- หน้าแรก
- Marvel: ฉันได้รับพลังจากตัวละครไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 720 กฎหมายที่ไม่อาจต้านทาน
บทที่ 720 กฎหมายที่ไม่อาจต้านทาน
บทที่ 720 กฎหมายที่ไม่อาจต้านทาน
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
บทที่ 720 กฎหมายที่ไม่อาจต้านทาน
“ตอนนี้สถานการณ์ของคุณไม่ค่อยดีนะคะ กัปตัน” นาตาชา สาวงามผมบลอนด์ ที่ปิดบังสีผมจริงเอาไว้ กระซิบเสียงแผ่วเบาพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ นัยน์ตาคมกริบมองกัปตันอเมริกาตรงหน้าอย่างจับจ้อง
“โทนี่ตัดสินใจเข้าร่วม ‘กฎหมายการจดทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’ แล้วค่ะ ในฐานะหนึ่งในผู้บังคับใช้กฎหมาย คุณก็น่าจะเข้าใจดีว่า เมื่อกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ พวกคุณจะไม่ใช่แค่ถูกโทนี่ตามล่า แต่ยังถูกรัฐบาลกลางทั้งประเทศตามล่าด้วย……”
ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีคนใหม่ ผู้ที่ชื่นชอบการทวีตข้อความ จะลงนามใน ‘กฎหมายการจดทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’ เป็นคำสั่งบริหารฉบับแรก ประกาศต่อสาธารณชนตั้งแต่วันเข้ารับตำแหน่ง
แต่ก็ยังมีเสียงคัดค้านจากเหล่าซูเปอร์ฮีโร่และมนุษย์กลายพันธุ์อยู่มากมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การต่อต้านและการล็อบบี้จากไอรอนแมน โทนี่ สตาร์ค ฮีโร่ขวัญใจมหาชน ทำให้การผลักดันและบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ไม่ราบรื่นเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข่าวลือภายในทำเนียบขาว ว่าอาจเลื่อนการบังคับใช้ ‘กฎหมายการจดทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’ ออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างรัฐบาลใหม่กับเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์
ข่าวลือว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ท่านประธานาธิบดีถึงกับไม่พอใจเป็นอย่างมาก
ถึงกับทวีตข้อความถึง 14 ข้อความ ภายในวันเดียว เพื่อระบายความไม่พอใจต่อโทนี่ สตาร์คและสภาคองเกรส
เมื่อได้ยินคำพูดของนาตาชา สตีฟรีบกดหมวกแก็ปลงมาบังดวงตาไว้ เครายาวที่ปกคลุมริมฝีปากช่วยบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง
“บางที คุณอาจควรลองคุยกับโทนี่ดูนะคะ กัปตัน”
นาตาชาจ้องมองสตีฟ สังเกตสีหน้าเขาอย่างละเอียด “ถ้าคุณโอเค โทนี่คงไม่ขัดข้องหรอกค่ะ”
ใต้หมวกแก็ป ดวงตาของสตีฟที่ถูกเงาบดบังเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่แล้วก็กลับคืนสู่ความแน่วแน่ในทันที เขาเงยหน้ามองนาตาชา แล้วส่ายหัว “บัคกี้เป็นเพื่อนผม มากกว่านั้น ทัศนคติของผมต่อ ‘กฎหมายการจดทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’ ก็ชัดเจนมาตลอด ถ้ารับกฎหมายนี้ ก็เท่ากับซูเปอร์ฮีโร่ยอมอยู่ใต้อำนาจรัฐบาลกลาง กลายเป็นเครื่องมือของการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง ความยุติธรรมที่ซูเปอร์ฮีโร่ยึดถือมาตลอดจะกลายเป็นความยุติธรรมในแบบที่รัฐบาลกลางกำหนด แต่คุณคิดว่า ความยุติธรรมของรัฐบาลกลางน่ะ เป็นความยุติธรรมที่แท้จริงเหรอ?”
ในฐานะทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่สอง สตีฟรู้จักรัฐบาลดีกว่าใคร
อาจมีคนดีอยู่ในรัฐบาลกลาง แต่ก็มีนักการเมืองเห็นแก่ตัวอยู่มากมาย พลังของซูเปอร์ฮีโร่ไม่ควรตกไปอยู่ในมือพวกนั้น
“……”
ถ้อยคำของสตีฟทำให้ความคิดของนาตาชากระเพื่อม
ในฐานะอดีตสายลับระดับสูงของชีลด์ ในแง่หนึ่ง เธอรู้นิสัยมืดมนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพลักษณ์สวยหรูของรัฐบาลกลางดีกว่าสตีฟเสียอีก
“……ฉันเคยคิดว่าเขาเป็นพ่อค้าอาวุธที่เห็นแก่ตัว แต่ฉันคิดผิดไป โทนี่ สตาร์ค ฉันต้องยอมรับเลยว่าเขาเป็นผู้ชายที่น่าหลงใหลมาก ถ้าฉันเป็นผู้หญิงล่ะก็ อาจจะตกหลุมรักเขาก็ได้……”
หน้าจอข่าวในร้านกาแฟ ประธานาธิบดีคนใหม่ผู้นั้น ผมสีทองอร่ามสะดุดตา กำลังยกมือขึ้นทั้งสองข้าง ใช้สำเนียงโอ้อวดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พูดคุยกับบรรดาสื่อมวลชนที่อยู่เบื้องหน้า
ประธานาธิบดีใหม่กางแขนออก ใช้ท่าทางที่คิดว่าตลกเพื่อเรียกเสียงหัวเราะ พยักหน้าอย่างพอใจ แล้วจึงหันตัวหลบไปอย่างไม่เต็มใจนัก “ตอนนี้ ขอเชิญโทนี่ สตาร์ค ซูเปอร์ฮีโร่ผู้ตัดสินใจถูกต้อง”
เสียงของประธานาธิบดีค่อย ๆ จางหายไปพร้อมกับเสียงชัตเตอร์กล้องที่ดังสนั่นหวั่นไหวอยู่หน้าห้องแถลงข่าว
ส่วนนาตาชาและสตีฟที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟ ก็ถูกข่าวในทีวี หรือให้ถูกต้องกว่านั้น คือผู้ชายที่คุ้นเคยบนหน้าจอ ดึงดูดความสนใจไปหมดสิ้น
“ขอแสดงความยินดีด้วย โทนี่ สตาร์ค คุณกำลังก้าวไปบนเส้นทางที่ถูกต้องอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”
ประธานาธิบดีผมฟู ๆ ยื่นมือไปจับมือโทนี่ แล้วตบไหล่เขาเบา ๆ กระซิบเสียงเบา ๆ
“ขอบคุณครับ คุณประธานาธิบดี”
โทนี่ตอบประธานาธิบดีที่ดูดีอย่างนั้น
ยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศการแถลงข่าว โทนี่กวาดสายตาไปทั่วเลนส์กล้องที่จ้องมองอยู่เบื้องหน้า ความเงียบปกคลุมใจเขาชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ฉันคิดว่าทุกคนคงทราบรายละเอียดกันแล้วนะ นับจากนี้เป็นต้นไป ฉัน โทนี่ สตาร์ค ไอรอนแมน จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ‘พระราชบัญญัติการจดทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’ ของรัฐบาลกลาง เพื่อช่วยผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้……”
นักข่าวถามขึ้น “คุณโทนี่ สตาร์คครับ ขออนุญาตถามหน่อยนะครับ ว่าอะไรทำให้คุณเปลี่ยนใจอย่างรวดเร็วเช่นนี้”
โทนี่ตอบ “ฉันไม่ได้เปลี่ยนใจอะไรหรอกครับ เพียงแต่ฉันเพิ่งเข้าใจว่า ซูเปอร์ฮีโร่มีพลังอำนาจเหนือกว่าคนทั่วไปมาก คนธรรมดายังต้องมีใบอนุญาตในการครอบครองอาวุธปืนเลย ซูเปอร์ฮีโร่ที่ได้รับพลังเหนือธรรมชาติ ก็ควรจะมีข้อจำกัดบ้าง ไม่งั้นเราจะต่างอะไรกับเหล่าอาชญากรผู้มีพลังวิเศษที่ก่อความเดือดร้อนล่ะครับ”
นักข่าวถามต่อ “แต่เท่าที่ผมทราบนะครับ คุณโทนี่ สตาร์ค ซูเปอร์ฮีโร่หลายคนไม่เห็นด้วยกับความคิดของคุณ พวกเขาคิดว่า ‘พระราชบัญญัติการจดทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’ เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของพลเมืองโดยตรง พวกเขามีสิทธิที่จะปกปิดตัวตน”
