล้วฮัลค์ก็เหมือนถูกกระตุ้นบางอย่างจนบ้าคลั่งเสียสติ
“ฮัลค์ แก้แค้น!”
เขาเงยหน้าคำรามด้วยความโกรธแค้น
สำหรับฮัลค์ สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกจิตใจนั้น เหมือนกับประสบการณ์จริงของเขาเอง
ด้วยความโกรธแค้นและความเสียใจมหาศาลที่พลุ่งพล่านในใจ ร่างกายใหญ่โตของฮัลค์ขยายใหญ่ขึ้นอีก กล้ามเนื้อมัดใหญ่บิดเบี้ยวโป่งพองไปทั่วร่าง ดวงตาสีเขียวมรกตฉายแววเกลียดชัง ในความคิดเรียบง่ายของมัน ผู้คนตรงหน้าคือต้นเหตุของการตายของผู้คนนับหมื่นนับแสนบนดาวเคราะห์ดวงนี้
ปัง——
มันชกออกไปด้วยแขนหนาใหญ่เกินธรรมชาติ เสียงลมแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว
“อะไรกัน?!”
กัปตันมาร์เวล แครอล ยืนตรงข้ามฮัลค์ ยกแขนขึ้นบังหน้า รับแรงปะทะมหาศาลจากหมัดนั้น ใบหน้าที่ห่อหุ้มด้วยพลังงานโฟตอนแสดงสีหน้าตกตะลึง
พลังที่ฮัลค์กระหน่ำลงไปในหมัดนั้น แรงกว่าตอนแรกอย่างน้อยสองเท่า
แรงมหาศาลจากหมัดที่กระแทกเข้ามาทำให้ใบหน้าดุดันของกัปตันมาร์เวลบิดเบี้ยว เธอขบกรามแน่น พลังงานโฟตอนสีสันสดใสที่แผ่ออกมาจากตัวก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า ถึงจะรับมือกับแรงปะทะจากหมัดของฮัลค์ได้อย่างหวุดหวิด
ฮือ~
แครอลควบคุมพลังงานโฟตอนสีสันสดใสเพื่อรักษาสมดุลร่างกาย เธอมองฮัลค์ที่กำลังคลั่งอย่างไม่ลดละ แววตาที่เคยกระตือรือร้นเปลี่ยนเป็นความหนักแน่น เคร่งขรึม
เห็นได้ชัดว่า พลังที่ฮัลค์แสดงออกมานั้น แม้แต่กัปตันมาร์เวลที่สามารถเดินทางข้ามจักรวาลได้อย่างอิสระก็ยังรู้สึกถึงภัยคุกคาม
กรร——
มันคำราม แตกต่างจากความหวาดกลัวของกัปตันมาร์เวล
ฮัลค์แสดงท่าทีเรียบง่ายกว่ามาก
ด้วยความแค้นและความโกรธแค้นของเผ่าพันธุ์บนดาวเคราะห์ดวงนั้น พลังของฮัลค์เกือบจะถึงขีดสุดของความโกรธแล้ว
ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ แม้แต่เสียงคำรามเพียงครั้งเดียว…
คลื่นเสียงรุนแรงสะเทือนจนคนในชีลด์รอบ ๆ ปวดหัวอย่างหนัก
“จาร์วิส ฉันขออุปกรณ์กันเสียง”
ภายใน【ชุดเกราะต่อต้านฮัลค์】โทนี่หน้าเบี้ยวเพราะแรงกระแทกของคลื่นเสียง เขาพูดเสียงติดขัดพลางสั่งการให้ชุดเกราะปรับหมวกกันน็อค สร้างอุปกรณ์กันเสียงขึ้นมาลดแรงกระแทกของคลื่นเสียง
อุปกรณ์กันเสียงช่วยลดอาการเจ็บปวดของโทนี่ลงบ้าง แต่ผ่าน【ชุดเกราะต่อต้านฮัลค์】ที่มองเห็นฮัลค์กำลังคลุ้มคลั่ง ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความกังวล
สภาพฮัลค์ตอนนี้ ทำให้โทนี่เป็นห่วงอย่างมาก
อาการคลุ้มคลั่งแบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“แจ้งฟิล ถอนกำลัง”
