เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 708 สถานการณ์ไม่คาดฝัน

บทที่ 708 สถานการณ์ไม่คาดฝัน

บทที่ 708 สถานการณ์ไม่คาดฝัน


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

บทที่ 708 สถานการณ์ไม่คาดฝัน

“พวกนั้นไม่ใช่พวกที่ฉันอยากยุ่งเกี่ยวด้วยหรอก”

โทนี่รีบอธิบายทันทีที่สตีเฟน สเตรนจ์ถาม “จริง ๆ แล้ว พวกมันอยู่บนโลกมานานกว่าพวกเรามากเลยครับ”

ถึงแม้จะเป็นสิ่งมีชีวิตจักรกลทรงพลังจากต่างดาว แต่ทรานส์ฟอร์เมอร์สก็อยู่บนโลกมานานจนแทบครอบคลุมประวัติศาสตร์มนุษย์เลยทีเดียว

หากไม่มีสถาบัน SCP มาลบร่องรอยทางประวัติศาสตร์เหล่านั้น บางทีซากของทรานส์ฟอร์เมอร์สก็อาจถูกจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ไปแล้วก็ได้

พูดให้เว่อร์กว่านั้น การพัฒนาของมนุษยชาติอาจก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงก็ได้ เพราะการปรากฏตัวของทรานส์ฟอร์เมอร์ส

ดังนั้น โทนี่จึงพอเข้าใจแนวคิดของสถาบัน SCP บ้างแล้ว

อาจเป็นเพราะการปรากฏตัวของสิ่งผิดปกติที่แตกต่างจากมนุษย์อย่างทรานส์ฟอร์เมอร์ส จึงทำให้สถาบันต้องกำหนดวิธีการกักกันสิ่งผิดปกติที่เข้มงวดขนาดนี้

แต่สถาบัน SCP ที่พยายามปกปิดความผิดปกติก็เริ่มเหนื่อยล้า เพราะสิ่งผิดปกติปรากฏตัวขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมาจาก ‘ผู้ปลดปล่อยแห่งความวุ่นวาย’ ที่ทำให้การกักกันของสถาบันเกิดช่องโหว่ แต่ในขณะเดียวกัน ความผิดปกติก็ปรากฏตัวบ่อยขึ้น กระบวนการกักกันมีความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้ความผิดปกติในโลกแห่งความจริงปรากฏให้คนทั่วไปเห็นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ

โทนี่นึกถึงสถาบันฉับพลันพลางเงยหน้าขึ้น มองเฮอคิวลิส ทรานส์ฟอร์เมอร์สขนาดมหึมาเบื้องหน้า

“ของที่ฉันต้องการล่ะ?”

สตีเฟนหันสายตาจากทรานส์ฟอร์เมอร์ส เมื่อได้ยินโทนี่ถาม ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะบ่นพึมพำ

“ของที่คุณต้องการน่ะ หาได้ไม่ง่ายเลยนะ”

“ตั้งแต่เจอผม ไอ้ด็อกเตอร์นั่น ด็อกเตอร์อะไรนั่นก็ถามไม่หยุด พยายามไขปริศนาการเกิดประตูมิติให้ได้ จนผมเกือบจะส่งเขาไปภูเขาหิมาลัยให้สงบสติอารมณ์ซะแล้ว”

สตีเฟนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นึกถึงตอนเจอด็อกเตอร์แฮงค์พิม ก็รู้สึกปวดหัวจริง ๆ

เขาก็แค่พ่อมดมือใหม่ ใช้เวทมนตร์ตามคาถา จะไปรู้เรื่องหลักการของเวทมนตร์ได้อย่างไร

“แต่ของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ที่เขาให้มาน่ะ น่าสนใจดีนะ อนุภาคพิม ถ้าใช้แต่พลังเวทมนตร์ หรือต้องเป็นถึงระดับศิษย์เอกอย่างแอนเชียนวันถึงจะทำได้ แต่ด็อกเตอร์นั่นกลับทำได้ง่าย ๆ ด้วยอนุภาคพิมชิ้นเล็ก ๆ เสียอย่างนั้น”

