- หน้าแรก
- ผมจะสั่งสอนพวกคลั่งฟิวชั่นด้วยเด็คฟิวชั่นที่แท้จริง
- บทที่ 3 - ความบริสุทธิ์ในการฟิวชั่นของนายยังไม่พอ!
บทที่ 3 - ความบริสุทธิ์ในการฟิวชั่นของนายยังไม่พอ!
บทที่ 3 - ความบริสุทธิ์ในการฟิวชั่นของนายยังไม่พอ!
"เพื่อนนักเรียนเทียนเฉิง นายจะสมัครเข้าชมรมฟิวชั่นเหรอ?"
"ใช่ครับ"
"เอ่อ... ก็ได้ งั้นลงชื่อไว้ตรงนี้นะ"
"เดี๋ยวทางชมรมจะจัดให้นายดวลกับนักเรียนที่มาสมัครเหมือนกัน"
ณ หอประชุมดูเอลของโรงเรียน นักเรียนหญิงในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเอ่ยถามเทียนเฉิงกวงสองสามประโยค เมื่อได้รับคำตอบยืนยัน เธอก็ลงบันทึกชื่อของเขาลงไป
ในดูเอลอาคาเดเมีย สีของเครื่องแบบจะใช้แบ่งแยกหอพักและระดับชั้น "สถานะ" ต่ำต้อยที่สุดคือ โอซิริสเรด สวมเครื่องแบบสีแดง ถือเป็น "เด็กห่วย" ของโรงเรียน ระดับกลางคือ ราเยลโลว์ ถือเป็นนักเรียนระดับปานกลางค่อนไปทางดี และสุดท้ายคือ โอเบลิสก์บลู ซึ่งเป็นนักเรียนที่มีสถานะสูงสุดในสถาบัน ระดับ "เด็กหัวกะทิ"
นักเรียนหญิงที่รับหน้าที่ลงทะเบียนคนนี้สวมชุดสีน้ำเงิน แน่นอนว่าต้องเป็น "เด็กหัวกะทิ" ส่วนเทียนเฉิงกวงสวมชุดสีเหลือง ก็คือระดับปานกลาง
บอกตามตรง เทียนเฉิงกวงแปลกใจมาก เขาไม่คิดเลยว่าด้วยเด็คและฝีมือระดับเจ้าของร่างเดิม จะยังอุตส่าห์เป็น "นักเรียนระดับกลาง" ได้
นักเรียนหญิงมองเทียนเฉิงกวงด้วยสายตาแปลก ๆ เหมือนกำลังมองคนโรคจิตหรือคนบ้า
ก็ไม่แปลกหรอก ในดูเอลอาคาเดเมียมีชมรมกิจกรรมให้เลือกมากมายตามความสนใจ
"ชมรมฟิวชั่น" เมื่อก่อนก็เป็นชมรมยอดฮิต แต่หลังจากค้นพบความเป็นไปได้ของมิติอื่น ๆ พวกหัวรุนแรงบางกลุ่มก็เริ่มรังเกียจและหวาดกลัว "วิธีการอัญเชิญที่ซับซ้อนของมิติอื่น" จึงรวมตัวกันตั้งกลุ่ม "ลัทธิคลั่งฟิวชั่น" ขึ้นมาโดยมี อาคาบะ เลโอ เป็นแกนนำ
ชมรมฟิวชั่นในตอนนี้ กลายเป็นฐานทัพของกองกำลัง "ฟิวชั่น" ไปแล้ว การเห็นเด็กใหม่เดินดุ่ม ๆ มาขอสมัครเข้าชมรมแบบนี้ ในสายตานักเรียนทั่วไป มันก็ดูบ้าบิ่นพิลึก
เทียนเฉิงกวงกวาดสายตามองไปรอบสนาม มีนักเรียนหอเหลืองอยู่ประปราย และหอแดงอีกไม่กี่คน ในจำนวนนั้นมีคนหัวแมงกะพรุนอยู่คนนึง...
นั่นมัน ยูกิ จูได!
