- หน้าแรก
- เกิดใหม่พลิกชีวิตด้วยวิถีพราน รวยล้นฟ้าในยุค แปดศูนย์
- บทที่ 15 เหยี่ยวเย่าจื่อซัดไก่ฟ้า งานนี้มันข้ามรุ่นชัดๆ!
บทที่ 15 เหยี่ยวเย่าจื่อซัดไก่ฟ้า งานนี้มันข้ามรุ่นชัดๆ!
บทที่ 15 เหยี่ยวเย่าจื่อซัดไก่ฟ้า งานนี้มันข้ามรุ่นชัดๆ!
บทที่ 15 เหยี่ยวเย่าจื่อซัดไก่ฟ้า งานนี้มันข้ามรุ่นชัดๆ!
เจ้าเย่าจื่อเขียวที่ 'เป็นงาน' แล้ว ยังคงรักษาสถิติการออกล่าที่น่าขนลุกไว้ที่ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ทุกครั้งที่เยว่เฟิงล็อคเป้าแล้ว 'กำปล่อย' ออกไป ไม่เคยมีคำว่าพลาดเป้ากลับมามือเปล่าเลยสักครั้ง
ยิ่งปล่อยบิน ความมั่นใจในการล่าของเหยี่ยวก็ยิ่งสูงปรี๊ด ตอนที่จับไก่เฟยหลงตัวเมียวัยรุ่นตัวสุดท้าย เยว่เฟิงปล่อยเหยี่ยวจากระยะห่างร่วมสามสิบเมตร แต่มันก็ยังเผด็จศึกได้ในพริบตาเดียว!
การปีนเขาไม่เหมือนการเดินบนทางราบ เยว่เฟิงที่เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า จึงหาที่นั่งพักบนพื้นหญ้า ป้อนเนื้อให้เจ้าเย่าจื่อเขียวรองท้องไปสองคำและจิบน้ำนิดหน่อย พักอยู่ประมาณสิบห้านาที เขาก็ลุกขึ้นเดินฝ่าลานหินขรุขระ ข้ามสันเขาไปยังยอดเขาอีกลูกหนึ่ง
ตอนนี้เยว่เฟิงตัดสินใจแน่วแน่แล้ว สภาพร่างกายของเหยี่ยวถือว่าเต็มร้อย วันนี้เขาจะตระเวนไปทั่วทั้งภูเขา ดูซิว่าจะกวาดเหยื่อมาได้สักกี่ตัว!
สองชั่วโมงกว่าหลังจากนั้น เยว่เฟิงเดินเลียบไปตามสันเขาของเนินลูกที่สอง มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก และใช้สองเท้าสำรวจยอดเขาไปอีกหนึ่งลูก
ผลงานถือว่ายอดเยี่ยมมาก เขาจับไก่เฟยหลงเพิ่มได้อีกหกตัว พ่วงด้วยไก่ป่าซาปั้นอีกสองตัว
นับจนถึงเวลาสิบเอ็ดโมงเช้า ในกระเป๋าของเยว่เฟิงก็มีเหยื่ออัดแน่นอยู่ถึงสิบสามตัวแล้ว
ส่วนพญาเหยี่ยวในมือ ก็ยังคงมีรังสีอำมหิตแผ่ซ่าน ฮึกเหิมเต็มพิกัด ไม่มีวี่แววของความเหนื่อยล้าเลยสักนิด!
การเดินเท้าในป่าเขาผลาญพลังงานมหาศาล โจ๊กและวอโถวที่กินมาตอนเช้าถูกย่อยหายไปหมดในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เยว่เฟิงเริ่มหิวโซ ขาก็เริ่มล้า เขาจึงหาร่มไม้ใบบังร่มรื่น นั่งพักเหนื่อย ดื่มน้ำเปล่าจากกระติกทหารแกล้มกับผักกาดดองเส้น และกัดวอโถวสองลูกที่พกมาจากบ้านประทังชีวิต
คนต้องกินต้องพัก เหยี่ยวก็ต้องพักเหมือนกัน เยว่เฟิงแบมือให้เหยี่ยวเกาะตรงง่ามนิ้ว ป้อนน้ำซ้ำอีกรอบ แล้วป้อนเนื้อให้อีกสองคำ หนึ่งคนหนึ่งนก ก็นั่งพักฟื้นฟูร่างกายกันอยู่บนภูเขาแบบนั้น
ผ่านไปราวๆ ครึ่งชั่วโมง เหยี่ยวก็ขับ 'มูลน้ำ' ออกมาหนึ่งปรี๊ด เยว่เฟิงเองก็พักจนหายเหนื่อย เขาจัดการ 'กำเหยี่ยว' สะพายกระเป๋า แล้วลุยกันต่อ!
