- หน้าแรก
- Marvel: ฉันได้รับพลังจากตัวละครไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 692 ตัวประกัน
บทที่ 692 ตัวประกัน
บทที่ 692 ตัวประกัน
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
บทที่ 692 ตัวประกัน
ปัง ปัง——
สตีฟหลบกระสุนที่พุ่งเข้ามาอย่างว่องไว ก่อนจะกดปุ่มบนอุปกรณ์ในมือ
ทันใดนั้น โล่ที่กัปตันโยนไปก็กลับมาอยู่ในมือเขาอีกครั้ง ด้วยแรงดึงดูดของแม่เหล็ก
ได้โล่คืนมา สตีฟไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มโจรที่ยิงปืนใส่เขาไม่ยั้ง
“เวรเอ้ย! ทำไมพวกที่คอยเฝ้าระวังถึงไม่ส่งสัญญาณเตือนวะ!”
โจรที่ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากตะโกนด้วยความตกใจและหวั่นไหวพลางยิงปืนใส่กัปตันอเมริกาไม่หยุด
“เดี๋ยวพวกแกก็จะได้เจอมันในไม่ช้า”
เสียงเย็นชาของวินเทอร์โซลเจอร์ตอบกลับมา พร้อมกับการเคลื่อนไหวรวดเร็ว แขนกลของเขาเปลี่ยนเป็นแส้ พันรัดตัวโจรคนหนึ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว ดึงร่างอีกฝ่ายกระแทกพื้นอย่างแรง จนโจรคนนั้นสลบไปในทันที
บัคกี้หมุนไหล่เล็กน้อย ดึงแขนกลกลับมา แล้วมองไปที่สตีฟที่กำลังต่อสู้กับโจรกลุ่มอื่น เขาเองก็ไม่ยอมแพ้ บุกเข้าโจมตีกลุ่มโจรตรงหน้าอย่างไม่ลดละ
“พวกอเวนเจอร์! มาวุ่นวายทำไมวะ ในจังหวะแบบนี้!”
เห็นพวกเดียวกันถูกกัปตันอเมริกาและวินเทอร์โซลเจอร์ จับทีละคนจนหมด หน้ากากของหัวหน้าโจรหน้าตาประหลาด ที่ลิ้นเหมือนกิ้งก่าเปลี่ยนสีได้ บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธแค้น เกล็ดบนใบหน้าที่เหมือนผิวสัตว์เลื้อยคลานขยับไหวไม่หยุด มันชูลิ้นยาวราวกับแส้ คว้าประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ข้างหลัง แล้วเหวี่ยงใส่สตีฟที่วิ่งเข้ามาอย่างแรง
“อ๊า~”
ร่างของพลเรือนถูกโจรจับยกขึ้นกลางอากาศ เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น
เห็นพลเรือนที่ถูกลิ้นของโจรหน้าตาประหลาดพันอยู่ สตีฟหยุดฝีเท้าทันที กระโจนตัวเข้าไปรับพลเรือนที่กรีดร้องไว้ได้อย่างปลอดภัย
“ไม่เป็นไรแล้วครับ คุณปลอดภัยแล้ว”
สตีฟใช้มือทั้งสองข้างประคองพลเรือนที่ยังคงดิ้น เขาก้มตัวเล็กน้อยเพื่อลดแรงกระแทก มองไปที่ชายผู้ตกใจสุดขีด รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความโล่งใจปรากฏอยู่ใต้หน้ากากของกัปตันอเมริกา
“ขะ…ขอบคุณครับ…กัปตันอเมริกา…”
เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บ พลเรือนก็แสดงสีหน้าขอบคุณกัปตันอเมริกาออกมา
“ตอนนี้รีบออกไปจากที่นี่เถอะครับ”
หลังจากวางชายคนนั้นลง สตีฟก็ชูโล่ขึ้นมาบัง ให้ชายคนนั้นใช้โอกาสนี้วิ่งออกไปจากธนาคาร
หันไปมอง กลับเห็นว่าลิ้นของโจรได้พันรัดหญิงสาวคนหนึ่งอยู่แล้ว
“อย่าเข้ามานะ กัปตันอเมริกา!”