โทนี่กล่าว “พระราชบัญญัติฉบับนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของประชาชน อเมริกาเป็นประเทศที่ปกครองด้วยกฎหมาย เป้าหมายของซูเปอร์ฮีโร่ก็คือการปกป้องประชาชน ดังนั้น การเข้าร่วมในพระราชบัญญัติการจดทะเบียนจึงเป็นการปกป้องประชาชนอีกทางหนึ่ง เป็นการปกป้องในทางกฎหมายด้วยซ้ำ แล้วทำไมต้องปฏิเสธล่ะครับ”
นักข่าวถามว่า “อย่างนั้น ถ้าเป็นสมาชิกอเวนเจอร์สที่คัดค้านพระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่ล่ะครับ เช่น กัปตันอเมริกา”
โทนี่ตอบว่า “พระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่เป็นกฎหมายที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าจะบังคับใช้ ฉันยินดีต้อนรับซูเปอร์ฮีโร่ทุกคนให้เข้าร่วมการลงทะเบียน แต่ถ้าปฏิเสธ ฉันก็เสียใจที่จะบอกว่า คุณไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นอาชญากร”
นักข่าวถามต่อ “แม้แต่กัปตันอเมริกาก็เช่นกันเหรอครับ?”
โทนี่ตอบเสียงหนักแน่น “แม้แต่กัปตันอเมริกาก็เช่นกัน” สายตาของโทนี่จับจ้องไปที่เลนส์กล้อง คำตอบของเขาเด็ดขาดแน่วแน่
……
ภาพข่าวที่โทนี่ให้สัมภาษณ์ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
ภายในร้านกาแฟ สตีฟจมอยู่ในความเงียบงันยาวนาน เมื่อโทนี่ประกาศเนื้อหาของพระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่ทางโทรทัศน์อย่างเปิดเผย เขารู้ดีว่าความแตกแยกของอเวนเจอร์สกำลังจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่โทนี่ก็ยังไม่หยุด เขามองไปยังสื่อมวลชนตรงหน้า ยกมือขึ้นประกาศว่า “จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่เข้าร่วมในพระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่ ต่อไปนี้ ขอเชิญศาสตราจารย์ชาร์ลจากฝ่ายมนุษย์กลายพันธุ์ครับ”
ทันทีที่โทนี่พูดจบ โลแกนก็เข็นรถเข็นของชาร์ลออกมาปรากฏตัวต่อหน้ากล้องสื่อมวลชน
ชาร์ลปรากฏตัวทันทีที่ก้าวเข้ามา เสียงชัตเตอร์กล้องดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ
ทั่วประเทศอเมริการ่วมเป็นสักขีพยานในการถ่ายทอดสดครั้งนี้
นักข่าวถามว่า “คุณชาร์ลครับ คุณแน่ใจแล้วหรือว่าจะสามารถเป็นตัวแทนของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์เข้าร่วม ‘พระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’ ได้จริงเหรอ?”
ชาร์ลที่นั่งอยู่บนรถเข็นตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง ๆ “ผมไม่สามารถเป็นตัวแทนของมนุษย์กลายพันธุ์ทุกคนได้หรอกครับ แต่ผมจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมมนุษย์กลายพันธุ์เพื่อเข้าร่วม ‘พระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’ เพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่ามนุษย์กลายพันธุ์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่พวกเขาคิด ความจริงแล้วมนุษย์กลายพันธุ์ก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน แค่อาจจะแตกต่างไปจากคนทั่วไปบ้างเล็กน้อยเท่านั้นเอง……”
ภาพข่าวแสดงให้เห็นว่าบรรดานักข่าวต่างก็ยังคงซักถามชาร์ลต่อไป
ทว่า นาตาชาและสตีฟในร้านกาแฟกลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจฟังต่อแล้ว
เมื่อการรายงานข่าวจบลง พวกเขารู้สึกได้ถึงแรงผลักดันอันหนักหน่วงของ ‘พระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’
“กัปตัน คุณตัดสินใจแน่แล้วเหรอคะ?”