ไม่นึกว่าจะได้เจอตัวเอกเร็วขนาดนี้ แอบดีใจเหมือนกันนะเนี่ย
"เฮ้!! พยายามเข้านะ!!" จูไดตะโกนเชียร์อย่างกระตือรือร้นเมื่อเห็นมีนักเรียนเดินลงสนาม
ถึงแม้ ยูกิ จูได จะเป็นพวกบ้าดูเอลสมองกลวงที่เห็นใครถือไพ่ก็อยากจะพุ่งเข้าไปบวก แต่การแข่งครั้งนี้บังเอิญเป็นประเภทที่เขาจะไม่เข้าร่วม ถึงเขาจะชอบฟิวชั่น แต่ถ้าจะให้เขาเชื่อฟังคำสอนประเภท "ฟิวชั่นคือที่สุด อย่างอื่นคือขยะ" ล่ะก็ ขอผ่านดีกว่า
แต่ถ้ามีโอกาสได้ดูคนดวลกัน ด้วยนิสัยของเขาแล้ว ยังไงก็ต้องมามุง
เผลอ ๆ หมอนี่อาจจะยืนดูมาทั้งวันแล้วก็ได้
"เฮ้ย! ไอ้หนู อย่ามัวแต่มองไปทั่วสิฟะ!" ในขณะที่เทียนเฉิงกวงกำลังใจลอย คู่ต่อสู้ของเขาก็เริ่มหงุดหงิด "รีบ ๆ ยอมแพ้ซะ ฉันอยากจะรีบใส่ชุดสีม่วงเต็มแก่แล้ว!"
อีกด้านหนึ่ง บนอัฒจันทร์คนดู นักเรียนหอไพลิน (บลู) หลายคนก็ตะโกนโหวกเหวก "เฮ้ย อวี้หลง รีบสั่งสอนให้ไอ้เด็กหอเหลืองนั่นรู้สำนึกซะที ว่าเด็คแอนเชียนท์เกียร์ (จักรกลโบราณ) มีไว้สำหรับพวกเราโอเบลิสก์เท่านั้น!"
"ฮ่าฮ่า ไม่ต้องบอกก็รู้!"
เทียนเฉิงกวงเลิกคิ้ว
จริงด้วยแฮะ ดูเหมือนสมาชิกชมรมฟิวชั่นส่วนใหญ่จะเป็นเด็กหอไพลิน พวกสีเหลืองกับแดงมีน้อยมาก
ดูท่าทาง ต่อให้เป็นพวกลัทธิคลั่งฟิวชั่น ก็ยังมีการเหยียดสีเสื้อกันอยู่สินะ
"ดูเอล!" "ดูเอล!"
[เทียนเฉิงกวง, LP: 4000]
[อวี้หลง, LP: 4000]
ดูเอลดิสก์ของทั้งสองคนกางออก พร้อมจั่วการ์ด 5 ใบขึ้นมือ
"เทิร์นแรกเป็นของฉัน!" นักเรียนหอไพลินตะคอกเสียงดัง แล้วจั่วการ์ดด้วยความเร็วแสง
เชี่ย—ไอ้นี่ทำผิดก—
เทียนเฉิงกวงเกือบจะตะโกนประท้วง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าในยุค GX คนเริ่มก่อนยังจั่วการ์ดได้อยู่ เลยรีบหยุดท่าทีของตัวเองไว้
แต่ไอ้การที่ฝ่ายตรงข้ามตะโกนว่า "เทิร์นแรกเป็นของฉัน" แล้วจั่วเลยนี่แหละ ที่ทำเอาเทียนเฉิงกวงตั้งตัวไม่ทัน
ถ้าแค่ตะโกนเร็วแล้วได้เริ่มก่อน คราวหลังเขาต้องไปฝึกสกิลนี้บ้างแล้ว ได้เริ่มก่อนทุกตาคงฟินน่าดู
อวี้หลงจั่วเสร็จก็มองการ์ดในมือแล้วแสยะยิ้มชั่วร้าย "ฮ่าฮ่า แกเสร็จแน่"
"ใช้งานการ์ดเวทมนตร์ ฟิวชั่น เซจ (ปราชญ์แห่งการฟิวชั่น)!"
เขาโชว์การ์ดในมือพร้อมรอยยิ้มคลั่งไคล้ "การ์ดใบนี้ทำให้ฉันนำการ์ดฟิวชั่นหนึ่งใบจากในเด็คขึ้นมือได้!"
"เปิดเกมมาก็ได้ฟิวชั่นเลยเรอะ!"
"ฮ่าฮ่า ไอ้เจ้าหอเหลืองนั่นไม่รอดแน่"
กลุ่มนักเรียนชมรมฟิวชั่นที่เปลี่ยนไปใส่เครื่องแบบสีม่วงแล้วพากันพยักหน้าชื่นชมอวี้หลง
"แค่นักเรียนหอเหลือง บังอาจมาเข้ารับการคัดเลือกของชมรมฟิวชั่น ไม่เจียมตัวเอาซะเลย!"
"เด็คจักรกลโบราณ มีไว้สำหรับพวกเราหอไพลินเท่านั้น!"
"ใช่แล้ว อาจารย์ที่ดูแลพวกเราคือท่านอาจารย์โครโนสเชียวนะ!"
"อย่าคิดนะว่าแค่อาจารย์พลาดท่าแพ้ไอ้เด็กห่วยหอแดง แล้วใครหน้าไหนจะมาท้าทายตำแหน่งของพวกเราได้!"
พวกนี้คุยกันอย่างออกรส
"หม่าม้ามีอา..." ที่แถวหน้าสุดของที่นั่งผู้ชม อาจารย์โครโนสในชุดเครื่องแบบหางยาวสีน้ำเงินและแต่งหน้าหนาเตอะ ได้ยินลูกศิษย์คุยกันก็ถึงกับมุดหน้าหนี
ก็แหงล่ะ ถึงเขาจะไม่ได้สนับสนุนชมรมฟิวชั่น แต่เด็คประจำชมรมดันเป็น "แอนเชียนท์เกียร์" (จักรกลโบราณ) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเด็คนี้ เขาเลยต้องมาดูหน่อยว่าจะมีนักเรียนคนไหนใช้เด็คของเขาบ้าง
แต่พอได้ยินเสียงนินทาพวกนี้ อาจารย์จอมรักศักดิ์ศรีก็หน้าชาจนทนไม่ไหว
"ดูการแข่งไปสิ ดูแข่งเซ่!"เขากัดผ้าเช็ดหน้า เค้นเสียงลอดไรฟันออกมาอย่างเจ็บปวด
อีกด้านหนึ่ง อวี้หลงยังคงเดินเกมต่อ "ฉันขออัญเชิญแบบปกติ แอนเชียนท์เกียร์ ไนท์ (อัศวินจักรกลโบราณ)!"
หือ?
เทียนเฉิงกวงชะงักไปเล็กน้อย
สิ้นเสียงของอวี้หลง หุ่นยนต์เก่าคร่ำครึที่มีร่างกายเป็นเหล็กกล้า มือซ้ายถือโล่ มือขวาถือหอก ก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างดุดัน กลายเป็นมอนสเตอร์ตัวแรกที่ถูกอัญเชิญออกมาในนิยายเรื่องนี้
แอนเชียนท์เกียร์ ไนท์ เลเวล 4 ธาตุดิน พลังโจมตี 1800 มอนสเตอร์ดูอัล
"แอนเชียนท์เกียร์เหรอ?" นักเรียนหอแดงและเหลืองบนอัฒจันทร์หลายคนทำหน้างง
มีเด็คแอนเชียนท์เกียร์อยู่แล้ว แล้วจะมาลงแข่งคัดเลือกหาพระแสงอะไร
เทียนเฉิงกวงหันมองไปทางขวา มองพวกนักเรียนชมรมฟิวชั่นที่ทำหน้าเหมือนกำลังดูเรื่องตลก ราวกับตัดสินผลแพ้ชนะไปแล้ว
"แค่อัญเชิญปกติก็ได้มอนสเตอร์พลังแกร่งตั้ง 1800! สุดยอดไปเลย!" จูไดตะโกนอย่างตื่นเต้น
"ฮึ เทิร์นแรกก็ได้ฟิวชั่นขึ้นมือ แถมยังอัญเชิญกำแพงพลัง 1800 ออกมาได้ เทิร์นแรกของอวี้หลงถือว่าไม่เลว!"
"แบบนี้ก็แค่รอวัตถุดิบฟิวชั่นตัวอื่นก็เรียบร้อย"
"ไม่เสียแรงที่พวกเราให้เพื่อนหอไพลินยืมเด็คไปเล่น"
นักเรียนชมรมฟิวชั่นวิจารณ์กันเสียงดังฟังชัด เหมือนกลัวเด็กหออื่นจะไม่ได้ยิน
"จบเทิร์น" อวี้หลงแสยะยิ้มเย้ยหยัน
เทียนเฉิงกวงถึงกับเอ๋อ
ฝ่ายตรงข้ามโชว์ลีลามาซะเยอะ
จบแล้วเรอะ?
"เป็นไงล่ะ? กลัวแล้วล่ะสิ?" อวี้หลงหัวเราะร่า "ถ้ากลัวก็รีบยอมแพ้ซะ! จะบอกให้ว่าการฟิวชั่นไม่ใช่สิ่งที่ใครหน้าไหนจะมาแตะต้องได้ง่าย ๆ นะเว้ย!"
เทียนเฉิงกวงเลิกคิ้ว เบ้ปากเล็กน้อย
ชิ
เทิร์นแรกโคตรอ่อน
ไม่มีการขัดขวางอะไรเลย มีแค่มอนสเตอร์พลัง 1800 ยืนทื่ออยู่ข้างหน้าตัวเดียว... ขนาดพวกสายบ้าพลังตีแลกกัน เขายังไม่เปิดช่องว่างขนาดไม่หมอบการ์ดป้องกันสักใบแบบนี้เลย
ถ้าหมอบ ซาคุเรทสึ อาร์เมอร์ (เกราะระเบิด) ไว้สักใบ ฉันยังจะพอมองว่านายพยายามแล้วนะ!
