- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ผมปลดล็อกระบบเศรษฐี
- บทที่ 54 ถ้าผมได้อยู่บนรถคันนั้น รับรองว่าไม่แพ้ไอ้เจ้าของรถแน่!
บทที่ 54 ถ้าผมได้อยู่บนรถคันนั้น รับรองว่าไม่แพ้ไอ้เจ้าของรถแน่!
บทที่ 54 ถ้าผมได้อยู่บนรถคันนั้น รับรองว่าไม่แพ้ไอ้เจ้าของรถแน่!
“พี่ตู้คะ ขับเฟอร์รารี่ครั้งแรกต้องเบาๆ นะคะ...”
“ใช่ค่ะ ค่อยๆ ส่งคันเร่ง อย่ารุนแรงเกินไป...”
“ถูกต้องค่ะ ค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ รู้สึกดีใช่ไหมคะ...”
...
ภายในห้องโดยสารของ เฟอร์รารี่ เอสเอฟ 90 หานซินเหล่ยที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ คอยแนะนำตู้เจ๋อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
สำหรับมือใหม่หัดขับที่ประสบการณ์แทบเป็นศูนย์นอกจากตอนสอบใบขับขี่อย่างตู้เจ๋อ การควบคุมเฟอร์รารี่ เอสเอฟ 90 ถือว่ายากเอาเรื่อง
แต่ยิ่งพยศเท่าไหร่ ตู้เจ๋อก็ยิ่งอยากจะปราบมันให้อยู่หมัด!
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าไม่ได้ลงสนามแข่ง เจ้าเอสเอฟ 90 คันนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับโดนมัดตราสังเอาไว้
เฟอร์รารี่ เอสเอฟ 90 ได้รับการขนานนามว่าเป็นซูเปอร์คาร์โปรดักชันที่เร็วที่สุดหลังเปิดตัว
หัวใจของมันคือเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้พละกำลังรวมถึง 986 แรงม้า เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที
น่าเสียดายที่บนถนนในตัวเมืองมัวตูที่จำกัดความเร็วทั่วไปแค่ 80 สูงสุดไม่เกิน 100 กม./ชม. พลังของมันไม่อาจปลดปล่อยออกมาได้เต็มที่
แต่แค่เสี้ยวพลังเล็กๆ ก็เพียงพอให้ตู้เจ๋อสัมผัสได้ถึงพละกำลังอันมหาศาลของสาวงามคันนี้
แรงดึงมหาศาล (G-force) ที่กดแผ่นหลังติดเบาะ ทำให้ตู้เจ๋ออะดรีนาลีนสูบฉีดพล่าน จนลืมสนใจหานซินเหล่ยที่นั่งอยู่ข้างๆ สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับการขับขี่
เอสเอฟ 90 แล่นออกจากตัวเมือง ขึ้นทางด่วนวงแหวนรอบนอก มุ่งหน้าไปทางตะวันออก จนถึงชายฝั่งทะเลของมัวตู และสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ถนนสายเปลี่ยวไร้ผู้คน
เวลานี้ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว ความมืดเริ่มเข้าปกคลุม
ในรถ หานซินเหล่ยมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงยั่วยวน “พี่ตู้คะ แค่ลองรถเฉยๆ ทำไมขับมาไกลขนาดนี้ล่ะคะ?”
ตู้เจ๋อยกยิ้มมุมปาก
“ช่วยไม่ได้ มีเธอมาด้วยก็เลยเพลิน ขับมาไกลไม่รู้ตัว”
“แล้วพี่ชอบรถมากกว่า หรือชอบฉันมากกว่าคะ?”
ตู้เจ๋อตอบคำถามเธอด้วยการกระทำ
แควก!
“พี่ตู้คะ ตรงนี้มืดเกินไป ระวังหน่อยสิคะ”
ตู้เจ๋อไม่ตอบ ขับรถตามจีพีเอสออกนอกถนนหลัก ตรงดิ่งไปยังชายหาด
ไม่ไกลนักมีแนวกันคลื่นทอดยาว เสียงคลื่นกระทบโขดหินดังเป็นจังหวะ
บนแนวกันคลื่น ครอบครัวพ่อแม่ลูกสามคนกำลังเดินเล่นรับลม
เด็กชายตัวน้อยถือไฟฉายส่องหาปู บังเอิญเหลือบไปเห็นรถสีเหลืองคันหนึ่งจอดอยู่ไกลๆ
“พ่อครับ! บัมเบิลบี!”
