เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 เทศกาลไหว้พระจันทร์ จัดใหญ่ไฟกะพริบ!!

บทที่ 50 เทศกาลไหว้พระจันทร์ จัดใหญ่ไฟกะพริบ!!

บทที่ 50 เทศกาลไหว้พระจันทร์ จัดใหญ่ไฟกะพริบ!!


บทที่ 50 เทศกาลไหว้พระจันทร์ จัดใหญ่ไฟกะพริบ!!

"ฮ่าๆๆ เป็นเพราะวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพ่อต่างหากล่ะครับ! เอ่อ... เดี๋ยวผมต้องรีบขึ้นเขาไปล่าสัตว์ต่อนะเนี่ย! แม่ครับ ยังมีข้าวเช้าเหลือให้ผมไหม?"

"เหลือสิลูก! เอากระเป๋ามานี่ เดี๋ยวแม่ไปห่อข้าวใส่ให้!" พอได้ยินว่าลูกชายจะรีบขึ้นเขาไปล่าสัตว์ เมิ่งอวี้หลานก็รีบวางมือจากทุกสิ่ง แล้วเดินเข้าครัวไปจัดการให้ทันที

...

ข่าวที่ลูกคนรองบ้านเยว่ถอยจักรยานป้ายแดง ใช้เวลาแค่ครึ่งค่อนเช้า ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งหมู่บ้าน

ต่อให้บ้านเยว่เล่ยจะไม่ได้มีญาติพี่น้อง หรือเส้นสายใหญ่โตอะไรในหมู่บ้าน ต่อให้สองผัวเมียจะเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่ได้สนิทสนมกับชาวบ้านคนอื่นเป็นพิเศษ แต่เรื่องนี้มันคือ 'ทอล์คออฟเดอะทาวน์' ระดับหมู่บ้าน ที่ยังไงก็ปิดกันไม่มิด

ตลอดทั้งวัน มีทั้งคนแห่มาดูลาดเลา มาซักไซ้ไล่เลียง หรือแม้กระทั่งมาเสนอตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักทาบทามลูกสาวบ้านนู้นบ้านนี้ให้เยว่เฟิงกันอย่างไม่ขาดสาย

ครอบครัวตระกูลเยว่ที่ปกติมักจะทำตัวกลมกลืนไร้ตัวตน วันนี้ได้ฤกษ์เชิดหน้าชูตา ยืดอกรับแขกกันอย่างภาคภูมิใจ

โดยเฉพาะเมิ่งอวี้หลานผู้เป็นแม่ พอได้ยินพวกแม่สื่อแม่ชักมาสาธยายสรรพคุณลูกสาวบ้านนู้นบ้านนี้ให้ฟัง ดวงตาของหล่อนก็เบิกโพลงเป็นประกายวิบวับ โชคดีนะที่เยว่เฟิง 'กำเหยี่ยว' หนีขึ้นเขาไปซะก่อน ขืนอยู่บ้านล่ะก็ มีหวังโดนแม่จับคลุมถุงชนจัดแจงนัดดูตัวแบบสายฟ้าแลบไปแล้วแน่ๆ!

วันเวลาแห่งความปลาบปลื้มผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอถึงเวลาสี่โมงเย็นกว่าๆ สองพ่อลูกบ้านหลี่กับสองพี่น้องตระกูลจาง ก็พากันแบกของป่าเดินลงเขามา เยว่เฟิงเองก็หอบกระรอกเทากลับมาได้อีก 6 ตัว พ่วงด้วยไก่ป่าซาปั้น 2 ตัว และไก่เฟยหลง 4 ตัว

"พี่เฟิง! ผมขอลองขึ้นไปปั่นจักรยานพี่สักสองสามรอบได้ไหมอ่ะ?" ทันทีที่เสี่ยวเทาเดินพ้นประตูเข้ามาเห็นจักรยานคันงามจอดเด่นหราอยู่กลางลานบ้าน ดวงตาของเขาก็ลุกวาวเป็นประกาย

เยว่เฟิงยิ้มแล้วพยักหน้า "อยากขี่ก็ขี่สิ ของของพวกเราเองทั้งนั้น จะขี่ตอนไหนก็ได้!"

พอได้รับไฟเขียว เสี่ยวเทาก็ไม่รอช้า กระโดดขึ้นคร่อมเบาะจักรยานทันที ขาตั้งคู่ยังไม่ทันได้เอาลง มันก็จัดการปั่นบันไดอยู่กับที่อย่างเมามัน ปั่นไปได้แค่สองสามที ยังไม่ทันจะได้เสพสุขเต็มที่ ก็โดนหลี่เหวินถงผู้เป็นพ่อคว้าคอเสื้อกระชากลงมาซะก่อน

"ลงมาเดี๋ยวนี้เลยไอ้ลูกเวร! ใครเขาสอนให้เล่นพิเรนทร์แบบนี้ห๊ะ! ตัวเอ็งใหญ่ควายเบ้อเริ่มน้ำหนักตั้งร้อยกว่าจิน ไปทิ้งน้ำหนักกดทับขาตั้งแบบนั้น ขืนมันหักขึ้นมาจะทำยังไง!"