นาตาชาเงยหน้าขึ้นมองสตีฟด้วยสีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ซูเปอร์ฮีโร่ไม่ใช่แค่เครื่องมือ หากเซ็นต์ลงทะเบียนไปแล้ว พวกเขายังจะเรียกว่าซูเปอร์ฮีโร่อยู่หรือเปล่า?”
สตีฟไม่ได้ตอบคำถามของนาตาชาโดยตรง แต่คำพูดของเขาก็แสดงให้เห็นถึงจุดยืนที่ชัดเจนอยู่แล้ว
“เหรอคะ”
นาตาชาดื่มกาแฟที่เหลืออยู่ในถ้วยจนหมด แล้วมองกัปตันอเมริกาอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งสุดท้าย
ลุกขึ้น ยกมือขึ้นมากระซิบเบา ๆ ให้เพียงแค่สองคนได้ยิน
“ระวังตัวด้วยนะคะ กัปตัน หวังว่าเราคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก”
นาตาชาเข้าใจดี ถ้าพวกเขาได้พบกันอีกครั้ง ก็หมายความว่าถึงเวลาต้องชักดาบสู้กันแล้ว
……
“ฉันเข้าร่วมกลุ่มอิลลูมินาติ ไม่ได้เพื่อมาประชุมกันอยู่เรื่อย ๆ สิ”
กลุ่มอิลลูมินาติ ภายในห้องประชุมลับ
ด็อกเตอร์แฮงค์พิมแสดงความไม่พอใจต่อโทนี่
“การประชุมครั้งนี้สำคัญมาก เพื่อหารือเกี่ยวกับ ‘พระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’ การบังคับใช้พระราชบัญญัตินี้แน่นอน และคาดการณ์ได้ว่าเมื่อกฎหมายเริ่มมีผลบังคับใช้ จะมีกลุ่มต่อต้านจำนวนมากปรากฏตัว ฉันต้องการพลังของกลุ่มอิลลูมินาติ ช่วยฉัน……”
“นายต้องการให้ฉันเข้าร่วมรัฐบาลกลางงั้นเหรอ?”
เมื่อได้ยินข้อเสนอของโทนี่ ด็อกเตอร์แฮงค์พิมก็ส่ายหัวปฏิเสธทันที
“นี่เป็นเรื่องของพวกซูเปอร์ฮีโร่ของพวกนาย ส่วนฉันเลิกเป็นซูเปอร์ฮีโร่มาตั้งนานแล้ว”
“นี่เป็นเรื่องภายในของประเทศอเมริกา ฉันไม่เกี่ยวข้องด้วย”
แบล็คแพนเธอร์ ทีชัลล่า ก็แสดงจุดยืนเช่นเดียวกัน “ฉันมาที่นิวยอร์กเพื่อตามหาเอ็นจาดาก้าเท่านั้น ไม่ใช่มาช่วยคุณต่อสู้กับพวกซูเปอร์ฮีโร่ที่คุณว่านั่น”
“ที่จริงน่ะ แฟนแทสติกโฟร์เปิดเผยตัวตนมาตลอดแล้ว เลยไม่กระทบกับการบังคับใช้ ‘พระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’ หรอกครับ แต่ผมเห็นด้วยกับคุณนะครับ ซูเปอร์ฮีโร่ควรมีการควบคุม ถ้าพลังพวกเขาหลุดควบคุม อันตรายก็มากกว่าคนธรรมดามาก”
มิสเตอร์แฟนตาสติก รี๊ด พยักหน้า แสดงว่าเห็นด้วยกับ ‘พระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’
ด้วยพื้นฐานเป็นนักวิจัย เขาจึงโน้มเอียงไปทางรัฐบาลอยู่แล้ว
ในกลุ่มอิลูมิเนติ ด็อกเตอร์แฮงค์พิมและแบล็กแพนเธอร์ปฏิเสธที่จะเข้าร่วม ‘พระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’ ส่วนมิสเตอร์แฟนตาสติก เข้าร่วมในฐานะผู้สนับสนุน โทนี่มองไปที่สมาชิกคนสุดท้าย สตีเฟน สเตรนจ์ สีหน้าเรียบเฉย
“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่หรอกครับ ยิ่งกว่านั้น โลกนี้ก็ไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด คาร์มาทาชยังมีเรื่องให้ผมทำอีกเยอะ”
ด็อกเตอร์สเตรนจ์ สตีเฟน สเตรนจ์ ยกคิ้วเล็กน้อย แสดงท่าทีปฏิเสธแบบอ้อม ๆ
คาร์มาทาชดำรงอยู่มานานกว่ารัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาเสียอีก ดังนั้นสตีเฟน สเตรนจ์จึงไม่ขออยู่ใต้อำนาจรัฐบาลกลาง ยิ่งไปกว่านั้น เวทมนตร์และเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ต่างก็มีโลกที่แตกต่างกัน ศัตรูที่พวกเขาต่อสู้ก็แตกต่างจากศัตรูของซูเปอร์ฮีโร่โดยสิ้นเชิง
……
“สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกแล้ว”
การที่ไอรอนแมน โทนี่ สตาร์คยอมรับการลงทะเบียนตามพระราชบัญญัติ ทำให้สถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อเหล่าซูเปอร์ฮีโร่อยู่แล้ว ยิ่งแย่ลงไปอีกหลายเท่า
เจสสิก้า โจนส์สวมหมวกปิดบังใบหน้า เดินเข้าไปในฐานลับของดีเฟนเดอร์ส ความกังวลใจคลายลงบ้าง แต่ความเดือดดาลยังคุกรุ่นอยู่ภายใน
“พวกนี้บ้าไปแล้ว”
“พวกเขาไม่ได้บ้า พวกเขากำลังตกอยู่ใต้อิทธิพลของรัฐบาลกลางต่างหาก”
แมตต์ เมอร์ด็อคมองไม่เห็นฝูงชน แต่ด้วยพลังประสาทสัมผัสอันยอดเยี่ยม เขารับรู้ถึงลัทธิชาตินิยมสุดโต่งของประชาชนได้อย่างชัดเจน
“ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ เมื่อไหร่ที่ ‘พระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่’ มีผลบังคับใช้ สิ่งที่เราต้องเผชิญจะมากกว่าที่เห็นตรงหน้าตอนนี้”
“แล้วเธอจะทำยังไง จะสมัครลงทะเบียนเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ‘ถูกกฎหมาย’ ใช่ไหม?”
ลุคเคจทนไม่ไหว ถามเจสสิก้า โจนส์
“ฉันไม่เชื่อคำพูดของพวกนักการเมืองหน้าไหว้หลังหลอกพวกนั้นหรอก”
ลุคเคจ ฮีโร่ผู้ปกป้องถนนหนทาง ไม่เคยไว้ใจรัฐบาลกลางมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
ยิ่งกว่านั้น พลังทั้งหมดของเขาล้วนมาจากการทดลองลับของรัฐบาลในเรือนจำ
ไม่ใช่แค่ลุคเคจ แมตต์ก็คัดค้าน "พระราชบัญญัติการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่" เช่นกัน ทั้งคู่มาจากเฮลล์คิทเช่น ดินแดนแห่งความชั่วร้าย จึงเข้าใจความมืดมิดที่รัฐบาลปกปิดซ่อนเร้นได้มากกว่าใคร
หากรัฐบาลกลางยุติธรรมอย่างที่อ้าง เหตุใดจึงปล่อยให้เฮลล์คิทเช่น แหล่งรวบรวมความชั่วร้าย ยังคงอยู่ และคิงพินสามารถก่อตั้งอาณาจักรมาเฟียได้อย่างไร
“แล้วคุณล่ะครับ กัปตัน คิดว่าไง?”
แมตต์เอียงหน้าเล็กน้อย พูดกับเงามืดในฐานลับ
“พลังของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ ไม่ใช่ของรัฐบาลกลาง แต่เป็นของพวกเราเอง”
สตีฟกำโล่แน่น ยืนหยัดอย่างแน่วแน่ หลังจากโทนี่ประกาศสนับสนุนพระราชบัญญัติการลงทะเบียนทางโทรทัศน์ สตีฟจึงรวบรวมกำลังฝ่ายต่อต้าน และได้ร่วมมือกับสมาพันธ์ดีเฟนเดอร์สได้อย่างราบรื่น
ขณะนั้น บัคกี้ วินเทอร์โซลเจอร์ และแซม ฟอลคอน ก็ปรากฏตัวเคียงข้างเขา
(จบตอน)
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_