เขาส่ายหน้าเบา ๆ "เพื่อนเอ๋ย"
"อะไร?"
"ตลอดชีวิตการเรียนรู้อันยาวนานของฉัน ฉันได้ตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่ง"
"?"
"มนุษย์เรายิ่งไขว่คว้าหาการฟิวชั่น ก็ยิ่งไม่เข้าใจแก่นแท้ของมัน เพราะมนุษย์มักจะมัวแต่หาวัตถุดิบมารวมกัน เหมือนอย่างนายนั่นแหละ"
"เสิร์ชหาการ์ดฟิวชั่นมาได้ แต่กลับทำได้แค่ถือไว้ในมือ แล้วอัญเชิญมอนสเตอร์ปกติลงมาตัวนึง! คนอย่างนายน่ะนะ จะมีหน้ามาเข้ากองทัพฟิวชั่น!"
"ฟิวชั่นควรจะเป็นการอัญเชิญที่สูงส่งที่สุด การกระทำที่เยิ่นเย้อเกินความจำเป็น คือการลบหลู่การฟิวชั่น!"
"ว่าไงนะ!?"
ไม่ใช่แค่อวี้หลง แม้แต่นักเรียนชมรมฟิวชั่นบางคนได้ยินคำพูดของเทียนเฉิงกวงก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก บางคนถึงกับแคะหู สงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า
พวกเราแค่เทิดทูนฟิวชั่น แต่เอ็งนี่มันบ้าของจริงนี่หว่า!
"เทิร์นของฉัน จั่วการ์ด—"
เขามองการ์ดในมือ มุมปากกระตุกเล็กน้อย
เวร เวทมนตร์ 6 ใบล้วน
ถ้าเป็นสถานการณ์อื่นเขาคงกดปุ่มยอมแพไปแล้ว แต่โชคดีที่นี่ไม่ใช่เกม "มาสเตอร์ดูเอล"
ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มเย็นชา จ้องมองไปข้างหน้า แล้วชูการ์ดในมือขึ้นสูง ตะโกนก้อง "การอัญเชิญฟิวชั่น คือการอัญเชิญที่สูงส่งที่สุด!
เพราะฉะนั้น แค่ฟิวชั่นก็พอแล้ว!!"
"ฉันจ่ายไลฟ์พอยต์ 1000 จุด ใช้งาน การ์ดเวทมนตร์ เรดี้ ฟิวชั่น (ฟิวชั่นอย่างง่าย)!"
"อัญเชิญพิเศษมอนสเตอร์ฟิวชั่นที่ไม่มีเอฟเฟกต์ เลเวลไม่เกิน 6 จากเอ็กซ์ตร้าเด็ค โดยถือว่าเป็นการอัญเชิญแบบฟิวชั่น!"
"ออกมาซะ อัญเชิญฟิวชั่น แบรคิโอเรเดียส!"
สิ้นเสียงตะโกน ไดโนเสาร์ตัวสีฟ้าครามก็คำรามลั่น พุ่งออกมาจากเอ็กซ์ตร้าเด็ค มายืนตระหง่านอยู่ข้างกายเทียนเฉิงกวง
แบรคิโอเรเดียส เลเวล 6 ธาตุน้ำ พลังโจมตี 2200 มอนสเตอร์ฟิวชั่น
"มะ ไม่ใช้วัตถุดิบฟิวชั่นเลยสักตัว แต่ฟิวชั่นออกมาได้เลยเนี่ยนะ??" มีคนเบิกตากว้าง ขยี้ตาตัวเองด้วยความไม่อยากเชื่อ
"ว้าว เก่งชะมัดเลย" จูไดมองเจ้าแบรคิโอเรเดียสที่ถูกอัญเชิญพิเศษออกมาด้วยความตื่นเต้น "โหว ถ้าฮีโร่มีการ์ดแบบนี้บ้างล่ะก็..."
นักเรียนที่มุงดูอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพวกที่ไม่สนใจชมรมฟิวชั่น หรือพวกสาวกลัทธิฟิวชั่นที่ให้ยืมการ์ดแล้วรอสมน้ำหน้าเด็กหออื่น หรือแม้แต่อาจารย์โครโนสที่ตอนแรกเริ่มหมดอารมณ์ดู ล้วนตกตะลึงกับการเล่นของเทียนเฉิงกวง
ที่แท้... ฟิวชั่นมันเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย?
[จบแล้ว]