เศษหินกระเด็นใส่หน้า นิค ฟิวรี่ ทิ้งร่องรอยเลือดไว้ แต่ผู้อำนวยการชีลด์คนนี้ไม่สนใจบาดแผลเลย
นิค ฟิวรี่สั่งการผ่านหูฟังไปยังฟิล เจ้าหน้าที่ภายในฐาน เขาเงยหน้ามองฮัลค์ที่คลุ้มคลั่งอย่างบ้าคลั่ง ก็ได้แต่ภาวนาให้กัปตันมาร์เวลจัดการได้
“ถ้าควบคุมไม่ได้ ก็จบกัน”
ฟึบ——
ฮอว์คอายง้างธนู ยิงลูกธนูอย่างต่อเนื่องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจฮัลค์
สถานการณ์บังคับให้คนในฐานต้องหยุดฮัลค์ให้ได้
“โทนี่”
เขาชูมือทั้งสองข้าง ยิงจรวดขนาดเล็กใส่ฮัลค์ตรงหน้า แต่แรงระเบิดกลับทำอะไรมหาอสูรสีเขียวไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ภายใน【วอร์แมชชีน】เจมส์ขมวดคิ้วแน่น แล้วตะโกนว่า “รีบคิดหาวิธีด่วน! ถ้าฮัลค์ยังทำลายต่อไปแบบนี้ ฉันกลัวว่าต่อไปจะไม่ใช่แค่ฐานชีลด์ที่โดนโจมตีแล้ว” ความเสียหายจากตอนที่ฮัลค์เคยเสียการควบคุมในอดีต ทำให้เจมส์ยิ่งกังวลว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงไปกว่านี้ ยิ่งภาพมายาในคำทำนายที่ปรากฏขึ้นมา ก็ยิ่งทำให้ใจเขาหม่นหมองลงไปอีก
“ฉันกำลังพยายามอยู่”
สิ่งที่【วอร์แมชชีน】คิด โทนี่ก็คิดเช่นกัน มองฮัลค์ที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ไม่ไกล โทนี่ใน【ชุดเกราะต่อต้านฮัลค์】สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เกราะหนักหน่วงที่สวมใส่เริ่มเปลี่ยนรูปทรงซับซ้อนขึ้น ปืนใหญ่พลังทำลายสูงปรากฏขึ้นที่ส่วนไหล่ของ【ชุดเกราะต่อต้านฮัลค์】
“จาร์วิส ปืนใหญ่พลังงานอาร์ค เพิ่มกำลังไฟให้สูงสุด” พลังงานจากเตาปฏิกรณ์อาร์คที่หน้าอกไหลเข้าสู่ลำกล้องปืนที่ไหล่ แสงสีฟ้าอมม่วงเริ่มเปล่งประกายบน【ชุดเกราะต่อต้านฮัลค์】
ตูม—— ในทันใดนั้น ลำแสงปืนใหญ่พลังงานอาร์คสีสว่างจ้าก็พุ่งออกจากลำกล้อง แรงระเบิดของปืนใหญ่ทำให้【ชุดเกราะต่อต้านฮัลค์】ที่หนักหน่วงยังต้องถอยหลังไปสองสามก้าว ฐานทั้งฐานถูกแสงสีฟ้าอมม่วงสาดส่องไปทั่ว
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา แสงวาบจากปืนพลังงานอาร์คทรงพลังค่อย ๆ เลือนหายไป
เผยให้เห็นฮัลค์คุกเข่าอยู่บนพื้น มือทั้งสองข้างแนบแน่นอยู่ที่หน้าอก บาดแผลไหม้เกรียมสีเขียวเข้มดำสนิทบนฝ่ามือของฮัลค์กำลังสมานตัวอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่ามันใช้ฝ่ามือตัวเองรับการโจมตีจากปืนพลังงานอาร์คของชุดเกราะต่อต้านฮัลค์ได้อย่างเหลือเชื่อ
ฮัลค์ลุกขึ้นยืน ยกขาใหญ่ ๆ แข็งแกร่งขึ้นจากพื้นที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ มันจ้องมองโทนี่ที่ยิงปืนพลังงานอาร์คมายังมัน ฮัลค์กำหมัดแล้วทุบอกตุ๊บ ๆ ใบหน้าแสดงออกถึงความเยาะเย้ยอย่างชัดเจน
“ฮัลค์ แกร่ง!”