เดินไปเดินมา เวลาก็ล่วงเลยไปอีกสองชั่วโมงครึ่ง
ช่วงเที่ยงวันแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นไก่ป่าซาปั้นหรือไก่เฟยหลง ต่างก็พากันหลบร้อนไปพักผ่อนใต้ร่มไม้หรือในพุ่มไม้ทึบ โอกาสในการปล่อยเหยี่ยวจึงลดลงไปถนัดตา เยว่เฟิงจับไก่เฟยหลงได้แค่สามตัว กับไก่ป่าซาปั้นตัวอ้วนๆ อีกสองตัวเท่านั้น
เหยื่อในกระเป๋าเพิ่มขึ้นเป็นสิบแปดตัว ถุงเท้าที่พกมาเริ่มไม่พอใช้ เยว่เฟิงเลยต้องกัดฟัน ยัดไก่ป่าซาปั้นสองตัวลงไปในถุงเท้าข้างเดียว โชคดีที่ถุงเท้ามีความยืดหยุ่นสูง ไม่อย่างนั้นคงยัดไม่ลง
เผลอแป๊บเดียว เวลาก็ปาเข้าไปบ่ายสามโมงแล้ว จากสันเขาลูกนี้เดินเท้ากลับหมู่บ้านต้องใช้เวลาอย่างน้อยสี่สิบนาที เยว่เฟิงตัดสินใจว่าการล่าวันนี้คงต้องพอแค่นี้ ได้เวลากลับบ้านไปพักผ่อนแล้ว!
เมื่อตัดสินใจได้ เขาก็ป้อนน้ำให้เหยี่ยวอีกนิด ส่วนซากไก่ป่าซาปั้นครึ่งตัวที่เหลือจากเมื่อวาน เจ้าเย่าจื่อก็จิกกินไปจนเกือบหมดแล้ว เยว่เฟิงไม่คิดจะป้อนอาหารมื้อใหญ่บนภูเขา กะว่ากลับถึงบ้านค่อยว่ากันอีกที
เยว่เฟิงกำเหยี่ยวเดินเลาะลงมาตามสันเขา มุ่งหน้ากลับหมู่บ้าน
ตอนที่เหลือระยะทางอีกแค่ไม่กี่สิบเมตรจะถึงทางเดินแคบๆ ที่ใช้ลงเขา จู่ๆ เยว่เฟิงก็เจอเข้ากับร่องรอยของฝูงไก่ป่าซาปั้นฝูงเล็กๆ อีกฝูง
ข้างต้นไม้ใหญ่ที่ล้มขวางทาง มีกิ่งก้านสาขาแตกยอดอ่อนขึ้นมาใหม่ ไก่ป่าซาปั้นหลายตัวกำลังนอนคลุกฝุ่น 'อาบดิน' กันอยู่ใต้กิ่งไม้เหล่านั้นอย่างสบายใจ
โอกาสทองมาส่งถึงที่ขนาดนี้ มีหรือที่เยว่เฟิงจะยอมปล่อยให้หลุดมือ กะระยะห่างจากใต้โคนต้นไม้ได้ราวๆ ยี่สิบเมตร เขาก็ 'กำปล่อย' เหยี่ยวพุ่งออกไปทันที
วินาทีต่อมา เจ้าเย่าจื่อเขียวก็พุ่งตรงดิ่งเข้าหาเหยื่อ
ในขณะที่เยว่เฟิงคิดว่างานนี้หมูตู้ กินนิ่มแน่นอน ทันใดนั้นก็มีเสียงกระพือปีกดัง 'พรึ่บๆๆๆ' ราวกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดังมาจากด้านข้าง
กะต๊าก! กะต๊าก กะต๊าก!!
