- หน้าแรก
- เจินอู่ ออนไลน์ ข้าคือผู้เล่นที่รู้อนาคตล่วงหน้า สิบสามปี
- บทที่ 290 - ไปตามนัดพรรคเงินตรา
บทที่ 290 - ไปตามนัดพรรคเงินตรา
บทที่ 290 - ไปตามนัดพรรคเงินตรา
บทที่ 290 - ไปตามนัดพรรคเงินตรา
เมื่อกลับถึงห้องพัก เฉินฉางอันนั่งขัดสมาธิบนเตียง หยิบตำรา 《เคล็ดวิชาเคลื่อนฟ้าคล้อยดินย้ายจุดชีพจร》 ออกมา แล้วตบเบา ๆ หนึ่งครั้ง ตำราก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีม่วงไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาโดยพลัน
แม้เคล็ดวิชานี้จะเป็นเพียงระดับปฐพี แต่เนื่องจากมันเกี่ยวข้องกับจุดชีพจร 361 จุด บนเส้นลมปราณหลักสิบสองเส้น และชีพจรพิเศษอีกแปดสาย การฝึกฝนจึงค่อนข้างซับซ้อนและยุ่งยาก
ทว่า 《พลังปราณฮุ่นหยวนฟ้าดินโกลาหล》 ของเฉินฉางอันเข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยมกับเคล็ดวิชานี้ เขาใช้เวลาเพียงสามชั่วยาม (หกชั่วโมง) ก็ฝึกฝนจนเกือบจะสมบูรณ์แบบแล้ว แทบจะกล่าวได้ว่าเพียงแค่ขยับความคิด ก็สามารถย้ายจุดชีพจรไปได้หนึ่งนิ้ว
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เณรน้อยยกอาหารเจมาส่ง
เมื่อเฉินฉางอันทั้งสามคนกินมื้อเช้าเสร็จ ก็ไปลาจารย์ซืออู๋เซ่อ จารย์ซืออู๋เซ่อยังคงอยากให้เฉินฉางอันอยู่ต่ออีกสักสองสามวัน เพื่อสนทนาธรรมและแลกเปลี่ยนวรยุทธ์
เฉินฉางอันย่อมต้องปฏิเสธ เพราะพระภิกษุกวาดลานผู้นั้นกำลังเพ่งเล็งเขาอยู่ แม้จะไม่แสดงเจตนาร้าย แต่การไม่พาตัวเองไปเสี่ยงในที่อันตรายย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับวัดเส้าหลินแห่งนี้ ในระยะสั้นเขาคงไม่กลับมาอีกแล้ว
ออกจากวัดเส้าหลิน ลงจากเขาซงซาน ทั้งสามก็มุ่งหน้าไปทางเมืองลั่วหยาง
เฉินฉางอันวางแผนจะไปหาเฉียนตัวตัว เพื่อปรึกษาเรื่องการสำรวจปราสาทใต้ดิน เมื่อเรื่องทางนี้เสร็จสิ้นลง พรุ่งนี้เขาจะล่องใต้ไปเขาบู๊ตึ๊ง เพื่อรับ 《พลังเก้าเอี๊ยงบู๊ตึ๊ง》 หลังจากนั้นก็จะเดินทางไปยังเกาะดอกท้อเพื่อสู่ขอ
เมื่อถึงเวลานั้น เขาจะได้รับ 《คัมภีร์เก้าอิม》 ฉบับสมบูรณ์ เพื่อจะได้ทดลองดูว่า บทรักษาอาการบาดเจ็บของคัมภีร์เก้าอิมนั้น จะสามารถรักษาอู๋หยาจื่อได้หรือไม่
หากรักษาได้ก็ถือว่าจบสวยงาม แต่ถ้ารักษาไม่ได้ เขาจะต้องเดินทางไปยังเมืองจิงโจว เพื่อตามหาติงเตี่ยน และพยายามนำ 《คัมภีร์เทพส่องหล้า》 มาให้ได้
เมื่ออู๋หยาจื่อฟื้นคืนจนหายดีแล้ว ก็จะพาเขาขึ้นไปยังยอดเขาเพียวเหมียวบนเทือกเขาเทียนซาน เพื่อขอ 'พลังแปดทิศหกวิถีเอกอุ' (วิชาย้อนวัย) จากนางเฒ่าทารก จากนั้นจึงจะแวะไปยังดินแดนเสฉวน เพื่อสะสางบุญคุณความแค้นกับสำนักชิงเฉิงให้จบสิ้น ก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นเขาง้อไบ๊เพื่อวางแผนครอบครอง 'พลังเก้าเอี๊ยงง้อไบ๊' ต่อไป...
วัดเส้าหลินอยู่ไม่ไกลจากลั่วหยาง พวกเฉินฉางอันทั้งสามจึงซื้อม้าเร็วจากตำบลใต้เขาซงซานคนละตัว ใช้เวลาไม่ถึงวันก็เดินทางมาถึงลั่วหยาง
พวกเขาพักผ่อนที่ 'โรงเตี๊ยมโหย่วเจียน' ในลั่วหยางเป็นเวลาหนึ่งคืน เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เฉินฉางอันก็เดินทางมายังสำนักงานใหญ่ของพรรคเงินตราที่ตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้ากวนอูเพียงลำพัง
เมื่อคืนเขาได้ติดต่อเฉียนตัวตัวไว้ล่วงหน้าแล้ว อีกฝ่ายจึงเตรียมการไว้พร้อมพรั่ง เมื่อเฉินฉางอันมาถึงพรรคเงินตรา เฉียนตัวตัวก็ได้นำแกนนำพรรคจำนวนมากมาตั้งแถวรอคอยอยู่ก่อนแล้ว
นอกจากสมาชิกพรรคเงินตราแล้ว บริเวณโดยรอบยังมีผู้เล่นอีกมากมายที่มารวมตัวมุงดูเหตุการณ์นี้
เดิมทีพวกเขายังคงกระซิบวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเซ็งแซ่ แต่เมื่อเห็นเฉินฉางอันปรากฏตัว พวกเขาก็พลันนิ่งเงียบราวกับถูกมนตร์สะกด และได้สติกลับมาทันทีว่าเหตุใดพรรคเงินตราจึงต้องจัดขบวนต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้
ในฝูงชน ชายรูปร่างผอมสูงคนหนึ่งตบเข่าฉาดใหญ่ ดวงตาเบิกกว้าง พร้อมตะโกนเสียงดังว่า “มิน่าเล่าเฉียนตัวตัวถึงออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง ที่แท้เฉินฉางอันก็มานี่เอง!”
ผู้เล่นคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองไปยังเฉินฉางอันด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความอิจฉาริษยา
“พวกนายว่าเฉินฉางอันจะเข้าร่วมพรรคเงินตราหรือเปล่า? เฉียนตัวตัวต้องเสนอเงินเดือนให้เขาสักสิบล้านเลยไหมเนี่ย?”
ผู้เล่นที่สวมชุดสำนักซงซานคนหนึ่งได้ยินเข้า ก็ยกยิ้มเยาะที่มุมปาก “นายทำข้าหัวเราะได้จริง ๆ เฉินฉางอันคือผู้เล่นอันดับหนึ่งจากผู้คนนับพันล้านคนเชียวนะ เป็นยอดฝีมือที่เคยฟันคอ ‘ยอดปรมาจารย์’ มาแล้ว สิบล้านน่ะเหรอ? เขาแค่ไปแย่งชิงคัมภีร์ระดับสวรรค์มาสักสองเล่มก็เกินราคานี้ไปไกลแล้ว”
เขาจะฉกฉวยคัมภีร์ไปกี่เล่มก็ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับเจ้า แล้วเหตุใดเจ้าจึงยังทำท่าเชิดหน้าชูคออยู่อีก? ติงเหมี่ยนแห่งสำนักซงซานของพวกเจ้าก็ถูกเฉินฉางอันควักไส้ตายไปแล้ว ยังจะมีหน้ามาประจบสอพลอเขาอีกอย่างนั้นหรือ?
ผู้เล่นอีกคนส่งเสียงแค่นหัวเราะด้วยความดูถูก จากนั้นกลอกตา พูดยุแหย่ว่า "ก็ไม่ทราบว่าเฉียนตัวตัวคิดอะไรอยู่ พรรคเงินตราไม่ได้เข้าร่วม 'พันธมิตรปราบมาร' หรอกหรือ? ตอนนี้ยังมาต้อนรับเฉินฉางอันอย่างยิ่งใหญ่ ไม่กลัวพวกสำนักฝ่ายธรรมะจะหาเรื่องเอาหรืออย่างไร?"
"โง่เง่าจริง ๆ เบื้องหลังพรรคเงินตราน่ะคือวัดเส้าหลิน นายไม่ไปดูท่าทีของวัดเส้าหลินที่มีต่อเฉินฉางอันบ้างล่ะ? แค่นี้ยังจะมาท่องยุทธภพอีกอย่างนั้นรึ? กลับบ้านไปเลี้ยงหมูไปเสียเถอะ!"
"สัส! แกกล้าพูดอีกทีซิ?"
"..."
"อย่าทะเลาะกันเลยนะ พวกเจ้า อย่าทะเลาะกันเลย~"
ทันทีที่เฉินฉางอันปรากฏตัว บริเวณรอบด้านก็พลันจอแจขึ้นทันใด ผู้เล่นต่างพากันพูดคุยและวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา
หลายคนพยายามเบียดเสียดเข้าไปข้างหน้า แต่ก็ถูกสมาชิกพรรคเงินตรากันเอาไว้ มีผู้เล่นโง่เขลาอยู่ไม่กี่ราย ถึงกับถูกส่งไปยังจุดเกิดใหม่ในทันทีตรงนั้นเลย
เฉียนตัวตัวทุ่มเทกับการคัดเลือกคนอย่างหนัก ศิษย์ของพรรคเงินตราล้วนเป็นหัวกะทิในหมู่ผู้เล่น และคนกลุ่มที่ประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ลั่วหยางได้ ยิ่งถือว่าเป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้า ส่วนใหญ่มีวิชาวาสนาติดตัว ซึ่งฝีมือไม่ด้อยไปกว่าสิบอันดับยอดฝีมือของแต่ละสำนักเลย
เมื่อเฉียนตัวตัวเห็นเฉินฉางอัน เขาก็หัวเราะร่าพร้อมเดินตรงเข้ามาต้อนรับ "ห่างหายกันไปเพียงไม่กี่เดือน ท่านพี่เฉินก็ยังคงสง่างามเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง"
เฉินฉางอันประสานมือคารวะตอบกลับไปว่า "พี่เฉียนสบายดีหรือ" เขาเหลียวมองผู้คนที่อยู่ด้านหลังเฉียนตัวตัว นอกจากผู้เล่นระดับอาวุโสของพรรคเงินตราไม่กี่คนแล้ว ยังมีคนแปลกหน้าเพิ่มมาอีกหลายราย ในจำนวนนั้นมีชายชราวัยห้าสิบกว่าปีสองคนดูโดดเด่นสะดุดตาที่สุด
คนหนึ่งมีลมปราณลึกล้ำ แววตาเป็นประกายเจิดจ้า แสดงว่าพลังวัตรภายในเหนือธรรมดา ด้านหลังสะพายกระบี่คมกริบเล่มหนึ่ง ดูท่าจะเป็นยอดฝีมือสายกระบี่ชั้นสูง ส่วนอีกคนมีผิวหน้าขาวซีดดุจหิมะ รูปร่างผอมบาง แต่กลับแผ่กลิ่นอายดุร้ายอำมหิต จนเฉินฉางอันยังอดชายตามองไม่ได้
สองคนนี้น่าจะเป็นยอดฝีมือระดับ 'เหนือมนุษย์' (ระดับหกร้อยขึ้นไป) ที่เฉียนตัวตัวเพิ่งรับเข้ามาเป็นพวก
"ข้าขอแนะนำให้พี่เฉินรู้จัก"
เห็นเฉินฉางอันมองไปทางพวกเขา เฉียนตัวตัวก็แนะนำอย่างกระตือรือร้น "ท่านนี้คือผู้อาวุโส 'เฝิงซีฟ่าน' มาจากสำนักคุนหลุน เพลงกระบี่ของเขาบรรลุถึงขั้นสุดยอด จนได้ฉายาในยุทธภพว่า 'หนึ่งกระบี่ไร้โลหิต' ตอนนี้เขาดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ของพรรคเงินตราเรา"
"ส่วนท่านนี้คือผู้อาวุโส 'ตู้ซา' อาศัย 'หัตถ์โลหิต' คู่หนึ่งสร้างชื่อสะเทือนเลื่อนลั่นยุทธภพ เป็นแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ของพรรคเงินตราเราเช่นกัน"
เฉียนตัวตัวยิ้มแย้ม พลางขยิบตาให้เฉินฉางอัน
เดิมที เฉียนตัวตัวได้รับคำชี้แนะจากเฉินฉางอัน จึงได้ไปซื้อสูตรยา 'ยาร้อยแมลงกัดกินใจ' มาจากตระกูลผู้ใช้คุณไสยในหนานเจียง เฝิงซีฟ่านเข้ามาอยู่กับพรรคเพราะเห็นแก่เงินทองมหาศาลที่พรรคเงินตราสัญญาไว้ ก่อนหน้านี้เฉียนตัวตัวไม่กล้าใช้งานเขา จนกระทั่งปรุงยาร้อยแมลงกัดกินใจสำเร็จ และอาศัยจังหวะงานเลี้ยงแอบให้เฝิงซีฟ่านกินเข้าไป จึงกล้ามอบอำนาจให้เขา
