เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 119 จิ่วโยวปรากฏตัว

บทที่ 119 จิ่วโยวปรากฏตัว

บทที่ 119 จิ่วโยวปรากฏตัว


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 119 จิ่วโยวปรากฏตัว

"มันเกิดอะไรขึ้นกัน?"

ในห้องผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาล

เจสซิก้าได้พบกับสมาชิกดีเฟนเดอร์สอีกครั้งหลังจากห่างหายหน้าไปนาน ทว่าใบหน้าของทุกคนกลับดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“แดนนี่ถูกทำร้ายและได้รับบาดเจ็บสาหัส” ลุคตอบขณะที่เขามองไปยังไอรอนฟิสต์ที่หมดสติในสภาพที่ร่างกายเต็มไปด้วยผ้าพันแผล

“เรายังไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ” แมตต์พูดขึ้น แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นแดนนี่ แต่เขาก็ยังได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแผ่วเบาของอีกฝ่ายบนเตียงในโรงพยาบาล

"มันเกิดขึ้นได้ยังไง?"

เมื่อเห็นสภาพที่น่าสังเวชของแดนนี่ เจสซิก้าก็ได้แต่ขมวดคิ้ว “ไม่ใช่ว่าเขามีพลังกังฟูที่มาจากคุนหลุนหรืออะไรนั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ได้ยังไง?” เมื่อผ่านการต่อสู้ด้วยกันมา เธอก็รู้ถึงความสามารถของแดนนี่เป็นอย่างดี หากไม่พบกับคู่ต่อสู้ในระดับเทพเมฆาอัคคี เขาก็คงจะไม่พ่ายแพ้อย่างง่ายดายหรอก แต่ถึงเขาจะพ่ายแพ้ สภาพของเขาก็คงไม่น่าสังเวชถึงเพียงนี้

“แขนทั้งสองข้างของเขาหัก” เมื่อมองไปที่แขนของแดนนี่ที่ห่อหุ้มด้วยเฝือก ลุคก็ตอบด้วยเสียงต่ำ "ดูเหมือนว่าพลังไอรอนฟิสต์ของเขาจะไม่สามารถต้านทานการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามได้เลย"

"..."

คำพูดของลุคทำให้คนทั้งสามรอบเตียงของโรงพยาบาลเงียบลง

“ใครที่ไหนบนโลกจะทำแบบนั้นได้?”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เจสซิก้าก็พูดขึ้นมา

พูดตามตรง เธอไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับย่านเฮลคิทเช่นเลยนับตั้งแต่การต่อสู้ในย่านไชน่าทาวน์ เธอไปทำงานเป็นนักสืบเอกชนและไม่สนใจเรื่องพวกนี้แล้ว ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับแดนนี่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในชีวิตปกติของเธอ

ความมีเหตุมีผลของเจสซิก้ามันบอกว่าอย่าไปยุ่งกับเรื่องนี้ แต่เธอก็ไม่อาจทำเป็นเมินเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับแดนนี่ได้

"จิ่วโยว"

ในยามนั้นเอง เสียงที่คุ้นเคยก็ได้ดังขึ้นมา

“คุณมาแล้วสินะครับ อาจารย์ยิป”

แมตต์จำเจ้าของเสียงนั้นได้โดยไม่ต้องหันกลับไปมอง ในเวลาเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ถึงฝีเท้าอีกเสียงตามหลังยิปมัน

ยิปมันสวมชุดลำลองปรากฏตัวในห้องผู้ป่วยหนักและมองไปที่แดนนี่ที่นอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล

แม้ว่าสภาพของไอรอนฟิสต์จะดูแย่มาก แต่ไรอันก็รั้งมือไว้บ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นด้วยพลัง [คงกระพัน] ของเขา เขาคงสามารถสังหารแดนนี่ทิ้งไปได้เลย

“อาจารย์ยิป จิ่วโยวคืออะไรเหรอ?”

ลุคขมวดคิ้วพร้อมพูดทวนซ้ำชื่อที่ยิปมันพูดถึงอย่างเงียบๆ ก่อนจะถามออกมา

“ชายลึกลับที่เทพเมฆาอัคคีกล่าวถึงก่อนที่เขาจะตาย คนผู้นั้นคงเป็นบุคคลในตำนานจากจิ่วโยว และเป็นคนเดียวกับที่ทำร้ายแดนนี่”

ยิปมันละสายตาจากแดนนี่อย่างเงียบๆ และหันไปมองดีเฟนเดอร์สที่อยู่ตรงหน้าเขา จากนั้นเขาก็กวาดตามองนาตาชาและพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

...

"จิ่วโยวปรากฏตัวแล้วงั้นเหรอ?"

สีหน้าของนิค ฟิวรี่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเขาได้ยินรายงานจากนาตาชาที่สำนักงานใหญ่ขององค์กรชีลด์ ณ ตึกทริสเคไลออน

"ใช่ค่ะ" ในโรงพยาบาล นาตาชาชำเลืองมองแมตต์และคนอื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกลและตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "มีคนถูกจิ่วโยวโจมตีแล้ว จากบทสนทนาของพวกเขา คนที่ถูกโจมตีมีความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ นอกจากนี้ยิปมันยังยืนยันว่าผู้โจมตีน่าจะเป็นหนึ่งในคนของจิ่วโยว"

“ตามหาจิ่วโยวต่อไป หากเป็นเรื่องจริง แสดงว่าจิ่วโยวก็เป็นกลุ่มกองกำลังที่เป็นอันตราย”

หลังจากออกคำสั่ง ฟิวรี่ก็นึกถึงอาจารย์โรชิที่ก่อความวุ่นวายครั้งใหญ่ในนิวยอร์กก่อนหน้านี้และถามว่า "พบร่องรอยของโรชิบ้างไหม?"

"..."

นาตาชาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะส่ายศีรษะและตอบว่า "ไม่ค่ะ เราตามเบาะแสที่ยิปมันให้ไว้ แต่เราไม่พบอะไรเลย"

“งั้นลดระดับการค้นหาเขาลงและสืบเรื่องจิ่วโยวอย่างเดียวเถอะ” ฟิวรี่รู้ว่าโอกาสที่จะหาเบาะแสที่อยู่ของอาจารย์โรชิในต่างประเทศนั้นมีไม่มากนัก

ดังนั้นหลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็ตัดสินใจที่จะมุ่งเน้นการสืบไปยังจิ่วโยว

“อาจารย์ยิป คือว่า...”

เมื่อหันศีรษะไปด้านข้างและสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของนาตาชา แมตต์ก็ขมวดคิ้วให้กับยิปมันพร้อมกับพยายามจะเตือนเขา

"เธอมาจากองค์กรชีลด์ ตอนนี้เรามีเป้าหมายร่วมกันแล้ว"

ยิปมันส่ายศีรษะเบาๆ เหลือบมองนาตาชาที่อยู่ข้างหลังเขาและอธิบายสั้นๆ

...

เมื่อจบการโทรกับนาตาชาแล้ว ฟิวรี่ก็เงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนที่ผู้อำนวยการขององค์กรชีลด์จะสามารถรวบรวมสติของเขากลับมาได้ ข้อความหนึ่งก็ถูกส่งต่อเข้ามายังหูของเขาอีกครั้ง

"ผู้อำนวยการ กัปตันตื่นแล้ว"

เมื่อได้ยินรายงานผ่านหูฟังของเขา สีหน้าของฟิวรี่ก็พลันเปลี่ยนไป จากนั้นเขาก็สั่งทันทีว่า "เตรียมตัวให้พร้อม เราจะต้องไปหากัปตัน"

“...ลูกบอลโค้งสูงไป แฉลบออก เสียบอลหนึ่ง ทำให้ด็อจเจอร์ยังเสมออยู่ ที่สี่ต่อสี่ แต่รู้กันดีว่าลองได้จับไม้เมื่อไหร่เขาพลิกเกมได้เลย วันนี้ท้องฟ้าเหนือสนามเอ็บเบ็ทส์ใสสุดๆ ฟิลลี่ส์ตีเสมอขึ้นมาที่สี่ต่อสี่ แต่ด็อจเจอร์เหลือที่เบสอีกสามคน...”

เรดสกัล ไฮดร้า ก้อนรูบิค การต่อสู้ครั้งสุดท้าย..

ทันใดนั้นกัปตันอเมริกา -- สตีฟ โรเจอร์สก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นและตื่นจากฝันร้ายอันยาวนาน เขาพบว่าตัวเองกำลังอยู่บนเตียงในห้องที่มีการตกแต่งที่เรียบง่าย ดวงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่าง ทำให้ดวงตาของสตีฟระคายเคืองเล็กน้อย มีพัดลมไฟฟ้าหมุนช้าๆ เหนือเพดานและวิทยุโบราณที่กำลังประกาศสดสถานการณ์เกม

"...เพียร์สันเคยขว้างลูกแสกหน้าไรเซอร์ ไม่รู้จะมีการเอาคืนหรือเปล่า? พีทโน้มตัว ขว้างแล้ว ตีโดนครับ ลูกพุ่งขวา ผ่านริซโซ่ไปแล้วครับ ต้องเก็บสามด่าน ไรเซอร์ไปเบสสาม เดโรชเชอร์เรียกเข้าโฮม..."

เมื่อได้ยินเสียงวิทยุที่ดังเล็กน้อย สตีฟก็ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงและขยับร่างกายที่แข็งทื่อไปนั่งยังขอบเตียง การถ่ายทอดสดของเกมทำให้เขารู้สึกสงสัย ความทรงจำที่เลือนลางในหัวของเขาก็เริ่มกลับมา ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้นเอง ประตูก็ถูกเปิดออกและทหารหญิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” ทหารหญิงยิ้มและสวัสดีสตีฟ เธอปิดประตูและมองไปที่นาฬิกาของเธอ "หรือคงต้องสวัสดีตอนบ่ายสิ?"

"ผมอยู่ที่ไหน?" สตีฟถามด้วยความหวาดระแวง

"ห้องพักฟื้นในนิวยอร์กค่ะ" ทหารหญิงตอบ

“...ด็อดเจอร์นำขึ้นไปเป็น 8 ต่อ 4 โอ้โฮ ด็อดเจอร์! ในสนามนั่งกันไม่ติดเลย...”

วิทยุยังคงพูดถึงสถานการณ์ของการแข่งขัน สตีฟมองไปที่วิทยุเพื่อยืนยันความสงสัยของเขาแล้วมองไปยังทหารหญิงที่เขาไม่รู้จัก

“ผมอยู่ไหน ถามจริง?” สตีฟถามออกมาอย่างจริงจัง

"ไม่เข้าใจที่คุณถามนะคะ" ทหารหญิงพูดอ้อมๆ

"เกมนัดนี้ มันตั้งแต่พฤษภาคม 1941 ผมรู้เพราะผมไปดูอยู่ที่นั่น" สตีฟมองไปที่ทหารหญิงที่ใบหน้าเปลี่ยนสี

สตีฟลุกขึ้นยืนและมองไปยังทหารหญิงและพูดว่า "ตอนนี้ผมจะถามอีกครั้ง ผมอยู่ที่ไหน?"

“กัปตันโรเจอร์...” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แอบกดสัญญาณเตือนที่ซ่อนอยู่ในมือของเธอ

“คุณเป็นใคร?” สตีฟเดินไปหาทหารหญิงและถามด้วยน้ำเสียงกระแทก

ทันใดนั้น ประตูก็ถูกเปิดออกและเจ้าหน้าที่สองคนในเครื่องแบบสีดำก็เดินเข้ามา สตีฟก้าวถอยหลังเพื่อป้องกันตัว

ปัง!

ร่างของเจ้าหน้าที่สองคนกระแทกออกมานอกกำแพงและพังกำแพงปลอมของห้องลง พวกเขาถูกสตีฟเตะออกไปจนทำให้เขาได้โอกาสหลบหนี เขาพบว่าห้องและทุกอย่างในนั้นล้วนเป็นของปลอมที่สร้างขึ้นมา ทุกอย่างอยู่ใต้อาคารใหญ่แห่งหนึ่ง สีหน้าของสตีฟเริ่มรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเมื่อเขามองไปรอบๆ

“กัปตันโรเจอร์ เดี๋ยวก่อน!” ทหารหญิงรีบออกมา

สตีฟผลักประตูหนีไฟออกไปและวิ่งมาข้างนอก

“แจ้งทุกคน รหัสสิบสาม! ขอย้ำเจ้าหน้าที่ทุกคน รหัสสิบสาม!” เมื่อดึงวิทยุสื่อสารของเธอออกมา ทหารหญิงก็รายงานสถานการณ์ผ่านทางวิทยุอย่างรวดเร็ว

ทันทีที่สตีฟรีบวิ่งออกไป เขาก็เห็นเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งในชุดสูทสีดำวิ่งเข้ามาหาเขา มือข้างหนึ่งของเขาผลักเจ้าหน้าที่ออกไป สตีฟวิ่งออกจากอาคารอย่างเร่งรีบ

ไม่นานนัก สตีฟก็วิ่งออกมายังห้องโถง ผู้คนกำลังเดินไปมา เสียงรถนั้นดังมาก สตีฟมองไปรอบๆ ตัวเขาด้วยความประหลาดใจกับภาพที่เห็น เขาออกจากตึกประหลาด ไม่รู้ว่าจะวิ่งไปในทิศทางไหน ไม่รู้ว่าเขาจะวิ่งทำไม แต่เขารู้สึกว่าต้องวิ่ง

ณ ไทม์สแควร์ นิวยอร์ก

ไม่ไกลนัก สตีฟยืนอยู่กลางไทม์สแควร์ เขารู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้คนและรถแตกต่างจากยุคที่เขาอาศัยอยู่มาก

ทันใดนั้น รถสีดำก็เข้ามาล้อมสตีฟไว้และดึงดูดความสนใจของผู้คนที่เดินผ่านไปมา

“ตามสบาย ทหาร!” นิคฟิวรี่ที่ซึ่งออกมาจากอาคารทริสเคไลออนก็ลงจากรถและเรียกสตีฟ

เจ้าหน้าที่องค์กรชีลด์ในยานพาหนะคันอื่นๆ ก็รีบออกจากยานพาหนะของพวกเขาและล้อมรอบสตีฟเป็นสามชั้น ส่วนใหญ่ก็เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่เดินผ่านไปมามุงดูกัน

“ต้องขอโทษด้วยที่เราจัดฉากแบบนั้นเอาไว้ แต่...” ฟิวรี่จ้องไปที่ทหารที่กำลังสับสนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าขอโทษอย่างจริงใจ “คิดว่าคงดีกว่าที่จะให้คุณรู้ไปทีละน้อยๆ”

"รู้อะไร?" เมื่อพยายามสงบสติอารมณ์ สตีฟก็มองไปที่ทุกสิ่งที่อยู่ในสายตา เขาได้แต่ถามออกมาอย่างกังวล

“คุณหลับไปนานกัปตัน เกือบ 70 ปี” ผู้อำนวยการองค์กรชีลด์มองไปที่สตีฟและค่อยๆ ตอบเขา

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของสตีฟก็แข็งค้างไป คำตอบนี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขามาก จนดวงตาของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย อารมณ์มันผสมมั่วกันไปหมด จนเขาไม่รู้ว่าควรแสดงออกมาเช่นไรดี

“คุณรับได้นะ?” ฟิวรี่มองไปที่สตีฟและถามด้วยความเป็นห่วง

“ได้ ได้อยู่ แค่..”

สตีฟไม่รู้ว่าจะพูดอะไรไปสักพักหนึ่ง เขาขมวดคิ้วแน่นและมองไปยังท้องฟ้าที่ห่างไกล

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 119 จิ่วโยวปรากฏตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว