- หน้าแรก
- Marvel: ฉันได้รับพลังจากตัวละครไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 700 เปิดใช้งานลูกบาศก์
บทที่ 700 เปิดใช้งานลูกบาศก์
บทที่ 700 เปิดใช้งานลูกบาศก์
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
บทที่ 700 เปิดใช้งานลูกบาศก์
“ยืนยันตัวตนแล้ว ผู้พันดอล อนุญาตให้เข้าได้”
ออสเตรเลีย บริเวณทะเลทรายร้างกลางประเทศ
พันเอกดอลพร้อมกับโทนี่และคณะ เดินทางมาถึงฐานทัพลับกลางทะเลทรายร้างด้วยสีหน้าที่ดูเหนื่อยล้า
อย่างที่โทนี่คาดการณ์ไว้ รัฐบาลออสเตรเลียเลือกที่จะยอมจำนนเสียที
แน่นอน กระบวนการยอมจำนนครั้งนี้เต็มไปด้วยการคำนวณทางการเมืองมากมายอย่างเห็นได้ชัด
การคำนวณระหว่างผู้มีอำนาจระดับสูง ย่อมไม่ใช่เรื่องที่พันเอกระดับเล็ก ๆ อย่างเขาจะไปยุ่งเกี่ยวได้
ดังนั้น สิ่งที่พันเอกดอลทำได้ก็คือปฏิบัติตามคำสั่ง แม้ใจเขาจะเต็มไปด้วยความขัดแย้งก็ตาม
ฐานทัพแห่งนี้ ถือเป็นพื้นที่ลึกลับที่สุดของออสเตรเลีย มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าพื้นที่ 51 ของออสเตรเลีย
แต่ก่อนหน้านี้ ความลึกลับของฐานทัพแห่งนี้ เกิดจากความต้องการรักษาความลับของกองทัพ ไม่ต้องการให้ใครรู้เกี่ยวกับข้อมูลภายในฐานทัพ จึงสร้างภาพลวงตาของความลึกลับขึ้นมา
แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าตรงกับภาพลักษณ์ของพื้นที่ 51 ตามที่เล่าลือกันจริง ๆ
โคลาร์สันเดินตามโทนี่และคณะผ่านประตูฐานทัพลงไปใต้ดิน เมื่อเห็นการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดของฐานทัพ เขาก็อดรู้สึกหวั่น ๆ ไม่ได้ เขาเป็นเพียงนักโบราณคดี จะเคยเห็นสถานการณ์แบบนี้ที่ไหนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะได้รับอนุญาตจากด็อกเตอร์ อาจจะไม่มีโอกาสได้เข้ามาในฐานทัพด้วยซ้ำ
โคลาร์สันเบี่ยงสายตาจากปืนกลที่อยู่ในมือทหาร กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วรีบเดินตามพันเอกดอลและคณะไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากผ่านด่านรักษาการณ์หลายชั้นแล้ว พันเอกพาพวกเขาเข้าไปในห้องโถงใหญ่โตมโหฬารภายในฐานทัพป้องกันภัยทางอากาศ
ในฐานทัพป้องกันภัยทางอากาศ โคลาร์สันได้พบเห็นยักษ์เหล็กตนนั้นอีกครั้ง ยักษ์เหล็กที่เขาเคยพบเจอในซากปรักหักพังมาก่อน
หรือจะเรียกตามที่ด็อกเตอร์เรียกก็ได้ นั่นคือ ทรานส์ฟอร์เมอร์ส
ภายในฐานทัพทหารป่าสน ทรานส์ฟอร์เมอร์สขนาดมหึมา ใหญ่พอ ๆ กับเมกะทรอน แต่รายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อย กำลังยืนนิ่งอยู่ ณ ที่นั้น
รอบ ๆ ทรานส์ฟอร์เมอร์สนี้ นักวิจัยชาวออสเตรเลียจำนวนมากกำลังเร่งเก็บข้อมูลอย่างไม่ลดละ
โดยรอบทรานส์ฟอร์เมอร์ส มีทหารหน่วยรบพิเศษติดอาวุธครบมือ พวกเขามองทรานส์ฟอร์เมอร์สที่อยู่ใจกลางการทดลองด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง
พวกเขารู้ข่าวของเมกะทรอนมาแล้ว จึงเข้าใจถึงอันตรายของทรานส์ฟอร์เมอร์สเป็นอย่างดี
ถึงแม้ว่าทรานส์ฟอร์เมอร์สในฐานทัพแห่งนี้จะยังไม่แสดงอาการอันตรายใด ๆ ออกมา แต่ด้วยบทเรียนจากเมกะทรอน พวกเขาก็ไม่กล้ารับประกันว่าทรานส์ฟอร์เมอร์สตนนี้จะไม่ลุกขึ้นมาอีกครั้งอย่างฉับพลัน เหมือนกับเมกะทรอน
“ว่าแล้วเชียว”
สายตาของโทนี่กวาดมองทรานส์ฟอร์เมอร์สขนาดมหึมาเบื้องหน้า ริมฝีปากกระตุกเล็กน้อย ใบหน้าแสดงออกถึงความรู้ทัน
เรื่องที่ออสเตรเลียกำลังศึกษาเกี่ยวกับทรานส์ฟอร์เมอร์ส ไม่ใช่เรื่องที่เขาคาดไม่ถึงเลย
ถ้าเป็นเขาเอง ก็คงทำเช่นเดียวกัน
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งมีชีวิตจักรกลพิเศษแบบนี้ ไม่ว่าประเทศใด ต่างก็ให้ความสำคัญและต้องการศึกษาอย่างยิ่ง
โทนี่เบนสายตาจากทรานส์ฟอร์เมอร์ส หันไปมองด็อกเตอร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก
เขาจำได้ดีว่า ด็อกเตอร์ส่งนาโนโรบอทไปออสเตรเลีย ก็เพื่อทรานส์ฟอร์เมอร์ส นั่นเอง
“ฉันไม่ค่อยสนใจซากที่หมดความสามารถในการดำรงชีวิตเท่าไหร่หรอกนะ”
ด็อกเตอร์ตอบอย่างใจเย็น เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาที่ดูเหมือนจะสอบถามอะไรบางอย่างจากโทนี่
“เมกะทรอน ทรานส์ฟอร์เมอร์สที่ยังคงมีสัญญาณชีพอยู่ต่างหาก ที่เป็นเป้าหมายการวิจัยของฉัน”
“งั้นก็ดีครับ อย่างน้อยฉันก็จะได้สบายใจขึ้นที่รู้ว่าด็อกเตอร์จะไม่ลงมือกับทรานส์ฟอร์เมอร์สในฐานทัพ”
โทนี่รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อยหลังได้ฟังคำตอบของด็อกเตอร์ แล้วหันไปมองพันเอกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ผู้พัน ที่จริงเรามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อมาชมการวิจัยทรานส์ฟอร์เมอร์สของรัฐบาลออสเตรเลียหรอกนะครับ”
ในสายตาของโทนี่ วิธีเก็บข้อมูลของฐานทัพที่ชื่อว่า ‘ปลายหอก’ สิ้นเปลืองเวลาและแรงงานเกินไป ถ้าเป็นเขาคงไม่ใช้เวลานานขนาดนี้แน่
“เชิญตามผมมาครับ”
ผู้พันเลือกที่จะเมินคำพูดดูถูกเล็กน้อยของโทนี่ไป
ถึงแม้คำพูดของซูเปอร์ฮีโร่ชาวอเมริกันคนนี้จะไม่เพราะนัก แต่ก็เป็นความจริง
เทคโนโลยีชุดเกราะเหล็กของโทนี่เหนือกว่าเทคโนโลยีของออสเตรเลียอย่างเห็นได้ชัด
นี่จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลออสเตรเลียให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีทรานส์ฟอร์เมอร์สในซากปรักหักพังนี้มาก
หลังจากออกจากที่หลบภัยของฐานทัพที่ทรานส์ฟอร์เมอร์สอยู่ ผู้พันพาทีมของโทนี่ไปยังห้องทดลองที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงกว่าเดิม
เมื่อเข้าไปในห้องทดลอง สายตาของโทนี่ก็ไปหยุดอยู่ที่ลูกบาศก์ขนาดใหญ่กลางห้องทันที
ก่อนหน้านี้ โทนี่เคยศึกษาโครงสร้างสามมิติของลูกบาศก์จากภาพที่อัลตรอนสร้างขึ้นมาแล้ว
แต่พอได้เห็นลูกบาศก์ลึกลับนี้ด้วยตาตัวเอง เขาก็ยังคงถูกดึงดูดด้วยลวดลายเอกลักษณ์บนพื้นผิวและพลังงานลึกลับที่แผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรายละเอียดที่เขาไม่เคยสัมผัสได้จากภาพสามมิติ
โคลาร์สันก็ถูกความลึกลับของลูกบาศก์ดึงดูดใจเช่นกัน
เขาจ้องมองลูกบาศก์ที่เปล่งแสงระยิบระยับเบา ๆ ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกสองสามก้าว สายตาจับจ้องอยู่ที่ลูกบาศก์ลึกลับตรงหน้า ใบหน้าแสดงออกถึงความหลงใหลอย่างเห็นได้ชัด
ขณะที่โคลาร์สันกำลังหลงใหลอยู่นั้น เขากลับไม่ทันสังเกตว่ามือถือในกระเป๋าของเขาดันสว่างขึ้นมาเอง พร้อมกับส่งสัญญาณพิกัดฐานทัพทหารหุบเขาสนออกไปในเวลาเดียวกัน
สัญญาณพิกัดที่ส่งออกมานั้นพิเศษมาก แม้แต่ระบบเครือข่ายของฐานทัพเองก็ยังตรวจจับไม่ได้
หากจะพูดถึงผู้ที่รับรู้เหตุการณ์ทั้งหมด ก็คือด็อกเตอร์ที่เข้ามาในห้องทดลองเช่นกัน
แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา
หรือพูดให้ถูกกว่านั้น นี่คือเหตุการณ์ที่เขาต้องการให้เกิดขึ้น
ไม่มีใครรู้ว่าวิกฤตกำลังจะมาถึง
พันเอกหันสายตาจากลูกบาศก์ แล้วหันไปพูดกับโทนี่
“นี่คือสิ่งของที่กองทัพค้นพบพร้อมกับสิ่งมีชีวิตเครื่องจักรที่เรียกว่าทรานส์ฟอร์เมอร์ส แล้วนำเข้ามาในฐานทัพ กองทัพพยายามสแกนโครงสร้างภายในของลูกบาศก์นี้หลายครั้งแล้ว แต่ผลลัพธ์ก็ไม่น่าพอใจ รังสีเอกซ์ทะลุผ่านผิวของลูกบาศก์ไม่ได้ ดูเหมือนจะมีโครงสร้างพิเศษบางอย่างปกป้องลูกบาศก์ ขัดขวางการสำรวจของเราอยู่”
เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวของลูกบาศก์ ทำให้การวิจัยของกองทัพออสเตรเลียล่าช้ามาก จึงจำเป็นต้องระงับการวิจัยชั่วคราว หันไปให้ความสำคัญกับการวิจัยทรานส์ฟอร์เมอร์สแทน
สำหรับเทคโนโลยีของออสเตรเลีย การวิจัยทรานส์ฟอร์เมอร์สก็ยากลำบากอยู่แล้ว
ยิ่งเป็นลูกบาศก์ด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
โทนี่ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเท่าไรกับคำอธิบายของพันเอก
เทคโนโลยีต่างดาวอย่างลูกบาศก์นั้น กระบวนการวิจัยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
การจะได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ ต้องใช้กำลังคนและทรัพยากรอย่างมหาศาล เหมือนกับตอนที่ชีลด์วิจัยอัญมณีแห่งอวกาศ
และการทดลองของเหล่าอเวนเจอร์กับอัญมณีแห่งจิตใจ แน่นอนว่า โทนี่และพวกเขาสร้างปัญญาประดิษฐ์ทรงพลังอย่างอัลตรอนได้สำเร็จด้วยพลังของอัญมณีแห่งจิตใจ
แต่ความจริง กระบวนการสร้างอัลตรอนเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนมากมาย
ถึงแม้จะรู้เงื่อนไขทั้งหมดในตอนนั้น โทนี่ก็ไม่กล้ารับประกันว่าจะสร้างอัลตรอนได้อีก
ดังนั้น เมื่อฟังพันเอกพูดจบ โทนี่จึงหันไปมองด็อกเตอร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสัญชาตญาณ
เขาเข้าใจว่า ข้อมูลทรานส์ฟอร์เมอร์สที่ด็อกเตอร์บอกมานั้น ยังมีข้อมูลสำคัญบางส่วนที่ถูกปิดบังอยู่
“ถ้าไขออลสปาร์คได้ง่ายขนาดนี้ มันก็ไม่สมควรจะเป็นของศักดิ์สิทธิ์ของทรานส์ฟอร์เมอร์สหรอก”
ภายใต้สายตาที่จับจ้องของโทนี่ ด็อกเตอร์จึงอธิบายที่มาของลูกบาศก์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เขาเดินไปหยิบลูกบาศก์ขึ้นมา อยู่ตรงหน้าทุกคน ท่ามกลางสายตาที่ระแวดระวังของพันเอก
มองไปที่สัญลักษณ์ลึกลับที่เปล่งประกายบนพื้นผิวลูกบาศก์ เขาพูดด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ ว่า “ตามบันทึกจากซากปรักหักพัง ออลสปาร์คคือต้นกำเนิดพลังของทรานส์ฟอร์เมอร์ส เป็นทั้งจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทางของพลังทั้งหมดของเผ่าพันธุ์นี้ ถึงแม้บันทึกในซากปรักหักพังจะพูดถึงออลสปาร์คไม่ละเอียดนัก แต่จากท่าทีของเมกะทรอน ก็พอจะเดาได้ว่า ออลสปาร์คสำคัญต่อทรานส์ฟอร์เมอร์สมหาศาลแค่ไหน”
“ถ้าออลสปาร์คสำคัญกับเมกะทรอนขนาดนี้ บางทีเราอาจจะทำลายมันซะเลยก็ได้”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของด็อกเตอร์เกี่ยวกับออลสปาร์ค โทนี่ก็ขมวดคิ้ว มองลูกบาศก์ในมือด็อกเตอร์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า
“ไม่ได้!”
ทันทีที่ได้ยินโทนี่ต้องการทำลายลูกบาศก์ พันเอกก็รีบปฏิเสธเสียงแข็ง
“ลูกบาศก์นี้เป็นของกองทัพออสเตรเลีย คุณสตาร์ค คุณไม่มีสิทธิ์…”
พันเอกแสดงท่าทีเด็ดเดี่ยว แต่โทนี่ไม่สนใจแม้แต่น้อย
เขาอยากรู้เกี่ยวกับพลังของลูกบาศก์มาก แต่กังวลกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นมากกว่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่เมกะทรอนให้ความสำคัญกับลูกบาศก์ ทำให้โทนี่คิดว่า การทำลายมันเสียเลยน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด มากกว่าปล่อยให้มันอยู่และรอให้เกิดอันตราย
“ถ้าคุณอยากจะทำแบบนั้น ก็ลองดูได้”
เมื่อเผชิญกับข้อเสนอของโทนี่ ด็อกเตอร์ก็ยังคงนิ่งเฉย
เขาทิ้งลูกบาศก์ในมือให้โทนี่ ราวกับไม่กังวลเรื่องความปลอดภัยเลย
“คุณสตาร์ค กรุณาหยุดการกระทำของคุณด้วย”
ด็อกเตอร์อาจจะเฉยชา แต่พันเอกทำอย่างนั้นไม่ได้
การมีอยู่ของลูกบาศก์สำคัญมากสำหรับออสเตรเลีย เขาจึงไม่สามารถยอมให้โทนี่ทำลายมันได้
โทนี่รับลูกบาศก์ที่ด็อกเตอร์ขว้างมา สัมผัสถึงน้ำหนักมหาศาลในมือ ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นทันตาเห็น
ก่อนหน้านี้ โทนี่แค่คิดว่าคำอธิบายของด็อกเตอร์ฟังขึ้น แต่พอได้เห็นลูกบาศก์ในมือ ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในใจเขาจริง ๆ
โทนี่คว้าลูกบาศก์แน่น ปุ๊บ! นาโนโรบอตก็หุ้มมือทั้งสองข้างของเขาเป็นเกราะแขนขึ้นมาทันที
เขายื่นฝ่ามือออกไป ปืนพลังงานทรงพลังปรากฏขึ้น
บูม——
คลื่นกระแทกเงียบ ๆ สะเทือนห้องทดลองเล็กน้อย
ไม่กี่วินาทีต่อมา แสงบนฝ่ามือของโทนี่ก็หายไป แต่ลูกบาศก์ในมือยังสภาพเดิม ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของคลื่นเสียงความถี่สูง
เห็นอย่างนั้น พันเอกก็โล่งใจ
“ดูเหมือนคุณจะรู้ผลลัพธ์นี้แต่แรกแล้วสินะ ด็อกเตอร์”
โทนี่มองลูกบาศก์ที่ยังสมบูรณ์ในมือ แล้วหันไปพูดกับด็อกเตอร์
“ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าทรานส์ฟอร์เมอร์ ออลสปาร์ค ย่อมได้รับการปกป้องไว้ในภาชนะที่แข็งแกร่งที่สุด ลูกบาศก์นี้เป็นแค่ภาชนะบรรจุออลสปาร์คเท่านั้น”
ด็อกเตอร์อธิบายอย่างใจเย็น ภายใต้สายตาของโทนี่
ด็อกเตอร์ควบคุมแขนตัวเองให้เป็นโลหะเหลว ไหลไปหยดลงบนมือโทนี่ รับลูกบาศก์กลับคืนมา มองลูกบาศก์แข็งแกร่งไร้เทียมทานนั้น แล้ววางลงในอ้อมแขนของโคลาร์สันที่กำลังทำหน้าตางง ๆ อยู่
“ดังนั้น การปลุกพลังแห่งเมททริกซ์จิตพลังผู้นำจึงต้องอาศัยวิธีพิเศษ”
ทันทีที่ด็อกเตอร์พูดจบ แขนของเขาก็แปลงร่างเป็นมีดผ่าตัดโลหะสีเงินขาววาววับต่อหน้าต่อตา ด็อกเตอร์ใช้มีดนั้นกรี๊ดเบา ๆ บนแก้มโคลาร์สัน เลือดของโคลาร์สันจึงติดอยู่บนมีด จากนั้นด็อกเตอร์ก็ใช้เลือดนั้นทาลงบนลูกบาศก์ที่โคลาร์สันถืออยู่
เพราะมีดผ่าตัดที่ด็อกเตอร์แปลงร่างมานั้นคมเฉียบ โคลาร์สันจึงรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเมื่อเลือดไหลลงมาตามรอยแผลบนแก้ม เขาเงยหน้ามองลูกบาศก์ที่ถืออยู่ แล้วก็เอามือลูบแก้มตัวเอง มองเลือดที่ติดอยู่บนนิ้ว ก่อนจะมองด็อกเตอร์ด้วยสายตาประหลาดใจ
“ทำไม……”
แต่โคลาร์สันยังไม่ทันได้ถามความสงสัยนั้น
บนลูกบาศก์เย็นยะเยือกที่อยู่ในอ้อมแขนของเขานั้น เส้นลายสีแดงสดราวลาวาไหลเคลื่อนและเปล่งประกาย พร้อมกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากลูกบาศก์
“นี่มันอะไรกัน?!”
เห็นความผิดปกติของลูกบาศก์ในอ้อมแขนโคลาร์สัน โทนี่หน้าเปลี่ยนสีทันที แล้วหันไปมองด็อกเตอร์
“ลูกบาศก์นี้คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของทรานส์ฟอร์เมอร์ส ซ่อนพลังแห่งต้นกำเนิดของพวกมันเอาไว้ และในฐานะสิ่งมีชีวิตกลไกอันเป็นเอกลักษณ์ แหล่งพลังงานอย่างออลสปาร์คก็ย่อมมีกลไกป้องกันตัวเอง เหมือนมนุษย์สร้างภูมิคุ้มกันเมื่อเจอไวรัส สำหรับลูกบาศก์แล้ว ดีเอ็นเอของมนุษย์นั่นแหละคือไวรัสจากต่างดาว เมื่อรู้สึกถึงการบุกรุก ลูกบาศก์จึงตอบสนองตามธรรมชาติ”
ด็อกเตอร์จ้องมองลูกบาศก์สีแดงที่เปล่งแสงวาบ ๆ ในอ้อมแขนของโคลาร์สัน เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ซึ่งความจริงแล้ว ปฏิกิริยาของลูกบาศก์เกิดจากฝีมือเจ้าของร้านขายของเก่า
แน่นอน ไรอันไม่ได้แค่สั่งการให้ลูกบาศก์ทำงานเท่านั้น
ขณะเดียวกันกับที่ลูกบาศก์เกิดปฏิกิริยา
ในห้องหลบภัยของฐานทัพ ทรานส์ฟอร์เมอร์สที่ยืนนิ่งอยู่นั้น ดูเหมือนจะถูกพลังงานภายในลูกบาศก์ดึงดูด
อกของทรานส์ฟอร์เมอร์สขนาดมหึมา แกนกลางที่ดับไปแล้วคำรามแผ่ว ๆ และดวงตาที่มืดมนในหัวของมันก็ส่องแสงสีฟ้าอ่อน ๆ วาบขึ้นมา
(จบตอน)
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_