ลิ้นกลายพันธุ์นั้นทรงพลังเหลือเชื่อ กล้ามเนื้อมหาศาลทำให้ไอ้โจรหน้าประหลาดเหวี่ยงหญิงสาวที่พันอยู่บนลิ้นไปมาเหมือนของเล่นได้อย่างสบาย ๆ มันใช้ร่างของหญิงสาวบังตัวเอง พลางส่งเสียงแหบพร่าไปยังสตีฟและบัคกี้ที่กำลังกรูเข้ามาในธนาคาร
“ถ้าพวกแกกล้าขยับเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะบิดคอเธอให้ขาดคาที่!”
มันบังคับให้ลิ้นพันรัดคอที่บอบบางของหญิงสาว ใบหน้าของโจรแสดงออกถึงความโหดเหี้ยมและความเกรี้ยวกราดอย่างชัดเจน
เมื่อได้ยินคำขู่ สตีฟลังเลไปชั่วอึดใจ
อีกด้านหนึ่ง วินเทอร์โซลเจอร์กำลังขยับแขนกล เตรียมเปลี่ยนรูปร่างเป็นลำกล้องปืนพลังงานเพื่อจัดการไอ้โจรนี้ให้ราบคาบ
แต่ไอ้โจรหน้าประหลาดที่สังเกตเห็นท่าทางของบัคกี้ก่อนใคร จึงรีบดึงหญิงสาวที่พันอยู่บนลิ้นเข้ามาประคองไว้แนบอก พร้อมกับตะโกนขู่เสียงเข้ม
“และแกนั่นแหละ อย่าคิดทำอะไรลับหลังฉัน ถ้าฉันจับได้ว่าแกมีท่าทีอะไร ฉันจะบิดคอแกให้ขาดเหมือนกัน!”
ควบคู่ไปกับคำขู่ ลิ้นที่พันอยู่รอบคอหญิงสาวค่อย ๆ รัดแน่นขึ้น หญิงสาวร้องด้วยความเจ็บปวด
“บัคกี้!”
เห็นสภาพที่ทรมานของหญิงสาว สตีฟรีบห้ามวินเทอร์โซลเจอร์ไว้ทันที
ได้ยินเสียงเพื่อน บัคกี้จึงคลายมือจากแขนกลที่กำแน่นไว้ จ้องมองโจรด้วยสายตาเย็นชา
เมื่อเห็นว่าสตีฟและบัคกี้หยุดการกระทำ ใบหน้าที่ปกปิดอยู่ใต้หน้ากากของไอ้โจรหน้าประหลาดก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ต้องเผชิญหน้ากับซูเปอร์ฮีโร่ระดับเทพถึงสองคน แม้ว่าตัวเองจะกลายเป็น ‘มนุษย์กลายพันธุ์’ ไปแล้ว แต่ใจก็ยังคงหวั่นไหวอยู่ดี
เพราะพวกเดียวกันที่นอนแน่นิ่งอยู่ในธนาคารนั่นแหละ คือบทเรียนสำคัญที่สุด
มันดึงตัวประกันที่เกาะอยู่ที่ลิ้นตัวเองเข้ามาบัง เพื่อไม่ให้สองซูเปอร์ฮีโร่หาช่องโหว่ได้
โจร ‘มนุษย์กลายพันธุ์’ กระซิบสั่งการพรรคพวกคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในห้องโถงธนาคาร
พรรคพวกคนนั้นถึงกับตัวแข็ง รีบโยนปืนที่หมดกระสุนทิ้ง คว้าถุงเงินที่เต็มไปด้วยธนบัตรจากเคาน์เตอร์ธนาคาร แล้วคว้าหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ด้วยความตกใจท่ามกลางกลุ่มคนหมอบตัว เล็บมือแหลมคมปรากฏขึ้นทันที จ่อไปที่ดวงตาของหญิงสาวเพื่อข่มขู่
“ตอนนี้ ทำตามที่ฉันบอก กัปตันอเมริกา”
พอมีตัวประกันสองคนอยู่ในมือ ใบหน้าภายใต้หน้ากากของโจร ‘มนุษย์กลายพันธุ์’ ก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
