- หน้าแรก
- Marvel: ฉันได้รับพลังจากตัวละครไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 672 ร่วมมือกัน
บทที่ 672 ร่วมมือกัน
บทที่ 672 ร่วมมือกัน
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
บทที่ 672 ร่วมมือกัน
เรือนจำเกาะไรเกอร์ส
บัคกี้มองไวเบรเนียมโล่แตกเป็นสองซีกตรงหน้า ใบหน้าเย็นชาที่เขาพยายามรักษาไว้ตลอดมาเริ่มคลายลง
ในฐานะเพื่อนร่วมรบ เคยฝ่ากระสุนและระเบิดในสงครามโลกครั้งที่สองกับกัปตันอเมริกา บัคกี้เข้าใจดีถึงความสำคัญของโล่ใบนี้ที่มีต่อสตีฟ
โล่ประดับธงชาติอเมริกา คือสัญลักษณ์จิตวิญญาณของกัปตันอเมริกา เป็นเครื่องหมายบ่งบอกตัวตนของเขาอย่างชัดเจน โล่ใบนี้เคียงข้างสตีฟมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง แช่แข็งร่วมกันนานถึงเจ็ดสิบปี มันจึงไม่ใช่อาวุธธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์แทนจิตวิญญาณของอเมริกาด้วย
ทว่า โล่สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณของอเมริกา กลับถูกทิ้งบนพื้นราวกับเศษขยะไร้ค่า ปลิวไปตามลม
บัคกี้เงียบ ๆ ยื่นมือออกไป หยิบเศษไวเบรเนียมโล่ขึ้นมา
แขนกลของวินเทอร์โซลเจอร์ปัดเศษโล่ที่แตกหัก แววตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย
ในช่วงที่ไฮดร้าควบคุมและล้างสมอง เขาเคยต่อสู้กับสตีฟหลายครั้ง จึงยิ่งเข้าใจความแข็งแกร่งของโล่ใบนี้เป็นอย่างดี
แม้แขนกลที่ผ่านการปรับปรุงมาแล้วก็ยังยากจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนโล่ได้แม้เพียงเล็กน้อย แต่โล่ตรงหน้ากลับแตกเป็นสองซีก บัคกี้มองผ่านรอยแตกนั้น ก็พอจะนึกภาพพลังมหาศาลที่สามารถทำลายโล่ได้ออก
กระทั่งโล่ไวเบรเนียมที่แข็งแกร่งที่สุดในมือของสตีฟก็แตกเป็นสองท่อน แล้วกัปตันอเมริกาเป็นอย่างไร?
บัคกี้มองโล่ที่แตกหัก ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว มือที่กำโล่อยู่ก็บีบแน่นขึ้นอีกนิด
“ระวัง! หลบหน่อย!”
เสียงปีเตอร์ดังไปทั่วเรือนจำเกาะไรเกอร์ส
เงาของเขากระจายไปทั่วเรือนจำ
ต่อมา ร่างกายสีเขียวขนาดมหึมาพุ่งชนทะลุกำแพงสูงใหญ่ของเรือนจำเกาะไรเกอร์สอย่างไม่เกรงกลัว
“ภารกิจล่อฮัลค์ นี่มันหายนะชัด ๆ”
แมงมุมน้อยกระโดดเกาะราวเหล็กที่พังเสียหาย มองกำแพงเรือนจำที่ฮัลค์ทุบจนเป็นรูพรุน อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากเล็กน้อย พึมพำเบา ๆ
ฮัลค์ที่กำลังโกรธจัด ไม่มีเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น
เพื่อป้องกันไม่ให้มันสร้างความเสียหายในใจกลางนิวยอร์ก ปีเตอร์จึงต้องใช้พลังทั้งหมดล่อมันไปยังเรือนจำเกาะไรเกอร์ส