สตีเฟนพูดพลางหยิบเกราะเหล็กขนาดเล็กจากกระเป๋า ยื่นให้โทนี่

“อนุภาคพิม นี่แหละคือการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ ควรได้รางวัลโนเบลชัวร์ น่าเสียดาย ด็อกเตอร์แฮงค์พิม ไม่ยอมให้ใครรู้เรื่องอนุภาคนี้มากนัก”

โทนี่รับชุดเกราะเหล็กที่สตีเฟนยื่นให้ด้วยความระมัดระวัง สายตาคมกริบของเขาจดจ้องไปที่อุปกรณ์ย่อส่วนบนชุดเกราะ

ภายในนั้นบรรจุอนุภาคพิมที่ด็อกเตอร์แฮงค์พิมค้นพบ เมื่อได้รับการกระตุ้น จะสามารถย่อขนาดของวัตถุที่ดูดซับเอาไว้ได้จนถึงขนาดที่พกพาสะดวก

“ตอนนี้ ฉันจะลองดูซิว่า ระหว่างเราน่ะ ใครจะใหญ่กว่ากัน”

พูดจบ โทนี่ก็กดอุปกรณ์บนชุดเกราะ

ตูม——

ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องดังสนั่น และสิ่งที่ปรากฏต่อมาก็คือ ชุดเกราะเหล็กขนาดเท่าของเล่น ขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที จนทับถมอาคารบ้านเรือนโดยรอบ แม้แต่ออพติมัสไพรม์และสตีเฟนยังต้องถอยกรูดหนีอย่างไม่ลดละ สุดท้าย มันก็แปลงร่างเป็นชุดเกราะเหล็กยักษ์สูงถึงยี่สิบเมตร ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเฮอคิวลิส มองลงมาด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ราวกับกำลังมองดูเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์สที่รวมตัวกันอยู่เบื้องล่าง

【ชุดเกราะต่อต้านจ้าวศักดิ์สิทธิ์Ⅲ】

หรืออาจเรียกได้ว่า 【ชุดเกราะพิเศษ——ป้อมปราการ】

ชุดเกราะสีแดงดำตัดกันอย่างลงตัว แตกต่างจากชุดเกราะต้านจ้าวศักดิ์สิทธิ์มาร์ค 2 รุ่นก่อนหน้า ดูสง่างามและเรียบง่ายกว่า ถึงแม้รูปทรงจะยังคงใหญ่โตมโหฬาร แต่ก็ลดขนาดลงจากชุดเกราะต้านจ้าวศักดิ์สิทธิ์มาร์ค 2 ที่มีขนาดใหญ่ถึงร้อยเมตรอย่างเห็นได้ชัด เพราะชุดเกราะต้านจ้าวศักดิ์สิทธิ์มาร์ค 2 ถูกออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับจ้าวศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะ และด้วยขนาดที่ใหญ่เกินไป การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งจึงกินพลังงานมหาศาล แม้โทนี่จะมีเครื่องปฏิกรณ์พลังงานที่ล้ำสมัย ก็ยังทำให้ชุดเกราะต้านจ้าวศักดิ์สิทธิ์มาร์ค 2 ต่อสู้ได้ไม่นานเกินสิบนาที

เนื่องจากข้อจำกัดในการต่อสู้ของ【ชุดเกราะต้านจ้าวศักดิ์สิทธิ์มาร์ค 2】 โทนี่จึงพัฒนาชุดเกราะรุ่นใหม่ นั่นคือ 【ชุดเกราะต้านจ้าวศักดิ์สิทธิ์มาร์ค 3】 โดยลดขนาดลงมาก พร้อมขอความช่วยเหลือจากสมาชิกสมาคมอิลลูมินาติสร้าง【ป้อมปราการ】เวอร์ชั่น 3.0 ขึ้นมา

【ป้อมปราการ】อย่างชื่อก็บอก ชุดเกราะขนาดมหึมานี้มีพลังป้องกันสูงมาก เรียกได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดในตระกูลมาร์ค ด้านการต้านทานการโจมตี โครงสร้างภายนอกผสมผสานความสามารถของสมาชิกสมาคมอิลลูมินาติ จึงทำให้การป้องกันสุดยอด

เดิมที โทนี่ออกแบบและสร้าง【ป้อมปราการ】เพื่อรับมือกับภัยพิบัติฉับพลัน

โดยเฉพาะหลังจากผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย ทำให้เขาเข้าใจว่า เมื่อเผชิญกับภัยพิบัติและการโจมตีที่คาดไม่ถึง ก็มีเพียงผู้รอดชีวิตเท่านั้นที่มีหวังสู้ตอบโต้

การตั้งชื่อชุดเกราะนี้ว่า【ป้อมปราการ】 ก็มีความหมายถึงการต่อต้านและตอบโต้แฝงอยู่

แต่โทนี่ไม่คาดคิดว่า ชุดเกราะขนาดใหญ่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ จะต้องใช้งานจริงเร็วขนาดนี้ และที่สำคัญ ศัตรูที่ต้องเผชิญคือทรานส์ฟอร์เมอร์ส สิ่งมีชีวิตจักรกลทรงพลัง

“ยืนยันตัวตน!”

บนถนนในแคนเบอร์รา เสียงคุ้นเคยของอัลตรอนดังมาจากภายใน【ป้อมปราการ】

ต่อจากนั้น แสงสีฟ้าวาบออกมาจากตำแหน่งหน้ากากหมวกเหล็ก แล้วกวาดผ่านมาร์ค 54 อย่างรวดเร็ว

“ยืนยันตัวตน โทนี่ สตาร์ค”

พร้อมเสียงวิเคราะห์ของอัลตรอน ส่วนหัวของ【ป้อมปราการ】ก็เปิดออก เผยให้เห็นระบบคอนโซลควบคุมสุดล้ำด้านใน

“ยินดีต้อนรับครับ คุณสตาร์ค”

โทนี่ไม่รีรอ เขาควบคุมชุดเกราะนาโนที่สวมอยู่เข้าไปในคอนโซลควบคุม เสียงทุ้มนุ่มลึกแต่เย็นชาของอัลตรอนดังข้างหู

“ตอนนี้ ได้เวลาจัดการมันแล้ว”

เมื่อเข้าไปใน【ป้อมปราการ】 โทนี่ควบคุมชุดเกราะขนาดใหญ่ เตรียมพร้อมต่อสู้ เขาเงยหน้ามองเฮอคิวลิสที่ตัวเล็กกว่าครึ่งหัวด้วยแววตาที่กระหายการต่อสู้

“…”

เมกะทรอนบินขึ้นกลางอากาศด้วยเครื่องยนต์จรวดด้านหลัง ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองมาที่【ป้อมปราการ】ของโทนี่

“เทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม ในฐานะมนุษย์ พวกเจ้าสามารถพัฒนาเทคโนโลยีทรงพลังขนาดนี้ได้ ถึงกับข้าเองยังต้องชื่นชม”

“แต่ในอีกด้านหนึ่ง พวกเจ้ากลับโง่เขลาเหลือเกิน ที่กล้าเอายานพาหนะแบบนี้มาต่อหน้าข้า”

ขณะพูด เมกะทรอนยกออลสปาร์คที่ถืออยู่ในมือขึ้น แสงแดดกระทบทำให้ลวดลายบนพื้นผิวลูกบาศก์ของออลสปาร์คสะท้อนแสงระยิบระยับ ราวกับเปล่งประกายความร้อนแผดเผา

“งั้นก็ตามใจพวกเจ้าแล้วกัน ถ้าอยากตายขนาดนี้ ข้าก็จะทำให้สมใจพวกเจ้า ด้วยพลังของออลสปาร์ค พวกเจ้าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของดีเซปติคอน!”

