เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ฐานเพาะพันธุ์ไผ่เหล็ก

บทที่ 6 ฐานเพาะพันธุ์ไผ่เหล็ก

บทที่ 6 ฐานเพาะพันธุ์ไผ่เหล็ก


สามเดือนแห่งการฝึกงานผ่านไปในชั่วพริบตา

ในฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูรของเมืองทุ่งน้ำแข็ง ในหอพักของนักเพาะพันธุ์ฝึกหัด เด็กฝึกงานส่วนใหญ่กำลังเก็บสัมภาระ

ประสบการณ์การฝึกงานในช่วงเวลานี้ทำให้เด็กฝึกงานเหล่านี้ได้รับความรู้มหาศาล อย่างไรก็ตาม มันถึงเวลาต้องจากไปแล้ว เมื่อเทียบกับความไม่เต็มใจ หลายคนต่างก็ตั้งตารอมันมาก

ตัวอย่างเช่น ซืออวี๋ เขาตั้งตารอเพราะหลังจากการฝึกงานของเขาสิ้นสุดลงและเขาได้รับใบรับรองมาแล้ว ในที่สุดเขาก็จะได้รับสิ่งที่เขาต้องการ!

ในระหว่างการฝึกงานของเขา ซืออวี๋เป็นพนักงานประเภทติดดินและขยันขันแข็ง เขาทำงานของเขาเสร็จเรียบร้อยเป็นอย่างดี

เด็กฝึกงานคนอื่นจะเล่นไพ่กันเมื่อพวกเขาว่าง แต่ซืออวี๋นั้นแตกต่าง

สำหรับเวลาว่าง เขาจะแสดงนิสัยสันโดษตามตัวตนเดิมของเขาและไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

แน่นอนว่าซืออวี๋ชอบการสันโดษ แต่เขาไม่สื่อสารกับเพื่อนฝึกงานเพราะมีบางสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า

เมื่อเทียบกับการสื่อสารกับผู้คนแล้ว เขาชอบที่จะพูดคุยกับสัตว์อสูรและสร้างความผูกพันมากกว่า

ไม่ใช่แค่เขาจะสามารถฝึกฝนพรสวรรค์กระแสจิตของเขาได้เท่านั้น แต่เขายังหาโอกาสในการเรียนรู้ทักษะอย่างลับๆ!

หากไม่ใช่เพราะสารบัญทักษะมีขีดจำกัดการบันทึก เขารู้สึกว่าเขาคงคัดลอกไปหลายสิบทักษะ

ซืออวี๋ค้นพบว่าพรสวรรค์กระแสจิตและสารบัญทักษะของเขาจะดียิ่งขึ้นหากใช้ร่วมกัน

ในอนาคต หากพวกเขาพบสัตว์อสูรที่ทรงพลัง เขาจะใช้กระแสจิตเพื่อผูกมิตรกับพวกมันและใช้สารบัญทักษะเพื่อปอกลอกพวกมัน…

อืมม… กล่าวแบบได้ใจความ เขาไม่ได้เสียเวลาสามเดือนนี้ไปโดยเปล่าประโยชน์

หลังจากได้รับใบรับรองการฝึกงานแล้ว ซืออวี๋ก็จากไปอย่างมีความสุข

แม้ว่าในอนาคตจะไม่มีสถานที่ที่สะดวกสำหรับเขาในการคัดลอกทักษะในอนาคต แต่ในที่สุดเขาก็สามารถทำสัญญากับสัตว์อสูรเป็นการส่วนตัวและใช้สารบัญทักษะได้ เขายังคงค่อนข้างตื่นเต้น

ยิ่งเขาเข้าใจโลกใบนี้มากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตระหนักได้ว่าเขาจะหมดอนาคตหากเขาไม่ได้กลายเป็นนักฝึกสัตว์อสูร

เพื่ออนาคตของเขา เขาจึงตั้งเป้าหมายเล็กๆ เขาจะกลายเป็นนักฝึกสัตว์อสูรมืออาชีพภายในหนึ่งปี

แสงแดดยามเช้าสาดส่องใส่ตัวซืออวี๋ผ่านหมู่เมฆอันบางเบา

หลังจากเดินออกจากฐานเพาะพันธุ์ในเมืองทุ่งน้ำแข็ง ซืออวี๋ผู้ที่สะพายเป้อยู่ก็หันกลับมามองมันเป็นครั้งสุดท้าย

กล่าวตามตรงแล้ว ที่นี่เป็นสถานที่ขายลูกสัตว์อสูรด้วยเช่นกัน และยังมีลูกสัตว์อสูรหลายประเภท…

อย่างไรก็ตาม ซืออวี๋ผู้ที่เคยฝึกงานที่นี่มาก่อนนั้นรู้ว่าลูกสัตว์อสูรที่นี่นั้นแพงมากเกินไป…

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ปัญหาของฐานสัตว์อสูร มันเป็นปัญหาของเขา

ดังนั้นจึงดีกว่าที่จะอาศัยอยู่ในชานเมือง

แม้ว่าจะสัตว์อสูรจะน้อยกว่า แต่อย่างน้อยก็มีนโยบายพิเศษสำหรับคนท้องถิ่น

เมืองในปัจจุบันของซืออวี๋ถูกเรียกว่าเมืองทุ่งน้ำแข็ง โรงเรียนและสถานที่ฝึกงานของเขาอยู่ในเมืองนี้ทั้งคู่ ในประเทศ มันถือว่าเป็นเมืองชั้นสอง และมีเมืองชั้นสองมากกว่าร้อยแห่งเหมือนมันในประเทศนี้

เมืองนี้ถูกพัฒนามาค่อนข้างมาก ท้ายที่สุด มีเมืองชั้นหนึ่งเพียงเก้าแห่งเท่านั้นที่สามารถบดขยี้เมืองทุ่งน้ำแข็งได้

มันเป็นเรื่องปกติมาก ยิ่งสถานที่ถูกพัฒนามากเท่าไหร่ ค่าครองชีพก็ยิ่งแพงมากขึ้น ดังนั้นซืออวี๋จึงจะไปอยู่ในสถานที่ที่ค่าครองชีพต่ำที่สุดในเวลานี้

เขาเกิดในย่านชานเมืองภายใต้เมืองทุ่งน้ำแข็งที่ถูกเรียกว่าเขตผิงเฉิง และแม้ว่ามันจะอยู่ในย่านชานเมือง แต่หลังจากการบูรณาใหม่ อุตสาหกรรมการฝึกสัตว์อสูรของมันก็พัฒนาไปค่อนข้างมาก

นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการฝึกสัตว์อสูรท้องถิ่น คนท้องถิ่นได้รับส่วนลดเมื่อลงทะเบียนเป็นนักฝึกสัตว์อสูรและซื้อสัตว์อสูร ตัวตนเดิมของเขาใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้เพื่อจ่ายเงินมัดจำอย่างรวดเร็วสำหรับลูกอสูรกินเหล็ก

ในตอนนี้ มันควรจะถึงเวลารวบรวมสัตว์อสูรในอนาคตของเขา

หลังจากการฝึกงานสิ้นสุดลง ซืออวี๋ก็กลับไปที่โรงเรียนของเขาเพื่อทำขั้นตอนต่างๆ ให้สมบูรณ์ หลังจากได้รับใบรับรองทั้งหมดแล้ว เขาก็กลับไปที่เขตผิงเฉิง

เมื่อสิบปีก่อน เขตนี้ถูกโจมตีโดยคลื่นสัตว์อสูร และหลายครอบครัวก็ถูกทำลาย ครอบครัวของซืออวี๋ก็เป็นหนึ่งในนั้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากเวลาผ่านไปนาน ที่นี่ก็ถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่

มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เขตผิงเฉิงซึ่งไม่เคยมีอุปกรณ์ป้องกันมาก่อนก็ได้สร้างกำแพงสูงและสาขาของสมาคมนักฝึกสัตว์อสูรกับกองทัพนักฝึกสัตว์อสูร

แม้ว่าเขตผิงเฉิงจะไม่เจริญรุ่งเรืองเท่ากับพื้นที่อื่น แต่มันก็ไม่ได้ล้าหลังมากนักเช่นกัน อย่างน้อยที่สุด การจราจรและการสื่อสารก็เท่ากับพื้นที่อื่น มันมีเพียงแค่ส่วนความบันเทิงเท่านั้นที่ล้าหลัง

ในพื้นที่ใจกลางเมืองของเมืองทุ่งน้ำแข็ง มีเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรทุกประเภท

อย่างไรก็ตาม ในเขตผิงเฉิง เผ่าพันธุ์สัตว์อสูรนั้นหายากมากกว่า

เมื่อเขากลับมายังเขตผิงเฉิง เป้าหมายแรกของซืออวี๋นั้นไม่ใช่การกลับบ้าน แต่ปลายทางของเขานั้นกลับชัดเจน มันเป็นหนึ่งในสามฐานเพาะพันธุ์หลักในเขตผิงเฉิง ฐานเพาะพันธุ์ไผ่เหล็ก

เขาทำตามขั้นตอนทั้งหมดก่อนที่เขาจะกลับมาเพื่อที่จะได้รับสัตว์อสูรให้เร็วที่สุด

เขารอไม่ไหวแล้ว

มีฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูรสามแห่งในเขตผิงเฉิง

ฐานเพาะพันธุ์ทั้งสามแห่งถูกสร้างขึ้นมาโดยรัฐบาล แต่มีจำนวนเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรน้อยกว่า ระดับเผ่าพันธุ์สูงสุดก็คือระดับเหนือธรรมชาติชั้นกลางซึ่งเทียบไม่ได้กับฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูรอย่างเป็นทางการในเมืองทุ่งน้ำแข็ง

ฐานเพาะพันธุ์ไผ่เหล็กที่ซืออวี๋กำลังจะไปนั้นดำเนินการแบบกิจการครอบครัว

มันตั้งอยู่ในป่าทึบของไผ่เหล็กที่หลังภูเขาในเขตผิงเฉิง และมีอสูรกินเหล็กประมาณแปดร้อยตัวถูกเลี้ยงดูที่นั่น

อสูรกินเหล็กถือได้ว่าเป็นสัตว์อสูรพิเศษในเขตผิงเฉิงและแม้แต่ในประเทศ ทั่วทั้งประเทศ มีจำนวนอสูรกินเหล็กที่ถูกเลี้ยงไว้อาจไม่เกิน 5,000 ตัว

และในประเทศอื่นนั้นยิ่งมีจำนวนน่าสมเพชยิ่งกว่า

มันน่าสังเกตว่าเนื่องจากโลกใบนี้แตกต่างจาก ‘โลก’ พื้นที่ส่วนใหญ่จึงถูกครอบครองโดยสัตว์อสูร มนุษย์มีเพียงเจ็ดประเทศเท่านั้น

ประเทศที่ซืออวี๋อาศัยอยู่ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักโดยประเทศอื่นในฐานะประเทศโบราณแห่งบูรพาอันรุ่งโรจน์ หนึ่งในประเทศที่เก่าแก่ที่สุด ชื่อย่อของมันก็คือตงหวงซึ่งหมายถึงบูรพาอันรุ่งโรจน์

ในไม่ช้า ซืออวี๋ก็ขึ้นรถบัสไปยังภูเขาหลังเขตผิงเฉิงด้วยความตั้งใจที่จะปีนมัน

เส้นทางอันราบเรียบถูกสร้างบนภูเขา นอกจากจะเป็นฐานเพาะพันธุ์แล้ว มันยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมบางช่วงเวลาเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มันดูราวกับว่าวันนี้จะไม่ใช่วันเปิดทำการ สภาพแวดล้อมนั้นร่มเย็นและเงียบสงบ

หลังจากเดินไปไม่กี่ก้าว ซืออวี๋ก็มาถึงป้อมยามของฐานเพาะพันธุ์ไผ่เหล็ก นี่เป็นทางเส้นเดียว และบริเวณโดยรอบก็ถูกปิดไว้ ซืออวี๋เห็นศาลาอยู่ไม่ไกลและเดินเข้าไป

ข้างหน้าต่างศาลา ชายชราในชุดคลุมเขียวที่มีผมประบ่ากกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เมื่อเขาสังเกตเห็นว่ามีคนเข้ามาใกล้ เขาก็ดันแว่นขึ้นมาและพยายามดูว่าเป็นใคร

ซืออวี๋ไร้คำกล่าว

นี่คือยามจริงเหรอ?

ลืมไปเลย ข้าไม่สามารถตัดสินหนังสือจากหน้าปกได้…

บางทีคนที่ดูไม่น่าเชื่อถือผู้นี้อาจอัญเชิญมังกรยักษ์ออกมาก็ได้

“สวัสดี ข้าจองอสูรกินเหล็กเด็กที่นี่ไว้แล้ว วันนี้ข้าจึงอยากมาดู” ซืออวี๋ตะโกน เขากลัวว่าชายคนนี้จะไม่ได้ยินเสียงเขา

“โอ้” แม้ว่าชายชราคนนี้จะดูแปลกประหลาด แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่เขลา

เมื่อได้ยินคำกล่าวของซืออวี๋ เขาก็เข้าใจในทันที

“รอสักครู่ ข้าจะแจ้งนักเพาะพันธุ์ให้มารับ” ยามตอบกลับและกดโทรศัพท์บนโต๊ะออกไป

หลังจากที่เขาอธิบายสถานการณ์ทางโทรศัพท์แล้ว ซืออวี๋ก็จำเป็นต้องรอสักพัก

ร่างอันอวบอ้วนสูงสองเมตรที่มีสีขาวดำก็เดินออกมาจากพื้นที่เพาะพันธุ์ ร่างกายท่อนบนของเขากลม แต่ส่วนล่างนั้นสั้น

ซืออวี๋มองคนที่กำลังเดินเข้ามาและตกอยู่ในห้วงความคิด

ต่อจากนั้น คนผู้นี้ที่ดูเหมือนกับแพนด้าก็เปิดประตูจากด้านในและเข้ามาอยู่ตรงหน้าซืออวี๋

เขาชี้ไปที่ป้ายบนหน้าอกของเขาซึ่งเขียนไว้ว่า ‘พนักงาน’

“สวัสดี” มัน/เขา/นาง ถูอุ้งเท้าหมีในขณะที่กล่าวด้วยเสียงต่ำจนแยกไม่ออก

ซืออวี๋ : “?”

พวกเขาไม่สามารถส่งพนักงานปกติมาได้เหรอ?

“ไม่ต้องแปลกใจ นี่เป็นชุดคอสตูมแพนด้าเหล็ก” พนักงานคนนั้นกล่าวออกมา

เป็นเพราะเจ้าที่สวมชุดคอสตูมนั้นแหละที่ทำให้ข้าประหลาดใจ! อากาศร้อนเช่นนี้ใครจะใส่มันชุดคอสตูมกัน?!

“ข้าเป็นพนักงานที่นี่ หลินซิ่วจู”

“ฉันชื่อซืออวี๋” เขากล่าวออกมา

“แต่เจ้าไม่รู้สึกร้อนเหรอ?”

“ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ชุดคอสตูมนี้ช่วยให้เข้าใจอารมณ์ของอสูรกินเหล็กได้มากขึ้น” หลินซิ่วจูกล่าวออกมา

“หากเจ้าต้องการให้อสูรกินเหล็กไว้ใจ เจ้าต้องเข้าใจพวกมันก่อน นี่คือทักษะพื้นฐานของนักเพาะพันธุ์”

ซืออวี๋ : “นั่นก็สมเหตุสมผล”

เชื่อใจกับตูดเจ้าสิ

เจ้ากล่าวไร้สาระอะไรกัน

ไม่เป็นไร หากเจ้ามีความสุขก็เรื่องของเจ้า

“ข้าจำได้ว่าในข้อมูล ซืออวี๋ เจ้าจบการศึกษาจากหลักสูตรนักเพาะพันธุ์ใช่ไหม? ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าสามารถเข้าใจข้าได้”

ไม่น่าจะมีคนมากเท่าไหร่ที่จองอสูรกินเหล็กเมื่อไม่นานมานี้ แต่คนคนนี้ก็รู้ข้อมูลของซืออวี๋ผ่านชื่อของเขา

“ใช่แล้ว แต่ข้าเป็นแค่มือใหม่ ยังห่างไกลจากรุ่นพี่หลิน”

แม้ว่าชื่อจะดูเหมือนผู้ชายมาก แต่ซืออวี๋ยังสามารถบอกได้ว่าเสียงของอีกฝ่ายเป็นเสียงของผู้หญิง เขายังคาดการณ์ได้ว่าอีกฝ่ายก็จบการศึกษาจากหลักสูตรนักเพาะพันธุ์

การใช้คำว่า ‘รุ่นพี่’ นั้นจะทำให้พวกเขาสนิทกันง่ายขึ้น เขาหวังว่าจะได้รับส่วนลดในภายหลัง

หลินซิ่วจู : “เจ้าประจบข้าแล้ว ใครก็คิดวิธีนี้ได้ หลังจากที่เจ้าได้รับสัตว์อสูรของเจ้า ข้าจะขายชุดคอสตูมสองชุดให้กับเจ้าในราคาพิเศษ”

ซืออวี๋ : “?”

มีส่วนลด แต่ต้องซื้อเพิ่ม

เจ้าเป็นอัจฉริยะด้านธุรกิจเหรอ?

ไม่เป็นไร แต่ก็ขอบคุณมาก!

ซืออวี๋ไม่ได้กล่าวความคิดของเขาออกมา เขาจะปฏิเสธมันหลังจากที่เขาเลือกสัตว์อสูรของเขาแล้ว…

การขายอาหารเพิ่มด้วยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การขายชุดคอสตูมก็ด้วยเหรอ?

จากนั้นพนักงานคนนี้ที่ชื่อว่าหลินซิ่วจูก็นำซืออวี๋เข้าไปในศาลา และนางก็เริ่มถอดชุดคอสตูมของนางออก

ในที่สุดซืออวี๋ก็เห็นว่าคนคนนั้นมีหน้าตายังไง

นางดูเหมือนกับหญิงสาวที่เป็นผู้ใหญ่ซึ่งอายุประมาณ 24 หรือ 25 ปี

นางมีรูปร่างที่บอบบาง สูงโปร่ง และผมสีดำที่งดงาม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากก่อนหน้านี้นางสวมชุดคอสตูม ผมของนางจึงยุ่งเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม นางดูเหมือนจะไม่สนใจ สีหน้าของนางดูเป็นกันเองมาก

ซืออวี๋อยากถามนางอย่างแท้จริงว่านางรักแพนด้ามากแค่ไหน

นั่นเป็นเพราะชุดภายใต้ชุดคอสตูมก็ยังคงเป็นลายแพนด้า

นางสวมกางเกงขาสั้นสีขาวที่มีลายจุดสีดำ เสื้อกันหนาวสีขาวดำหลวมๆ และหมวกที่มีหูแพนด้า

เจ้าจะขายชุดพวกนี้ให้กับข้าจริงเหรอ?

นางสูดลมหายใจเข้าลึกและกล่าวกับซืออวี๋ “มาลงทะเบียนก่อน โอ้ใช่แล้ว เจ้านำเอกสารทั้งหมดมาครบไหม?”

ขั้นตอนการซื้อและรับสัตว์อสูรจากฐานเพาะพันธุ์นั้นค่อนข้างลำบาก

ไม่ต้องกล่าวถึงว่าซืออวี๋ต้องติดหนี้เพื่อซื้อสัตว์อสูรของเขา

ฐานเพาะพันธุ์ต้องต้องได้รับใบรับรองทั้งหมด

โชคดีที่ซืออวี๋ได้นำเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดมาแล้ว ดังนั้นเอกสารก็น่าจะครบแล้วในตอนนี้

“ครบแล้ว”

จากนั้นซืออวี๋ก็ได้ลงทะเบียนด้วยความช่วยเหลือของหลินซิ่วจู และทั้งสองคนก็ตรวจสอบเอกสารทั้งหมด

หลังจากการยืนยัน หลินซิ่วจูก็พยักหน้าและกล่าวออกมา “ถ้าอย่างนั้นวันนี้เจ้าน่าจะนำสัตว์อสูรกลับไปได้เลย”

“ข้าเอามันไปวันนี้ได้เลยเหรอ? ถ้างั้นข้าก็เลือกเลยได้ใช่ไหม?” ซืออวี๋รู้สึกประหลาดใจมาก

เงินมัดจำก่อนหน้านี้ไม่ได้ระบุว่าเขาจะได้รับสัตว์อสูรตัวไหน

ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับนักฝึกสัตว์อสูรว่าจะตัดสินใจเลือกลูกอสูรกินเหล็กตัวไหน ความสัมพันธุ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นมีความสำคัญมาก

หลินซิ่วจูส่ายหัวของนางและกล่าวว่า “เจ้ามาช้าเกินไป หากเจ้ามาเร็วกว่านี้ เจ้าอาจได้เลือก”

“สถานการณ์ในปัจจุบันเป็นเช่นนี้ — ในชุดอสูรกินเหล็กกลุ่มนี้ เหลือเพียงหนึ่งตัวเท่านั้น นอกจากนี้มันยังมีบางอย่างผิดปกติกับนิสัยและร่างกายด้วย…”

“…” ซืออวี๋ตกตะลึง เกิดอะไรขึ้น? นี่มัน…

Fanpage : ผีเสื้อกลางคืน

Link : https://www.facebook.com/translatemoth

จบบทที่ บทที่ 6 ฐานเพาะพันธุ์ไผ่เหล็ก

คัดลอกลิงก์แล้ว