เพราะต้องการดึงดูดความสนใจของฮัลค์ ถึงแม้สไปเดอร์แมนจะมีความเร็วสูง แต่ก็มาถึงเรือนจำเป็นคนสุดท้าย
สไปเดอร์แมนคุกเข่าอยู่บนราวเหล็ก หายใจเข้าลึก ๆ มองฮัลค์ที่กำลังทำลายเรือนจำอย่างบ้าคลั่ง ส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองรอยแยกมิติขนาดมหึมาเหนือเรือนจำ ใบหน้าภายใต้หน้ากากเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
สำหรับ【บิล ไซเฟอร์】 ปีเตอร์ไม่เคยพบเห็นมาก่อนด้วยตาตัวเอง
แต่ปฏิกิริยาของสัญชาตญาณแมงมุมในตอนที่【บิล ไซเฟอร์】ปรากฏตัว แม้ตอนนี้สไปเดอร์แมนจะนึกถึงก็ยังรู้สึกหวาดเสียว
ตอนนี้ เมื่ออยู่ในสถานที่เกิดรอยแยกมิติ สัญชาตญาณแมงมุมของปีเตอร์ยิ่งกระตุ้นให้เขาหนีออกจากเรือนจำโดยเร็วที่สุด
ปีเตอร์พยายามกลั้นการรบกวนจากสัญชาตญาณแมงมุม สายตาของเขากวาดไปทั่วเรือนจำเกาะไรเกอร์ส ไม่นานก็พบกับบัคกี้ที่ยืนอยู่ที่ลานกว้างของเรือนจำ
“คุณวินเทอร์โซลเจอร์นี่เอง”
มองบัคกี้ที่นิ่งเงียบ ปีเตอร์รู้สึกสงสัยเล็กน้อย ยกข้อมือขึ้นเตรียมจะยิงใยแมงมุมไปหาเขา
แต่ด้วยสายตาที่มีความเร็วเหนือมนุษย์ เขากลับสังเกตเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของบัคกี้ ทำให้สไปเดอร์แมนชะงักการกระทำทันที
ตูม!ตูม!ตูม!
“ฮัลค์ โกรธ!”
ฮัลค์คำรามด้วยความโกรธ ใช้แขนทั้งสองข้างทุบทำลายทุกสิ่งรอบตัวให้พังยับเยิน
ตลอดการต่อสู้กับ【ซะกะสุกิ】 ฮัลค์ตกเป็นฝ่ายรับมือมาตลอด ความพ่ายแพ้ยิ่งจุดชนวนความโกรธแค้นในใจฮัลค์ให้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
ฮัลค์ทุบทำลายกำแพงคุกตรงหน้า ลมหายใจหนัก ๆ คล้ายจะพ่นไฟออกมาจากปาก แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา มันก็เงยหน้าขึ้นตีอกตัวเองดังสนั่นหวั่นไหว
มันหันมองไปรอบ ๆ คุก ดวงตาสีเขียวเข้มแข็งกร้าวจ้องไปที่วินเทอร์โซลเจอร์ที่อยู่ไม่ไกลนัก
ปัง!
ขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อทรงพลังงอลงเล็กน้อย ทิ้งรอยหลุมลึกไว้บนพื้นอย่างเห็นได้ชัด
ร่างกายมหึมาของฮัลค์พุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศพร้อมกับเสียงลมปั่นป่วน ก่อนจะร่วงลงมาตรงหน้าบัคกี้พร้อมเสียงคำรามกึกก้อง
ฮัลค์คำรามมองบัคกี้ มันชูแขนหนาขึ้นเตรียมจะคว้าตัววินเทอร์โซลเจอร์
แต่โล่ไวเบรเนียมที่แตกหักในมือบัคกี้กลับสามารถหยุดการโจมตีของฮัลค์ไว้ได้
แม้ความโกรธเกรี้ยวจะยังคงลุกโชนอยู่เต็มตา แต่เจตจำนงที่แน่วแน่ก็สามารถกดความโกรธนั้นลงได้
ฝ่ามือหยุดนิ่งเหนือศีรษะบัคกี้ ฮัลค์หายใจหอบ ชักมือกลับ แม้กระทั่งเสียงคำรามก็แผ่วเบาลงเล็กน้อย “กัปตันอเมริกา… โล่!”
……
“แม้แต่กัปตันก็……”
กัปตันอเมริกาที่กลายเป็นรูปปั้น ชวนให้ตกตะลึงมากกว่าแจ็ค·ไซมอนเสียอีก
ภายในพีระมิด โทนี่เอื้อมมือไปประคองสตีฟและฟอลคอนที่แข็งตัวเป็นรูปปั้นอยู่ตรงหน้า สีหน้าภายใต้ชุดเกราะนาโนของเขาอ่านยาก
“อุ๊ยตาย…ดูเหมือนว่าคนที่กลายเป็นรูปปั้นนี่ จะสำคัญมากสำหรับพ่อหนุ่มน้อยในชุดเกราะเหล็กนะ”
แสงจากปลายนิ้วของเขาส่องสว่างไปทั่วพีระมิด 【โบร์ซาลิโน่】มองโทนี่ที่นิ่งเงียบอยู่ แล้วค่อย ๆ เงยคิ้วขึ้นพูด
“พวกเขาทั้งหมดเคยเป็นเพื่อนร่วมรบ เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา”
โทนี่ตอบกลับอย่างเงียบ ๆ ภายใต้ชุดเกราะนาโน เป็นคำตอบให้กับโบร์ซาลิโน่
“นี่แหละคือการต่อสู้กับสิ่งผิดปกติ การเสียสละเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จริง ๆ แล้วตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเราก็กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเสียสละไปด้วย หวังว่าประธานจะไม่เสียใจมากเกินไป เมื่อได้ข่าวการเสียชีวิตของพวกเรานะ”
ถึงแม้จะพูดถึงการเสียสละ แต่ใบหน้าของ【โบร์ซาลิโน่】กลับไม่มีแม้แต่ความหวั่นกลัว
ดูเหมือนเขาเตรียมใจไว้แล้ว
“ฮึ่ม ไอ้พวกแก่ ๆ นั่นมันสนใจแต่เรื่องกักกัน ถึงแม้คนในองค์กร SCP ทั้งหมดจะตายหมด ฉันว่ามันก็คงไม่หลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียวหรอก”
เมื่อได้ยินคำพูดของ【โบร์ซาลิโน่】 【ซะกะสุกิ】ก็ได้ส่งเสียงฮึดฮัดออกมา
“เรื่องที่【โบร์ซาลิโน่】จะรอความตายอยู่ภายในพีระมิดนี่เป็นเรื่องของนาย แต่ฉันไม่คิดจะทำแบบเดียวกับนายหรอกนะ”
ซะกะสุกิชูมือขึ้น ก้อนหินหนืดเดือดพล่านไหลทะลักออกมาจากฝ่ามือ เขาเหลียวมองรอบ ๆ ภายในพีระมิดที่มืดมน กัดฟันพูดว่า “ไม่ว่ามันจะใช้เล่ห์กลอะไรขังฉันไว้ในร่างกายนี้ แต่ถ้ามั่นใจในร่างกายตัวเองขนาดนี้ ฉันขอชมเชยดูซะหน่อยว่ามันจะรับหมัดของฉันได้กี่หมัด!”
“หมัดลาวาปะทุ!”
พร้อมกับเสียงตะโกนนั้น หมัดที่ห่อหุ้มด้วยลาวาของซะกะสุกิเปลี่ยนเป็นหมัดลาวารูปทรงมโหฬารในพริบตา กระแทกเข้าใส่กำแพงพีระมิดอย่างแรง
ตูม——
หมัดลาวาพุ่งชน สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงปะทะเผาไหม้กำแพงจนเป็นรูไหม้ดำ แต่เพียงเสี้ยววินาทีรอยไหม้ก็ฟื้นตัวขึ้นด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ กลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิม
“แน่ละ แค่พลังทำลายของหมัดลาวาปะทุยังไม่พอที่จะทำลายการป้องกันของพีระมิด”
ซะกะสุกิเห็นพีระมิดฟื้นตัว สีหน้าเขาไม่เปลี่ยนแปลง
เขายื่นแขนออก ลาวาเดือดพล่านจำนวนมหาศาลไหลวนอยู่บนตัว ความร้อนแผ่รังสีออกมาอย่างรุนแรง ทำให้ความร้อนภายในพีระมิดบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด
“งั้น ลองดูท่านี้บ้าง”
“หมัดฝนดาวตก!”
เสียงคำรามของซะกะสุกิดังก้อง ลาวาเดือดพล่านกลายเป็นลูกไฟลาวาสีแดงคล้ำจำนวนมาก ตกลงไปบนกำแพงพีระมิด
ลูกไฟลาวาพุ่งใส่พีระมิดไม่หยุดหย่อน ดุจสายฝนดาวตกที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนไปทั่ว พีระมิดเต็มไปด้วยรอยไหม้ดำเป็นจุด ๆ กระจายไปทั่ว
ถึงแม้พีระมิดจะซ่อมแซมตัวเองอย่างไม่ลดละ แต่ภายใต้การโจมตีของลูกไฟลาวาที่ดูไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลง ความเร็วในการซ่อมแซมก็เริ่มช้าลงเล็กน้อย
【ซะกะสุกิ】เหลือบมองพีระมิดที่ซ่อมแซมตัวเองช้าลง ดวงตาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ในทันใดนั้น ลาวาที่เดือดพล่านบนแขนทั้งสองข้างของเขาก็ยิ่งปะทุรุนแรงขึ้น ลูกไฟลาวาจำนวนมหาศาลทะลักเข้าใส่พีระมิด ไม่สนใจโทนี่และคนอื่น ๆ แล้วเริ่มโจมตีอย่างดุเดือดไร้ความปรานี
โทนี่คว้ากัปตันอเมริกาและฟอลคอนที่กลายเป็นรูปปั้น ใช้ชุดเกราะนาโนหลบหลีกการโจมตีของ【หมัดฝนดาวตก】
ถึงเขาจะพลาดการต่อสู้ระหว่าง【ซะกะสุกิ】กับ【คุซัน】ใจกลางนิวยอร์ก เพราะไปไล่ล่าเรดฮู้ด
แต่พลังทำลายล้างที่【ซะกะสุกิ】แสดงให้เห็นในพีระมิด ก็ทำให้โทนี่ถึงกับตะลึง
แม้จะมีชุดเกราะนาโนคุ้มกัน เขาก็ยังรู้สึกถึงความร้อนแผดเผาจาก【หมัดฝนดาวตก】อย่างชัดเจน
โทนี่เห็นกับตาตัวเองว่าปีกโลหะของฟอลคอนที่กลายเป็นรูปปั้นอยู่ด้านหลัง เริ่มละลายเล็กน้อย
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรีบช่วยเหลืออเวนเจอร์สทั้งสองคนออกมาจากสภาพรูปปั้นได้ทัน
ที่จริงแล้ว ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าคนที่บิล·ไซเฟอร์เปลี่ยนเป็นรูปปั้นนั้น จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือเปล่า แต่โทนี่รู้ว่า ถ้ารูปปั้นพังไป โอกาสที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็จะหมดไปทันที เขาไม่อยากเห็นภาพในอนาคตที่พวกเขาเอาชนะบิล·ไซเฟอร์ได้แล้ว แต่กลับพบว่ากัปตันอเมริกาและฟอลคอนกลับมาไม่ได้ เพราะรูปปั้นเสียหายไปแล้ว
ตูม! ตูม!
ครืน! ครืน!
ภายในพีระมิด ซะกะสุกิแทบจะใช้พลังทั้งหมดออกมาแล้ว ลาวาปริมาณมหาศาลแผ่กระจายจนผนังพีระมิดด้านหน้าไหม้เกรียมไปหมด พีระมิดซ่อมแซมตัวเองไม่ทันความรุนแรงที่ซะกะสุกิสร้างขึ้น
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่านี่จะเป็นขีดจำกัดของซะกะสุกิแล้ว
ภายในพีระมิด หรือพูดอีกอย่างก็คือ ภายในร่างกายของบิล·ไซเฟอร์ แม้ความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองจะลดลงมาก แต่ซะกะสุกิก็ยังทำลายร่างกายของบิล·ไซเฟอร์ไม่ได้ และก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากการถูกกักขังอยู่
ณ ตอนนี้ ความแตกต่างของพลังระหว่างการ์ดตัวละครระดับ B กับระดับ A นั้นชัดเจนมาก
ในขณะที่เห็นว่าทุกอย่างที่ซะกะสุกิทำอาจจะไร้ผล
คุซันที่เงียบขรึมมาตลอดในสุสานแห่งนี้ ยกแขนขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกมาจากฝ่ามือ เขาชี้ไปยังกำแพงสุสานแล้วค่อย ๆ บอก “กระสุนน้ำแข็ง ธนูน้ำแข็งคู่!”
ทันทีที่คุซันเปล่งคำพูด ก้อนน้ำแข็งจำนวนมหาศาลรวมตัวกันเป็นธนูน้ำแข็ง พุ่งตรงไปยังจุดที่ซะกะสุกิโจมตีด้วยหมัดฝนดาวตก แรงปะทะระหว่างลาวาและน้ำแข็ง ทำให้กำแพงสุสานที่แข็งแกร่งเริ่มแตกร้าวเล็กน้อย
“อย่าเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ช่วยนายหรอกนะ”
คุซันตอบซะกะสุกิที่มองมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ฉันแค่ต้องการออกไปจากสุสานนี้เหมือนกัน”
“ฮึ่ม ถึงไม่มีนาย ฉันก็ออกไปจากที่นี่ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว”
ซะกะสุกิไม่ยอมอ่อนข้อ ตอบกลับไปอย่างไม่เกรงใจ
ทว่ามือของเขายังคงควบคุมหมัดฝนดาวตก โจมตีไปยังกำแพงสุสานที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง
ตูม——
การร่วมมือกันระหว่างซะกะสุกิและคุซัน สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
ภายในสุสานที่เต็มไปด้วยความร้อนและความเย็นจัด กำแพงที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องก็เริ่มปรากฏรอยร้าวมากขึ้นเรื่อย ๆ
ถึงแม้รอยร้าวเหล่านั้นจะหายไปในทันที แต่ก็ช้าลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับตอนแรก
“ดูเหมือนว่า…เราคงไม่ต้องตายคาสุสานแล้วล่ะ”
มองดูผนังพีระมิดที่เริ่มสั่นคลอนราวกับจะถล่มลงมาตรงหน้า โบร์ซาลิโน่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยเริ่มเปลี่ยนไป
บิดคอเล็กน้อย โบร์ซาลิโน่เหลือบมองไปรอบ ๆ พีระมิดรอบด้านกลายเป็นซากปรักหักพังเพราะฝีมือของซะกะสุกิและคุซัน เขาชูมือทั้งสองข้างขึ้นช้า ๆ แล้วกล่าว
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอร่วมมือด้วยสักหน่อยแล้วกัน”
“ลูกปัดหยกยาซากานิ โนะ มางาตามะ”
ลำแสงเจิดจ้าพุ่งออกมาพร้อมกับลูกไฟลาวาและธารน้ำแข็ง พุ่งชนผนังพีระมิดอย่างต่อเนื่อง แรงกระแทกมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วภายในพีระมิด
“มีโอกาสแล้วครับ”
ภายในชุดเกราะนาโน จาร์วิสวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อหาทางหนีอย่างต่อเนื่อง หลังจากซะกะสุกิและพวกพ้องทำลายพีระมิดไปแล้ว
และโอกาสในการหลบหนี ด้วยการเข้าร่วมของโบร์ซาลิโน่ ชัดเจนแล้วว่ามาถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุด
“ขอโทษด้วยนะ กัปตัน ฉันขอตัวไปแป๊บนึง”
โทนี่วางรูปปั้นสตีฟและฟอลคอนอย่างทะนุถนอมไว้บนแท่นบูชาที่ค่อนข้างปลอดภัยภายในพีระมิด แล้วควบคุมชุดเกราะนาโนให้เปิดทุกช่องยิง เล็งไปยังผนังที่สั่นคลอน ดูท่าจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ
(จบตอน)
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_