เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 184  เมืองอาหาร  ตอนที่ 3

บทที่ 184  เมืองอาหาร  ตอนที่ 3

บทที่ 184  เมืองอาหาร  ตอนที่ 3


บทที่ 184 เมืองอาหาร ตอนที่ 3

เสิ่นชงหรานเดินมาถึงหน้าประตูห้องก็เห็นหญิงสาวที่เคยเจอก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายมองเธอก่อน จากนั้นสายตาก็เลื่อนไปยังเฟิงอี้เฉินที่ยืนอยู่ด้านหลัง ใบหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปทันที

เสิ่นชงหรานสังเกตได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ เธอหันกลับไปมองเพื่อนร่วมทีมของตัวเอง

เฟิงอี้เฉินจ้องมองหญิงสาวคนนั้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

โอ้โห ที่แท้พวกเขาก็รู้จักกัน

หญิงสาวถอนหายใจด้วยท่าทีเหมือนปลงตก “นายก็ถูกเลือกมาเข้าทำภารกิจนี้ด้วยเหรอ?”

เสิ่นชงหรานหันไปมองทั้งสองคนสลับกัน ประโยคนี้หมายความว่ายังไง? หรือว่าทั้งคู่จะรู้จักกันในโลกแห่งความจริง?

เหล่าผู้ทำภารกิจอีกสี่คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็หันมามองพวกเขาสองคนเช่นกัน เฟิงอี้เฉินรู้ตัวจึงพูดกับหญิงสาวว่า “เข้าไปคุยในห้องเถอะ”

เขาพูดจบก็อุ้มผ้าห่มเดินเข้าไปในห้องหนึ่ง เหล่าผู้ทำภารกิจที่เหลือไม่สามารถเข้าไปได้ จึงได้แต่ยืนอยู่หน้าประตูเพื่อพยายามฟังบทสนทนาภายใน

เสิ่นชงหรานวางกระเป๋าเป้ของตัวเองบนเตียงไม้ เฟิงอี้เฉินวางผ้าห่มลงแล้วปิดประตูทันที ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้คนข้างนอกได้ยินสิ่งที่กำลังจะพูด

เมื่อหันกลับมา เฟิงอี้เฉินก็ถามหญิงสาวตาโตตรงหน้า “เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วทำไมไม่เคยบอกเรื่องนี้เลย?”

หญิงสาวยืดตัวตรง “นายก็ไม่เคยพูด แล้วทำไมฉันต้องพูดด้วยล่ะ”

เสิ่นชงหรานคิดในใจ สองคนนี้กำลังเถียงกันใช่ไหม?

เหมือนเฟิงอี้เฉินจะเดาออก เขาชี้ไปที่หญิงสาวคนนั้นแล้วอธิบาย “เธอเป็นญาติห่างๆ ของฉัน”

เสิ่นชงหรานยิ่งประหลาดใจ เดิมทีคิดว่าสองคนนี้น่าจะเป็นเพื่อนกันในโลกแห่งความจริง แต่กลับกลายเป็นว่ามีสายสัมพันธ์เป็นญาติ

เธอชื่อกู่เถียนเถียน กู่เถียนเถียนทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยก่อนเหลือบมองเสิ่นชงหราน “เธอ…” เธอเอ่ยปากเหมือนจะถามอะไรบางอย่างแต่กลับหยุดไว้

เฟิงอี้เฉินพูดต่อ “เธอชื่อเสิ่นชงหราน เป็นเพื่อนร่วมทีมของฉัน แล้วคำถามที่ถามไปก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ตอบเลย”

กู่เถียนเถียนยืนนิ่งเหมือนเด็กที่กำลังถูกผู้ใหญ่ดุ “เมื่อครึ่งปีก่อน อยู่ๆ ฉันก็ถูกดึงเข้ามาทำภารกิจแบบนี้ ตอนแรกฉันคิดว่าใครเล่นพิเรนทร์กับฉัน แต่พอรู้ตัวว่ามันเป็นเรื่องจริง ฉันก็ทำอะไรไม่ถูกเลย และคิดไม่ถึงว่าจะมาเจอนายที่นี่ในภารกิจนี้”

ตอนที่พูดถึงเรื่องนี้ เธอดูตื่นเต้นเล็กน้อย

เฟิงอี้เฉินขมวดคิ้ว “แล้วทำไมไม่บอกที่บ้าน?”

กู่เถียนเถียนเบิกตากว้าง “เรื่องแบบนี้บอกได้ด้วยเหรอ? ฉันอ่านนิยายมา เขาบอกว่าเรื่องพวกนี้ห้ามพูดนะ”

เสิ่นชงหรานนึกย้อนกลับไป ในระบบไม่เคยบอกว่าเรื่องพวกนี้พูดไม่ได้เลย แถมอุปกรณ์ที่ได้จากระบบยังเอาออกมาใช้ในโลกแห่งความจริงได้ด้วย

เฟิงอี้เฉินถอนหายใจยาว “เรื่องนี้พูดได้ แล้วเธอทำภารกิจคนเดียวได้ยังไงจนถึงระดับกลาง?”

เขารู้จักนิสัยของญาติคนนี้พอสมควร กู่เถียนเถียนเป็นคนลุยๆ ชอบทำอะไรไม่คิดมาก แต่กลับทำภารกิจมาจนถึงระดับกลางได้ภายในเวลาเพียงครึ่งปี แสดงว่าเธอไม่ใช่ผู้ทำภารกิจธรรมดา

กู่เถียนเถียนมองซ้ายมองขวาเล็กน้อยก่อนพูดถึงสาเหตุ “ฉันสามารถรู้สึกถึงบางอย่างได้ ใช้สัญชาตญาณหลบหลีกพวกมันมาได้ แต่สิ่งเหล่านั้นดูเหมือนจะชอบตามฉัน อยากเข้ามาอยู่ในตัวฉัน”

เฟิงอี้เฉินเข้าใจทันที กู่เถียนเถียนเป็นคนที่มีพลังสัมผัสพิเศษ ไม่แปลกใจที่เธอสามารถเข้าสู่ภารกิจระดับกลางได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่เธอโชคดีหรือโชคร้ายก็บอกไม่ได้

หากเธอได้เจอกับผู้ทำภารกิจที่เก่งๆ ตั้งแต่แรก ก็น่าจะได้รับการฝึกฝนอย่างเหมาะสม

แต่ก็นับว่าโชคดี ที่ได้มาเจอกันในภารกิจนี้ ดังนั้นเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ของเขาจึงได้ถูกกำหนดตัวไว้แล้ว

ขณะเดียวกัน เสิ่นชงหรานที่ได้ยินคำพูดของกู่เถียนเถียนเกี่ยวกับสิ่งที่อยากเข้ามาในร่างกาย ทำให้เธอรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว

ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินเฟิงอี้เฉินพูดถึงคนที่มีพลังสัมผัสพิเศษแบบนี้ ดูเหมือนว่ากู่เถียนเถียนจะเป็นหนึ่งในนั้น “เข้ามาในร่างกายเหรอ?”

กู่เถียนเถียนพยักหน้ารัวๆ “ใช่ ถ้าฉันเผลอ พวกมันก็พยายามจะเข้ามาในตัวฉัน ต้องสู้กันแทบตาย ตอนเจอครั้งแรกฉันเกือบช็อกตาย โชคดีที่ฉันไล่มันออกไปได้ หลังจากนั้นฉันก็คอยระวังตัวตลอด”

เฟิงอี้เฉินได้แต่เงียบ เพราะรู้ว่าการที่ถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิงร่างนั้นอันตรายมาก แม้แต่ผู้มีประสบการณ์สูงในภารกิจก็ยังต้องระวังอย่างยิ่ง

แต่นี่ก็แสดงให้เห็นว่าศักยภาพของกู่เถียนเถียนเหนือกว่าที่เขาคาดไว้มาก

กู่เถียนเถียนเล่าประสบการณ์สุดระทึกให้พวกเขาฟัง ครั้งนั้นเป็นภารกิจแบบไขปริศนา พวกผู้ร่วมภารกิจไม่มีใครรู้ว่าควรทำอะไรต่อ แต่เธอกลับบังเอิญเจอวัตถุบางอย่างเข้า

ทันทีที่สัมผัสวัตถุนั้น เธอก็เห็นภาพอดีตของวิญญานตนนั้น และได้เบาะแสสำคัญ

แต่การกระทำนั้นกลับทำให้วิญญานตนนั้นตามติดเธอ มันพุ่งเข้าสิงร่างของเธอทันที ขณะนั้นคนอื่นๆ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คิดว่าเธอแค่ชักกระตุกเหมือนเป็นลมชักเท่านั้น

"ตอนนั้นรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในที่แปลกประหลาดอะไรสักอย่าง มือกำวัตถุนั้นไว้ แล้วพอหันมาก็เห็นวิญญานตัวนั้นเข้ามาในพื้นที่ของฉัน มันพุ่งเข้ามาจะกัดฉัน ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก เลยเอามือเปล่าชกมันไปเต็มแรง แล้วก็ไล่มันออกไปได้จริงๆ หลังจากนั้นฉันก็ฟื้นขึ้นมา"

เฟิงอี้เฉินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดขึ้นว่า “คนซื่อมักมีโชคดี”

กู่เถียนเถียนถึงกับโวยวายทันที “อะไรคือคนซื่อกัน ความสามารถแบบนี้ในภารกิจฉันยังไม่เจอใครอีกเลยนะ!”

เฟิงอี้เฉินหันมอง เสิ่นชงหราน

เสิ่นชงหรานรีบโบกมือ “ฉันไม่เก่งขนาดนั้นหรอก ของฉันมันได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่เหมือนเธอที่แค่เจอวัตถุแล้วเข้าใจทันที ฉันทำไม่ได้หรอก”

จากนั้นเสิ่นชงหรานก็เปลี่ยนเรื่อง “ไม่แปลกใจเลยที่ก่อนหน้านี้เธอห้ามฉันกินอาหารที่ถนนอาหาร เธอรู้สึกอะไรบางอย่างอยู่แล้วสินะ?”

กู่เถียนเถียนที่ตอนแรกทำท่าผิดหวัง ถูกคำถามนี้ดึงความสนใจไปแทน “เรื่องนี้น่ะ ฉันเห็นว่าบนอาหารพวกนั้นมีควันสีดำลอยอยู่ มันเหมือนกับพลังของวิญญานที่เกาะอาหารพวกนั้นอยู่”

พลังของวิญญานที่พวกเขาเคยเจอในภารกิจ ทุกคนต่างพากันหลีกเลี่ยง จะให้กินเข้าไปยิ่งเป็นไปไม่ได้

“แล้วทั้งถนนมันเต็มไปด้วยความตาย บรรยากาศไม่สดใสเหมือนที่เห็นเลย”

เฟิงอี้เฉินวางคางลงบนมือที่ประสานกัน “ตอนที่เราไปขอยืมผ้าห่มจากชาวบ้าน เขาบอกให้ไปหาอาหารในป่าแทน ถ้าเธอสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติในอาหาร หลังจากนี้อะไรที่เราจะกิน เธอจะต้องตรวจสอบก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะกินหรือไม่”

กู่เถียนเถียนพยักหน้า “ได้เลย ยังไงอดซักวันสองวันก็ไม่เป็นไร เรามีเวลาเหลือเฟือ”

เพราะภารกิจครั้งนี้คือการเอาชีวิตรอด ขอแค่ทำทุกวิถีทางให้รอดไปได้ก็พอ

...

หลังจากวางแผนเรียบร้อย เฟิงอี้เฉินลุกขึ้น เดินไปกับเสิ่นชงหรานเพื่อตรวจดูว่าที่นี่มีผ้าหรือสิ่งของที่ใช้ได้หรือไม่

หน้าประตูห้องว่างเหล่านี้มีก๊อกน้ำรวมอยู่ด้วย หากเจอผ้า พวกเขาจะสามารถใช้น้ำทำความสะอาดที่นอนก่อนใช้งานได้

เสิ่นชงหรานเปิดตู้เก็บของที่เต็มไปด้วยฝุ่น พอเปิดก็มีฝุ่นคลุ้งออกมาเต็มไปหมด เธอหรี่ตาเพื่อมองเข้าไปด้านใน แม้จะไม่มีเสื้อผ้า แต่กลับเจอผ้าที่ขาดวิ่นอยู่สองสามผืน ซึ่งยังใช้เช็ดทำความสะอาดได้

เธอหยิบผ้าเหล่านั้นออกมา แล้วแบ่งให้เฟิงอี้เฉินและกู่เถียนเถียนคนละผืน

เมื่อเปิดประตูอีกครั้ง พวกผู้ทำภารกิจคนอื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกลนักกำลังยืนรวมกันอยู่เหมือนกำลังปรึกษาอะไรบางอย่าง

พอเห็นพวกเขาเดินออกมา หญิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหา “ขอถามหน่อยว่าพวกคุณเอาผ้าห่มมาจากไหน ตอนแรกยังไม่ได้ถามเลย”

เสิ่นชงหรานไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไร “ไปขอยืมจากชาวบ้านแถวนี้น่ะ” เธอตอบสั้นๆ

อีกฝ่ายพยักหน้าแล้วจากไป โดยไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม พวกเขาขอบคุณก่อนจะมุ่งหน้าไปที่บ้านใกล้เคียง

หน้าประตูห้องมีบ่อน้ำแบบเก่า ซึ่งต้องเติมน้ำลงไปก่อนถึงจะใช้แรงดันน้ำดึงคันโยกขึ้นมาให้มีน้ำไหลออก

ข้างๆ บ่อน้ำมีถังน้ำใบหนึ่ง น้ำในนั้นใสสะอาดจนมองเห็นก้นถัง

กู่เถียนเถียนมองดูน้ำในถัง

“น้ำนี้ใช้ได้ ไม่มีพลังวิญญานเจือปน”....

..........

จบบทที่ บทที่ 184  เมืองอาหาร  ตอนที่ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว