เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 123.1 เจ้าคือจ้าวกู่เหรอ?

บทที่ 123.1 เจ้าคือจ้าวกู่เหรอ?

บทที่ 123.1 เจ้าคือจ้าวกู่เหรอ?


“…”

ซืออวี๋มองดูร่มชูชีพไหมหนอนและรู้สึกว่าอสูรกินเหล็กนับหมื่นตัวกำลังเดินไปมาในใจของเขา

เราควรคุยเรื่องนี้ล่วงหน้าในคราวต่อไป…

“ซืออวี๋ชนะ!”

ซืออวี๋มึนงง หลังจากที่ปรมจารย์ฉู่เจียประกาศผล ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและอัญเชิญอีเลฟเว่นกับบักกี้กลับเข้าไปในมิติฝึกสัตว์อสูรทันที

จากนั้นเขาก็หันหลังและจากไป ทิ้งฝูงชนที่นิ่งงันไว้เบื้องหลัง

จบลงเช่นนั้นเลยเหรอ?

เมื่อมองไปที่สนามประลองซึ่งถูกทำลาย ทุกคนไร้คำกล่าว

และในตอนนี้ ฝางจีหมดหวังอย่างสิ้นเชิง

เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะการปราบปรามหรือเป็นเพราะการกระทำอันเล็กน้อยของบักกี้ ทว่าสมองของเขากำลังปั่นป่วน

“ข้าเป็นเพียงแค่นักฝึกสัตว์อสูรธรรมดา”

ฝางจีไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงพ่ายแพ้ให้แก่ผู้ที่อายุเท่ากับเขา

“น่าเหลือเชื่อ…”

ชั่วขณะหนึ่ง นักฝึกสัตว์อสูรระดับปรมจารย์บางส่วนในที่นั่งคนดูก็ได้แสดงความคิดเห็นเช่นกัน

ทางฝั่งที่นั่งคนดูของมหาวิทยาลัยเมืองหลวงโบราณ

คณบดีหลู่แห่งสำนักงานรับสมัครนักศึกษายิ้มและกล่าวว่า “สิ่งที่ดูราวกับกลยุทธ์อันเรียบง่ายนั้นไม่เรียบง่ายเลย…”

“ใช่แล้ว” ผู้อำนวยการหลี่จากสาขาโบราณคดีพยักหน้า

“ที่ความสูงระดับนั้น อสูรกินเหล็กกลับสามารถเล็งไปที่ศัตรูได้อย่างแม่นยำ… การโจมตีที่ดูธรรมดานี้ประกอบด้วยสิ่งที่ไม่ธรรมดาเลย…”

“พวกเขาซ่อนไผ่ลับไว้มากเพียงใดกัน?”

สุดยอดการมองเห็นและการปราบปรามของสายการบินอู๋จิ๋เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

มิฉะนั้น นั่นจะไม่ใช่กลยุทธ์ต่อสู้ ทว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

“ยิ่งกว่านั้น อสูรกินเหล็กน้อยตัวนั้นยังบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น…”

ผู้อำนวยการหลี่ไม่เข้าใจเลย ร่างกายเช่นนี้ เจ้ามั่นใจเหรอว่ามันเป็นอสูรกินเหล็กและไม่ใช่อสูรกินเหล็กที่วิวัฒนาการ?

ผู้อำนวยการหลี่ได้เห็นวิวัฒนาการของอสูรกินเหล็กซึ่งเทียบได้กับร่างกายของมังกรมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นผผลลัพธ์มาจากการผลาญเงินหลายร้อยล้านหยวน

สำหรับซืออวี๋ มันเป็นเพียงอสูรกินเหล็กธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด!

ทว่าในไม่ช้า สีหน้าของผู้อำนวยการหลี่ก็มืดลง

บัดซ* อสูรกินเหล็กตัวนี้ดูเหมือนจะเชี่ยวชาญการเคลือบแข็งขั้นเหนือธรรมชาติแล้วเช่นกัน อย่าบอกเขานะว่าในปัจจุบัน อสูรกินเหล็กตัวนี้อยู่ในสถานะกักเก็บพลังและได้วิวัฒนาการเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว!

หากเป็นเช่นนั้น เขาจะต่อสู้กับผู้เข้าร่วมคนอื่นทำไมกัน!

“ข้าสงสัยเกี่ยวกับหนอนไหมเขียวมาก”

“นั่นคือหนอนไหมเขียวจริงเหรอ?” คณบดีหลู่มีสีหน้าอันแปลกประหลาด

เขาไม่เคยเห็นหนอนไหมเขียวดังกล่าวมาก่อนเลย…

เขาสามารถยอมรับหนอนไหมเขียวที่มีการเติบโตระดับเหนือธรรมชาติและทักษะไหมหนอนขั้นเหนือธรรมชาติได้

อย่างไรก็ตาม พลังมังกรดั้งเดิมและความสามารถในการสร้างปักนั้นไม่สามารอธิบายได้ด้วยหนอนไหมเขียวอีกต่อไป

“ฮ่าาาาา…” คณบดีหลู่หัวเราะออกมา ข้าควรจะไปถามใครดีล่ะ?

หนอนไหมเขียวสามารถเรีบนรู้ทักษะอื่นนอกจากไหมหนอนได้เหรอ? เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย

ท้ายที่สุด หนอนไหมเขียวได้ชือ่ว่าเป็นสัตว์อสูรที่ไม่สามารถเรียนรู้ทักษะอื่นได้ก่อนการวิวัฒนาการ

อย่างไรก็ตาม…

สิ่งต่างๆ ไม่แน่นอนเช่นกัน

นี่เป็นกรณีของหนอนไหมเขียวธรรมดา

หากหนอนไหมเขียวมีสายเลือดอื่น มันอาจไม่ใช่หนอนไหมเขียวธรรมดาอีกต่อไป

“นั่นอาจเป็นทักษะเผ่าพันธุ์?”

บนแท่นสูงของสนามประลอง ชายชราเคราขาวที่ยืนอยู่ข้างตำนานหยินแตะเคราของเขา

“ควรเป็นเช่นนั้น” ตำนานหยินกล่าวอย่างเชื่องช้า

บางทีนี่อาจเป็นหนอนไหมเขียวพิเศษที่ได้ทะลวงข้อจำกัดทางเผ่าพันธุ์และสืบทอดทักษะเผ่าพันธุ์ใหม่

มิฉะนั้น แม้แต่นักฝึกสัตว์อสูรปรมจารย์ชั้นนำหรือแม้กระทั่งนักฝึกสัตว์อสูรตำนานก็ไม่สามารถหาคำอธิบายที่ดีกว่านี้ได้แล้ว

ถูกต้อง อัจฉริยะเช่นซืออวี๋จะทำสัญญากับหนอนไหมเขียวธรรมดาได้ยังไงกัน?

ในทางเดินของผู้เข้าร่วม

ซืออวี๋อัญเชิญอีเลฟเว่นออกมาอีกครั้ง

เขามองดูอาการบาดเจ็บของอีเลฟเว่นและตบหน้าผากของเขาทันที

บัดซ* ทำไมเจ้าแทบจะหายดีแล้วล่ะ?

มันจะได้รับการรักษาไหมหากเป็นเช่นนี้?

“อู๋!”

อีเลฟเว่นรู้สึกผิด

เนื่องจากมันมีการป้องกันจากการเคลือบแข็งขั้นเหนือธรรมชาติ ไม่ว่าแรงกระแทกจะรุนแรงมากเพียงใด หรือคู่ต่อสู้จะบาดเจ็บหนักมากแค่ไหน มันก็ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาตั้งแต่แรกแล้ว

หากมันใช้การรักษาความเร็วสูงเพื่อฟื้นฟูตัวเองเล็กน้อย อาการบาดเจ็บก็แทบจะหายไป…

“อู๋~” ทว่าไม่ว่าจะยังไง การโจมตีนี้ก็ใช้พลังงานมหาศาล อีเลฟเว่นลูบท้องของมันและบอกว่ามันหิว

“…” ซืออวี๋ลูบหัวแพนด้าของอีเลฟเว่น

เฮ้อ การที่สัตว์อสูรโดดเด่นเกินไปนั้นก็เป็นปัญหาเช่นกัน

สัตว์อสูรที่โดดเด่นดังกล่าว นักฝึกสัตว์อสูรที่โดดเด่นคนไหนจะบ่มเพาะมันได้กัน?

“ไปหาอะไรกินกันเถอะ”

“ไม่ ข้าควรไปห้องพยาบาลเพื่อดูอาการก่อน ไม่ว่าอาการบาดเจ็บจะเล็กน้อยมากเพียงใด เจ้าก็ได้รับบาดเจ็บอยู่ดี”

จากนั้นซืออวี๋ก็ได้ทำการตัดสินใจ

มาดูกันว่าเขาจะได้พบกับทักษะรักษาและทักษะฟื้นฟูที่หายากไหม!

ในขณะเดียวกัน เขาก็อัญเชิญบักกี้ที่ยังไม่หายจากความตื่นเต้นของพวกมันและโยนบักกี้ไปทางอีเลฟเว่น

“อู๋!”

“จิ๋!”

เมื่อเห็นว่าบักกี้ออกมาแล้ว อีเลฟเว่นก็ดูตื่นเต้นและทำท่าลับของมัน

ร่มชูชีพถูกสร้างขึ้นมาเป็นอย่างดี หากมีชื่อของนักฝึกสัตว์อสูรคงจะดีไม่น้อย คำว่า ‘อู๋’ เป็นตัวแทนของมัน และ ‘จิ๋’ เป็นตัวแทนของบักกี้ ทว่ายังขาดตัวแทนของนักฝึกสัตว์อสูร

“จิ๋…!” บักกี้บอกว่าคราวหน้าจะลองทำเช่นนั้นดู

“ไม่จำเป็น”

“ครั้งหน้า ฟังคำสั่งของข้า”

ซืออวี๋กลัวว่าสัตว์อสูณทั้งสองตัวจะทำเช่นนี้อีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงกล่าวด้วยสีหน้าอันมืดมน

ในห้องพยาบาลของสนามประลองเมืองหลวงโบราณ

ในเวลานี้ ผู้คุมสอบหญิงวัยกลางคนกำลังพิงเก้าอี้ในห้อง มองดูทีวีขนาดเล็กในขณะที่นางรอผู้เข้าร่วมที่ได้รับบาดเจ็บ

นางหาวออกมาซึ่งดูเบื่อหน่ายมาก

การที่นักฝึกสัตว์อสูรระดับปรมจารย์เช่นนางต้องปฏิบัติหน้าที่ในการต่อสู้เล็กน้อยเช่นนี้ช่างเปล่าประโยชน์อย่างแท้จริง

ทว่านักฝึกสัตว์อสูรมืออาชีพหน้าใหม่เหล่านี้จะเป็นอนาคตของเมืองหลวงโบราณ

ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา”

“ขอโทษที่รบกวนเจ้า”

หลังจากที่ซืออวี๋นำอีเลฟเว่นและบักกี้เข้ามา เขาก็เห็นผู้คุมสอบหญิงวัยกลางคนที่กำลังนั่งบนเก้าอี้ในทันที

ในขณะนี้ นางกำลังมองไปที่ซืออวี๋อย่างตื่นเต้น

“พวกเจ้าค่อนข้างรุนแรงเลย”

“การต่อสู้แบบซึ่งหน้ากับเต่าทมิฬไร้แผล มันจะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน”

นางรู้สึกว่าอีเลฟเว่นกำลังจับตัวนางอยู่ มันคงได้รับบาดเจ็บภายในอย่างหนักหน่วงแน่นอน

“โอ้วว~” ในขณะที่ผู้คุมสอบหญิงวัยกลางคนลุกขึ้น สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายกวางที่นอนอยู่ข้างเก้าอี้ก็ได้ลุกขึ้นมาเช่นกันและส่งเสียงร้องอย่างมีความสุข

กวางตัวนี้ไม่สูงมากนัก และมันก็มีลำตัวสีเหลืองดิน มันดูธรรมดามาก ทว่าเขากวางก็ดูราวกับกิ่งไม้สีเขียว

[ชื่อ] : กวางเขากิ่งไม้แท้จริง

[คุณสมบัติ] : ไม้

[ระดับเผ่าพันธุ์] : ผู้บัญชากานขั้นสูง

นอกจากนี้ บนโต๊ะยังมีสัตว์อสูรที่ยาวหลายสิบเซนติเมตร มันดูเหมือนกับหัวไชเท้าสีขาวขนาดใหญ่และมีลักษณะราวกับเด็กน้อย สัตว์อสูรที่มีใบหัวไชเท้าสีเขียวแกว่งไปมา

[ชื่อ] : ทารกโสม

[คุณสมบัติ] : ไม้

[ระดับเผ่าพันธุ์] : เหนือธรรมชาติขั้นสูง

ในตอนนี้ ซืออวี๋เห็นสัตว์อสูรทั้งสองตัวเท่านั้นและรู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายของเขาถูกเติมเต็ม

หนวดทารกโสมและเขากวางกิ่งไม้แท้จริงล้วนแล้วแต่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง…

ที่ด้านข้าง เมื่อสัมผัสได้ถึงความคิดของนักฝึกสัตว์อสูร อีเลฟเว่นก็สังเกตพลังงานในตัวสัตว์อสูรทั้งสองโดยไม่รู้ตัวและอ้าปากค้างเล็กน้อย

ระดับพลังงานของทารกโสมตัวนี้สูงกว่าตัวมันเองอย่างงน้อยห้าเท่า และความบริสุทธิ์ของพลังงานก็ไร้ที่ติยิ่งกว่า

สำหรับกวางตัวนั้น อีเลฟเว่นรู้สึกว่าพลังงานในร่างกายนั้นมากกว่าตัวมันเองหลายสิบเท่า นั่นน่าสะพรึงมาก

“อู๋…” อีเลฟเว่นดึงชุดของซืออวี่อย่างระมัดระวัง

“อย่า อย่า เราชนะไม่ได้”

ให้เจ้าฝึกฝนอย่างหนักอีกสักสองสามปีก่อน

“ข้ารู้แล้ว” ซืออวี๋ตบอุ้งเท้าหมีของอีเลฟเว่น

นั่นควรจะเป็นทารกโสมที่มีการเติบโตระดับผู้บัญชาการและกวางเขากิ่งไม้แท้จริงที่มีการเติบโตระดับราชันย์

สัตว์อสูรทั้งสองตัวได้ทะลวงขีดจำกัดทางระดับเผ่าพันธุ์ของพวกมัน เช่นเดียวกับอสูรกินเหล็กของปรมจารย์หลิน

ในเวลานี้ กวางเขากิ่งไม้แท้จริงมองดูอีเลฟเว่นและบักกี้ก่อนที่จะหันไปมองนักฝึกสัตว์อสูร

มีบางอย่างผิดปกติกับพวกเขา

“หือ?”

หญิงวัยกลางคนสับสน จากนั้นหลังจากได้ยินคำอธิบายของกวางเขากิ่งไม้แท้จริง นางก็จ้องไปที่ซืออวี๋กับอีเลฟเว่นด้วยความไม่เชื่อทันที

“อสูรกินเหล็กของเจ้าเชี่ยวชาญทักษะการรักษาความเร็วสูงเหรอ?”

“มันเพิ่งรักษาตัวเองมาใช่ไหม?”

จบบทที่ บทที่ 123.1 เจ้าคือจ้าวกู่เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว