เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1179-1180 คิดว่าเธอไม่รู้เหรอ?

ตอนที่ 1179-1180 คิดว่าเธอไม่รู้เหรอ?

ตอนที่ 1179-1180 คิดว่าเธอไม่รู้เหรอ?


กำลังโหลดไฟล์

และงานการกุศลครั้งนี้ยังมีการถ่ายทอดสดอีก

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ไม่เพียงแต่คนที่อยู่ที่นี่จะเห็นเสี่ยวเซียวโค้งคำนับ และขอโทษเธอ แต่ชาวเน็ตที่กำลังดูถ่ายทอดสดอยู่ก็เห็นด้วยเช่นกัน

เฉียวเมียนเมียนสามารถจินตนาการได้ว่าการถ่ายทอดจะเป็นอย่างไร

ทุกคนคงคิดว่าเธอกำลังกลั่นแกล้งเสี่ยวเซียว

พวกเขาทั้งหมดคิดว่าเธอกำลังบังคับให้เสี่ยวเซียวขอโทษ

ถึงตอนนี้เธอคงถูกเรียกว่าหมาอย่างแน่นอน

เฉียวเมียนเมียนมองดูท่าทางที่เศร้าโศกและน่าสมเพชของเสี่ยวเซียว เช่นเดยวกับดวงตาที่แดงก่ำของเธอ ซึ่งดูเหมือนว่าน้ำตากำลังจะไหลได้ทุกเมื่อ เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะอยู่ภายในใจ

เมื่อวานเธอคิดว่าอาจเป็นเพราะความเข้าใจผิดของเธอเองที่คิดว่าเสี่ยวเซียวเป็นแบบนั้น

ดูจากรูปการแล้ว สัญชาตญาณของผู้หญิงนั้นแม่นยำจริง ๆ

เสี่ยวเซียวไม่ได้มาขอโทษเธอก่อนหน้านี้หรือหลังจากนี้ ทว่าพอเริ่มถ่ายทอดสด เธอก็เข้ามาทันที

เธอคิดไว้ล่วงหน้าแล้ว

ในตอนแรก เฉียวเมียนเมียนรู้สึกเสียใจกับเสี่ยวเซียว เมื่อรู้ว่าเธอและ MC ได้พูดคุยเรื่องต่อสัญญากันก่อนหน้า

เธอยังคิดว่าหากเสี่ยวเซียวสูญเสียงานพรีเซ็นเตอร์ของ MC เพราะเธอจริง ๆ เธอจะยอมคืนงานให้กับอีกฝ่าย

แต่ในขณะนี้ วิธีการของเสี่ยวเซียวทำให้เธอปัดความคิดเช่นนั้นออกจนหมด

ในท้ายที่สุด แม้ว่างานพรีเซ็นเตอร์ของเสี่ยวเซียวจะหายไป แต่เกิดอะไรขึ้นกับเรื่องนั้นเล่า

MC ติดต่อมาหาเธอเอง

เธอไม่ได้บังคับหรือแย่งชิงไปจากเสี่ยวเซียวเสียหน่อย

นอกจากนี้ เธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

ทำตัวน่าสงสารและไร้เดียงสาอย่างงั้นเหรอ?

เธอคิดว่าเธอดูไม่ออกหรืออย่างไร?

ริมฝีปากของเฉียวเมียนเมียนม้วนขึ้น ภายใต้การจ้องมองที่ประหลาดใจของเสี่ยวเซียว ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงในวินาทีถัดมา

เธอมองดูท่าทางประหลาดใจของเสี่ยวเซียว และในชั่วพริบตาน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา

ความเร็วในการร้องไห้ทำให้เสี่ยวเซียวไม่ทันระวัง

“รุ่นพี่คะ” เธอเม้มริมฝีปากและสะอึกสะอื้น น้ำตาค่อย ๆ ไหลจากหางตาลงสู่แก้มขาว ๆ แบะบอบบางของเธอ เธอมองดูเสี่ยวเซียวด้วยน้ำตาอาบแก้ม และกล่าวว่า

“ฉันขอโทษคะ ฉันไมได้คาดหวังว่าพี่จะคิดมากเกี่ยวกับความเข้าใจผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ ฉันไม่ได้คิดอะไรนานแล้ว”

“พี่เป็นรุ่นพี่นะคะ พี่จะ..”

“ตอนที่ฉันตกลงรับงานพรีเซ็นเตอร์ของ MC ในตอนนั้น ฉันรู้มาก่อนว่ารุ่นพี่ได้พูดคุยเรื่องต่อสัญญากับพวกเขา ฉันไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะมันทำให้ความสัมพันธ์ของฉันกับรุ่นพี่กลายเป็นแบบนี้ ไม่ว่ายังไง คนที่ผิดก็คือฉันเองค่ะ ไม่ใช่รุ่นพี่”

“ถ้าจะมีใครที่ต้องโค้งคำนับเพื่อขอโทษ ก็ควรจะเป็นฉัน ที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษรุ่นพี่ รุ่นพี่จะมาทำอะไรแบบนี้กับรุ่นน้องได้อย่างไรคะ”

เฉียวเมียนเมียนร้องไห้ขณะที่เธอก้าวถอยหลังและโค้งคำนับเสี่ยวเซียวอย่างสุดซึ้ง

“รุ่นพี่คะ ฉันขอโทษด้วยค่ะ ฉันขอโทษด้วยจริง ๆ”

เธอโค้งคำนับและขอโทษถึงสามครั้ง

หลังจากโค้งคำนับ เธอก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยคำขอโทษขณะที่เธอมองไปที่เสี่ยวเซียว เธอออกเสียงแต่ละคำอย่างชัดเจนและหนักแน่น “เพื่อขจัดความเข้าใจผิดระหว่างฉันกับรุ่นพี่ ฉันตัดสินใจจะยกเลิกการรับงานพรีเซ็นเตอร์ MC เพราะงานนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างเรา ฉันไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิดนี้ต้องดำเนินต่อไปค่ะ”

คำพูดของเฉียวเมียนเมียนทำให้ทุกคนตกใจ

ยกเลิกกับรับงานพรีเซ็นเตอร์ของ MC เหรอ?

แม้ว่าแฟนของเธอจะมีความสามารถมากแค่ไหนและไม่ขาดทรัพยากรที่ดีที่จะมอบให้กับเธอ แต่ก็น่าเสียดายที่ต้องทิ้งงานพรีเซ็นเตอร์ระดับสูงอย่าง MC

และเหตุผลที่เธอทำเช่นนี้ก็คือ เธอไม่อยากให้เสี่ยวเซียวเข้าใจผิดเธออย่างนั้นเหรอ?

___

และการโค้งคำนับถึงสามครังของเธอในตอนนี้...

ในตอนแรก คนเหล่านี้ทำตัวเหินห่างจากเฉียวเมียนเมียน เพราะพวกเขาคิดว่าการจะเข้าหาเธอไม่ใช่เรื่องง่ายและกลัวว่าจะมีปัญหา

นอกจากนี้ เธอยังใกล้ชิดกับคนที่ดาราหญิงมากมายพยายามจะเข้าหาออกมาพูดแทนเธอ สิ่งนี้ทำให้ดาราหญิงหลายคนรู้สึกอิจฉาและไม่พอใจ

แต่การกระทำของเฉียวเมียนเมียนในตอนนี้ รวมถึงที่เธอบอกว่าจะยกเลิกการเป็นพรีเซ็นเตอร์ MC

เธอดูไม่เหมือนคนที่จะกลั่นแกล้งผู้อื่นหรือไม่เคารพรุ่นพี่เลย

เธอดูไม่เหมือนคนอารมณ์ร้ายเลยด้วยซ้ำ

ถ้าเธอเป็นดาราหน้าใหม่ที่เย่อหยิ่งและเผด็จการจริง ๆ เธอคงไม่โค้งคำนับเสี่ยวเซียวถึงสามครั้งหรอก?

เพราะเธอกลัวว่าเสี่ยวเซียวจะเข้าใจเธอผิด เธอจึงตั้งใจที่จะยกเลิกการรับงานพรีเซ็นเตอร์ของ MC

ทัศนคติของดาราคนอื่นที่มีต่อเฉียวเมียนเมียนเปลี่ยนไปในทันที พวกเขาไม่ได้ชอบมากมายเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป

เสี่ยวเซียวไม่คาดคิดว่าเฉียวเมียนเมียนจะทำเช่นนี้

เธอมองอีกฝ่ายด้วยความตกใจ

แม้แต่นานะก็ตกใจเมื่อเฉียวเมียนเมียนยอมแพ้เรื่องการรับงานพรีเซ็นเตอร์

แต่ไม่นาน นานะก็เข้าใจสิ่งที่เธอทำลงไป

ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะงานพรีเซ็นเตอร์ของ MC

แฟนคลับของเสี่ยวเซียวไม่พอใจ เฉียวเมียนเมียน และโจมตีเธอก็เพราะพวกเขารู้สึกว่าเฉียวเมียนเมียนไปแย่งงานพรีเซ็นเตอร์จากเสี่ยวเซียว

ถ้าเธอเลิกรับงานซะ

คนอื่น ๆ ก็พูดไม่ออก

แม้ว่มันจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับเธอและค่อนขางน่าเสียดาย แต่ก็ไม่ใช่การสูญเสียหากจะกอบกู้ชื่อเสียงของเธอ

อย่างไรก็ตาม เธออายุยังน้อยและไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีทรัพยากรดี ๆ ในอนาคต

สละแค่เรื่องนี้ เพื่ออนาคตจะดีกว่า

“รุ่นพี่คะ พวกเราจับมือคืนดีกันดีไหมคะ?” เฉียวเมียนเมียนยืนมือที่สั่นเทาไปหาเสี่ยวเซียว ดวงตาของเธอแดงก่ำ และเต็มไปด้วยความกังวลใจและไม่สบายใจจากการถูกปฏิเสธ ซึ่งแสดงถึงตัวตนของเธอในฐานะดาราหน้าใหม่

ณ ตอนนี้

ถ่ายทอดสดมีชีวิตชีวามากเพราะการกระทำของเธอ

เมื่อเฉียวเมียนเมียนโค้งคำนับและขอโทษ กล้องก็จับมาที่เธอ

เธอไม่รู้ว่าช่างภาพตั้งใจหรือไม่ แต่กล้องถูกซูมมาใกล้เธอมาก จนชาวเน็ตที่ดูการถ่ายทอดสดเห็นน้ำตาที่ติดอยู่บนขนตาของเธอได้อย่างชัดเจน

ดาราหญิงส่วนใหญ่ในวงการบันเทิงใช้เงินไปไม่น้อยในการดูแลตัวเอง เพราะพวกเธอต้องอาศัยรูปลักษณ์ของตัวเองในการประกอบอาชีพ

ดังนั้นในสายตาของสาธารณชน พวกเขาทั้งหมดต้องมีผิวที่ดี

ไม่ว่าเธอจะสวยแค่ไหน ก็มีดาราหญิงไม่มากนักที่กล้าให้กล้องเข้าใกล้เธอมากขนาดนี้

เพราะสิ่งนี้จะขยายข้อบกพร่องของเธออย่างไม่มีสิ้นสุด

ข้อบกพร่องที่เดิมถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางจะถูกเปิดเผยอย่างสมบูรณ์ภายใต้กล้องที่มีความละเอียดสูง

แต่ความกังวลเหล่านี้ไม่มีผลกับเฉียวเมียนเมียน

แม้จะอยู่ใต้กล้องที่มีความละเอียดสูงที่กำลังซูมเข้ามาใกล้ ผิวของเธอก็ยังละเอียดอ่อน

ใบหน้าของเธอไม่มีตำหนิ ผิวของเธอเนียนเรียบราวกับผลไวท์เทนนิ่งอย่างเป็นธรรมชาติ

และเนื่องจากกล้องอยู่ใกล้มาก ชาวเน็ตบางคนจึงรู้ว่าเฉียวเมียนเมียนไม่ได้ลงรองพื้นหรือปัดมาสคาร่าด้วยซ้ำ เธอทาแค่ลิปสติกและเขียนคิ้ว

แต่เมื่อมองจากระยะไกลตอนนี้ พวกเขาคิดว่าเธอทาอายไลเนอร์ มาสคาร่า และคอนแทคเลนส์

“บ้าจริง ผิวของเฉียวเมียนเมียนดีเกินไปแล้ว กล้องซูมใกล้มาก แต่ฉันไม่เห็นรูขุมขนบนใบหน้าของเธอเลย ฉันคิดว่าเธอปัดมาสคาร่ามาเสียอีก แต่ปรากฏว่าขนตาของเธอหนาและยาวตามธรรมชาติอยู่แล้ว”

 

จบบทที่ ตอนที่ 1179-1180 คิดว่าเธอไม่รู้เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว