- หน้าแรก
- เนตรทองคำ ล่าขุมทรัพย์พลิกโลก
- บทที่ 740 กลับสู่ผิวน้ำ
บทที่ 740 กลับสู่ผิวน้ำ
บทที่ 740 กลับสู่ผิวน้ำ
บทที่ 740 กลับสู่ผิวน้ำ
เวลาประมาณบ่ายสองโมง ห้องนั่งเล่นบนดาดฟ้าหลักของเรือยอชต์ฟาราเดย์ 960
เคนนี่และพีกกำลังพิจารณาตู้นิรภัยเก่าคร่ำครึสองใบที่วางอยู่กลางห้องนั่งเล่น สนิมเกาะเขรอะ แววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความคาดหวัง!
นี่คือตู้นิรภัยสองใบที่พวกเย่เทียนค้นพบในเรือสินค้าก้นทะเล และส่งขึ้นมาบนผิวน้ำโดยใช้สถานีพักลดความดัน
หลังจากนั้นพวกเคนนี่ก็ต้องออกแรงกันยกใหญ่ กว่าจะขนเจ้าสองตัวนี้ลงจากสถานีพัก แล้วขนย้ายเข้ามาในห้องนั่งเล่นบนดาดฟ้าหลัก
ตอนนี้ปะการังหลากสีและสิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่เกาะอยู่บนผิวตู้นิรภัย ถูกพวกเคนนี่ขูดออกและทำความสะอาดไปรอบหนึ่งแล้ว เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงที่เต็มไปด้วยสนิมของตู้นิรภัย
"พีก นายว่าในตู้นิรภัยสองใบนี้จะมีอะไรอยู่? จะมีค่าแค่ไหน? ฉันชักจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว อยากจะเปิดดูให้รู้แล้วรู้รอดตอนนี้เลย!"
เคนนี่พูดอย่างตื่นเต้น จ้องมองตู้นิรภัยเก่าๆ สองใบตรงหน้าด้วยสายตาลุกวาว
"เดาไม่ออกเหมือนกัน ฉันก็อยากรู้คำตอบ วิเคราะห์จากข้อมูลที่พวกสตีเวนส่งขึ้นมา นี่เป็นตู้นิรภัยที่เจอในเรือสินค้าเปรู
ดังนั้นคาดว่าของข้างในอาจจะไม่ได้มีราคาสูงมากนัก ของที่อยู่ในตู้นิรภัยสองใบนี้ เก้าในสิบส่วนน่าจะเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับเรือลำนี้ หรือเกี่ยวกับสินค้าที่บรรทุกมา!
สำหรับพวกเรา ของพวกนี้ไร้ค่า และมันก็คงไม่อยู่ในสภาพเดิมแล้ว เป็นไปได้สูงว่าจะถูกน้ำทะเลแช่จนกลายเป็นเยื่อกระดาษไปหมด ดูไม่ออกว่าเป็นอะไร
ความหวังเดียวในตอนนี้คือ กัปตันหรือต้นหนของเรือสินค้าลำนั้น อาจจะเก็บของใช้ส่วนตัวไว้ในตู้นิรภัยบ้าง นั่นอาจจะพอมีราคาอยู่บ้าง!"
พีกส่ายหน้า พูดถึงข้อสันนิษฐานของตัวเองอย่างไม่ค่อยมองโลกในแง่ดีนัก
ได้ยินดังนั้น เคนนี่ก็พยักหน้าเห็นด้วย
"นายพูดถูก ความเป็นไปได้ที่ในตู้นิรภัยจะมีแต่เอกสารนั้นสูงมาก แต่ฉันก็ยังหวังว่าจะเจออะไรบ้าง เผื่อจะมีเซอร์ไพรส์ให้พวกเรา!"
"รออีกหน่อยเถอะ เดี๋ยวคำตอบก็จะเปิดเผยแล้ว ตอนนี้พวกสตีเวนกำลังพักลดความดันอยู่ที่ระดับน้ำชั้นกลาง อีกอย่างมากครึ่งชั่วโมง พวกเขาก็จะลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ
ถึงตอนนั้นก็เปิดตู้นิรภัยเก่าสองใบนี้ได้แล้ว ว่าข้างในมีอะไรกันแน่ จะได้เห็นกันชัดๆ ฉันก็หวังว่าจะมีการค้นพบที่น่าเซอร์ไพรส์เหมือนกัน! ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงดีเยี่ยม"
"จริงสิ! เรือยอชต์เบเนโตลำนั้นมีความเคลื่อนไหวอะไรไหม? เข้ามาใกล้ทางนี้อีกหรือเปล่า?"
"ไม่เลย พวกนักล่าสมบัติมืออาชีพพวกนั้นขวัญหนีดีฝ่อไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว! เมื่อกี้พอฉันเตือนไปรอบหนึ่ง พวกเขาก็ถอยออกไปไกลกว่าสามไมล์ทะเลทันที เร็วมาก!
ปีเตอร์เฝ้าดูพวกเขาอยู่บนดาดฟ้าฟลายบริดจ์ ปืนซุ่มยิงต่อต้านยุทโธปกรณ์บาร์เรตต์และจรวดบาซูก้าเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ไม่กลัวพวกเขาเล่นตุกติกหรอก กลัวแต่พวกเขาจะไม่มามากกว่า!"
พีกพูดพร้อมรอยยิ้มเย็นชา สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
ระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน เวลาผ่านไปยี่สิบนาทีโดยไม่รู้ตัว
"ติ๊ด!!"
เสียงสัญญาณเตือนใสดังมาจากลำโพงคอมพิวเตอร์
ได้ยินเสียงนี้ เคนนี่ที่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ก็พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
"พวกสตีเวนปรับความดันเสร็จแล้ว กำลังจะขึ้นสู่ผิวน้ำ!"
"เยี่ยมไปเลย! คำตอบกำลังจะถูกเฉลยแล้ว ไม่รู้ว่าพวกสตีเวนเจอซากเรือลำใหม่ หรือสมบัติใหม่บ้างไหม?"
พีกชกกำปั้นใส่อากาศอย่างสะใจ คิ้วเต้นระริกด้วยความตื่นเต้น
เสียงเขายังไม่ทันขาดคำ เคนนี่ก็คว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมาพูด
"มิลเลอร์ เดินเครื่องกว้านเก็บสถานีพักลดความดันได้เลย พวกสตีเวนปรับความดันเสร็จแล้ว อีกเดี๋ยวก็จะขึ้นมาบนผิวน้ำ!"
"รับทราบ ผมจะเก็บสถานีพักลดความดันเดี๋ยวนี้!"
เสียงมิลเลอร์ตอบกลับมาจากวิทยุสื่อสาร น้ำเสียงตื่นเต้นไม่แพ้กัน
จากนั้น เคนนี่และพีกก็รีบเดินออกจากห้องนั่งเล่นสาวเท้าก้าวเร็วไปทางท้ายเรือ ปีเตอร์ที่อยู่บนดาดฟ้าฟลายบริดจ์ก็เช่นกัน เขาเดินไปยังส่วนท้ายของดาดฟ้าชั้นบน
เมื่อพวกเขามาถึงท้ายเรือ ผิวน้ำนอกแพลตฟอร์มว่ายน้ำยังคงสงบนิ่ง ไร้เงาของพวกเย่เทียน
จนกระทั่งผ่านไปสองสามนาที เงาสีดำสี่ห้าสายถึงปรากฏขึ้นใต้น้ำ ว่ายตรงเข้ามาหาผิวน้ำอย่างไม่รีบร้อน
เห็นเงาดำเหล่านี้ เคนนี่และพรรคพวกก็ยิ้มกว้างออกมาทันที
ทว่า รอยยิ้มของพวกเขาก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้าในชั่วพริบตา
ห่างจากแพลตฟอร์มว่ายน้ำออกไปสิบกว่าเมตร ครีบหลังสีเทาเข้มห้าอันก็โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา และกำลังพุ่งตรงมาทางแพลตฟอร์มว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว
เมื่อครีบหลังสีเทาเข้มเหล่านี้ปรากฏขึ้น ผิวน้ำรอบเรือยอชต์ก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที
ปลาใหญ่หลายตัวและฝูงปลาที่ว่ายวนเวียนอยู่รอบเรือ เหมือนจะเจอภัยคุกคามถึงชีวิต ต่างพากันแตกฮือหนีตายหายไปจากตรงนี้อย่างรวดเร็ว!
"เวรเอ้ย! นั่นมันโลมาหรือฉลาม? ทำไมฉันมองดูเหมือนฉลามเลยวะ?"
เคนนี่ถามอย่างรวดเร็ว สีหน้าไม่สู้ดีนัก แววตาแฝงความหวาดกลัว
"นายดูไม่ผิด นั่นคือฉลาม! แถมเป็นฉลามหัวบาตรที่ดุร้ายที่สุดด้วย ครีบหลังโลมาปากยาวเป็นสีดำอมเขียว ครีบหลังฉลามหัวบาตรเป็นสีเทาเข้ม! ขนาดและรูปร่างต่างกัน แยกแยะไม่ยาก!"
พีกอธิบายรวดเร็ว กระชับได้ใจความ
"เชี่ยเอ้ย! ดันเป็นฉลามหัวบาตร ซวยชะมัด!"
เคนนี่อุทานเสียงต่ำ สีหน้าแย่ลงไปอีก
พีกที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบเงยหน้าตะโกนบอกปีเตอร์บนดาดฟ้าฟลายบริดจ์
"ปีเตอร์ เห็นฉลามหัวบาตรพวกนั้นไหม? ถ้าเจ้าพวกสัตว์ร้ายนั่นเข้าใกล้พวกสตีเวน ให้ยิงทิ้งทันที อย่าลังเลเด็ดขาด!"
"เห็นแล้ว! วางใจได้ ผมล็อคเป้าพวกมันไว้แล้ว ถ้าเจ้าพวกนั้นกล้าเปิดฉากโจมตี ผมจะเป่าพวกมันให้กระจุยเดี๋ยวนี้แหละ!"
ปีเตอร์ตะโกนตอบมาจากดาดฟ้าชั้นบน ปากกระบอกปืนไรเฟิลอัตโนมัติ M4A1 ในมือเขาล็อคเป้าไปที่หัวของฉลามพวกนั้นอย่างมั่นคง
พริบตาเดียว พวกเย่เทียนก็โผล่พ้นน้ำ
คนที่ขึ้นมาก่อนคือเย่เทียนและเรย์มอนด์ และตำแหน่งของเย่เทียนอยู่ค่อนไปทางด้านนอก ใกล้กับฝูงฉลามหัวบาตรที่สุด
ตอนนี้ฝูงฉลามว่ายเข้ามาถึงแล้ว ห่างจากเย่เทียนแค่สองสามเมตร
เห็นสถานการณ์แบบนี้ สีหน้าของปีเตอร์เปลี่ยนไปทันที เขารีบปลดเซฟปืน เตรียมเหนี่ยวไกสังหารฉลามดุร้ายพวกนั้น
ทันใดนั้น เสียงของเย่เทียนก็ดังมาจากวิทยุสื่อสาร
"ห้ามยิงเด็ดขาด! ฉลามหัวบาตรพวกนี้เป็นลูกน้องที่ผมรับมาตอนอยู่ก้นทะเล ดูน่ากลัวแต่จริงๆ ไม่มีพิษภัย พวกมันไม่มีเจตนาร้าย!"
ได้ยินแบบนี้ พวกเคนนี่ถึงกับตะลึงงัน
หลายคนจ้องมองเย่เทียนในน้ำ และฝูงฉลามที่ว่ายเข้ามาอย่างดุดันด้วยความตกตะลึง ไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"อะไรนะ? รับฉลามหัวบาตรเป็นลูกน้อง แถมยังรับที่ก้นทะเลเนี่ยนะ! ล้อเล่นหรือเปล่า!"
วินาทีถัดมา ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง แทบจะถลนออกมานอกเบ้า
ฉลามหัวบาตรที่ว่ายเข้าไปหาเย่เทียน ไม่ได้เปิดฉากโจมตี แต่ใช้จมูกกว้างๆ ของพวกมันแตะตัวเขาเบาๆ ไม่หยุด และว่ายวนเวียนรอบตัวเขาอย่างร่าเริงและตื่นเต้น!
ส่วนเย่เทียนก็ยื่นมือขวาออกไป ลูบไล้จมูกและหัวของฉลามแต่ละตัวอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังลูบหัวเด็กดื้อ
ภาพเหตุการณ์นี้ช่างคุ้นตาเหลือเกิน ก่อนหน้านี้ตอนเล่นกับฝูงโลมาปากยาว ก็เป็นสภาพแบบนี้เป๊ะ ภาพที่กลมกลืนและมีชีวิตชีวาจนน่าอิจฉา!
แต่นั่นมันโลมาปากยาวนะ สัตว์แสนรู้ที่เป็นมิตร เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ และเป็นที่รักของทุกคน!
ตอนนี้สิ่งที่รายล้อมสตีเวนอยู่คืออะไร?
มันคือฉลามหัวบาตรที่มีฉายาว่านักฆ่ามนุษย์ ที่ทำให้ทุกคนต้องหน้าถอดสีเมื่อได้ยินชื่อ! หนึ่งในสัตว์ที่ดุร้ายและป่าเถื่อนที่สุดในท้องทะเล หรืออาจจะเรียกได้ว่าดุร้ายที่สุดเลยด้วยซ้ำ!
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? มนุษย์สามารถเป็นเพื่อนกับฉลามหัวบาตรได้ด้วยเหรอ? แถมยังรับฉลามหัวบาตรเป็นลูกน้องได้อีก! เป็นไปได้ยังไง นี่มันเรื่องเพ้อฝันชัดๆ!
พวกเคนนี่แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันจริงแท้แน่นอน ปฏิเสธไม่ได้เลย!
พวกเขาทำได้แค่มองเย่เทียนเล่นหัวหยอกล้อกับฉลามหัวบาตรหลายตัวอยู่ตรงนั้นด้วยความตกตะลึง อ้าปากค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น
พวกมาติสทยอยกันโผล่พ้นน้ำ ว่ายตรงมายังแพลตฟอร์มว่ายน้ำ
คนแรกที่มาถึงคือเรย์มอนด์ แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว!
เมื่อเขาเดินขึ้นมาบนแพลตฟอร์มที่จมอยู่ในน้ำ ปีนขึ้นเรือยอชต์และถอดหน้ากากดำน้ำแบบเต็มหน้าออก มิลเลอร์ที่เฝ้าเครื่องกว้านอยู่ในโรงเก็บเรือก็รีบถามทันที
"เรย์มอนด์ นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมความสัมพันธ์ของสตีเวนกับฉลามหัวบาตรถึงได้กลมเกลียวขนาดนี้ ถ้าไม่เห็นกับตา ให้ตายฉันก็ไม่เชื่อว่ามนุษย์กับฉลามหัวบาตรจะเป็นเพื่อนกันได้?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า รู้สึกเหลือเชื่อใช่ไหมล่ะ! พวกเราเห็นฉากแบบเดียวกันนี้ที่ก้นทะเล มันเรียลกว่านี้ ตื่นเต้นกว่านี้อีก! พวกเราก็ช็อกสุดขีดเหมือนกัน เหมือนพวกนายตอนนี้แหละ!"
เรย์มอนด์หัวเราะร่า แววตายังคงมีความตกตะลึงและอิจฉาหลงเหลืออยู่
ได้ยินดังนั้น พวกจอห์นนี่ที่เดินตามขึ้นมาบนแพลตฟอร์มก็พากันหัวเราะลั่น
บนผิวน้ำ หลังจากเล่นกับฉลามหัวบาตรอยู่ครู่หนึ่ง เย่เทียนก็หันตัวว่ายกลับมาทางแพลตฟอร์มว่ายน้ำ เตรียมกลับขึ้นเรือ
ด้านหลังเขา ครีบหลังสีเทาเข้มห้าอันก็แหวกคลื่นตามมาติดๆ ทันที!