เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11ตอนที่ 11 ราชามาเฟียไม่ชอบให้ผู้หญิงแตะต้องตัวเขา ราชามาเฟียไม่ชอบให้ผู้หญิงแตะต้องตัวเขา เมื่อพวกเขาก้าวออกไปข้างนอกแล้ว หลีหัวคิดหนักก็ได้ตั้งคำถามว่า บอสคุณไม่ใช้รถเปอร์เช่หรูราคาแพงเหรอค่ะ? บอสไม่มีทางที่จะเอารถหรูของคุณมาจอดที่นี้หรอกน่ะ ฉันหมายถึงบนถนนแคบ ๆ แห่งนี้ก็ไม่มีที่ว่างให้คุณจอดรถเหมือนกันค่ะ เหว่ยเหลือบมองเธอ “คนขับรถจะขับมาที่นี่” หลีหัวไออย่างหนัก “บอสถ้าชาวบ้านแถวนี้เห็นรถหรูราคาหลายล้านดอลล่าร์ของคุณที่นี้ พวกเขาคงตกใจเมื่อรู้ว่าคุณเป็นเศรษฐี มันจะเป็นข่าวใหญ่ที่พบว่ามีซีอีโอมาพักอยู่ที่นี่และฉันคิดว่าคุณไม่ต้องการจะบอกใครๆแบบนั้น หลีหัวคาดเดาได้ว่าคนเงียบๆ อย่างเขาคงจะรำคาญอย่างมาก เหว่ยถามว่า “ดูเหมือนคุณจะมีปัญหา” หลีหัวพยักหน้า “คุณช่วยแนะนำหน่อยว่าเราจะควรทำอะไรได้บ้าง” หลีหัวให้ข้อคิด “บอสมีรถมากกว่าหนึ่งคันใช่มั้ยค่ะ” ทำไมคุณไม่ให้คนขับรถขับคันเล็ก ๆ มาเพื่อจะได้ไม่ดึงดูดความสนใจผู้คนมากเกินไป “เหว่ยพยักหน้า” ไม่กี่นาทีต่อมา หลีหัวเหมือนจะเป็นลม รถเล็ก ๆ ที่คาดเดาไว้ไม่ได้เล็กอย่างที่คิด มันมีขนาดเล็กกว่าเปอร์เช่เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม มันเป็นรถยนต์ที่มีแต่มหาเศรษฐีเท่านั้นที่สามารถซื้อได้ เป็นรถที่คนอย่างเธอเห็นได้เมื่อเวลาเธอเดินผ่านโชว์รูมเท่านั้น เธอมองแล้วก็พูดอะไรไม่ออก นี่คือคำจำกัดความของคำว่ารถเล็ก ๆ ของคุณใช่หรือไม่ค่ะ? ตามที่คาดเดาเอาไว้ ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมารอบ ๆ ต่างก็พูดพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นรถหรูราคาแพงคันนี้จอดอยู่ในพื้นที่ของพวกเขาเป็นครั้งแรก “โอ้โห รถสวยจังเลย” “เศรษฐีคนนั้นคือใคร?” พวกเขายิ่งตกใจขึ้นไปอีก เมื่อได้เห็นเหว่ยเขาดูดีเหมือนนายแบบที่ออกมาจากนิตยสารยอดนิยมทั้งหลาย ขณะที่รถมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอนั้น หลีหัวรู้สึกว่าทุกคนจ้องมองมาที่เธอ คนขับรถพูดออกมาว่า “เจ้านายครับผมเอารถคันเล็ก ๆ ที่เรามีมาให้ครับ” เหว่ยตอบว่า “โอเค” เสียงของหลีหัวพูดตะกุกตะกัก “บอสรถคันนี้ดูเหมือนคนชนชั้นกลางไม่น่าจะมีนะคะ” คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย “นี่เป็นรถที่แพงที่สุดที่ฉันมีนะ” “.....” “หลีหัว” เสียงเรียกของเกาสุ่ยเป็นหนึ่งผู้ที่พักอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เดียวกันกับเธอ ซึ่งพักอยู่ชั้นล่างถัดไปหนึ่งชั้น เกาสุ่ยเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็น เมื่อมองผู้คนที่มารวมตัวกันอยู่ด้านหน้าของอพาร์ทเม้นท์ของเธอ เธอก็ตกใจมากเมื่อเห็นหลีหัวยืนอยู่กับชายหนุ่มรูปงามข้างหน้ารถสุดหรูราคาแพงของเขา “ผู้ชายคนนั้นคือใคร?” “เกาสุ่ย” หลีหัวโบกมือทักทาย เกาสุ่ยมองสลับไปมาระหว่างเหว่ยกับหลีหัว เอ้ ! ฉันเพิ่งกลับมาถึงและผู้คนกลุ่มนี้...แล้วเมื่อเธอมองดูเหว่ยใกล้ ๆ เธอรู้สึกหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “หลีหัว...เขาเป็นใครเหรอ?” หลีหัวไม่รู้ว่าจะตอบเกาสุ่ยว่าอย่างไร คงจะลำบากใจมากถ้าตัวตนของเขาในฐานะซีอีโอถูกเปิดเผย เธอคิดถึงข้อความคุกคามจากฟูเหรินชู เธอคิดว่า “ฉันจะหาวิธีปกปิดเรื่องสำหรับรถคันนี้ได้อย่างไร” เกาสุ่ยหัวเราะคิกคัก “เขาดูเหมือนกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนะค่ะ” “เขาไม่ใช่ เขาไม่ใช่!” หลีหัวพูดระเบิดออกมารู้สึกตื่นตระหนก จากนั้นเกาสุ่ยก็มาคลอเคลียที่คอของเธอ “ฉันหมายถึงเขาเป็นคนที่น่าสงสารจริงๆ” ในการสนทนาทั้งหมดระหว่างพวกเธอ นี่เป็นครั้งแรกของเหว่ยที่ประสบปัญหาในการหันศีรษะของเขา เขาเหลือบมองดูหลีหัวอย่างเงียบ ๆ ผู้ซึ่งโกหกได้อย่างไม่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับตัวเอง เกาสุ่ยขมวดคิ้ว “กับรถแบบนี้เหรอ?” เธอหัวเราะอย่างประหม่า “ฉันจะพูดอะไรได้ล่ะเขาเป็นคนที่น่าสงสารจริง ๆ” รถคันนี้เป็นของลุงห่างๆของเขา เขาทำงานอยู่ในบริษัทของลุง ลุงรู้สึกละอายใจที่เขายากจนมาก จึงส่งรถมาให้เขาขับเพื่อรักษาภาพลักษณ์ความมั่งคั่งของเขา เขาใช้ชีวิตอย่างสงสาร ถูกลุงทารุณกรรม พวกเขาทะเลาะกันและถูกไล่ออกจากบ้านและมาอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ของเรา เขาเพิ่งย้ายมาเมื่อวานนี้เอง ปากของเกาสุ่ยกระตุกเล็กน้อย เธอคิดว่ามันยากมากที่จะแยกแยะได้เพราะว่าผู้ชายคนนี้ดูดีและมี ออร่าเขา เขาถูกทำร้ายจริงเหรอ? แต่เนื่องจากเขาไม่โต้ตอบอะไรกับสิ่งที่หลีหัวพูด เธอจำเป็นต้องเชื่อ “น่ากลัวจัง” เกาสุ่ยมองไปที่เหว่ยและก้าวไปข้างหน้า “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเกาสุ่ย ฉันพักอยู่ที่นี้อยู่ชั้นล่างห้องของหลีหัว ถัดลงไปอีกหนึ่งชั้นค่ะ เธอยิ้มและยื่นมือไปข้างหน้า เหว่ยไม่พูดและไม่ตอบสนองใด ๆ เกาสุ่ยยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น สองสามวินาที หลีหัวไอและกระซิบ “เออ...บอส...การจับมือ...” เหว่ยมองไปที่เธอและแยกริมฝีปากของเขา “ฉันไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องตัวฉัน” เกาสุ่ยเบิกตากว้างและปากของเธอเปิดออกด้วยความตกใจ “เออ...ผมขอโทษ” แก้มของเกาสุ่ยแดงด้วยความเขินอาย หลีหัวตกใจ “อา...” เธอคิดตอนที่เธอแตะไหล่ของเขา แล้วเขาก็ดึงกางเกงเพื่อที่ลุกขึ้น ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่ามีเหงื่อขึ้นที่หน้าผาก ตอนนั้นฉันทำให้บอสโกรธจริงๆเหรอ? แต่เธอก็ไม่เห็นเขาพูดว่าอะไรเลย และเธอก็ยังสงสัยอีกว่าทำไมเธอถึงยังไม่ถูกไล่ออก จากนั้นเธอก็สั่นสะท้านคิดถึงเรื่องราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้กับเหตุการณ์น้ำไม่ไหล... ถ้าเขาจริงจังกับผู้ร้ายที่ไม่มีอยู่จริงคนนั้นแล้วฉันจะทำอย่างไรดีล่ะ..? บอสกำลังวางแผนที่จะให้เธอผ่านการถูกลงโทษ ที่ทำความผิดควรได้รับโทษหรือไม่ ทันใดนั้น เธอรู้สึกตื่นเต้นมากกับการนั่งรถร่วมกันกับเขา เขาจะทิ้งเธอไว้กับทีม เอส3 ของเขาหรือไม่? หลีหัวรีบพูดขึ้นว่า “บอส ฉัน- ฉันจำได้ว่าเช้านี้ฉันไม่มีเรียน ฮ่า ฮ่า ฉันสามารถขึ้นรถบัสได้ ฉันจะไม่สาย” ริมฝีปากของเหว่ยเหยียดเป็นเส้นตรงบางๆ เขามองเธอว่างเปล่ามีความรู้สึกแปลก ๆ ซึ่งเขารู้สึกว่าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วพิมพ์ข้อความหนึ่งข้อความ หลีหัวไม่เห็นข้อความสิ่งที่เขาพิมพ์หรือพูดกับใคร แต่เธอเริ่มประหม่ามากขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังเรียกทีม เอส3 ของเขาเพื่อลักพาตัวเธอหรือไม่ เธอมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างระมัดระวังราวกับว่ามีรถสีดำและเฮลิคอปเตอร์มาล้อมรอบตัวเธอ จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ทำให้เธอตื่นจากภวังค์ อา ? ผู้ช่วยฟู ? “ซงหลีหัว ! เธอกล้าปฏิเสธข้อเสนอที่สุภาพของเจ้านายได้ยังไง ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเธอจะถูกไล่ออก!

ตอนที่ 11ตอนที่ 11 ราชามาเฟียไม่ชอบให้ผู้หญิงแตะต้องตัวเขา ราชามาเฟียไม่ชอบให้ผู้หญิงแตะต้องตัวเขา เมื่อพวกเขาก้าวออกไปข้างนอกแล้ว หลีหัวคิดหนักก็ได้ตั้งคำถามว่า บอสคุณไม่ใช้รถเปอร์เช่หรูราคาแพงเหรอค่ะ? บอสไม่มีทางที่จะเอารถหรูของคุณมาจอดที่นี้หรอกน่ะ ฉันหมายถึงบนถนนแคบ ๆ แห่งนี้ก็ไม่มีที่ว่างให้คุณจอดรถเหมือนกันค่ะ เหว่ยเหลือบมองเธอ “คนขับรถจะขับมาที่นี่” หลีหัวไออย่างหนัก “บอสถ้าชาวบ้านแถวนี้เห็นรถหรูราคาหลายล้านดอลล่าร์ของคุณที่นี้ พวกเขาคงตกใจเมื่อรู้ว่าคุณเป็นเศรษฐี มันจะเป็นข่าวใหญ่ที่พบว่ามีซีอีโอมาพักอยู่ที่นี่และฉันคิดว่าคุณไม่ต้องการจะบอกใครๆแบบนั้น หลีหัวคาดเดาได้ว่าคนเงียบๆ อย่างเขาคงจะรำคาญอย่างมาก เหว่ยถามว่า “ดูเหมือนคุณจะมีปัญหา” หลีหัวพยักหน้า “คุณช่วยแนะนำหน่อยว่าเราจะควรทำอะไรได้บ้าง” หลีหัวให้ข้อคิด “บอสมีรถมากกว่าหนึ่งคันใช่มั้ยค่ะ” ทำไมคุณไม่ให้คนขับรถขับคันเล็ก ๆ มาเพื่อจะได้ไม่ดึงดูดความสนใจผู้คนมากเกินไป “เหว่ยพยักหน้า” ไม่กี่นาทีต่อมา หลีหัวเหมือนจะเป็นลม รถเล็ก ๆ ที่คาดเดาไว้ไม่ได้เล็กอย่างที่คิด มันมีขนาดเล็กกว่าเปอร์เช่เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม มันเป็นรถยนต์ที่มีแต่มหาเศรษฐีเท่านั้นที่สามารถซื้อได้ เป็นรถที่คนอย่างเธอเห็นได้เมื่อเวลาเธอเดินผ่านโชว์รูมเท่านั้น เธอมองแล้วก็พูดอะไรไม่ออก นี่คือคำจำกัดความของคำว่ารถเล็ก ๆ ของคุณใช่หรือไม่ค่ะ? ตามที่คาดเดาเอาไว้ ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมารอบ ๆ ต่างก็พูดพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นรถหรูราคาแพงคันนี้จอดอยู่ในพื้นที่ของพวกเขาเป็นครั้งแรก “โอ้โห รถสวยจังเลย” “เศรษฐีคนนั้นคือใคร?” พวกเขายิ่งตกใจขึ้นไปอีก เมื่อได้เห็นเหว่ยเขาดูดีเหมือนนายแบบที่ออกมาจากนิตยสารยอดนิยมทั้งหลาย ขณะที่รถมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอนั้น หลีหัวรู้สึกว่าทุกคนจ้องมองมาที่เธอ คนขับรถพูดออกมาว่า “เจ้านายครับผมเอารถคันเล็ก ๆ ที่เรามีมาให้ครับ” เหว่ยตอบว่า “โอเค” เสียงของหลีหัวพูดตะกุกตะกัก “บอสรถคันนี้ดูเหมือนคนชนชั้นกลางไม่น่าจะมีนะคะ” คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย “นี่เป็นรถที่แพงที่สุดที่ฉันมีนะ” “.....” “หลีหัว” เสียงเรียกของเกาสุ่ยเป็นหนึ่งผู้ที่พักอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เดียวกันกับเธอ ซึ่งพักอยู่ชั้นล่างถัดไปหนึ่งชั้น เกาสุ่ยเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็น เมื่อมองผู้คนที่มารวมตัวกันอยู่ด้านหน้าของอพาร์ทเม้นท์ของเธอ เธอก็ตกใจมากเมื่อเห็นหลีหัวยืนอยู่กับชายหนุ่มรูปงามข้างหน้ารถสุดหรูราคาแพงของเขา “ผู้ชายคนนั้นคือใคร?” “เกาสุ่ย” หลีหัวโบกมือทักทาย เกาสุ่ยมองสลับไปมาระหว่างเหว่ยกับหลีหัว เอ้ ! ฉันเพิ่งกลับมาถึงและผู้คนกลุ่มนี้...แล้วเมื่อเธอมองดูเหว่ยใกล้ ๆ เธอรู้สึกหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “หลีหัว...เขาเป็นใครเหรอ?” หลีหัวไม่รู้ว่าจะตอบเกาสุ่ยว่าอย่างไร คงจะลำบากใจมากถ้าตัวตนของเขาในฐานะซีอีโอถูกเปิดเผย เธอคิดถึงข้อความคุกคามจากฟูเหรินชู เธอคิดว่า “ฉันจะหาวิธีปกปิดเรื่องสำหรับรถคันนี้ได้อย่างไร” เกาสุ่ยหัวเราะคิกคัก “เขาดูเหมือนกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนะค่ะ” “เขาไม่ใช่ เขาไม่ใช่!” หลีหัวพูดระเบิดออกมารู้สึกตื่นตระหนก จากนั้นเกาสุ่ยก็มาคลอเคลียที่คอของเธอ “ฉันหมายถึงเขาเป็นคนที่น่าสงสารจริงๆ” ในการสนทนาทั้งหมดระหว่างพวกเธอ นี่เป็นครั้งแรกของเหว่ยที่ประสบปัญหาในการหันศีรษะของเขา เขาเหลือบมองดูหลีหัวอย่างเงียบ ๆ ผู้ซึ่งโกหกได้อย่างไม่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับตัวเอง เกาสุ่ยขมวดคิ้ว “กับรถแบบนี้เหรอ?” เธอหัวเราะอย่างประหม่า “ฉันจะพูดอะไรได้ล่ะเขาเป็นคนที่น่าสงสารจริง ๆ” รถคันนี้เป็นของลุงห่างๆของเขา เขาทำงานอยู่ในบริษัทของลุง ลุงรู้สึกละอายใจที่เขายากจนมาก จึงส่งรถมาให้เขาขับเพื่อรักษาภาพลักษณ์ความมั่งคั่งของเขา เขาใช้ชีวิตอย่างสงสาร ถูกลุงทารุณกรรม พวกเขาทะเลาะกันและถูกไล่ออกจากบ้านและมาอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ของเรา เขาเพิ่งย้ายมาเมื่อวานนี้เอง ปากของเกาสุ่ยกระตุกเล็กน้อย เธอคิดว่ามันยากมากที่จะแยกแยะได้เพราะว่าผู้ชายคนนี้ดูดีและมี ออร่าเขา เขาถูกทำร้ายจริงเหรอ? แต่เนื่องจากเขาไม่โต้ตอบอะไรกับสิ่งที่หลีหัวพูด เธอจำเป็นต้องเชื่อ “น่ากลัวจัง” เกาสุ่ยมองไปที่เหว่ยและก้าวไปข้างหน้า “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเกาสุ่ย ฉันพักอยู่ที่นี้อยู่ชั้นล่างห้องของหลีหัว ถัดลงไปอีกหนึ่งชั้นค่ะ เธอยิ้มและยื่นมือไปข้างหน้า เหว่ยไม่พูดและไม่ตอบสนองใด ๆ เกาสุ่ยยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น สองสามวินาที หลีหัวไอและกระซิบ “เออ...บอส...การจับมือ...” เหว่ยมองไปที่เธอและแยกริมฝีปากของเขา “ฉันไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องตัวฉัน” เกาสุ่ยเบิกตากว้างและปากของเธอเปิดออกด้วยความตกใจ “เออ...ผมขอโทษ” แก้มของเกาสุ่ยแดงด้วยความเขินอาย หลีหัวตกใจ “อา...” เธอคิดตอนที่เธอแตะไหล่ของเขา แล้วเขาก็ดึงกางเกงเพื่อที่ลุกขึ้น ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่ามีเหงื่อขึ้นที่หน้าผาก ตอนนั้นฉันทำให้บอสโกรธจริงๆเหรอ? แต่เธอก็ไม่เห็นเขาพูดว่าอะไรเลย และเธอก็ยังสงสัยอีกว่าทำไมเธอถึงยังไม่ถูกไล่ออก จากนั้นเธอก็สั่นสะท้านคิดถึงเรื่องราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้กับเหตุการณ์น้ำไม่ไหล... ถ้าเขาจริงจังกับผู้ร้ายที่ไม่มีอยู่จริงคนนั้นแล้วฉันจะทำอย่างไรดีล่ะ..? บอสกำลังวางแผนที่จะให้เธอผ่านการถูกลงโทษ ที่ทำความผิดควรได้รับโทษหรือไม่ ทันใดนั้น เธอรู้สึกตื่นเต้นมากกับการนั่งรถร่วมกันกับเขา เขาจะทิ้งเธอไว้กับทีม เอส3 ของเขาหรือไม่? หลีหัวรีบพูดขึ้นว่า “บอส ฉัน- ฉันจำได้ว่าเช้านี้ฉันไม่มีเรียน ฮ่า ฮ่า ฉันสามารถขึ้นรถบัสได้ ฉันจะไม่สาย” ริมฝีปากของเหว่ยเหยียดเป็นเส้นตรงบางๆ เขามองเธอว่างเปล่ามีความรู้สึกแปลก ๆ ซึ่งเขารู้สึกว่าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วพิมพ์ข้อความหนึ่งข้อความ หลีหัวไม่เห็นข้อความสิ่งที่เขาพิมพ์หรือพูดกับใคร แต่เธอเริ่มประหม่ามากขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังเรียกทีม เอส3 ของเขาเพื่อลักพาตัวเธอหรือไม่ เธอมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างระมัดระวังราวกับว่ามีรถสีดำและเฮลิคอปเตอร์มาล้อมรอบตัวเธอ จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ทำให้เธอตื่นจากภวังค์ อา ? ผู้ช่วยฟู ? “ซงหลีหัว ! เธอกล้าปฏิเสธข้อเสนอที่สุภาพของเจ้านายได้ยังไง ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเธอจะถูกไล่ออก!