เสียงของเมกะทรอนดังขึ้นพร้อมกับออลสปาร์คในมือ

ทว่า ขณะที่พลังกำลังจะแผ่ขยายลงไปยังโทนี่และ【ป้อมปราการ】 เชือกเส้นหนึ่งที่เปล่งประกายด้วยเวทมนตร์ก็พันรัดเข้าที่มือของเมกะทรอนอย่างรวดเร็ว

ด้วยการถูกเชือกผูกมัด พลังที่เมกะทรอนรวบรวมไว้ในออลสปาร์คจึงสลายไปในทันที

“ถึงจะไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ แต่ไม่ว่ายังไง ผมก็ต้องขัดขวางคุณไว้ให้ได้”

สตีเฟน สเตรนจ์ที่อยู่ปลายเชือกอีกด้าน กำเชือกแน่น พลางมองหน้าเมกะทรอนที่แสดงสีหน้าโกรธแค้นออกไป แล้วพูด

“เจ้าคิดว่าแค่เชือกเส้นนี้จะหยุดข้าได้หรือไง!”

เมกะทรอนก้มหน้าลง มองเชือกเวทย์มนตร์บนฝ่ามือด้วยสายตาคมดุจเพลิง เชือกเส้นบางราวกับจะขาดได้ทุกเมื่อ ใบหน้ามันแสดงออกถึงความเยาะเย้ยถากถาง มันดึงเชือกเส้นนั้น ทันใดนั้นพลังมหาศาลก็ไหลทะลักขึ้นมาจากเบื้องบน

“เชือกเส้นนี้เป็นเพียงกลลวงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้นแหละ”

สตีเฟน สเตรนจ์รู้สึกถึงพลังมหาศาลที่ไหลมาตามเชือกเวทย์ ถึงแม้จะมีถุงมือเวทย์มนตร์ช่วยเหลือ เขาก็ยังไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถรับมือกับเมกะทรอนได้

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่แรกเป้าหมายของเขาก็ไม่ใช่เรื่องนั้น

ดังนั้น เขาจึงเงยหน้าขึ้น มองดวงตาสีแดงก่ำของเมกะทรอน มุมปากของสตีเฟนโค้งขึ้นเล็กน้อย พร้อมกันนั้นมืออีกข้างก็ร่ายเวทย์อย่างรวดเร็ว ประตูมิติขนาดเล็กปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา และทันทีที่มันปรากฏ เขาก็ไม่ลังเลที่จะยื่นมือเข้าไป

ในชั่วพริบตา แขนของสตีเฟน สเตรนจ์โผล่ออกมาจากประตูมิติด้วยมุมที่แปลกประหลาด เหนือด้านบนของออลสปาร์ค เขาคว้าก้อนลูกบาศก์ ก่อนที่เมกะทรอนจะทันได้ตั้งตัว เขาก็ฉวยมันเข้าไปในประตูมิติ

น้ำหนักที่ค่อนข้างมากของออลสปาร์คทำให้แขนของสตีเฟนที่ถืออยู่รู้สึกหนักอึ้ง

เขาก้มลงมองก้อนลูกบาศก์ที่เต็มไปด้วยลวดลายซับซ้อน แล้วเงยหน้าขึ้นมองเมกะทรอน

“ดูเหมือนว่าของชิ้นนี้จะสำคัญกับคุณไม่น้อยเลยนะ”

“ออลสปาร์ค!”