วินาทีต่อมา เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้น
ฮัลค์เหยียบย่ำลงไปบนหลุมต่าง ๆ ไม่สนใจกัปตันมาร์เวลที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มันพุ่งเข้าใส่โทนี่และชุดเกราะต่อต้านฮัลค์ราวกับสัตว์ร้ายยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่กลับมาอีกครั้ง
ในความคิดของฮัลค์ โทนี่เป็นหนึ่งในผู้ร้ายที่ขับไล่มันออกไปยังอวกาศ
ด้วยความหนาแน่นของชุดเกราะต่อต้านฮัลค์ การหลบหลีกการพุ่งชนของฮัลค์ด้วยการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน และตอนนี้ การเปลี่ยนรูปทรงของชุดเกราะก็สายเกินไปแล้ว
ดังนั้น โทนี่จึงไม่มีทางเลือกอื่น เขาจำต้องยืนนิ่ง ๆ และควบคุมชุดเกราะต่อต้านฮัลค์รับการโจมตี
“หวังว่าจะรับไหวนะ”
แม้โทนี่เองก็ยังไม่แน่ใจนักว่าชุดเกราะต่อต้านฮัลค์จะรับมือกับฮัลค์ที่กำลังคลั่งได้จริงเหรอเปล่า
ปัง!
ฮัลค์ที่กำลังเดือดดาลปะทะกับโทนี่ในชุดเกราะต่อต้านฮัลค์ เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวกว่าที่เคย
แรงปะทะสร้างคลื่นกระแทกปั่นป่วนอากาศรอบข้างจนเกิดลมพายุ จุดศูนย์กลางของแรงกระแทกคือโทนี่ในชุดเกราะต่อต้านฮัลค์ที่รับแรงปะทะโดยตรง สภาพจึงย่ำแย่
ถึงเกราะเหล็กจะช่วยลดแรงกระแทกไปได้มาก แต่แรงสะท้อนเพียงเล็กน้อยก็สร้างความเสียหายให้โทนี่อย่างเห็นได้ชัด
เพราะสุดท้ายแล้ว หากไม่มีชุดเกราะเหล็กนั้น เขาก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
แรงสะท้อนทำให้โทนี่ในชุดเกราะต่อต้านฮัลค์แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา
แต่ฮัลค์ตรงหน้าไม่คิดจะหยุด ด้วยแรงผลักดันของความแค้นและความโกรธ ฮัลค์คำรามกึกก้อง
แขนทั้งสองข้างฟาดฟันใส่โทนี่ราวกับค้อนทุบ
ตู้ม!ตู้ม!ตู้ม!
หมัดและเกราะปะทะกันอย่างรุนแรง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวสะท้านไปทั่ว พลังมหาศาลที่ปะทุขึ้นทำให้ฐานทัพทั้งแห่งสั่นคลอนไม่หยุด ใต้แรงกระแทกนั้น รอยแตกมากมายแผ่ขยายไปทั่วพื้นดินคล้ายใยแมงมุม ใต้ฝ่าเท้าของ【ชุดเกราะต่อต้านฮัลค์】 เกราะหนาหนักถูกฮัลค์ทุบจนบุ๋มลงไป
“ท่านครับ…ซี่…ซี่…การโจมตีของฮัลค์…มาร์ค 58…รับมือไม่ไหว…”
เสียงจาร์วิสใน【ชุดเกราะต่อต้านฮัลค์】 ส่งเสียงติด ๆ ขัด ๆ รายงานให้โทนี่ฟัง สะท้อนสถานการณ์ที่เลวร้ายลงทุกวินาที
“โทนี่!”
เจมส์เห็นโทนี่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ภายใต้การโจมตีของฮัลค์
ใบหน้าของเขาใน【วอร์แมชชีน】 ตึงเครียดขึ้นทันที ภาพในคำทำนายที่ไอรอนแมนพ่ายแพ้ต่อฮัลค์ผุดขึ้นมาในหัว
เขาไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป จึงตรงดิ่งไปยังจุดเกิดเหตุ
“อย่าเข้ามา เจมส์!”
โทนี่ควบคุม【ชุดเกราะต่อต้านฮัลค์】 เปลี่ยนรูปทรงเกราะหนาหนักเพื่อรับมือกับหมัดของฮัลค์ที่รัวเข้าใส่ แต่ท่าทีของเจมส์เพื่อนรักกลับทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนไปในทันที
โทนี่ใช้ระบบสื่อสารภายใน【ชุดเกราะต่อต้านฮัลค์】สั่งให้【วอร์แมชชีน】หยุดการเคลื่อนไหว
แต่ดูเหมือนเจมส์ผู้ควบคุม【วอร์แมชชีน】จะไม่สนใจคำแนะนำของโทนี่เลยแม้แต่น้อย
ชุดเกราะเหล็กสีดำพุ่งเข้าสู่สมรภูมิด้วยความเร็วสูง เจมส์ยกมือทั้งสองข้างยิงขีปนาวุธใส่ฮัลค์ทันที
บูม——
แสงไฟและแรงระเบิดจากการระเบิด แม้จะไม่สร้างความเสียหายมากนักให้แก่ฮัลค์ แต่ก็ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นของมันอย่างแน่นอน
ด้วยเปลวไฟที่บดบัง ฮัลค์จำเป็นต้องยกมือขึ้นบังตาตัวเอง
และในจังหวะนั้นเอง ชิ้นส่วนกลไกจำนวนมากของ【ชุดเกราะต่อต้านฮัลค์】ที่อยู่ตรงหน้าฮัลค์ก็หลุดออกไป โทนี่ในชุดเกราะที่ดูเรียบง่ายกว่ามากบินขึ้นไปกลางอากาศ
“นายไม่ควรมา เจมส์”
โทนี่ที่หลบการโจมตีของฮัลค์ได้โล่งใจในชุดเกราะที่ดูเรียบง่าย แต่ก็แสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของเพื่อนรักที่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในอันตราย
“ถ้าฉันไม่มาช่วยล่ะก็ ตอนนี้นายคงกลายเป็นแหนมไปแล้ว”
เจมส์ใน【วอร์แมชชีน】ตอบโต้โทนี่ทันที
ด้านหนึ่ง โทนี่และเจมส์กำลังสนทนากันท่ามกลางสถานการณ์คับขัน
อีกด้านหนึ่ง ฮัลค์กำลังฟื้นตัวจากเปลวไฟของการระเบิด
ฮัลค์มองเศษชิ้นส่วนของ【ชุดเกราะต่อต้านฮัลค์】ที่กระจัดกระจายอยู่ตรงหน้า หันไปเห็นโทนี่ลอยอยู่กลางอากาศ ความโกรธแค้นในดวงตาของเขาพลุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม
เขาอ้าปากคำรามลั่น มือทั้งสองข้างกระชากพื้นดิน เสียงแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว ก้อนหินปูนขนาดมหึมาถูกฮัลค์กำไว้แน่นในมือ
ฮัลค์เหวี่ยงก้อนหินขึ้นฟ้า เสียงลมปั่นป่วนดังสนั่นหวั่นไหว ก้อนหินก้อนนั้นพุ่งไปหาโทนี่ดุจกระสุนปืน
“ระวัง!”
กัปตันมาร์เวล คาโรล เห็นก้อนหินมหึมาที่ฮัลค์เหวี่ยงมา เธอรีบตะโกนเตือน ยกมือขึ้น พลังงานแสงโฟตอนส่องประกายเจิดจ้า ก่อตัวเป็นคลื่นกระแทกโฟตอน ทำลายก้อนหินที่พุ่งเข้าหาโทนี่ให้แตกกระจายเป็นจุล
บูม——
บูม——
อย่างไรก็ตาม ก้อนหินที่กัปตันมาร์เวลทำลายไปนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ภายในฐานทัพ ฮัลค์ผู้โกรธแค้นได้กลายเป็นเครื่องจักรขว้างปาหินอย่างบ้าคลั่ง มันเหวี่ยงก้อนหินที่อยู่ใต้มือและเท้าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เปลี่ยนก้อนหินเหล่านั้นให้กลายเป็นกระสุนนรกที่พุ่งกระจายไปทั่วทุกสารทิศ
กัปตันมาร์เวลเริ่มเหนื่อยล้า ต้องวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตายกับก้อนหินเหล่านั้น แม้ว่าเธอจะไม่หวั่นเกรงต่ออันตรายจากก้อนหินด้วยพลังงานโฟตอนที่ปกป้องร่างกาย แต่คนอื่น ๆ ในฐานทัพนั้นไม่ใช่เช่นนั้น เธอชูมือทั้งสองข้างขึ้น สร้างคลื่นกระแทกโฟตอนขึ้นมาหลาย ๆ ลูก ทำลายก้อนหินที่พุ่งกระจายเข้ามา
แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ยังคงมีก้อนหินจำนวนมากที่หลุดพ้นจากคลื่นกระแทกของกัปตันมาร์เวล
กลางอากาศ โทนี่ควบคุมชุดเกราะชั่วคราวของตัวเอง หลบหลีกก้อนหินที่พุ่งเข้ามาอย่างระทึกใจ
แต่ยังไม่ทันที่โทนี่จะได้หายใจโล่งอก……
จากมุมมองในห้องโดยสารเกราะ เขาเห็นก้อนหินมหึมาที่เขาหลบไปนั้น ตกลงไปทับศาสตราจารย์ชาร์ลพอดี
ชาร์ลนั่งอยู่บนรถเข็น ไร้หนทางหลบหนี เมื่อก้อนหินพุ่งเข้ามา เขาทำได้เพียงมองด้วยความสิ้นหวัง
เพราะพลังจิตของเขาออกฤทธิ์ได้กับสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกนึกคิดเท่านั้น ชาร์ลกำลังจะถูกทับตาย
จังหวะนาทีชีวิต ร่างหนึ่งกระโจนเข้าหาชาร์ลบนรถเข็นอย่างรวดเร็ว นิค ฟิวรี่กระโจนเข้าไปผลักรถเข็นของชาร์ลให้พ้นจากก้อนหิน
แต่ตัวเขาเองกลับหลบไม่พ้น ไปอยู่ใต้ก้อนหินเสียเอง
“บ้าเอ๊ย…”
เขาเงยหน้าขึ้น มองเงาและแรงกดดันมหาศาลเหนือหัว นิค ฟิวรี่สบถคำด่าเบา ๆ ก่อนสติจะดับวูบลงสู่ความมืดมิด
ตูม!
“ไม่ นิค!”
กัปตันมาร์เวลร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อเห็นนิค ฟิวรี่ เพื่อนสนิทคนสุดท้ายบนโลกนี้ เสียชีวิตอยู่ใต้ก้อนหิน
ขณะเดียวกัน ฮอว์คอายที่ยิงธนูไม่หยุด ก็หยุดชะงักลง ฮอว์คอายแสดงสีหน้าตกตะลึง เขาไม่อยากเชื่อว่านิค ฟิวรี่ ผู้อำนวยการชีลด์ สายลับระดับตำนาน บุคคลผู้คงไว้ซึ่งใบหน้าเรียบเฉยราวกับทุกอย่างอยู่ในการควบคุม จะมาตายง่าย ๆ ต่อหน้าต่อตาแบบนี้
และแล้วหลังจากความเงียบสั้น ๆ ฮอว์คอายก็ปล่อยลูกศรออกไปอีกครั้ง
แต่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นและความโหดเหี้ยม
การตายของนิค ฟิวรี่ ทำให้ทุกอย่างเกินเยียวยาแล้ว
(จบตอน)
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_