ตอนที่ 11ตอนที่ 11 ราชามาเฟียไม่ชอบให้ผู้หญิงแตะต้องตัวเขา ราชามาเฟียไม่ชอบให้ผู้หญิงแตะต้องตัวเขา เมื่อพวกเขาก้าวออกไปข้างนอกแล้ว หลีหัวคิดหนักก็ได้ตั้งคำถามว่า บอสคุณไม่ใช้รถเปอร์เช่หรูราคาแพงเหรอค่ะ? บอสไม่มีทางที่จะเอารถหรูของคุณมาจอดที่นี้หรอกน่ะ ฉันหมายถึงบนถนนแคบ ๆ แห่งนี้ก็ไม่มีที่ว่างให้คุณจอดรถเหมือนกันค่ะ เหว่ยเหลือบมองเธอ “คนขับรถจะขับมาที่นี่” หลีหัวไออย่างหนัก “บอสถ้าชาวบ้านแถวนี้เห็นรถหรูราคาหลายล้านดอลล่าร์ของคุณที่นี้ พวกเขาคงตกใจเมื่อรู้ว่าคุณเป็นเศรษฐี มันจะเป็นข่าวใหญ่ที่พบว่ามีซีอีโอมาพักอยู่ที่นี่และฉันคิดว่าคุณไม่ต้องการจะบอกใครๆแบบนั้น หลีหัวคาดเดาได้ว่าคนเงียบๆ อย่างเขาคงจะรำคาญอย่างมาก เหว่ยถามว่า “ดูเหมือนคุณจะมีปัญหา” หลีหัวพยักหน้า “คุณช่วยแนะนำหน่อยว่าเราจะควรทำอะไรได้บ้าง” หลีหัวให้ข้อคิด “บอสมีรถมากกว่าหนึ่งคันใช่มั้ยค่ะ” ทำไมคุณไม่ให้คนขับรถขับคันเล็ก ๆ มาเพื่อจะได้ไม่ดึงดูดความสนใจผู้คนมากเกินไป “เหว่ยพยักหน้า” ไม่กี่นาทีต่อมา หลีหัวเหมือนจะเป็นลม รถเล็ก ๆ ที่คาดเดาไว้ไม่ได้เล็กอย่างที่คิด มันมีขนาดเล็กกว่าเปอร์เช่เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม มันเป็นรถยนต์ที่มีแต่มหาเศรษฐีเท่านั้นที่สามารถซื้อได้ เป็นรถที่คนอย่างเธอเห็นได้เมื่อเวลาเธอเดินผ่านโชว์รูมเท่านั้น เธอมองแล้วก็พูดอะไรไม่ออก นี่คือคำจำกัดความของคำว่ารถเล็ก ๆ ของคุณใช่หรือไม่ค่ะ? ตามที่คาดเดาเอาไว้ ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมารอบ ๆ ต่างก็พูดพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นรถหรูราคาแพงคันนี้จอดอยู่ในพื้นที่ของพวกเขาเป็นครั้งแรก “โอ้โห รถสวยจังเลย” “เศรษฐีคนนั้นคือใคร?” พวกเขายิ่งตกใจขึ้นไปอีก เมื่อได้เห็นเหว่ยเขาดูดีเหมือนนายแบบที่ออกมาจากนิตยสารยอดนิยมทั้งหลาย ขณะที่รถมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอนั้น หลีหัวรู้สึกว่าทุกคนจ้องมองมาที่เธอ คนขับรถพูดออกมาว่า “เจ้านายครับผมเอารถคันเล็ก ๆ ที่เรามีมาให้ครับ” เหว่ยตอบว่า “โอเค” เสียงของหลีหัวพูดตะกุกตะกัก “บอสรถคันนี้ดูเหมือนคนชนชั้นกลางไม่น่าจะมีนะคะ” คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย “นี่เป็นรถที่แพงที่สุดที่ฉันมีนะ” “.....” “หลีหัว” เสียงเรียกของเกาสุ่ยเป็นหนึ่งผู้ที่พักอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เดียวกันกับเธอ ซึ่งพักอยู่ชั้นล่างถัดไปหนึ่งชั้น เกาสุ่ยเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็น เมื่อมองผู้คนที่มารวมตัวกันอยู่ด้านหน้าของอพาร์ทเม้นท์ของเธอ เธอก็ตกใจมากเมื่อเห็นหลีหัวยืนอยู่กับชายหนุ่มรูปงามข้างหน้ารถสุดหรูราคาแพงของเขา “ผู้ชายคนนั้นคือใคร?” “เกาสุ่ย” หลีหัวโบกมือทักทาย เกาสุ่ยมองสลับไปมาระหว่างเหว่ยกับหลีหัว เอ้ ! ฉันเพิ่งกลับมาถึงและผู้คนกลุ่มนี้...แล้วเมื่อเธอมองดูเหว่ยใกล้ ๆ เธอรู้สึกหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “หลีหัว...เขาเป็นใครเหรอ?” หลีหัวไม่รู้ว่าจะตอบเกาสุ่ยว่าอย่างไร คงจะลำบากใจมากถ้าตัวตนของเขาในฐานะซีอีโอถูกเปิดเผย เธอคิดถึงข้อความคุกคามจากฟูเหรินชู เธอคิดว่า “ฉันจะหาวิธีปกปิดเรื่องสำหรับรถคันนี้ได้อย่างไร” เกาสุ่ยหัวเราะคิกคัก “เขาดูเหมือนกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนะค่ะ” “เขาไม่ใช่ เขาไม่ใช่!” หลีหัวพูดระเบิดออกมารู้สึกตื่นตระหนก จากนั้นเกาสุ่ยก็มาคลอเคลียที่คอของเธอ “ฉันหมายถึงเขาเป็นคนที่น่าสงสารจริงๆ” ในการสนทนาทั้งหมดระหว่างพวกเธอ นี่เป็นครั้งแรกของเหว่ยที่ประสบปัญหาในการหันศีรษะของเขา เขาเหลือบมองดูหลีหัวอย่างเงียบ ๆ ผู้ซึ่งโกหกได้อย่างไม่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับตัวเอง เกาสุ่ยขมวดคิ้ว “กับรถแบบนี้เหรอ?” เธอหัวเราะอย่างประหม่า “ฉันจะพูดอะไรได้ล่ะเขาเป็นคนที่น่าสงสารจริง ๆ” รถคันนี้เป็นของลุงห่างๆของเขา เขาทำงานอยู่ในบริษัทของลุง ลุงรู้สึกละอายใจที่เขายากจนมาก จึงส่งรถมาให้เขาขับเพื่อรักษาภาพลักษณ์ความมั่งคั่งของเขา เขาใช้ชีวิตอย่างสงสาร ถูกลุงทารุณกรรม พวกเขาทะเลาะกันและถูกไล่ออกจากบ้านและมาอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ของเรา เขาเพิ่งย้ายมาเมื่อวานนี้เอง ปากของเกาสุ่ยกระตุกเล็กน้อย เธอคิดว่ามันยากมากที่จะแยกแยะได้เพราะว่าผู้ชายคนนี้ดูดีและมี ออร่าเขา เขาถูกทำร้ายจริงเหรอ? แต่เนื่องจากเขาไม่โต้ตอบอะไรกับสิ่งที่หลีหัวพูด เธอจำเป็นต้องเชื่อ “น่ากลัวจัง” เกาสุ่ยมองไปที่เหว่ยและก้าวไปข้างหน้า “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเกาสุ่ย ฉันพักอยู่ที่นี้อยู่ชั้นล่างห้องของหลีหัว ถัดลงไปอีกหนึ่งชั้นค่ะ เธอยิ้มและยื่นมือไปข้างหน้า เหว่ยไม่พูดและไม่ตอบสนองใด ๆ เกาสุ่ยยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น สองสามวินาที หลีหัวไอและกระซิบ “เออ...บอส...การจับมือ...” เหว่ยมองไปที่เธอและแยกริมฝีปากของเขา “ฉันไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องตัวฉัน” เกาสุ่ยเบิกตากว้างและปากของเธอเปิดออกด้วยความตกใจ “เออ...ผมขอโทษ” แก้มของเกาสุ่ยแดงด้วยความเขินอาย หลีหัวตกใจ “อา...” เธอคิดตอนที่เธอแตะไหล่ของเขา แล้วเขาก็ดึงกางเกงเพื่อที่ลุกขึ้น ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่ามีเหงื่อขึ้นที่หน้าผาก ตอนนั้นฉันทำให้บอสโกรธจริงๆเหรอ? แต่เธอก็ไม่เห็นเขาพูดว่าอะไรเลย และเธอก็ยังสงสัยอีกว่าทำไมเธอถึงยังไม่ถูกไล่ออก จากนั้นเธอก็สั่นสะท้านคิดถึงเรื่องราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้กับเหตุการณ์น้ำไม่ไหล... ถ้าเขาจริงจังกับผู้ร้ายที่ไม่มีอยู่จริงคนนั้นแล้วฉันจะทำอย่างไรดีล่ะ..? บอสกำลังวางแผนที่จะให้เธอผ่านการถูกลงโทษ ที่ทำความผิดควรได้รับโทษหรือไม่ ทันใดนั้น เธอรู้สึกตื่นเต้นมากกับการนั่งรถร่วมกันกับเขา เขาจะทิ้งเธอไว้กับทีม เอส3 ของเขาหรือไม่? หลีหัวรีบพูดขึ้นว่า “บอส ฉัน- ฉันจำได้ว่าเช้านี้ฉันไม่มีเรียน ฮ่า ฮ่า ฉันสามารถขึ้นรถบัสได้ ฉันจะไม่สาย” ริมฝีปากของเหว่ยเหยียดเป็นเส้นตรงบางๆ เขามองเธอว่างเปล่ามีความรู้สึกแปลก ๆ ซึ่งเขารู้สึกว่าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วพิมพ์ข้อความหนึ่งข้อความ หลีหัวไม่เห็นข้อความสิ่งที่เขาพิมพ์หรือพูดกับใคร แต่เธอเริ่มประหม่ามากขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังเรียกทีม เอส3 ของเขาเพื่อลักพาตัวเธอหรือไม่ เธอมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างระมัดระวังราวกับว่ามีรถสีดำและเฮลิคอปเตอร์มาล้อมรอบตัวเธอ จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ทำให้เธอตื่นจากภวังค์ อา ? ผู้ช่วยฟู ? “ซงหลีหัว ! เธอกล้าปฏิเสธข้อเสนอที่สุภาพของเจ้านายได้ยังไง ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเธอจะถูกไล่ออก!


เมื่อพวกเขาก้าวออกไปข้างนอกแล้ว หลีหัวคิดหนักก็ได้ตั้งคำถามว่า บอสคุณไม่ใช้รถเปอร์เช่หรูราคาแพงเหรอค่ะ? บอสไม่มีทางที่จะเอารถหรูของคุณมาจอดที่นี้หรอกน่ะ ฉันหมายถึงบนถนนแคบ ๆ แห่งนี้ก็ไม่มีที่ว่างให้คุณจอดรถเหมือนกันค่ะ

เหว่ยเหลือบมองเธอ “คนขับรถจะขับมาที่นี่”

หลีหัวไออย่างหนัก “บอสถ้าชาวบ้านแถวนี้เห็นรถหรูราคาหลายล้านดอลล่าร์ของคุณที่นี้ พวกเขาคงตกใจเมื่อรู้ว่าคุณเป็นเศรษฐี มันจะเป็นข่าวใหญ่ที่พบว่ามีซีอีโอมาพักอยู่ที่นี่และฉันคิดว่าคุณไม่ต้องการจะบอกใครๆแบบนั้น

หลีหัวคาดเดาได้ว่าคนเงียบๆ อย่างเขาคงจะรำคาญอย่างมาก

เหว่ยถามว่า “ดูเหมือนคุณจะมีปัญหา”

หลีหัวพยักหน้า

“คุณช่วยแนะนำหน่อยว่าเราจะควรทำอะไรได้บ้าง”

หลีหัวให้ข้อคิด “บอสมีรถมากกว่าหนึ่งคันใช่มั้ยค่ะ” ทำไมคุณไม่ให้คนขับรถขับคันเล็ก ๆ มาเพื่อจะได้ไม่ดึงดูดความสนใจผู้คนมากเกินไป

“เหว่ยพยักหน้า”

ไม่กี่นาทีต่อมา หลีหัวเหมือนจะเป็นลม รถเล็ก ๆ ที่คาดเดาไว้ไม่ได้เล็กอย่างที่คิด มันมีขนาดเล็กกว่าเปอร์เช่เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม มันเป็นรถยนต์ที่มีแต่มหาเศรษฐีเท่านั้นที่สามารถซื้อได้ เป็นรถที่คนอย่างเธอเห็นได้เมื่อเวลาเธอเดินผ่านโชว์รูมเท่านั้น

เธอมองแล้วก็พูดอะไรไม่ออก นี่คือคำจำกัดความของคำว่ารถเล็ก ๆ ของคุณใช่หรือไม่ค่ะ?

ตามที่คาดเดาเอาไว้ ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมารอบ ๆ ต่างก็พูดพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นรถหรูราคาแพงคันนี้จอดอยู่ในพื้นที่ของพวกเขาเป็นครั้งแรก

“โอ้โห รถสวยจังเลย”  “เศรษฐีคนนั้นคือใคร?”

พวกเขายิ่งตกใจขึ้นไปอีก เมื่อได้เห็นเหว่ยเขาดูดีเหมือนนายแบบที่ออกมาจากนิตยสารยอดนิยมทั้งหลาย

ขณะที่รถมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอนั้น หลีหัวรู้สึกว่าทุกคนจ้องมองมาที่เธอ

คนขับรถพูดออกมาว่า “เจ้านายครับผมเอารถคันเล็ก ๆ ที่เรามีมาให้ครับ”

เหว่ยตอบว่า “โอเค”

เสียงของหลีหัวพูดตะกุกตะกัก “บอสรถคันนี้ดูเหมือนคนชนชั้นกลางไม่น่าจะมีนะคะ”

คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย “นี่เป็นรถที่แพงที่สุดที่ฉันมีนะ”

“.....”

“หลีหัว” เสียงเรียกของเกาสุ่ยเป็นหนึ่งผู้ที่พักอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เดียวกันกับเธอ ซึ่งพักอยู่ชั้นล่างถัดไปหนึ่งชั้น

เกาสุ่ยเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็น เมื่อมองผู้คนที่มารวมตัวกันอยู่ด้านหน้าของอพาร์ทเม้นท์ของเธอ

เธอก็ตกใจมากเมื่อเห็นหลีหัวยืนอยู่กับชายหนุ่มรูปงามข้างหน้ารถสุดหรูราคาแพงของเขา “ผู้ชายคนนั้นคือใคร?”

“เกาสุ่ย” หลีหัวโบกมือทักทาย

เกาสุ่ยมองสลับไปมาระหว่างเหว่ยกับหลีหัว เอ้ !  ฉันเพิ่งกลับมาถึงและผู้คนกลุ่มนี้...แล้วเมื่อเธอมองดูเหว่ยใกล้ ๆ เธอรู้สึกหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ

“หลีหัว...เขาเป็นใครเหรอ?”

หลีหัวไม่รู้ว่าจะตอบเกาสุ่ยว่าอย่างไร คงจะลำบากใจมากถ้าตัวตนของเขาในฐานะซีอีโอถูกเปิดเผย เธอคิดถึงข้อความคุกคามจากฟูเหรินชู

เธอคิดว่า “ฉันจะหาวิธีปกปิดเรื่องสำหรับรถคันนี้ได้อย่างไร”

เกาสุ่ยหัวเราะคิกคัก “เขาดูเหมือนกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนะค่ะ”

“เขาไม่ใช่ เขาไม่ใช่!” หลีหัวพูดระเบิดออกมารู้สึกตื่นตระหนก จากนั้นเกาสุ่ยก็มาคลอเคลียที่คอของเธอ “ฉันหมายถึงเขาเป็นคนที่น่าสงสารจริงๆ”

ในการสนทนาทั้งหมดระหว่างพวกเธอ นี่เป็นครั้งแรกของเหว่ยที่ประสบปัญหาในการหันศีรษะของเขา เขาเหลือบมองดูหลีหัวอย่างเงียบ ๆ ผู้ซึ่งโกหกได้อย่างไม่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับตัวเอง

เกาสุ่ยขมวดคิ้ว “กับรถแบบนี้เหรอ?”

เธอหัวเราะอย่างประหม่า “ฉันจะพูดอะไรได้ล่ะเขาเป็นคนที่น่าสงสารจริง ๆ” รถคันนี้เป็นของลุงห่างๆของเขา เขาทำงานอยู่ในบริษัทของลุง ลุงรู้สึกละอายใจที่เขายากจนมาก จึงส่งรถมาให้เขาขับเพื่อรักษาภาพลักษณ์ความมั่งคั่งของเขา เขาใช้ชีวิตอย่างสงสาร ถูกลุงทารุณกรรม พวกเขาทะเลาะกันและถูกไล่ออกจากบ้านและมาอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ของเรา เขาเพิ่งย้ายมาเมื่อวานนี้เอง

ปากของเกาสุ่ยกระตุกเล็กน้อย เธอคิดว่ามันยากมากที่จะแยกแยะได้เพราะว่าผู้ชายคนนี้ดูดีและมี

ออร่าเขา เขาถูกทำร้ายจริงเหรอ? แต่เนื่องจากเขาไม่โต้ตอบอะไรกับสิ่งที่หลีหัวพูด เธอจำเป็นต้องเชื่อ

“น่ากลัวจัง”

เกาสุ่ยมองไปที่เหว่ยและก้าวไปข้างหน้า “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเกาสุ่ย ฉันพักอยู่ที่นี้อยู่ชั้นล่างห้องของหลีหัว ถัดลงไปอีกหนึ่งชั้นค่ะ เธอยิ้มและยื่นมือไปข้างหน้า

เหว่ยไม่พูดและไม่ตอบสนองใด ๆ เกาสุ่ยยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น สองสามวินาที

หลีหัวไอและกระซิบ “เออ...บอส...การจับมือ...”