สตีเฟน สเตรนจ์ใช้พลังมิติเคลื่อนย้ายลูกบาศก์อย่างรวดเร็ว เมกะทรอนถึงกับอึ้ง ตาค้างไปเลย

แม้แต่ไรอันที่อยู่ในร้านขายของเก่า น้ำซุปหอยเป๋าฮื้อที่กำลังกินอยู่ก็พุ่งพรวดออกมา

เหตุการณ์พลิกผันอย่างไม่น่าเชื่อ เกินกว่าจะคาดเดาได้

ทุกอย่างผิดแผนหมด ออลสปาร์ค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง กลับไปตกอยู่ในมือของด็อกเตอร์สเตรนจ์ สตีเฟน สเตรนจ์ซะแล้ว

ถ้าหากสตีเฟน สเตรนจ์มอบออลสปาร์คให้กับออพติมัสไพรม์ล่ะก็ แผนการทั้งหมดจะพังยับเยิน

แน่นอน เรื่องที่เกิดขึ้น ก็ไม่ใช่ความผิดของไรอันทั้งหมด

ถึงแม้เขาจะเป็นคนวางแผนการปรากฏตัวของทรานส์ฟอร์เมอร์สครั้งใหญ่ในออสเตรเลีย แต่การแสดงสดแบบไม่ทันตั้งตัวของโทนี่ รวมถึงการที่สตีเฟน สเตรนจ์โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว นั้นอยู่นอกเหนือแผนการของเขาไปแล้ว แน่นอน ถ้าหากสตีเฟน สเตรนจ์ร่วมมือ และทำตามแผน เขาก็ยินดี ใครจะไปคิดว่าด็อกเตอร์สเตรนจ์คนนี้ จะสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการโชว์พลังมิติ เปิดประตูมิติได้อย่างคล่องแคล่วขนาดนี้

แม้ว่าทรานส์ฟอร์เมอร์สจะเป็นสิ่งมีชีวิตทรงพลังจากเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่กลับมีจุดอ่อนอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือความต้านทานเวทมนตร์ที่ต่ำมาก

“จะทำอย่างไรดี”

ไรอันวางชามซุปบำรุงกำลังลง เขามองเหตุการณ์ในออสเตรเลียอย่างครุ่นคิด คิ้วขมวดเล็กน้อย

ด้วยการ์ดที่ไรอันมีอยู่ในมือ หากลงมือตอนนี้ เขาก็สามารถแก้ไขความผิดพลาดของสตีเฟนได้อย่างง่ายดาย แต่การกระทำเช่นนั้นเท่ากับทิ้งแผนการเกี่ยวกับทรานส์ฟอร์เมอร์สในออสเตรเลียทั้งหมด และนั่นหมายถึงการสูญเสียคะแนนชื่อเสียงมหาศาล

“บางที… ฉันอาจจะลองทำแบบนี้ดู”

ไรอันมองสถานการณ์ในออสเตรเลียผ่านหุ่นยนต์โลหะเหลว เขาขมวดคิ้ว เริ่มวางแผนอย่างรอบคอบ

“มอบออลสปาร์คในมือเจ้ามาซะ!”

เมกะทรอนจ้องออลสปาร์คในมือของสตีเฟนด้วยดวงตาสีแดงก่ำ ใบหน้าโลหะบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น คำคำรามกึกก้องไปทั่ว

“ออลสปาร์ค… นี่มันชื่อสิ่งนี้เองเหรอ?”

สตีเฟนเงยหน้ามองเมกะทรอนที่กำลังคำราม เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงมองลูกบาศก์ในมือตนเอง

“เจ้านี่! มนุษย์โง่เขลา! กล้าดียังไงมาขโมยออลสปาร์คจากเมกะทรอน ผู้นำดีเซปติคอนอย่างข้า ข้าจะทำให้แกต้องชดใช้!”

เสียงคำรามของเมกะทรอนกึกก้องไปทั่ว ความโกรธเกรี้ยวพลุ่งพล่านในน้ำเสียง มันเงยหน้าขึ้น ออกคำสั่งเสียงดังสนั่น

“ดีเซปติคอน รวมพล!”

เมื่อเมกะทรอนตะโกนคำสั่ง เหล่าดีเซปติคอนทั่วเมืองแคนเบอร์ราพุ่งตรงมายังจุดที่มันอยู่

มินิทรานส์ฟอร์เมอร์สบางส่วนพุ่งชนตึกสูงระฟ้า กระจกหน้าต่างแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ส่วนพวกตัวใหญ่กว่านั้นวิ่งพล่าน ชนโน่นชนนี้ เพียงสิบกว่าวินาที ทรานส์ฟอร์เมอร์สฝ่ายดีเซปติคอนจำนวนมากก็ทะลักออกมาบนถนน เบียดเสียดกันแน่นขนัด

“ผมนึกว่าพวกเดียวกับคุณจะมีแค่ไม่กี่ตัวเองซะอีก”

แต่ทว่า เมื่อเผชิญกับดวงตาสีแดงเลือดมากมายมหาศาลเช่นนั้น สตีเฟน สเตรนจ์กลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ลง

“มอบออลสปาร์คให้กับออพติมัสไพรม์!”

ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่สตีเฟน สเตรนจ์ได้รับออลสปาร์คมาจากกรงเล็บของเมกะทรอน จนถึงการรวมตัวของดีเซปติคอน เกิดขึ้นเร็วราวกับพริบตา

เมื่อโทนี่สติกลับคืนมา เห็นออลสปาร์คอยู่ในมือสตีเฟน เขาก็รีบตะโกนออกมาแทบไม่ทันคิด

“ออพติมัสไพรม์เป็นใครกันเล่า!”

ได้ยินเสียงโทนี่ตะโกน สตีเฟนรู้สึกตัว แต่ก็ยังงง ๆ อยู่บ้าง

“ก็ทรานส์ฟอร์เมอร์ที่ถือดาบใหญ่ไง!”

ด้วยคำบอกกล่าวของโทนี่ สตีเฟน สเตรนจ์จึงหันไปมองออพติมัสไพรม์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ดวงตาของมันเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนระยิบระยับ

“เอาออลสปาร์คคืนมาให้ข้า!”

ขณะนั้นเอง เมกะทรอนลอยอยู่กลางอากาศ เปลวเพลิงมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากเครื่องยนต์ที่ปีกหลัง ลำตัวสั่นสะเทือนด้วยเสียงคำรามกึกก้อง ก่อนจะพุ่งตรงเข้าหาสตีเฟน

พร้อมกันนั้น เหล่าดีเซปติคอนทรานส์ฟอร์เมอร์สตัวอื่น ๆ ก็คำรามอย่างดุร้ายตามคำสั่งของเมกะทรอน แล้วพุ่งเข้าโจมตีเช่นกัน

“รับไว้!”

สตีเฟนเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างดุเดือดของเมกะทรอน แรงลมจากการบินของเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์ส พัดผ้าคลุมหลังของเขาปลิวไสวไปมา

ถูกเหล่าดีเซปติคอนทรานส์ฟอร์เมอร์สล้อมไว้ สตีเฟนไม่มีเวลาคิดมาก เขาจึงขว้างออลสปาร์คไปยังที่ที่ออพติมัสไพรม์อยู่

ออพติมัสไพรม์เงยหน้าขึ้น มองเห็นออลสปาร์คลอยอยู่กลางอากาศ โดยสัญชาตญาณจึงยื่นแขนออกไป

ปัง!

แต่ขณะที่ออลสปาร์คกำลังจะตกไปอยู่ในมือออพติมัสไพรม์ กำลังจะยุติเหตุการณ์ทุกอย่างที่แคนเบอร์รา

กลับปรากฏแขนโลหะสีเงินแวววาวขึ้นมาอย่างฉับพลัน คว้าออลสปาร์คไว้ได้ทัน

(จบตอน)

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 708 สถานการณ์ไม่คาดฝัน

คัดลอกลิงก์แล้ว