เด็กน้อยชอบหุ่นทรานส์ฟอร์มเมอร์ เห็นรถสีเหลืองก็นึกว่าเป็นบัมเบิลบีในหนัง
ได้ยินเสียงลูกชาย ชายวัยกลางคนที่กำลังไถมือถือแก้เบื่อก็เงยหน้ามองตามนิ้วลูกชาย
มีรถสีเหลืองจอดอยู่จริงๆ
เชี่ย เหมือนจะเป็นเฟอร์รารี่แฮะ?
ชายคนนั้นไม่คิดว่าจะมาเจอเฟอร์รารี่ในที่กันดารแบบนี้ เลยคิดจะพาลูกเดินไปดูใกล้ๆ
แต่พอจับมือลูกชาย เขาก็สังเกตเห็นว่าตัวรถเฟอร์รารี่คันนั้นกำลังขย่มขึ้นลงเป็นจังหวะ
คิ้วกระตุก ชายวัยกลางคนมองด้วยความอิจฉา
คนรวยนี่มันช่างสรรหาที่เล่นจริงๆ นะ?
เฟอร์รารี่สวยขนาดนี้ ไม่รู้ว่าผู้หญิงบนรถจะสวยขนาดไหน?
“ลูกครับ นั่นไม่ใช่บัมเบิลบี นั่นมันเฟอร์รารี่”
“เฟอร์รารี่คืออะไรครับ?”
“ชื่อรถน่ะลูก สรุปว่าไม่ใช่บัมเบิลบีก็แล้วกัน”
“อ๋อ”
พอรู้ว่าไม่ใช่บัมเบิลบี เด็กน้อยก็หมดความสนใจ หันไปหาปูต่อ
ในสายตาเด็ก รถราคาหลายล้านบางทีก็สู้ปูตัวเล็กๆ ไม่ได้
ชายวัยกลางคนยักไหล่ เดินไปหาภรรยาที่กำลังถ่ายรูปทะเลด้วยมือถือ
เขากระซิบอะไรบางอย่างข้างหูภรรยา
หญิงวัยกลางคนหันขวับไปมองเฟอร์รารี่ทันที
แต่มองไปสักพัก แววตาของเธอก็เริ่มฉายแววอิจฉา ก่อนจะหันมาตีไหล่สามีดังป้าบด้วยความหมั่นไส้:
“ดูอย่างเขาบ้างสิยะ?”
ชายวัยกลางคนทำหน้าเศร้า โทษฉันได้ไง?
ถ้าฉันได้อยู่บนรถคันนั้น รับรองว่าลีลาไม่แพ้ไอ้เจ้าของรถแน่!
จนกระทั่งครอบครัวนั้นเดินจากไป กระจกรถเฟอร์รารี่ถึงลดลงมาเพียงเล็กน้อย
ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งออกมาจากช่องว่าง
ตู้เจ๋อสูบบุหรี่ มองดูหานซินเหล่ยที่ใบหน้าแดงก่ำกำลังจัดการเสื้อผ้าหน้าผมอย่างอ่อนแรง
คราวนี้เขากู้หน้าคืนได้สำเร็จแล้ว
ออกกำลังกายมาหลายวัน เขาไม่ใช่ไอ้อ้วนขี้แพ้คนเดิมอีกต่อไป พละกำลังเหนือกว่ามาตรฐานชาวเน็ตทั่วไปเยอะ
“พี่ตู้ ถุงน่องคู่นี้เพิ่งซื้อมาใหม่แท้ๆ”
“ฉีกขาดแบบนี้สิถึงจะสวย”
“พี่ตู้นี่ ร้ายจริงๆ!”
เธอค้อนวงใหญ่ แล้วโผเข้าซบอ้อมอกตู้เจ๋อ
“ว่าแต่พี่ตู้ ไม่เจอกันไม่กี่วัน ทำไมพี่ผอมลงเยอะขนาดนี้คะ แถม ‘ตรงนั้น’ ก็ไม่เหมือนเดิมด้วย”
“ก็ออกกำลังกายตลอดไง ไม่เห็นเหรอว่าพุงเล็กลงแล้ว?”
นิ้วเรียวของหานซินเหล่ยจิ้มพุงตู้เจ๋อ “จริงด้วยค่ะ ดูเหมือนจะแข็งขึ้นด้วย มหัศจรรย์จัง!”
สูบบุหรี่หมดมวน ตู้เจ๋อก็โยนทิ้งออกนอกหน้าต่างอย่างมักง่าย แล้วสตาร์ตเครื่องยนต์
“ไปเถอะ ขากลับให้เธอลองขับบ้างไหม?”