เสี่ยวเทายังสนุกไม่สุด แต่ก็เถียงไม่ออกเพราะที่พ่อพูดมันก็มีเหตุผล ได้แต่เกาหัวแกรกๆ ทำหน้ามุ่ยด้วยความเสียดาย

เยว่เฟิงเลยพูดขึ้นมาว่า "ลานบ้านเราก็กว้างขวางดีนะ ถ้าอยากขี่ก็ลองหัดขี่วนในลานบ้านดูสิ! วันหลังถ้ามีธุระต้องออกไปไหน ก็มาเข็นไปใช้ได้เลย ปั่นไปมันสะดวกกว่าเดินตั้งเยอะ!

เซี้ยวเหวิน เซี้ยวอู่! พวกเอ็งก็มาหัดขี่ด้วยกันสิ เงินที่เอาไปซื้อจักรยานคันนี้ ก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเอ็งทุกคนนั่นแหละ!"

สองพี่น้องตระกูลจางที่ยืนมองตาละห้อยอยู่ห่างๆ แต่ไม่กล้าเอ่ยปากขอ พอได้ยินเยว่เฟิงชวนแบบนี้ ก็รีบเดินเข้ามาหาด้วยความดีใจ

นี่มันคือจักรยานใหม่เอี่ยมอ่องเลยนะเว้ย! ขนาดจักรยานคันเก่าของอาหวัง เลขาธิการหมู่บ้าน พวกเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันยังไม่มีใครกล้าบากหน้าไปขอยืมขี่เลย แค่จะได้เอามือไปลูบๆ คลำๆ ยังยากเลยด้วยซ้ำ!

"ได้เลยพี่! เดี๋ยวผมกับพี่ชายขอสลับกันขึ้นไปหัดขี่หน่อยนะ!" เซี้ยวอู่พยักหน้าหงึกๆ ตอบรับด้วยความซื่อ

พอเยว่เฟิงเปิดไฟเขียว ลานบ้านตระกูลเยว่ก็กลายเป็นสนามฝึกซ้อมขี่จักรยานที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเฮฮา

เสี่ยวเทาเป็นคนแรกที่ประเดิมสนาม ด้วยความที่มันเป็นคนตัวสูงขายาว การหัดขี่จักรยานจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย ใช้เวลาคลำหาจุดศูนย์ถ่วงอยู่แค่แป๊บเดียว มันก็สามารถปั่นจักรยานฉิววนรอบลานบ้านได้อย่างคล่องแคล่ว

คิวต่อไปก็คือสองพี่น้องตระกูลจาง ถึงทั้งคู่จะไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่เหมือนเสี่ยวเทา แต่เรื่องความหัวไวและทักษะการเรียนรู้ ก็ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ไอ้หนุ่มทั้งสามคนก็สามารถขี่จักรยานกันได้คล่องปร๋อ

เยว่เฟิงเดินเข้าไปดูนาฬิกาในบ้าน พอเห็นว่าใกล้จะห้าโมงเย็นแล้ว และเขายังต้องเอาของป่าไปส่งในเมืองอีก เลยตะโกนบอกทุกคน "เอาล่ะๆ วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน! เดี๋ยวพี่ต้องปั่นจักรยานเอาของไปส่งในเมืองอีก!

ไหนๆ วันนี้ทีมล่าสัตว์ของเราก็ได้ของเล่นชิ้นใหญ่มาทั้งที แม่ครับ เย็นนี้เราทำเมนูเด็ดๆ กินฉลองกันหน่อยดีไหมครับ?"

พอได้ยินลูกชายเสนอไอเดีย เมิ่งอวี้หลานก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย

ไม่ใช่ว่าหล่อนตระหนี่ถี่เหนียวหรอกนะ แต่เป็นเพราะเสบียงเนื้อสัตว์ในบ้านมันร่อยหรอลงไปเยอะแล้ว ไอ้ลูกคนนี้นึกอยากจะกินก็สั่งปุบปับ ไม่ยอมบอกให้เตรียมตัวล่วงหน้า แล้วแม่ครัวจะเอาวัตถุดิบที่ไหนมาเสกอาหารอร่อยๆ ให้กินล่ะ!