'ไก่ฟ้าตัวผู้' ขนาดมหึมา น้ำหนักไม่ต่ำกว่าสามจิน (1.5 กิโลกรัม) พรวดพราดบินออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ๆ มุ่งหน้าตรงไปยังหุบเขาฝั่งตรงข้าม
เจ้าเย่าจื่อเขียวที่อยู่ห่างจากเป้าหมายเดิมแค่สามเมตร พอเห็นไก่ฟ้าตัวใหญ่บินขึ้น ก็ไม่รู้ว่าสมองพญาเหยื่อมันคิดอะไรอยู่ มันถึงกับทิ้งไก่ป่าซาปั้นที่อยู่แค่เอื้อม แล้วหักเลี้ยวกลางอากาศ พุ่งตามเจ้านกยักษ์นั่นไปเฉยเลย!
เห็นภาพนั้น หัวใจของเยว่เฟิงก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ฉิบหายแล้ว! เหยี่ยวเย่าจื่อซัดไก่ฟ้า งานนี้มันข้ามรุ่นชัดๆ!
ในการล่าสัตว์ด้วยเหยี่ยวตามปกติ ถ้าจะล้มไก่ฟ้าตัวผู้ตัวโตเต็มวัยที่หนักสองสามจิน อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้ 'เหยี่ยวจีอิง' (หนักราวๆ หนึ่งจินสองถึงหนึ่งจินห้าเหลี่ยง) หรือไม่ก็ 'เหยี่ยวทู่อิง' (หนักสองจินนิดๆ ถึงสองจินครึ่ง) ถึงจะเอาอยู่
ไก่ฟ้าตัวผู้มีพละกำลังมหาศาล ต่อให้มีเหยี่ยวหนักเจ็ดขีดเกาะหลังอยู่ มันก็สามารถกระพือปีกบินหนีไปได้ไกลหลายร้อยเมตรแบบสบายๆ การส่งเหยี่ยวไปไล่กวดไก่ฟ้า ถ้าเหยี่ยวใจสู้ตามไปทันน่ะง่าย แต่การจะสยบมันให้ลงนี่สิ โคตรยาก!
เจ้าเย่าจื่อเขียวตัวนี้มันห้าวเป้งเกินไปแล้ว!
ถึงไก่ฟ้าจะเป็นนกตระกูลไก่ และอยู่ในขอบข่ายที่เหยี่ยวล่าได้ แต่ด้วยความต่างของขนาดตัวที่มหาศาล การที่เหยี่ยวหนักเจ็ดขีดครึ่งจะล้มไก่ฟ้าตัวผู้เต็มวัยได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย
เหยี่ยวที่เพิ่งจะฝึกจน 'เป็นงาน' มาหมาดๆ ขืนปล่อยให้เจ็บตัวตอนนี้ มีหวังพังไม่เป็นท่าแน่
คิดได้ดังนั้น เยว่เฟิงก็ไม่สนสี่สนแปดอะไรอีกแล้ว สับตีนแตกวิ่งตามทิศทางที่เหยี่ยวบินไปทันที
โชคยังดีที่เจ้าเย่าจื่อเขียวโฉบเข้าจู่โจมแบบไม่ให้ตั้งตัว แถมกว่าเจ้านกยักษ์จะรู้ตัวก็ตอนที่เหยี่ยวพุ่งเข้ามาใกล้แล้ว ระยะทางที่บินไล่กวดกันจึงไม่ไกลนัก
ไก่ฟ้าตัวผู้บินออกไปได้ไม่ถึงสิบห้าเมตร ก็ถูกเจ้าเย่าจื่อเขียวใช้ท่า 'เหยี่ยวพลิกตัว' สอยร่วงลงมาได้สำเร็จ
ถึงจะโฉบโดน แต่ด้วยขนาดตัวที่ต่างกันลิบลับ เจ้าเย่าจื่อเขียวจึงไม่สามารถกดร่างเจ้านกยักษ์ให้นิ่งสนิทได้ หนึ่งนกหนึ่งเหยี่ยว ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน แล้วก็กลิ้งฟัดกันนัวเนียในดงหญ้าอย่างดุเดือด
เมื่อเยว่เฟิงวิ่งหอบแฮ่กๆ ไปถึง เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างกับภาพที่เห็นตรงหน้า
เจ้าเย่าจื่อเขียวใช้กระบวนท่า 'สองเล็บพยัคฆ์ตะปบหัว' กรงเล็บทั้งสองข้างจิกหัวไก่ฟ้าไว้แน่น ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดกดทับลงบนหัวของมัน ปีกและหางกางออกกว้างจนสุด เพื่อช่วยรักษาสมดุลของร่างกายอย่างทุลักทุเล
ไก่ฟ้าตัวผู้มีหรือจะยอมจำนนง่ายๆ มันสะบัดหัว กระโดดดิ้นรนสุดชีวิต หวังจะสลัดหลุดจากการควบคุม
พอเยว่เฟิงเดินเข้าไปใกล้ในระยะหนึ่งเมตร ไก่ฟ้าก็ชะงักด้วยความตกใจไปเสี้ยววินาที และในช่องโหว่เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง เจ้าเย่าจื่อเขียวก็ก้มหัวลง จิกหมับเข้าที่ตาซ้ายของเจ้านกยักษ์อย่างจัง!
จิกทีเดียวตาบอด! เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาทันที ไก่ฟ้าตัวผู้ยิ่งดิ้นรนหนักกว่าเก่า!
เยว่เฟิงไม่รอช้า รีบพุ่งเข้าไปตะครุบจับไก่ฟ้าตัวนั้นไว้ พอจับมันกดลงกับพื้นได้สนิท เขาถึงได้มีโอกาสกวาดตามองสำรวจเจ้าเย่าจื่อเขียวที่ยังคงยืนเหยียบหัวไก่อย่างบ้าคลั่ง!
การล่าสัตว์ใหญ่มีสิทธิ์ทำให้เหยี่ยวบาดเจ็บได้ง่ายๆ ไม่ต้องถึงกับบาดแผลฉกรรจ์หรอก แค่ขนปีกหักไปสักเส้น เยว่เฟิงก็ปวดใจไปอีกนานแล้ว
แต่ไอ้เจ้านี่มันดุเดือดเลือดพล่านเกินไปแล้ว! ไม่ใช่แค่กล้าใช้ท่าสองเล็บตะปบหัวไก่ฟ้าตัวใหญ่ยักษ์ แต่มันยังฉลาดพอที่จะหาจังหวะจิกตาคู่ต่อสู้อีกด้วย เยว่เฟิงเกิดมาสองชาติ ชาติก่อนก็ฝึกเหยี่ยวมาเป็นสิบปี ยังไม่เคยได้ยินว่ามีพรานคนไหนมีเหยี่ยวเย่าจื่อที่โหดสลัดรัสเซียขนาดนี้มาก่อน!
'เหยี่ยวเดี่ยวซัดไก่ฟ้า' งานนี้เจอของโคตรแรร์เข้าให้แล้ว!
เยว่เฟิงตรวจดูคร่าวๆ พอเห็นว่าเจ้าเย่าจื่อเขียวครบสามสิบสองประการ ไม่มีบาดแผลตรงไหน เขาก็ค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เดิมทีก็กะจะลงเขาอยู่แล้ว ไม่นึกว่าจะได้ของแถมเป็นไก่ฟ้าตัวผู้อีกตัว ถือว่าการออกล่าวันนี้จบสวยแบบเพอร์เฟกต์สุดๆ
ถึงไก่ฟ้าตัวผู้จะตัวใหญ่ แต่เนื้อของมันก็ไม่ได้อร่อยสู้ไก่ป่าซาปั้นหรือไก่เฟยหลง ในเมื่อมันเป็นเหยื่อตัวใหญ่ตัวแรกที่เจ้าเย่าจื่อเขียวล่าได้ เยว่เฟิงก็ไม่คิดจะใช้เนื้อห่วยๆ มาสลับตัว แล้วจับมันเป็นๆ กลับไป
เหยี่ยวตัวเล็กแต่กล้าซัดของใหญ่ ถือเป็นของระดับพรีเมียมที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในเมื่อมันทำสำเร็จ พรานก็ต้องให้รางวัลเป็นการตอบแทนเพื่อสร้างความมั่นใจให้มัน ต้องให้มันได้กินเนื้อสดๆ จนอิ่มหนำสำราญ
คิดได้ดังนั้น เยว่เฟิงก็ชักมีดพกออกมา ปาดเข้าที่หลอดเลือดดำตรงคอของไก่ฟ้าอย่างเฉียบขาด
[จบตอน]