ส่วนตู้ซานั้น เมื่อสองเดือนก่อนได้ก่อกรรมทำเข็ญในจงหยวน และถูกหลวงจีนชั้นผู้ใหญ่ที่ชื่อ 'เสวียนตู้' ประมุขตึกโพธิแห่งวัดเส้าหลิน ซัดจนบาดเจ็บ แล้วไล่ล่าตามมาตลอดทาง เฉียนตัวตัวรู้ข่าวผ่านทางผู้อาวุโสของพรรคซึ่งเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งของสำนักเส้าหลิน จึงส่งคนไปช่วยตู้ซาที่บาดเจ็บสาหัสออกมา
แม้ตู้ซาจะเป็นคนโหดเหี้ยม แต่เขาก็เป็นคนตรงไปตรงมา คำไหนคำนั้น เมื่อครั้งที่เขาได้รับความช่วยเหลือจากเฉียนตัวตัว ด้วยความสำนึกในบุญคุณ ตู้ซาจึงสมัครใจยอมกินยา ‘ร้อยแมลงกัดกินใจ’ เพื่อรับใช้เธอ
"ข้าได้ยินชื่อเสียงของพวกท่านมานานแล้ว!" เฉินฉางอันประสานมือคารวะบุคคลทั้งสอง พลางเหลือบมองเฉียนตัวตัวด้วยแววตาที่แฝงความประหลาดใจอยู่บ้าง
เฝิงซีฟ่านเชี่ยวชาญวิชา ‘เก้าท่ามังกรเหิน’ และ ‘สิบสองท่าไล่วิญญาณ’ ของสำนักคุนหลุน แม้จิตใจของเขาจะอำมหิตและเต็มไปด้วยเล่ห์เพทุบายเพียงใด แต่วรยุทธ์ของเขาก็จัดว่าสูงส่งมาก ภายหลังเขายังเติบโตจนกลายเป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์
ส่วนตู้ซานั้นสร้างชื่อก้องหล้าในด้านความโหดเหี้ยมในยุทธภพ เขาได้รวบรวมยอดฝีมือฝ่ายอธรรมไว้มากมาย จนกลายเป็นโจรชั่วที่น่าสะพรึงกลัวไปทั่วแผ่นดิน
คนทั้งสองนี้ในชาติก่อนล้วนเคยรุ่งโรจน์อย่างยิ่ง ย่อมไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าในชาตินี้ พวกเขาจะกลับกลายมาเป็นคนติดตามของเฉียนตัวตัว ช่างน่าสนใจอย่างยิ่ง
"พวกข้าต่างหากที่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของจอมยุทธ์น้อยเฉินมานานแล้ว! ในศึกอ่าวหลงอวี้ จอมยุทธ์น้อยเฉินสามารถสังหารหลัวเซียว ทั้งยังตัดศีรษะพิษประจิมได้สำเร็จ นับเป็นการสั่นสะเทือนยุทธภพอย่างแท้จริง!" เฝิงซีฟ่านกล่าวด้วยรอยยิ้มตาหยี ทว่าแววตาที่ซ่อนอยู่กลับฉายความหวาดระแวงอย่างลึกซึ้ง
เฝิงซีฟ่านมาจากสำนักคุนหลุน หลังจากที่เขาทรยศสำนัก ก็เคยไปอาศัยอยู่ที่ดินแดนสู่ (เสฉวน) ช่วงหนึ่ง เขาจึงล่วงรู้ถึงฝีมือของหลัวเซียวเป็นอย่างดี การที่เฉินฉางอันสามารถสังหารหลัวเซียวลงได้ ทำให้เขาหวาดกลัวจนเข้ากระดูกดำ
ตู้ซากลับไม่ได้แสดงท่าทีตอบโต้ใด ๆ เขาเพียงแค่ประสานมือคารวะเฉินฉางอันตามธรรมเนียม จากนั้นก็ยืนนิ่งเฉยอยู่ด้านข้าง
"ผู้อาวุโสตู้เป็นคนเย็นชาและพูดน้อย พี่เฉินอย่าได้ถือสาเลยนะ"
เฉียนตัวตัวเห็นดังนั้น จึงช่วยอธิบายแทนตู้ซา เฉินฉางอันยิ้มตอบว่าไม่เป็นไร ก่อนจะเดินตามทุกคนเข้าไปในลานตึกใหญ่
เมื่อมาถึงห้องรับรอง เฉียนตัวตัวอนุญาตให้เพียงผู้อาวุโสระดับแกนนำบางส่วนเท่านั้นที่อยู่ต่อ ครั้นเมื่อสาวใช้ผู้สง่างามนำชาร้อนมาเสิร์ฟ เฉียนตัวตัวจึงเริ่มเข้าสู่ประเด็น มองไปยังเฉินฉางอันแล้วเอ่ยถามว่า
"ในการนัดพบพี่เฉินครั้งนี้ มีเรื่องสำคัญที่ต้องการจะหารือ ไม่ทราบว่าพี่เฉินเคยได้ยินชื่อของ 'ซ่างกวนจินหง' หรือไม่?"
(จบแล้ว)