"ไอ้ลูกคนนี้นี่ ทำไมไม่รู้จักบอกล่วงหน้าล่ะ! เนื้อหมูในบ้านก็เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งจิน ผักหญ้าอย่างอื่นก็แทบไม่มีเหลือแล้ว จะมีก็แต่พวกของป่าที่พวกแกเพิ่งล่ากลับมาวันนี้นี่แหละ!

เอาแบบนี้ไหม ตอนที่แกเข้าเมืองไปส่งของ ขากลับแกก็แวะซื้อเสบียงกลับมาด้วยเลยสิ?" เมิ่งอวี้หลานเสนอทางออก

พอแม่ทักแบบนี้ เยว่เฟิงก็นึกขึ้นได้ ใช่แฮะ ยุคนี้มันยังไม่มีตู้เย็นให้เก็บของสดนี่นา ของกินเลยเก็บตุนไว้ได้ไม่นาน ที่บ้านก็เลยไม่ค่อยมีวัตถุดิบหลงเหลืออยู่จริงๆ

ความจริงแล้ว การมีเนื้อกระรอกเทา ไก่เฟยหลง และไก่ป่าซาปั้นให้กิน มันก็ถือว่าหรูหราอลังการมากแล้วนะ แต่ช่วงนี้หลังจากที่ทุกคนร่วมมือกันล่าสัตว์จนหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ มาตรฐานการกินอยู่ของที่บ้านก็ขยับสูงขึ้นตามไปด้วย

เมนูของป่าพวกนี้ กลายเป็นของที่กินกันแทบจะวันเว้นวัน จนกลายเป็นของธรรมดาไปซะแล้ว 'เมนูเด็ด' ที่ลูกชายหมายถึง ย่อมไม่ใช่ของพวกนี้แน่นอน

เยว่เฟิงเกาหัวแกรกๆ "เวลานี้ สหกรณ์การค้าในเมืองเขาก็คงปิดร้านกันหมดแล้วอ่ะดิ งั้น... เลื่อนไปฉลองกันพรุ่งนี้เย็นแทนดีไหมครับ?"

เยว่เล่ยที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ก็พูดแทรกขึ้นมา "พรุ่งนี้เป็น 'เทศกาลไหว้พระจันทร์' พอดีนี่นา งั้นเราก็จัดงานฉลองกันพรุ่งนี้เลยก็แล้วกัน!

พรุ่งนี้ที่ 'หมู่บ้านหวังเจียจวง' มีตลาดนัดด้วย แม่เอ็งก็ไปเดินซื้อเนื้อ ซื้อเป็ด ซื้อไก่ ซื้อห่าน หรือของอร่อยๆ กลับมาเยอะๆ เลย! ไอ้เฟิงมันได้ดิบได้ดีขนาดนี้ ครอบครัวเราก็ได้เชิดหน้าชูตาในหมู่บ้านกับเขาสักที!

ถ้าจะจัดงานฉลองทั้งที ก็ต้องจัดให้มันยิ่งใหญ่อลังการไปเลย! ไปเชิญเพื่อนบ้านที่สนิทๆ กันมากินข้าวที่บ้านเราให้หมด!!"

เมิ่งอวี้หลานรู้ซึ้งถึงความกดดันที่ซ่อนอยู่ในใจผัวตัวเองดี พอเห็นว่าหัวหน้าครอบครัวเอ่ยปากอนุญาต หล่อนก็เห็นด้วยว่าถึงเวลาแล้วที่ตระกูลเยว่จะได้ผงาดและเฉิดฉายในหมู่บ้านเสียที

"ตกลงตามนี้! พรุ่งนี้เช้า ฉันจะไปเหมาของที่ตลาดนัดแต่เช้าตรู่เลย!"

เมื่อตกลงกันได้ว่าพรุ่งนี้บ้านเยว่จะจัดงานเลี้ยงฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ชุดใหญ่ เยว่เฟิงก็จัดการแพ็คของป่าใส่ตะกร้า แล้วปั่นจักรยานมุ่งหน้าเข้าเมือง ใช้เวลาไปกลับแค่ชั่วโมงนิดๆ หกโมงกว่าๆ เขาก็ปั่นรถกลับมาถึงบ้านอย่างรวดเร็ว

คืนนี้ สำหรับเยว่เล่ยและเมิ่งอวี้หลานแล้ว มันคงเป็นค่ำคืนที่นอนไม่หลับอย่างแน่นอน ลูกชายของพวกเขาได้ดิบได้ดี สร้างชื่อเสียงและเกียรติยศให้กับวงศ์ตระกูลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

โดยเฉพาะเยว่เล่ย ผู้ชายที่ปกติมักจะเงียบขรึมและเก็บตัว คืนนี้แกถึงกับกระดกเหล้าขาวไปถึงสี่เหลี่ยง (200 กรัม) จนเมามาย ตอนเอนตัวลงนอนบนเตียงเตา ปากก็ยังพึมพำละเมอบอกเมียไม่หยุดว่าวันนี้แกมีความสุขแค่ไหน

เมิ่งอวี้หลานเข้าใจความรู้สึกของผัวดี หลายปีที่ผ่านมา ถึงครอบครัวพวกเขาจะใช้ชีวิตในหมู่บ้านอย่างสงบสุข แต่ลึกๆ แล้ว เยว่เล่ยไม่ใช่คนขี้ขลาดหรือยอมแพ้ต่อโชคชะตา การที่ครอบครัวเยว่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีญาติพี่น้องหนุนหลัง ทำให้แกยิ่งมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ชาวบ้านเห็นว่าแกก็มีดีไม่แพ้ใคร

แต่ด้วยความที่หมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีโอกาสหรือเวทีให้แกได้แสดงศักยภาพ มันเลยกลายเป็นปมในใจที่กดทับแกมาตลอด ยิ่งตอนฤดูเก็บเกี่ยวที่แกประสบอุบัติเหตุจนขาหัก ปมในใจนี้ก็ยิ่งอัดอั้นและทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่ลูกชายฟื้นจากอาการป่วย ชีวิตของครอบครัวเยว่ก็พุ่งทะยานขึ้นราวกับติดจรวด มีรายได้เข้ามาเป็นกอบเป็นกำทุกวัน แถมยังมีข้าวของเครื่องใช้ใหม่ๆ เข้าบ้านมาไม่ขาดสาย

และวันนี้ การที่ลูกชายสามารถถอยจักรยานป้ายแดง ซึ่งถือเป็นจักรยานคันแรกที่เป็นสมบัติส่วนตัวของชาวบ้านในหมู่บ้านนี้อย่างแท้จริง มันก็ยิ่งเป็นการกู้หน้าและสร้างความภาคภูมิใจให้กับเยว่เล่ย ในฐานะหัวหน้าครอบครัวอย่างมหาศาล

เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่กินมื้อเช้าเสร็จ เมิ่งอวี้หลานก็คว้าตะกร้าใบเก่งเดินออกจากบ้านไป ในเมื่อผัวสั่งมาว่าให้จัดเต็ม งานนี้แม่ทัพฝ่ายเสบียงอย่างหล่อน ก็พร้อมจะเปย์ไม่อั้นเพื่อเนรมิตงานเลี้ยงให้สุดเหวี่ยงที่สุด

เมื่อไปถึงตลาดนัด เมิ่งอวี้หลานก็เดินกว้านซื้อวัตถุดิบอย่างเมามัน ทั้งเต้าหู้ ปลาคัง เนื้อหมู 'กุ้งเครย์ฟิช' และที่เด็ดสุดคือ 'ปลาคาร์พแดง' ตัวเบ้อเริ่ม

อะไรที่ปกติไม่กล้าซื้อ ไม่กล้ากิน วันนี้หล่อนเหมามาหมด จัดเต็มชุดใหญ่ไฟกะพริบจริงๆ

หลังจากช้อปปิ้งจนหนำใจ และกำลังจะหันหลังกลับบ้าน สายตาของหล่อนก็ดันไปสะดุดเข้ากับแม่ห่านตัวอ้วนพี ที่ถูกมัดวางอยู่ตรงหน้าหวังหมาจื่อ พ่อค้าจากหมู่บ้านข้างเคียง ที่สุดปลายตลาดพอดี

ห่านตัวนึงราคาไม่ใช่ถูกๆ เมิ่งอวี้หลานแอบลังเลอยู่นิดหน่อย แต่พอนึกถึงคำพูดและเงินปึกใหญ่ที่ผัวยัดใส่มือให้เมื่อเช้า หล่อนก็กัดฟัน ตัดสินใจควักเงินสี่หยวนห้าเหมา ซื้อแม่ห่านขาวตัวนั้นมาครอบครองจนได้

'ระดับจักรยานคันละสองร้อยกว่าเรายังซื้อมาแล้ว กะอีแค่เงินสามสี่หยวน จะไปมัวงกทำไมให้เสียอารมณ์!' เมิ่งอวี้หลานคิดในใจอย่างคนใจป้ำ

หารู้ไม่ว่า การตัดสินใจซื้อห่านเพื่อเอาไปเชือดทำอาหารฉลองเทศกาลในครั้งนี้ กำลังจะนำพามรสุมลูกใหญ่มาเยือนครอบครัวของหล่อนโดยไม่รู้ตัว!

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 50 เทศกาลไหว้พระจันทร์ จัดใหญ่ไฟกะพริบ!!

คัดลอกลิงก์แล้ว