“ไม่เอาค่ะพี่ตู้ ให้ฉันขับตอนนี้ ขากลับได้เกิดอุบัติเหตุแน่นอน”
เหลือบมองขาของหานซินเหล่ยที่ยังสั่นระริก ตู้เจ๋อแค่นหัวเราะในลำคอ แล้วเหยียบคันเร่งออกรถ
กลับเข้าตัวเมือง ตู้เจ๋อจอดรถไว้ที่ลานจอดรถโรงแรม J แล้วประคองหานซินเหล่ยที่เดินขาสั่นเทาและคลุมตัวด้วยเสื้อสูทของเขากลับขึ้นห้องพัก
ครู่ต่อมา เหอฮุ่ย ที่ได้รับข้อความจากตู้เจ๋อ ก็พาพนักงานเข็นรถอาหารเข้ามาด้วยสีหน้าซับซ้อน
อาหารตะวันตกมื้อใหญ่เต็มโต๊ะ มีทั้งสเต๊กและหอยนางรม ช่วยเติมโปรตีนได้อย่างรวดเร็ว
“คุณตู้ เชิญทานให้อร่อยนะคะ”
ชำเลืองมองหานซินเหล่ยที่หน้าตาอิ่มเอิบเปล่งปลั่งอีกครั้ง เหอฮุ่ยก็หมุนตัวเดินจากไป เสียงส้นสูงกระทบพื้นดัง ปัง ปัง เป็นจังหวะ
พอคนนอกออกไปแล้ว หานซินเหล่ยก็ปล่อยตัวตามสบายอีกครั้ง ก้าวขาเรียวยาวขึ้นมานั่งคร่อมบนตักตู้เจ๋อ หยิบหอยนางรมบนโต๊ะมาจ่อที่ปากเขา:
“พี่ชายคนดี ให้เค้าป้อนนะ?”
“ทำไม? อยากรู้อะไรอีกล่ะ?”
เห็นท่าทีของหานซินเหล่ยที่จู่ๆ ก็กระตือรือร้นยิ่งกว่าตอนอยู่บนรถ ตู้เจ๋อเลยถามยิ้มๆ
“พี่ตู้ พี่ฉลาดจริงๆ! เมื่อกี้ฉันเห็นเอกสารเปิดบัญชีบนโซฟา ช่วงนี้พี่จะเล่นหุ้นอเมริกาเหรอคะ?”
วันก่อนหานซินเหล่ยพยายามเลียบเคียงถามแทบตายก็ไม่ได้ความว่าตู้เจ๋อลงทุนอะไร
วันนี้จู่ๆ มาเห็นเอกสารเปิดบัญชี เลยเกิดความคิดขึ้นมา
ช่วยไม่ได้ เธออยากก้าวหน้าจะแย่อยู่แล้ว
“ใช่ ฉันเล็งหุ้นตัวหนึ่งชื่อ เวยหนิว ไว้ วันศุกร์นี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะลงทุน”
ตู้เจ๋อพูดแค่นั้น แล้วไม่พูดอะไรต่อ
หานซินเหล่ยจะฟังหรือไม่ เขาไม่สน จะคว้าโอกาสได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง
“พี่ชายคนดี พูดอีกหน่อยสิคะ เค้ายังไม่ค่อยเข้าใจเลย!”
“ซี้ด...”
ตู้เจ๋อรู้สึกเหมือนจุดอ่อนกำลังถูกโจมตี
“แม่สาวน้อย เธอกำลังเล่นกับไฟนะ!”
“เหรอคะ?” หานซินเหล่ยยิ้มร้าย
แต่เห็นได้ชัดว่า หานซินเหล่ยประเมินตัวเองสูงไป และประเมินตู้เจ๋อต่ำไป
จนกระทั่งเธอแขนขาอ่อนแรงเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ ก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากปากตู้เจ๋อเพิ่มเลย
แถมอาหารเย็นมื้อนั้นยังเย็นชืดไปเสียก่อน
ดึกสงัด ตู้เจ๋อมองดูหญิงสาวที่หลับสนิทอยู่ข้างกาย แล้วล้วงมือถือออกมาจากใต้หมอน
ดูเวลา เลยเที่ยงคืนแล้ว
วันใหม่มาถึง โอกาสเดินเกมครั้งใหม่ก็มาถึง!
ตู้เจ๋อรีบเปิดเกม กดปุ่มเดินหน้า
ท่ามกลางความคาดหวัง ลูกเต๋ากลิ้งไปหยุดที่เลข 4
และคราวนี้ ในที่สุดก็ไม่ใช่ ‘ไม่มีอะไรเกิดขึ้น’ อีกต่อไป!
จบบท