เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 186 – ปฏิกิริยาอันดุเดือดจากรอบด้าน

บทที่ 186 – ปฏิกิริยาอันดุเดือดจากรอบด้าน

บทที่ 186 – ปฏิกิริยาอันดุเดือดจากรอบด้าน


เมื่อมองเบอร์โทรศัพท์แปลกหน้าที่โทรเข้ามา เฉินฮั่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสาย

เสียงที่ดังมาจากปลายสายฟังดูอึดอัด แหบพร่ายาวกับถูกกระดาษทรายขัดถู และมีเพียงประโยคเดียว

“อย่าหยุดระหว่างทาง รีบออกนอกประเทศให้เร็วที่สุด”

เฉินฮั่นค้นหาเจ้าของเสียงนี้จากความทรงจำได้ในทันที สือไห่จมูกเหยี่ยวผู้นั้น!

เจ้านั่นไม่ค่อยจะเอ่ยปากพูด และทุกครั้งที่พูดก็มักจะสั้นกระชับผิดปกติ

ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าตนไม่ได้ขึ้นเครื่องบิน?

เฉินฮั่นหรี่ตาลงเล็กน้อย ในหัวเริ่มฉายภาพเหตุการณ์ทั้งหมดในสนามบินซ้ำไปมา

ทันใดนั้น เขาก็หยุดภาพอยู่ที่มุมหนึ่ง เงาร่างสายนั้น...

ที่แท้ เฉาเหยียนหวางก็วางแผนส่งเขาไปลงมือที่สนามบินเช่นกัน

มุมปากของเฉินฮั่นขยับเล็กน้อย ดูเหมือนว่าตนจะยังขาดประสบการณ์ในด้านนี้อยู่จริงๆ

ถึงกับถูกสือไห่จับได้คาหนังคาเขา

แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายโทรมาด้วยเจตนาอะไร แต่ตอนนี้เขาก็อยู่ระหว่างการเดินทางแล้ว แถมในเป้ยังมีบัตรประจำตัวของทีมธรณีวิทยาซานไห่ เชื่อว่าตลอดทางคงไม่มีปัญหาอะไรอีก

เมื่อผ่อนคลายลง เขาจึงเริ่มหลับตาพักผ่อน การเดินทางครั้งนี้ต้องใช้เวลากว่าสามสิบชั่วโมง ถือโอกาสนอนหลับเอาแรงเสียเลย

......

ขณะนี้เมืองหลวงเปรียบเสมือนถูกทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางเมือง

ต่อจากข่าวการตายของหวังฝานอวิ้น ผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน ข่าวสะเทือนขวัญเรื่องหวังฝานเหลียงถูกฆ่าก็แพร่สะพัดยึดพื้นที่สื่อทุกช่องทาง

ประการแรกเขามีตำแหน่งลอยๆ ติดตัวอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังโลดแล่นในวงการธุรกิจมาหลายปี อิทธิพลของเขาจึงไม่อาจดูแคลนได้

เศรษฐีจากตระกูลใหญ่เช่นนี้ กลับถูกปาดคอเสียชีวิตที่สนามบิน!

สิ่งที่ทำให้คนวงนอกรู้สึกสงสัยก็คือ หวังฝานเหลียงในตอนนั้นได้ปลอมแปลงโฉมหน้าจนดูไม่ออกเลยว่าเป็นตัวเขา

เรื่องนี้เต็มไปด้วยปริศนาที่ชวนให้ขบคิดไม่ตก

แต่สำหรับผู้ที่รู้ตื้นลึกหนาบาง สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่เฉาเหยียนหวาง

คนที่มีความกล้าบ้าบิ่น อีกทั้งยังมีแรงจูงใจและขีดความสามารถทำเรื่องนี้ได้ มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น

เวลานี้

เฉาป๋อเวินเพิ่งจะวางสายโทรศัพท์ สีหน้าดูย่ำแย่ผิดปกติ

“เจ้าโง่”

เขาส่งเสียงหึอย่างเย็นชา แล้วโยนโทรศัพท์มือถือไปด้านข้างอย่างไม่สบอารมณ์

สือไห่ยืนสำรวมอยู่ข้างๆ เปลือกตาขยับขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เสียงแหบพร่าจะดังขึ้น

“ท่านเฉา ผมคิดว่าเจ้าเด็กนั่นจงใจครับ”

“หืม?” เฉาป๋อเวินเลิกคิ้วเล็กน้อย ปรายตามองสือไห่

คนจมูกเหยี่ยวสีหน้าไม่เปลี่ยน “ด้วยฝีมือของเขา สามารถลงมือเงียบๆ ได้สบาย แต่เขากลับเลือกวิธีที่โจ่งแจ้งที่สุด”

นิ้วของเฉาป๋อเวินเคาะที่วางแขนโซฟาเบาๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าถึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง

“หึ ตาแก่เบื้องบนเพิ่งจะสอบสวนลงมา คาดว่าตาเฒ่าแซ่จี้ครั้งนี้คงต้องโกรธจัด...”

“ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวเจ้าเด็กนี่ได้แน่”

เฉาเหยียนหวางกัดฟันอย่างหงุดหงิด

“จัดการเรื่องส่งเขาออกนอกประเทศไปก่อน ส่วนเรื่องหลังจากนั้น ก็สุดแล้วแต่โชคชะตาของมัน”

......

ในเวลาเดียวกัน ข่งหรูที่เพิ่งจะเข้านอนไปไม่นาน ก็ถูกเสียงโทรศัพท์ปลุกให้ตื่น

เขากดรับสายด้วยใบหน้าไม่พอใจ ยังไม่ทันจะได้ระเบิดอารมณ์ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวก็เบิกโพลง ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง

“คุณแน่ใจนะ ว่าเจ้าเด็กบ้านนอกนั่นไม่ได้อยู่บนเครื่องบิน!?”

“นี่มันคิดจะแทงฟ้าให้เป็นรูหรือไง!”

มือที่ถือโทรศัพท์ของข่งหรูสั่นระริก...

จนกระทั่งปลายสายวางไปครู่ใหญ่ เขาถึงค่อยๆ ลดหูโทรศัพท์ลง

สีหน้าของฟอสซิลมีชีวิตผู้นี้ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นเขียวคล้ำ

“ไม่ได้ จะปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ได้ ต่อให้ออกนอกประเทศไปแล้วก็ต้องจับตาดูให้ดี...”

ชายชราพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะทนนอนต่อไม่ไหว ตัดสินใจลุกขึ้นคลุมเสื้อ

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดโทรออกไปอีกครั้ง

“ผู้เฒ่าข่ง ดึกป่านนี้แล้ว มีคำสั่งอะไรหรือครับ?”

เสียงของกงซุนจี้ยฺว่ดังมาจากปลายสาย ฟังดูอารมณ์ดีไม่น้อย

ข่งหรูทำหน้าขรึม กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “อย่ามาบอกว่าคุณไม่รู้ ทาง ‘เท่อเคอ’ โทรมาหาผมแล้วเนี่ย”

กงซุนจี้ยฺว่หัวเราะแห้งๆ “ผมเองก็เพิ่งได้รับข่าว เห็นว่าดึกมากแล้ว กลัวจะรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณท่าน”

“ไม่ต้องมาลูกไม้ เจ้าหนูเฉินตอนนี้ถือเป็นคนของทีมธรณีวิทยาซานไห่ของคุณ ไม่ว่าจะยังไง คุณต้องจับตาดูคนให้ดี”

ไม่รอให้กงซุนจี้ยฺว่ได้พูดแทรก ข่งหรูสั่งการด้วยน้ำเสียงจริงจังต่อทันที “ผมจำได้ว่าทั้งที่มณฑลเตียนและทางฝั่งประเทศพม่า มีคนของทีมธรณีวิทยาซานไห่เคลื่อนไหวอยู่ สั่งการลงไป ให้จับตาดูตลอดเส้นทาง มีข่าวอะไรให้รายงานทันที”

กงซุนจี้ยฺว่พูดเนือยๆ ว่า “ท่านคิดว่าสถานการณ์ของเขาตอนนี้ ยังจะไปถึงที่นั่นได้อีกเหรอครับ?”

ข่งหรูแค่นเสียงหัวเราะ “อย่าดูถูกเขาเชียว คุณเคยเจ็บตัวมาตั้งกี่ครั้งแล้ว ไม่อย่างนั้นคงมีครั้งต่อไปอีกแน่”

“...” กงซุนจี้ยฺว่หน้าเจื่อน พูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ก่อนจะกัดฟันรับคำ “ครับ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”

......

เวลาเดียวกัน

ณ ชั้นสองของอาคารหลังเล็กที่ซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิด ไฟในห้องนอนยังคงเปิดสว่าง

ภายในห้องเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงแมลงร้องจากนอกหน้าต่าง

ร่างชายชราท่าทางภูมิฐาน สวมชุดนอนผ้าฝ้ายเรียบง่าย กำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างถือโทรศัพท์แนบหู

ชายชราพึมพำเบาๆ “เฉินฮั่น?”

เสียงที่ตอบกลับมาจากปลายสายเป็นเสียงชายหนุ่มที่หนักแน่นและทรงพลัง

“ใช่ครับท่านจี้ แม้เฉินฮั่นจะแลกบัตรที่นั่ง แต่เขานั่งรถตู้เดินทางออกไปครับ”

“ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว แม้จะไม่เห็นหน้า แต่ผมมั่นใจมากว่าคนลงมือคือเขา”

น้ำเสียงของชายชราฟังดูทะมึนลง “เด็กหนุ่มคนนี้กับเฉาป๋อเวิน มีความสัมพันธ์อะไรกัน?”

ปลายสายลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบตามความจริง “จากการตรวจสอบตอนนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ครับ”

“หวงฝู่เหยียน หน่วยเท่อเคอของพวกคุณเน้นหลักฐานที่เป็นรูปธรรม อาศัยแค่วิดีโอที่มองไม่เห็นหน้ามันไม่พอ ไปหามา หาวัตถุพยานให้เจอ แล้วค่อยมารายงานฉัน”

“อีกอย่าง จับตาดูเขาไว้ คนที่ฉันจี้นานจงต้องการจะคุ้มกะลาหัว กลับต้องมาตายกลางวันแสกๆ ในแผ่นดินจีน เธอน่าจะรู้นะว่ามันหมายความว่ายังไง”

เสียงของหวงฝู่เหยียนจากปลายสายพลันหนักอึ้งขึ้นมาทันที “รับทราบครับ!”

......

ขณะนี้เฉินฮั่นกำลังนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ที่เบาะหลังของรถเก๋งที่นั่งสบายคันหนึ่ง

ทันทีที่ออกจากเขตเมืองหลวง รถตู้ก็เลี้ยวเข้าจุดพักรถแล้วจอดในมุมอับสายตาที่ไม่มีกล้องวงจรปิด

คนขับรถให้เฉินฮั่นเปลี่ยนมาขึ้นรถคันปัจจุบัน

เรื่องนี้ทำให้เขาพึงพอใจในความรอบคอบของไป๋หวงเป็นอย่างมาก

ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา กลับราบรื่นจนน่าประหลาดใจ

กว่าจะเข้าสู่เขตมณฑลเตียน เฉินฮั่นก็ได้หลับไปหลายตื่น ความเหนื่อยล้าสะสมก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้ง

คนขับรถจอดพักสั้นๆ ระหว่างทางเพียงสองครั้ง ซึ่งเหนื่อยกว่าเฉินฮั่นมากนัก

เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงจุดหมาย เขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

สไตล์ของคนขับรถคนนี้ทำให้เฉินฮั่นรู้สึกสบายใจ ตลอดทางไม่ถามในสิ่งที่ไม่ควรพูดยาวสักคำ

มีเพียงแนะนำวิถีชีวิตผู้คนในท้องถิ่นที่ขับรถผ่านบ้างเป็นครั้งคราว พอเห็นเฉินฮั่นไม่สนใจก็จะเงียบปากไปเอง

ตามคำสั่งของเฉินฮั่น รถวิ่งมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกของมณฑลเตียน

เมื่อเฉินฮั่นลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่ารถได้มาถึงบริเวณใกล้ด่านชายแดนแล้ว

แต่สิ่งที่ทำให้เขาสงสัยก็คือ ด่านตรวจในวันนี้ดูเหมือนจะเข้มงวดกว่าครั้งก่อนหลายเท่าตัว

ลำพังแค่เจ้าหน้าที่ชายแดนที่ถือปืนเดินลาดตระเวนตรวจสอบ ก็มีมากกว่ายี่สิบคน

รถแทบทุกคัน และคนบนรถทุกคน ต้องถูกตรวจค้นอยู่นานครึ่งค่อนวัน

แม้แต่กระโปรงหลังรถและใต้ท้องรถ ก็ไม่ถูกละเว้น

ดวงตาของเฉินฮั่นหรี่ลงเล็กน้อย ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างผุดขึ้นในใจ

[จบบท]

จบบทที่ บทที่ 186 – ปฏิกิริยาอันดุเดือดจากรอบด้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว