- หน้าแรก
- ระบบสุ่มพลังรายซีซั่น ทะลุมิติป่วนจักรวาลซีรีส์จีน
- บทที่ 26 – ศัตรูของลูกพี่ลูกน้องต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ!
บทที่ 26 – ศัตรูของลูกพี่ลูกน้องต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ!
บทที่ 26 – ศัตรูของลูกพี่ลูกน้องต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ!
“โห! คัมภีร์เต๋าเยอะขนาดนี้ นายจะบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนจริงๆ เหรอเนี่ย!”
หลินเมี่ยวเมี่ยวเดินสำรวจห้องเฮ่อเฉินอย่างถือวิสาสะตามประสาเด็กไฮเปอร์ พอเห็นกองหนังสือคัมภีร์เต๋าบนชั้นหนังสือ เธอก็ขยับแว่นเพ่งมองแล้วร้องเสียงหลง
“ใครบ้างไม่อยากเป็นเซียน?” เฮ่อเฉินย้อนถามยิ้มๆ
หนังสือพวกนี้เขาไปยืมมาจากห้องสมุดเมือง
ถึงวิชานกกระเรียนและวิชาลมหายใจเต่าจะเป็นสกิลที่ระบบสุ่มมาให้และฝึกได้เองอัตโนมัติ
แต่เฮ่อเฉินคิดว่าศึกษาคัมภีร์เต๋าเพิ่มเติมไว้ก็ไม่เสียหาย
ต่อให้ไม่เข้าใจรหัสลับการฝึกวิชาที่ซ่อนอยู่ในคัมภีร์ อย่างน้อยก็ได้ซึมซับ 'กลิ่นอายแห่งเต๋า' บ้างก็ยังดี
ขนาดฝึกวิชานกกระเรียน เขายังต้องไปหาต้นสนมาสร้างบรรยากาศเลย
เน้นความสมจริงไว้ก่อน
ฝึกๆ ไปเถอะ ตราบใดที่ยังมีอายุยืนยาว ความรู้พวกนี้สักวันต้องมีประโยชน์
อย่างน้อยเอาไว้เก็กหล่อก็ยังดี
“ฉันรู้สึกว่าสไตล์นายมันขัดกับพวกเรายังไงไม่รู้นะ!” หลินเมี่ยวเมี่ยวหยิบคัมภีร์เล่มหนึ่งมาพลิกๆ ดูแล้ววางลง บ่นอุบ
“สไตล์ของเธอน่ะแมสจะตาย” เฮ่อเฉินปรายตามองยัยตัวแสบที่ควักขนมออกมาเคี้ยวตุ้ยๆ อีกแล้ว
“ไม่บอกนึกว่าเป็นพรีเซนเตอร์ขนมนะเนี่ย! มีแต่เธอนี่แหละที่กินขนาดนี้แล้วไม่อ้วน ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้กลิ้งได้แล้ว”
“ฮี่ๆ ฉันกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนย่ะ!” หลินเมี่ยวเมี่ยวเคี้ยวอย่างภูมิใจ แถมยังแบ่งขนมให้เฮ่อเฉินกับหร่วนหลิวเจิงด้วย
“อย่าเพิ่งได้ใจไป!” เฮ่อเฉินเตือนด้วยความหวังดี “ตอนนี้เธอยังเด็ก ร่างกายกำลังโต แถมเป็นเด็กไฮเปอร์ ระบบเผาผลาญดี เลยดูไม่อ้วน
แต่ถ้านิสัยกินแหลกแบบนี้ติดตัวไปจนเข้ามหาวิทยาลัย เผลอแป๊บเดียวน้ำหนักจะพุ่งพรวดเหมือนเป่าลูกโป่ง
ถึงตอนนั้นหน้าบานเป็นกระด้ง จะมานั่งเสียใจก็ไม่ทันแล้วนะ”
“ไม่มีทาง!” หลินเมี่ยวเมี่ยวไม่เชื่อ แต่พอเห็นรอยยิ้มที่มีเลศนัยของเฮ่อเฉิน ขนมในมือก็ชะงักค้างที่ปาก
“นี่นาย... อย่าบอกนะว่านายดูดวงได้จริงๆ?”
หลินเมี่ยวเมี่ยวเริ่มใจคอไม่ดี นึกไปถึงวีรกรรมที่เฮ่อเฉินทายใจครูหลี่เรื่องจะให้พวกจี้หยางหยางซ้ำชั้นได้แม่นยำจนครูหลี่สติแตก
“ต้องดูดวงด้วยเหรอ?” เฮ่อเฉินขำ “นี่มันวิทยาศาสตร์ชัดๆ ร่างกายจะอ้วนไม่อ้วนมันขึ้นอยู่กับแคลอรีที่รับเข้าไป วันๆ เธอกินขนมเป็นว่าเล่น ถ้าไม่เอาไปใช้ตอนโตหรือตอนขยับตัว พลังงานมันไม่หายไปเฉยๆ หรอก มันก็ต้องเปลี่ยนเป็นไขมันสิ!”
หลินเมี่ยวเมี่ยวมองขนมในมือสลับกับมองหน้าเฮ่อเฉิน แล้วก็เริ่มเครียด
เฮ่อเฉินไม่ได้ปลอบใจอะไร
ให้เครียดซะบ้างก็ดี
เพราะหน้าตาและหุ่นของเธอน่ะจัดอยู่ในระดับ 'น่ารักตะมุตะมิ' ถ้าไม่คุมอาหาร ปล่อยตัวกินแหลก พอเข้ามหาวิทยาลัยปุ๊บก็เตรียมตัวกลมป๊อก หมดสภาพสาวน้อยน่ารักสดใสทันที
เขาเคยเห็นเวอร์ชันตอนโตของเธอในชาติก่อนมาแล้ว บอกเลยว่าเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ
อยากให้เด็กๆ ทางบ้านได้เห็นภาพเปรียบเทียบ Before & After จัง จะได้รู้ว่าอย่าหาทำแบบหลินเมี่ยวเมี่ยว
ไม่งั้นจากที่น่ารักๆ จะกลายเป็นมีน่องขาหมูโตกว่าขาผู้ใหญ่ซะอีก
“เฮ้อ! พวกนายนี่น่าเบื่อชะมัด!” หลินเมี่ยวเมี่ยวที่หมดอารมณ์กินขนมชั่วคราว เริ่มรู้สึกว่าโลกนี้ช่างไร้สีสัน เธอเดินวนไปห้องหร่วนหลิวเจิง เห็นคนหนึ่งอ่านคัมภีร์เต๋า อีกคนทำข้อสอบ ต่างคนต่างมีสมาธิ ก็เริ่มบ่น
“พรุ่งนี้ก็เปิดเทอมของจริงแล้ว นรก ม.6 กำลังจะมาเยือน วันนี้ไม่ควรจะพักผ่อนให้เต็มที่หน่อยเหรอ?”
“ฉันกำลังพักผ่อนอยู่นี่ไง” เฮ่อเฉินตอบโดยไม่ละสายตาจากคัมภีร์
“จริงๆ แล้ว ม.6 มันเริ่มไปตั้งนานแล้วต่างหาก” หร่วนหลิวเจิงไม่มีสมาธิเท่าเฮ่อเฉิน เริ่มรำคาญเสียงเจื้อยแจ้วของหลินเมี่ยวเมี่ยว เลยขยับแว่นอันโตแล้วเตือนอ้อมๆ
มีคนข้างห้องที่เอาคัมภีร์เต๋ามาอ่านเล่นเป็นงานอดิเรก เธอที่เป็นเสาหลัก (ในอนาคต) ของครอบครัวต้องขยันหาเลี้ยงชีพ จะมาทำตัวไร้สาระแบบหลินเมี่ยวเมี่ยวไม่ได้
หลินเมี่ยวเมี่ยวไม่เก็ทมุกไล่แขก นั่งเล่นต่ออีกพักใหญ่ พอเห็นว่าไม่มีใครสนใจ ก็เลยบ่นงึมงำแล้วเดินลงไปหาลูกศิษย์ (เฉียนซานอี) ที่ชั้นล่าง พอเห็นว่าพ่อหนุ่มอัจฉริยะก็นั่งอ่านหนังสือเหมือนกัน ถึงได้เริ่มเข้าใจความหมายของหร่วนหลิวเจิง แล้วก็เดินคอตกกลับบ้านไปนอนแผ่บนเตียง แชตบ่นกับเพื่อนซี้เติ้งเสี่ยวฉีแก้เซ็ง
เวลาแห่งความสงบมักผ่านไปเร็วเสมอ
แค่เฮ่อเฉินอ่านคัมภีร์จบไม่กี่เล่ม หร่วนหลิวเจิงทำข้อสอบเสร็จไม่กี่ชุด วันเวลาก็ล่วงเลยไปจนหมดวัน
ตกดึก
หลังมื้อเย็น หร่วนลู่จะพาหร่วนหลิวเจิงออกไปช้อปปิ้ง พอรู้ว่าเฮ่อเฉินไม่ชอบเดินห้าง ก็ถามว่าอยากได้อะไรไหม พอเขาบอกว่าไม่ สองแม่ลูกก็รีบออกไปทันที
เฮ่อเฉินไม่ได้ใส่ใจอะไร
แต่พอเช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็รู้แล้วว่าเมื่อคืนหร่วนหลิวเจิงไปซื้ออะไรมา
หลังจากฝึกวิชาตอนเช้าเสร็จ ขณะขี่จักรยานพาหร่วนหลิวเจิงไปโรงเรียน เฮ่อเฉินก็ทักขึ้นมาลอยๆ: “เธอเริ่มฝึกโยคะแล้วเหรอ?”
“นายรู้ได้ไง?” หร่วนหลิวเจิงกำชายเสื้อเฮ่อเฉินแน่น แล้วด่าอุบอิบ: “ไอ้โรคจิต! แอบดูฉันเหรอ!”
“ต้องแอบดูด้วยเหรอ?” เฮ่อเฉินตอบอย่างเอือมระอา “ชุดโยคะตัวใหม่ของเธอตากเด่นหราอยู่ตรงระเบียงนั่นไง”
“งั้นนายก็โรคจิตชอบแอบดูอยู่ดี... แล้วรู้ได้ไงว่าไม่ใช่ของแม่ แต่เป็นของฉัน?” หร่วนหลิวเจิงสงสัย
“สายตาฉันดี!” เฮ่อเฉินขำ “อีกอย่าง ไซส์ของเธอกับน้าหร่วน มันเท่ากันซะที่ไหนเล่า?”
“.......” หร่วนหลิวเจิงหน้าแดงแปร๊ด พูดไม่ออก เผลอยกมือปิดหน้าอกตัวเองอีกแล้ว
เธอไม่รู้หรอกว่าสายตาเขาดีแค่ไหน แต่คราวนี้ต้องยอมรับว่า เฮ่อเฉินพูดมีเหตุผล (และน่าเจ็บใจ) จริงๆ
ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรอีก
พอมาถึงหน้าโรงเรียน ก็เห็นหลี่เถี่ยกุ่นนำทีมครูมายืนดักหน้าประตูกันสลอน สายตาเฉียบคมกวาดมองนักเรียนที่เดินเข้าโรงเรียน คอยดูนาฬิกาเป็นระยะ พอเห็นเฮ่อเฉินขี่จักรยานพาหร่วนหลิวเจิงมา เธอก็จ้องเขม็งจนหร่วนหลิวเจิงทำตัวไม่ถูก ต้องรีบกระโดดลงจากรถเดินเข้าโรงเรียน
หลี่เถี่ยกุ่นพยักหน้าให้หร่วนหลิวเจิงเล็กน้อย
เฮ่อเฉินไม่ได้ห้ามอะไร ขี่จักรยานเข้าไปจอด พอเดินออกมาก็เห็นหลี่เถี่ยกุ่นกำลังสำแดงเดช กักตัวนักเรียนที่มาสายไว้หน้าประตู แล้วยืนเทศนาสั่งสอนเสียงดังต่อหน้าผู้ปกครองที่มาส่ง โชว์พาวเวอร์เต็มที่
ฟางอีฝานเดินมาพร้อมกับเด็กหนุ่มสวมแว่นคนหนึ่ง ปากก็บ่นงึมงำว่า ‘โชคดีนะที่รถติดแล้วรีบลงวิ่งมา ไม่งั้นโดนครูหลี่จับกินหัวแน่’ พอเหลือบไปเห็นเฮ่อเฉิน หน้าของฟางอีฝานก็มืดครึ้มลงทันที จ้องเฮ่อเฉินเขม็งด้วยสายตาอาฆาต
“พี่ครับ เป็นอะไรหรือเปล่า?” เด็กหนุ่มสวมแว่นเห็นลูกพี่ลูกน้องที่เมื่อกี้ยังคุยจ้อแนะนำโรงเรียน จู่ๆ ก็เงียบไป แถมทำหน้าถมึงทึง ก็ถามด้วยความกังวล
“เหล่ยเอ๋อร์ จำไว้นะ อยู่ห่างๆ ไอ้เลวนั่นไว้ มันคือศัตรูของฉัน!” ฟางอีฝานชี้ไปที่เฮ่อเฉินที่เดินผ่านไปโดยไม่สนใจเขา แล้วกำชับเสียงเข้ม
“ครับ ผมจำไว้แล้ว” หลินเหล่ยเอ๋อร์ที่เพิ่งถูกน้าสาวบินไปรับตัวมาเมืองกรุง พยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย มองตามแผ่นหลังของเฮ่อเฉินแล้วจดจำไว้ในใจ
ในสายตาเขา ลูกพี่ลูกน้องคนนี้เป็นพี่ชายที่แสนดี ดังนั้นศัตรูของพี่ชาย... ต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ!
[จบบท]