มันจับตาสองซูเปอร์ฮีโร่ที่กำลังลังเลอยู่ พร้อมกับขยับเข้าไปใกล้พรรคพวก หันไปพูดกับสตีฟ
“พวกคุณก็รู้ การดิ้นรนแบบนี้มันไร้ประโยชน์”
สตีฟมองไปที่ตัวประกันที่โจร ‘มนุษย์กลายพันธุ์’ จับตัวไว้ พยายามใช้เสียงเรียบนิ่งพูดกับพวกมัน
“อเวนเจอร์สได้ล็อคตำแหน่งพวกคุณแล้ว ไม่ว่าจะหนีไปไหน สุดท้ายก็ต้องถูกจับ”
“ดูท่า แกยังไม่เข้าใจสถานการณ์ กัปตันอเมริกา”
คำพูดของสตีฟทำให้โจร ‘มนุษย์กลายพันธุ์’ โกรธจัด เพราะมันรู้ดีว่าทุกอย่างที่สตีฟพูดนั้นเป็นความจริง
ด้วยพลังของเหล่าอเวนเจอร์ส การจัดการกับโจรปล้นธนาคารระดับนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด
ท่ามกลางความตื่นตระหนก แรงที่กระทำต่อลิ้นตัวประกันเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทำให้สีหน้าของเขาเจ็บปวดขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเห็นสภาพของตัวประกัน สตีฟก็กำมือที่ถือโล่แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“อัลตรอน ผมต้องการให้คุณ…”
สบตาบัคกี้ที่อยู่ใกล้ ๆ สตีฟจึงลดเสียงลง พูดกับอัลตรอนผ่านหูฟังเบา ๆ จนมีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยิน
“เกิดอะไรขึ้น?!”
แผนของสตีฟคือใช้จังหวะที่อัลตรอนตัดไฟธนาคาร ร่วมมือกับบัคกี้กำราบพวกโจรมนุษย์กลายพันธุ์ตรงหน้า
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะลงมือ
เสียงแสดงความประหลาดใจดังขึ้นจากในธนาคาร
พร้อมกับเสียงนั้น โจรมนุษย์กลายพันธุ์อีกสองคนสวมหน้ากากเช่นกันก็เดินออกมาจากห้องเก็บของมีค่า
พวกมันถือถุงเงินเต็มมือ เมื่อเห็นโจรที่นอนอยู่กับพื้นห้องโถง และเหล่าอเวนเจอร์ ก็เข้าใจสถานการณ์ทันที แล้วชี้ปืนไปที่สตีฟและบัคกี้
“หยุด อัลตรอน”
โจรสองคนที่ออกมาจากห้องเก็บของมีค่า ทำให้แผนของสตีฟต้องเปลี่ยนไป
เขาจ้องมองกลุ่มโจรทั้งสี่ที่รวมตัวกันในห้องโถงธนาคาร คิ้วใต้หน้ากากก็อดไม่ได้ที่จะขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
ถ้าเทียบกันแค่เรื่องพละกำลัง พวกโจรมนุษย์กลายพันธุ์ทั้งสี่คนนั้น แม้จะร่วมมือกัน ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อกรของกัปตันอเมริกาเพียงคนเดียว
แต่ประชาชนที่อยู่ข้างหลังโจร รวมถึงตัวประกันที่พวกมันจับตัวเอาไว้ ทำให้สตีฟลังเลที่จะลงมือ
“ซวยแล้ว ทำไมต้องมาเจอพวกอเวนเจอร์สด้วยวะเนี่ย!”
สตีฟและพวกพ้องจึงไม่กล้าลงมืออย่างง่ายดาย
ฝั่งโจรมนุษย์กลายพันธุ์ก็สาปแช่งดวงซวยของตัวเองเช่นกัน ทั้งนิวยอร์กมีคดีอาชญากรรมมากมายเต็มไปด้วยอาชญากร ทำไมพวกมันถึงซวยขนาดนี้ มาเจอกัปตันอเมริกาได้วะ
พอคิดว่าถึงแม้จะหนีออกจากธนาคารได้ ต่อไปก็ต้องเจอกับการไล่ล่าจากเหล่าอเวนเจอร์ส
โจรมนุษย์กลายพันธุ์ร่างกำยำที่ออกมาจากห้องนิรภัย หน้าเครียดจัด อารมณ์เปลี่ยนแปลง ผิวหนังที่โผล่พ้นออกมาเริ่มขยับไหว หนามแหลมคมจำนวนมากคล้ายเม่นทะยานออกมาจากหลัง จนทะลุเสื้อผ้า
“พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะไปเผชิญหน้ากับอเวนเจอร์สหรอกนะ กัปตันอเมริกา”
โจรมนุษย์กลายพันธุ์รูปร่างคล้ายเม่น บีบปืนจนแหลกเป็นเศษเหล็ก หันไปมองสตีฟด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและสุภาพ
“แค่คุณปล่อยพวกเราออกจากธนาคาร ฉันก็รับประกันว่าจะไม่ทำร้ายใครในธนาคารนี้ พวกเราแค่ต้องการเงินแค่นั้นเอง”
“นี่มันอาชญากรรมนะ”
จากมุมมองของโจรมนุษย์กลายพันธุ์ พวกมันยอมลดเงื่อนไขลงไปมากแล้ว
แต่สำหรับสตีฟ มันเป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถยอมรับได้อย่างแน่นอน
“พวกเราก็แค่ต้องการมีชีวิตรอดเท่านั้นเอง”
มนุษย์กลายพันธุ์เม่นพูดกับพวกพ้องด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า “พอกลายเป็นอย่างนี้แล้ว ไม่มีใครอยากจ้างพวกเราหรอก ถ้าไม่อยากตายเพราะอดอยาก ก็ต้องพึ่งตัวเองแล้วล่ะ”
“แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะมาทำผิดกฎหมาย”
คำพูดของพวกโจรมนุษย์กลายพันธุ์สะท้อนให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ของพวกมันในสังคม แต่สตีฟจะไม่หลงกลง่าย ๆ
จากที่เห็นพวกมันยิงปืนไม่ลังเลเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าก่อนจะกลายเป็นพวกมนุษย์กลายพันธุ์ พวกมันก็ไม่ใช่คนดีอะไร
“คุณเป็นคนบังคับฉันเอง กัปตันอเมริกา”
ท่าทีที่แน่วแน่ของสตีฟ ทำให้มนุษย์กลายพันธุ์เม่นรู้ว่า ไม่สามารถโน้มน้าวเขาได้ด้วยคำพูดง่าย ๆ
ใต้หน้ากาก สีหน้าของมันบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธแค้น หนามแหลมคมที่หลังมันชูตั้งขึ้นทีละอัน ตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติของพวกมนุษย์กลายพันธุ์ สตีฟจึงยกโล่ขึ้นโดยสัญชาตญาณ ขณะเดียวกัน วินเทอร์โซลเจอร์อีกฝั่งก็เปลี่ยนแขนกลให้เป็นอาวุธปืนโดยไม่ลังเล เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
กึก..
ดูเหมือนการต่อสู้จะปะทุขึ้นในไม่ช้า
ในขณะนั้นเอง ปืนที่ทิ้งไว้กับปลอกกระสุนที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วธนาคาร เริ่มสั่นสะเทือนขึ้น
สตีฟรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่กระทำต่อโล่ไวเบรเนียมในมือเขา
ส่วนวินเทอร์โซลเจอร์นั้น ถึงกับต้องจับแขนกลของตัวเองไว้ เพราะมันเปลี่ยนกลับไปเป็นแขนปกติโดยที่เขาควบคุมไม่ได้
ความอลหม่านในห้องโถงธนาคารดึงดูดความสนใจของกลุ่มโจรมนุษย์กลายพันธุ์เหล่านั้นไปด้วย พวกมันหันหน้ามองซ้ายมองขวาด้วยความตกใจ สายตาจับจ้องไปยังโลหะรอบตัวที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ความหวั่นวิตกถาโถมเข้าใส่ใจพวกมันอย่างรวดเร็ว
“เวรเอ้ย! กัปตันอเมริกา รีบหยุดเรื่องนี้ซะ!”
โจรมนุษย์กลายพันธุ์ใช้ลิ้นที่ควบคุมได้อย่างเชี่ยวชาญรัดคอตัวประกันแน่น มันจ้องมองสตีฟที่ดูจะงงงวยไม่น้อย คิดว่าเหตุการณ์วุ่นวายในธนาคารทั้งหมดเป็นฝีมือของเหล่าอเวนเจอร์ส
“เรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือผม”
สตีฟต้องใช้แรงมากขึ้นเพื่อยึดโล่ไว้ เพราะแรงดึงดูดจากสนามแม่เหล็กมหาศาลนั้นรุนแรงเหลือเกิน
สตีฟขมวดคิ้วตอบกลับคำขู่ของโจรมนุษย์กลายพันธุ์
“แกคิดว่าฉันจะเชื่อแกเหรอ?”
โจรมนุษย์กลายพันธุ์ไม่เชื่อคำตอบของสตีฟ มันบีบกล้ามเนื้อลิ้นที่รัดคอตัวประกันแน่นขึ้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะตะโกนลั่น
“ถ้าแกไม่หยุดเรื่องนี้ ฉันจะบีบคอเธอขาด!”
“ผมก็บอกแล้วว่า…”
สีหน้าของสตีฟเปลี่ยนไปทันทีเมื่อถูกข่มขู่ เขาจับโล่แน่น พร้อมจะขว้างมันออกไป
ฉับพลันนั้น กระสุนปืนลูกหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้นห้องโถงธนาคาร ดูเหมือนถูกแรงลึกลับดึงขึ้นไปลอยอยู่กลางอากาศ มันหมุนติ้วอยู่หลายรอบก่อนจะพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
ฟุ้บ——
ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว กระสุนก็ทะลุลิ้นของโจรมนุษย์กลายพันธุ์เข้าไปอย่างจัง
“อ๊า~”
ลิ้นกลายพันธุ์ทำให้โจรมนุษย์กลายพันธุ์มีพละกำลังมหาศาล แต่ไม่ว่าพละกำลังจะมากมายเพียงใด ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงสภาพที่แท้จริงของมันซึ่งก็คือลิ้นได้
กระสุนทะลุลิ้นมนุษย์กลายพันธุ์ ทำให้มันส่งเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
ตัวประกันที่ถูกมัดอยู่บนลิ้นนั้นหลุดออก เลือดพุ่งออกมาจากปากมนุษย์กลายพันธุ์โจรอย่างท่วมท้น
กระสุนที่ทะลุลิ้นมนุษย์กลายพันธุ์ไปแล้วนั้น กลับไม่ทำให้มันเสียการทรงตัวเท่าไหร่ มันยังคงหมุนวนไปในอากาศอีกสองสามรอบ ก่อนจะพุ่งทะลุเล็บแหลมคมของมนุษย์กลายพันธุ์อีกตัว แล้วจึงไปหยุดอยู่ที่มือของชายคนหนึ่งหน้าธนาคาร
“ดูเหมือนพวกเรากลุ่มนี้จะใช้ไม่ได้เลยนะ”
ชายคนนั้นใช้พลังแม่เหล็กคุมกระสุนให้ลอยอยู่บนฝ่ามือ เขาเหลือบมองเหตุการณ์ในธนาคาร แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“พวกเรางั้นเหรอ?”
เหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่การข่มขู่ของมนุษย์กลายพันธุ์จนถึงการปรากฏตัวของชายคนนั้น ใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น
สตีฟได้ยินคำพูดของชายคนนั้น ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
“พวกแก! ตายกันให้หมดไปซะ!”
แต่ในจังหวะนั้น เมื่อเห็นพวกพ้องบาดเจ็บและหมดสภาพ เม่นประหลาดคำรามด้วยความโกรธแค้น พร้อมปลดปล่อยหนามแหลมคมจากหลังออกมาในทันที
“แย่แล้ว! บัคกี้รีบป้องกันเร็ว!”
สตีฟเห็นการเปลี่ยนแปลงของเม่นประหลาด สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
หากหนามแหลมคมนั้นพุ่งออกมา คนในธนาคารไม่มีทางรอดแน่
ได้ยินเสียงเพื่อน บัคกี้ไม่รอช้าควบคุมแขนกล ภายใต้อิทธิพลของสนามแม่เหล็กทรงพลัง มันเปลี่ยนรูปทรงเพื่อหยุดยั้งเหตุการณ์
แต่ระยะห่างระหว่างบัคกี้กับเม่นประหลาด ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว หนามแหลมคมกำลังพุ่งเข้าใส่
โศกนาฏกรรมกำลังจะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
……
ชั่วพริบตาเดียว ภายในธนาคาร ทุกอย่างดูเหมือนถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว ทุกอย่างหยุดนิ่งสนิทในทันที
(จบตอน)
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_