เหว่ยมองไปที่เธอและแยกริมฝีปากของเขา “ฉันไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องตัวฉัน”

เกาสุ่ยเบิกตากว้างและปากของเธอเปิดออกด้วยความตกใจ

“เออ...ผมขอโทษ”

แก้มของเกาสุ่ยแดงด้วยความเขินอาย

หลีหัวตกใจ “อา...” เธอคิดตอนที่เธอแตะไหล่ของเขา แล้วเขาก็ดึงกางเกงเพื่อที่ลุกขึ้น ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่ามีเหงื่อขึ้นที่หน้าผาก ตอนนั้นฉันทำให้บอสโกรธจริงๆเหรอ? แต่เธอก็ไม่เห็นเขาพูดว่าอะไรเลย และเธอก็ยังสงสัยอีกว่าทำไมเธอถึงยังไม่ถูกไล่ออก จากนั้นเธอก็สั่นสะท้านคิดถึงเรื่องราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้กับเหตุการณ์น้ำไม่ไหล...

ถ้าเขาจริงจังกับผู้ร้ายที่ไม่มีอยู่จริงคนนั้นแล้วฉันจะทำอย่างไรดีล่ะ..? บอสกำลังวางแผนที่จะให้เธอผ่านการถูกลงโทษ ที่ทำความผิดควรได้รับโทษหรือไม่

ทันใดนั้น เธอรู้สึกตื่นเต้นมากกับการนั่งรถร่วมกันกับเขา เขาจะทิ้งเธอไว้กับทีม เอส3 ของเขาหรือไม่?

หลีหัวรีบพูดขึ้นว่า “บอส ฉัน- ฉันจำได้ว่าเช้านี้ฉันไม่มีเรียน ฮ่า ฮ่า ฉันสามารถขึ้นรถบัสได้ ฉันจะไม่สาย”

ริมฝีปากของเหว่ยเหยียดเป็นเส้นตรงบางๆ เขามองเธอว่างเปล่ามีความรู้สึกแปลก ๆ ซึ่งเขารู้สึกว่าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วพิมพ์ข้อความหนึ่งข้อความ หลีหัวไม่เห็นข้อความสิ่งที่เขาพิมพ์หรือพูดกับใคร แต่เธอเริ่มประหม่ามากขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังเรียกทีม เอส3 ของเขาเพื่อลักพาตัวเธอหรือไม่ เธอมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างระมัดระวังราวกับว่ามีรถสีดำและเฮลิคอปเตอร์มาล้อมรอบตัวเธอ

จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ทำให้เธอตื่นจากภวังค์

อา ?  ผู้ช่วยฟู ?

“ซงหลีหัว ! เธอกล้าปฏิเสธข้อเสนอที่สุภาพของเจ้านายได้ยังไง ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเธอจะถูกไล่ออก!

จบบทที่ ตอนที่ 11ตอนที่ 11 ราชามาเฟียไม่ชอบให้ผู้หญิงแตะต้องตัวเขา ราชามาเฟียไม่ชอบให้ผู้หญิงแตะต้องตัวเขา เมื่อพวกเขาก้าวออกไปข้างนอกแล้ว หลีหัวคิดหนักก็ได้ตั้งคำถามว่า บอสคุณไม่ใช้รถเปอร์เช่หรูราคาแพงเหรอค่ะ? บอสไม่มีทางที่จะเอารถหรูของคุณมาจอดที่นี้หรอกน่ะ ฉันหมายถึงบนถนนแคบ ๆ แห่งนี้ก็ไม่มีที่ว่างให้คุณจอดรถเหมือนกันค่ะ เหว่ยเหลือบมองเธอ “คนขับรถจะขับมาที่นี่” หลีหัวไออย่างหนัก “บอสถ้าชาวบ้านแถวนี้เห็นรถหรูราคาหลายล้านดอลล่าร์ของคุณที่นี้ พวกเขาคงตกใจเมื่อรู้ว่าคุณเป็นเศรษฐี มันจะเป็นข่าวใหญ่ที่พบว่ามีซีอีโอมาพักอยู่ที่นี่และฉันคิดว่าคุณไม่ต้องการจะบอกใครๆแบบนั้น หลีหัวคาดเดาได้ว่าคนเงียบๆ อย่างเขาคงจะรำคาญอย่างมาก เหว่ยถามว่า “ดูเหมือนคุณจะมีปัญหา” หลีหัวพยักหน้า “คุณช่วยแนะนำหน่อยว่าเราจะควรทำอะไรได้บ้าง” หลีหัวให้ข้อคิด “บอสมีรถมากกว่าหนึ่งคันใช่มั้ยค่ะ” ทำไมคุณไม่ให้คนขับรถขับคันเล็ก ๆ มาเพื่อจะได้ไม่ดึงดูดความสนใจผู้คนมากเกินไป “เหว่ยพยักหน้า” ไม่กี่นาทีต่อมา หลีหัวเหมือนจะเป็นลม รถเล็ก ๆ ที่คาดเดาไว้ไม่ได้เล็กอย่างที่คิด มันมีขนาดเล็กกว่าเปอร์เช่เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม มันเป็นรถยนต์ที่มีแต่มหาเศรษฐีเท่านั้นที่สามารถซื้อได้ เป็นรถที่คนอย่างเธอเห็นได้เมื่อเวลาเธอเดินผ่านโชว์รูมเท่านั้น เธอมองแล้วก็พูดอะไรไม่ออก นี่คือคำจำกัดความของคำว่ารถเล็ก ๆ ของคุณใช่หรือไม่ค่ะ? ตามที่คาดเดาเอาไว้ ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมารอบ ๆ ต่างก็พูดพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นรถหรูราคาแพงคันนี้จอดอยู่ในพื้นที่ของพวกเขาเป็นครั้งแรก “โอ้โห รถสวยจังเลย” “เศรษฐีคนนั้นคือใคร?” พวกเขายิ่งตกใจขึ้นไปอีก เมื่อได้เห็นเหว่ยเขาดูดีเหมือนนายแบบที่ออกมาจากนิตยสารยอดนิยมทั้งหลาย ขณะที่รถมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอนั้น หลีหัวรู้สึกว่าทุกคนจ้องมองมาที่เธอ คนขับรถพูดออกมาว่า “เจ้านายครับผมเอารถคันเล็ก ๆ ที่เรามีมาให้ครับ” เหว่ยตอบว่า “โอเค” เสียงของหลีหัวพูดตะกุกตะกัก “บอสรถคันนี้ดูเหมือนคนชนชั้นกลางไม่น่าจะมีนะคะ” คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย “นี่เป็นรถที่แพงที่สุดที่ฉันมีนะ” “.....” “หลีหัว” เสียงเรียกของเกาสุ่ยเป็นหนึ่งผู้ที่พักอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เดียวกันกับเธอ ซึ่งพักอยู่ชั้นล่างถัดไปหนึ่งชั้น เกาสุ่ยเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็น เมื่อมองผู้คนที่มารวมตัวกันอยู่ด้านหน้าของอพาร์ทเม้นท์ของเธอ เธอก็ตกใจมากเมื่อเห็นหลีหัวยืนอยู่กับชายหนุ่มรูปงามข้างหน้ารถสุดหรูราคาแพงของเขา “ผู้ชายคนนั้นคือใคร?” “เกาสุ่ย” หลีหัวโบกมือทักทาย เกาสุ่ยมองสลับไปมาระหว่างเหว่ยกับหลีหัว เอ้ ! ฉันเพิ่งกลับมาถึงและผู้คนกลุ่มนี้...แล้วเมื่อเธอมองดูเหว่ยใกล้ ๆ เธอรู้สึกหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “หลีหัว...เขาเป็นใครเหรอ?” หลีหัวไม่รู้ว่าจะตอบเกาสุ่ยว่าอย่างไร คงจะลำบากใจมากถ้าตัวตนของเขาในฐานะซีอีโอถูกเปิดเผย เธอคิดถึงข้อความคุกคามจากฟูเหรินชู เธอคิดว่า “ฉันจะหาวิธีปกปิดเรื่องสำหรับรถคันนี้ได้อย่างไร” เกาสุ่ยหัวเราะคิกคัก “เขาดูเหมือนกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนะค่ะ” “เขาไม่ใช่ เขาไม่ใช่!” หลีหัวพูดระเบิดออกมารู้สึกตื่นตระหนก จากนั้นเกาสุ่ยก็มาคลอเคลียที่คอของเธอ “ฉันหมายถึงเขาเป็นคนที่น่าสงสารจริงๆ” ในการสนทนาทั้งหมดระหว่างพวกเธอ นี่เป็นครั้งแรกของเหว่ยที่ประสบปัญหาในการหันศีรษะของเขา เขาเหลือบมองดูหลีหัวอย่างเงียบ ๆ ผู้ซึ่งโกหกได้อย่างไม่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับตัวเอง เกาสุ่ยขมวดคิ้ว “กับรถแบบนี้เหรอ?” เธอหัวเราะอย่างประหม่า “ฉันจะพูดอะไรได้ล่ะเขาเป็นคนที่น่าสงสารจริง ๆ” รถคันนี้เป็นของลุงห่างๆของเขา เขาทำงานอยู่ในบริษัทของลุง ลุงรู้สึกละอายใจที่เขายากจนมาก จึงส่งรถมาให้เขาขับเพื่อรักษาภาพลักษณ์ความมั่งคั่งของเขา เขาใช้ชีวิตอย่างสงสาร ถูกลุงทารุณกรรม พวกเขาทะเลาะกันและถูกไล่ออกจากบ้านและมาอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ของเรา เขาเพิ่งย้ายมาเมื่อวานนี้เอง ปากของเกาสุ่ยกระตุกเล็กน้อย เธอคิดว่ามันยากมากที่จะแยกแยะได้เพราะว่าผู้ชายคนนี้ดูดีและมี ออร่าเขา เขาถูกทำร้ายจริงเหรอ? แต่เนื่องจากเขาไม่โต้ตอบอะไรกับสิ่งที่หลีหัวพูด เธอจำเป็นต้องเชื่อ “น่ากลัวจัง” เกาสุ่ยมองไปที่เหว่ยและก้าวไปข้างหน้า “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเกาสุ่ย ฉันพักอยู่ที่นี้อยู่ชั้นล่างห้องของหลีหัว ถัดลงไปอีกหนึ่งชั้นค่ะ เธอยิ้มและยื่นมือไปข้างหน้า เหว่ยไม่พูดและไม่ตอบสนองใด ๆ เกาสุ่ยยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น สองสามวินาที หลีหัวไอและกระซิบ “เออ...บอส...การจับมือ...” เหว่ยมองไปที่เธอและแยกริมฝีปากของเขา “ฉันไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องตัวฉัน” เกาสุ่ยเบิกตากว้างและปากของเธอเปิดออกด้วยความตกใจ “เออ...ผมขอโทษ” แก้มของเกาสุ่ยแดงด้วยความเขินอาย หลีหัวตกใจ “อา...” เธอคิดตอนที่เธอแตะไหล่ของเขา แล้วเขาก็ดึงกางเกงเพื่อที่ลุกขึ้น ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่ามีเหงื่อขึ้นที่หน้าผาก ตอนนั้นฉันทำให้บอสโกรธจริงๆเหรอ? แต่เธอก็ไม่เห็นเขาพูดว่าอะไรเลย และเธอก็ยังสงสัยอีกว่าทำไมเธอถึงยังไม่ถูกไล่ออก จากนั้นเธอก็สั่นสะท้านคิดถึงเรื่องราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้กับเหตุการณ์น้ำไม่ไหล... ถ้าเขาจริงจังกับผู้ร้ายที่ไม่มีอยู่จริงคนนั้นแล้วฉันจะทำอย่างไรดีล่ะ..? บอสกำลังวางแผนที่จะให้เธอผ่านการถูกลงโทษ ที่ทำความผิดควรได้รับโทษหรือไม่ ทันใดนั้น เธอรู้สึกตื่นเต้นมากกับการนั่งรถร่วมกันกับเขา เขาจะทิ้งเธอไว้กับทีม เอส3 ของเขาหรือไม่? หลีหัวรีบพูดขึ้นว่า “บอส ฉัน- ฉันจำได้ว่าเช้านี้ฉันไม่มีเรียน ฮ่า ฮ่า ฉันสามารถขึ้นรถบัสได้ ฉันจะไม่สาย” ริมฝีปากของเหว่ยเหยียดเป็นเส้นตรงบางๆ เขามองเธอว่างเปล่ามีความรู้สึกแปลก ๆ ซึ่งเขารู้สึกว่าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วพิมพ์ข้อความหนึ่งข้อความ หลีหัวไม่เห็นข้อความสิ่งที่เขาพิมพ์หรือพูดกับใคร แต่เธอเริ่มประหม่ามากขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังเรียกทีม เอส3 ของเขาเพื่อลักพาตัวเธอหรือไม่ เธอมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างระมัดระวังราวกับว่ามีรถสีดำและเฮลิคอปเตอร์มาล้อมรอบตัวเธอ จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ทำให้เธอตื่นจากภวังค์ อา ? ผู้ช่วยฟู ? “ซงหลีหัว ! เธอกล้าปฏิเสธข้อเสนอที่สุภาพของเจ้านายได้ยังไง ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเธอจะถูกไล่ออก!

คัดลอกลิงก์แล้ว