- หน้าแรก
- เนตรทองคำ ล่าขุมทรัพย์พลิกโลก
- บทที่ 660 - แยกย้ายกันถอนตัว
บทที่ 660 - แยกย้ายกันถอนตัว
บทที่ 660 - แยกย้ายกันถอนตัว
บทที่ 660 - แยกย้ายกันถอนตัว
"ปัง ปัง ปัง"
มอเตอร์ไซค์วิบากสองคันที่พุ่งชนประตูเข้ามาเป็นทัพหน้า ถูกยิงจนพรุนเละเทะในชั่วพริบตา ล้มคว่ำอยู่ห่างจากประตูเข้าไปประมาณสองเมตร มีควันดำโขมงพวยพุ่งออกมา!
เคล้าไปกับเสียงปืนที่ดังถี่ยิบ ยังมีเสียงกระสุนขนาด 5.56 มิลลิเมตรเจาะทะลุร่างกายมนุษย์
"ฉึก ฉึก ฉึก..."
ดอกไม้เลือดสีแดงฉานบานสะพรั่งแข่งกันที่หน้าประตู แสดงความงดงามแห่งความตาย!
แก๊งมาเฟียสองคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ ถูกแรงปะทะมหาศาลของกระสุนปืนไรเฟิลหอบจนตัวลอย ปลิวกระเด็นออกไปนอกประตู กระแทกใส่พวกพ้องที่อยู่ด้านหลัง
ส่วนหน้าอกและศีรษะของพวกเขา แทบจะถูกกระสุนปืนไรเฟิลฉีกกระชากจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เลือดสาดกระจายไปทั่วพื้น และย้อมประตูสีเทาเหล็กจนกลายเป็นสีแดงฉาน!
โดยไม่ได้ทันส่งเสียงร้องโหยหวน มาเฟียสองคนนี้ก็วิญญาณหลุดลอย ไปรายงานตัวในนรกเรียบร้อย ตายสนิทศิษย์ส่ายหน้า!
ส่วนพวกมาเฟียคนอื่นๆ ที่บุกตามเข้ามา ผลลัพธ์ที่เจอก็ไม่ต่างกันเลย!
ทันทีที่พวกเขาเห็นปากกระบอกปืนสี่กระบอกที่กำลังพ่นไฟอยู่หลังประตู มัจจุราชก็เอาเคียวเกี่ยวคอพวกเขาไว้แน่น แล้วลากลงนรกไปทันที!
เพียงแค่การโจมตีสวนกลับระลอกแรก มาเฟียหกเจ็ดคนก็ล้มลงภายใต้คมกระสุน จบชีวิตอันชั่วช้าลงทันที!
โชคดีที่ความกว้างของประตูเหล็กมีจำกัด ทำให้คนบุกเข้ามาพร้อมกันได้แค่นี้ ไม่งั้นพวกข้างนอกคงตายกันเกลื่อนกว่านี้แน่!
"ปัง ปัง ปัง..."
เสียงปืนยังคงดังต่อเนื่อง แผ่รังสีอำมหิตไร้ที่สิ้นสุด
กระสุนปืนไรเฟิลที่หนาแน่นยังคงสาดเทลงมาราวกับพายุฝน กระหน่ำใส่พื้นที่หน้าประตูอย่างบ้าคลั่ง ครอบคลุมทุกตารางนิ้ว
"อ๊าก——!"
เสียงร้องโหยหวนที่น่าเวทนาเริ่มดังขึ้น ดังสนั่นไปทั่วทั้งถนนและเมืองเก่า!
มาเฟียที่รอดชีวิตอยู่ข้างนอก ต่างส่งเสียงร้องโหยหวน พลางตะเกียกตะกายหนีไปหลบที่สองข้างประตู นึกโทษพ่อแม่ที่ให้ขามาน้อยเกินไป!
การโจมตีสวนกลับที่ดุดันโหดเหี้ยมระลอกนี้ ทำให้พวกมาเฟียขวัญหนีดีฝ่อ วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง! บางคนถึงกับฉี่ราดเลยทีเดียว!
เสียงกราดยิงจากปืนไรเฟิลจู่โจมภายในประตูหยุดลงกะทันหัน แต่เสียงร้องโหยหวนภายนอกกลับยิ่งโหยหวนกว่าเดิม!
"โลเปซตายแล้ว! คอร์เตซตายแล้ว! บลังโกตายแล้ว! ทุกคนตายห่ากันหมดแล้ว พวกมันเป็นปีศาจ เป็นปีศาจมาจากขุมนรก!"
"อ๊าก——! พระเจ้าช่วย! แขนฉัน! แขนฉันถูกยิงขาด ใครก็ได้ช่วยฉันที?"
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวน ยังมีเสียงตะโกนด้วยความหวาดกลัวสุดขีดและความโกรธแค้นปนอยู่ด้วย
"ไอ้พวกระยำนี่มันเป็นใครกันแน่? ทำไมถึงมีอาวุธร้ายแรงขนาดนี้? พวกมันเอามันเข้าไปตอนไหน? ฉันจะฆ่าไอ้พวกสารเลวนี่ให้หมด!"
หัวหน้าทีมมาเฟียตะโกนเสียงแหบเสียงแห้ง ราวกับคนบ้า!
แต่น่าเสียดาย ที่ทุกคนต่างก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ไม่มีใครตอบคำถามเขาได้
เมืองเก่าการ์ตาเฮนาโกลาหลไปหมด ราวกับวันสิ้นโลกมาเยือน!
ตอนที่พวกมาเฟียขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งชนประตูเหล็ก คนเดินเท้าและนักท่องเที่ยวจำนวนมากบนถนนต่างหยุดฝีเท้า หันไปมองทางทิศเหนือของเมืองเก่า
แววตาของทุกคนมีความอยากรู้อยากเห็น ว่าตรงนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมถึงมีเสียงดังสนั่นขนาดนั้น?
ถึงจะอยากรู้ แต่ผู้คนก็ไม่ได้แตกตื่นตกใจ เพราะเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับตัวเอง!
แต่เมื่อเสียงปืนที่ดังราวกับพายุฝนกระหน่ำดังขึ้น เมืองเก่าทั้งเมืองก็แตกฮือทันที! ทุกคนสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามถึงชีวิตในชั่วพริบตา!
จากนั้น ทุกคนก็เริ่มวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น
ต่างคนต่างวิ่งไปยังที่ที่ตัวเองคิดว่าปลอดภัย เสียงกรีดร้อง เสียงตะโกนดังระงมไม่ขาดสาย! แถมยังมีเสียงร้องไห้ปนอยู่ไม่น้อย!
ร้านอาหาร ร้านกาแฟ บาร์ และร้านรวงต่างๆ บนถนนทุกสายในเมืองเก่า ต่างพากันปิดประตูร้านเพื่อความปลอดภัย!
แผงลอยข้างทางที่กระจายอยู่ทั่วไป ก็รีบเก็บของ พ่อค้าแม่ค้าเข็นรถรีบหนีออกจากถนน หาที่หลบภัย ขอแค่ให้ห่างจากอันตรายก็พอ!
คนธรรมดาหนีได้ แต่ตำรวจหนีไม่ได้ พวกเขาจำต้องแข็งใจรีบมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือของเมืองเก่า ไปยังจุดที่มีเสียงปืนดังขึ้น!
ส่วนตำรวจในป้อมยามตรงแยกถนนสาย 38 ตัดกับถนนสาย 6 ได้แต่นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเก้าอี้ ไม่มีความกล้าแม้แต่จะวิ่งออกไป
เขามีแค่ปืนพกกระบอกเดียว กับกระสุนไม่กี่นัด จะเอาอะไรไปสู้กับปืนไรเฟิลจู่โจมพวกนั้น หรือจะใช้เลือดรักชาติเข้าแลก?
ตอนนี้เขารู้ตัวดีว่า เขาจบเห่แล้ว!
ต่อให้ไม่โดนน้ำลายเจ้านายท่วมตาย หรือโดนโยนความผิดให้เป็นแพะรับบาป พวกมาเฟียก็คงไม่ปล่อยเขาไว้แน่!
พอนึกถึงตรงนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะลูบเงินเปโซที่เพิ่งยัดใส่กระเป๋าเมื่อกี้ ยังไม่ทันอุ่นด้วยซ้ำ ใบหน้าเผยรอยยิ้มขมขื่นที่ดูน่าสมเพชสุดขีด!
ต้องมาเสียงาน หรือถึงขั้นเสียชีวิตเพราะเงินสกปรกแค่นี้ มันไม่คุ้มเลยพับผ่าสิ!
ทางทิศเหนือของถนนสาย 6 ในบ้านของซิลวา
พวกราสเซลต่างเปลี่ยนแม็กกาซีนชุดใหม่ ปากกระบอกปืนยังคงเล็งไปที่ประตู แววตาของทุกคนเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต พร้อมที่จะเก็บกวาดชีวิตต่อไป
เสียงร้องโหยหวนภายนอกประตูดังไม่ขาดสาย ฟังแล้วชวนหดหู่ น้ำตาแทบไหล!
นอกจากเสียงร้องโหยหวน นานๆ ครั้งยังมีเสียงปืนพกดังมาจากข้างนอก แต่ไม่มีกระสุนสักนัดที่บินเข้ามาในประตู สร้างความคุกคามให้ทุกคนได้
เห็นได้ชัดว่า พวกมาเฟียเหล่านั้นยิงเพื่อปลอบขวัญตัวเอง
ไอ้พวกนี้ขวัญกระเจิงกันหมดแล้ว!
พวกมันไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ประตู ทำได้แค่เกาะกลุ่มกันอยู่ข้างกำแพงห่างจากประตูเหล็กไปไม่กี่เมตร กลัวว่าจะมีเสียงปืนดังออกมาจากประตูเหล็กบานนั้นอีก
หลังจากเปลี่ยนแม็กกาซีน มาติสก็ถอยกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น มาอยู่ข้างเย่เทียน
ซิลวาเก็บภาพสีน้ำมันระดับท็อปภาพนั้นใส่กระบอก แล้วสะพายไว้บนหลังเรียบร้อยแล้ว
จากนั้น เขาก็เดินมาหาเย่เทียนด้วยสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด!
การปะทะกันอย่างดุเดือดเมื่อครู่นี้
ไม่สิ! ต้องบอกว่าเป็นการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว ทำเอาเขาขวัญหนีดีฝ่อ ขาสั่นพั่บๆ จนแทบจะยืนไม่อยู่แล้ว
จนถึงตอนนี้ เขาถึงได้ตระหนักจริงๆ ว่า คนกลุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นใครกันแน่! เป็นตัวอันตรายระดับไหน!
นี่มันแก๊งเพชฌฆาตที่โหดเหี้ยมอำมหิตชัดๆ! ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา ทำเหมือนเป็นเรื่องง่ายกว่าดื่มน้ำซะอีก!
เมื่อเทียบกับคนพวกนี้ พวกมาเฟียที่เขาเคยมองว่าดุร้ายน่ากลัว กลับกลายเป็นเด็กน้อยไปเลย ไม่มีทางสู้ได้แม้แต่นิดเดียว! มีแต่จะโดนเชือดฝ่ายเดียว!
ในตอนนี้ ในสายตาของซิลวา มีเพียงผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณที่ชื่อเจคคนนี้เท่านั้น ที่ดูไม่น่ากลัวเท่าไหร่ และพอจะเข้าหาได้
ด้วยเหตุนี้ พอเก็บกระบอกใส่ภาพเสร็จ เขาถึงรีบมาอยู่ข้างเย่เทียน เพื่อหาความปลอดภัยทางใจสักนิดก็ยังดี
แต่เขาหารู้ไม่ว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณที่อยู่ข้างกายเขานี้ กลับเป็นคนที่โหดเหี้ยมที่สุดในกลุ่ม เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้ลงมือเท่านั้นเอง
ถอนตัวได้แล้ว!
เย่เทียนกวาดสายตามองไปรอบๆ เตรียมจะออกคำสั่งถอนตัว
ทันใดนั้น เสียงสไนเปอร์ก็ดังขึ้นในหูฟัง
"ราสเซล มือปืนที่อยู่ชั้นสองของเกสต์เฮาส์ฝั่งตรงข้ามถูกพวกเราเก็บเรียบร้อยแล้ว แถวนี้ไม่มีการซุ่มโจมตีจุดอื่นอีก พวกเราขอถอนตัวก่อน งานที่เหลือฝากพวกนายจัดการต่อ!"
"รับทราบ ขอบใจมากพวก กลับไปเจอกัน!"
เสียงราสเซลตอบกลับมา ขอบคุณทีมสไนเปอร์
สไนเปอร์สองคนนั้นไม่ได้มาพร้อมกับพวกเย่เทียน แต่เป็นพนักงานของบริษัทเรย์เธียนสาขาอเมริกาใต้ ไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็นตั้งแต่ต้นจนจบ และจะไม่กลับไปเปอร์โตริโกพร้อมกับทุกคนด้วย
เมื่องานเสร็จสิ้น พวกเขาก็ถอนตัวทันที ไม่มีเหตุผลต้องรั้งรออยู่ที่นี่!
จากนั้น ก็มีเสียงอีกเสียงดังขึ้นในหูฟัง
"ทุกคน ทางที่ดีรีบถอนตัวด่วน หัวหน้าแก๊งมาเฟียข้างนอกกำลังพาคนบึ่งมาทางนี้ อีกอย่างมากห้านาที พวกมันจะมาถึง!"
คนที่แจ้งสถานการณ์ คือเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของบริษัทเรย์เธียนในโคลอมเบีย
ชัดเจนว่าเขากำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของหัวหน้าแก๊งมาเฟียคนนั้นอยู่!
"รับทราบ เราจะถอนตัวเดี๋ยวนี้!"
ราสเซลรับคำ แล้วรีบหันหลังเดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น เดินตรงมาหาเย่เทียน
"เจค เราต้องไปแล้ว กองทัพมาเฟียกำลังจะแห่มาถึงที่นี่เร็วๆ นี้! ไม่มีความจำเป็นต้องปะทะกับพวกมันอีก!"
"คุณพูดถูก เราควรถอนตัวกันได้แล้ว!"
เย่เทียนยิ้มแล้วพยักหน้า ไม่มีความเห็นต่าง
"งั้นดีเลย ไปกันเถอะ!"
พูดจบ ราสเซลก็หันหลังเดินออกไปทางหน้าบ้าน พร้อมกับหยิบระเบิดแสงออกมาจากเป้หนึ่งลูก
เห็นได้ชัดว่า นี่คือของขวัญสำหรับมาเฟียที่รอดชีวิตอยู่ข้างนอก
"ฟิเดล พวกเราถอนตัว!"
เย่เทียนตะโกนเรียกพีกที่เฝ้าอยู่ในสวน แล้วพยักหน้าให้มาติสกับซิลวา จากนั้นเดินออกจากห้องนั่งเล่น มุ่งหน้าไปทางประตู
มาติสและพีกประกบหน้าหลังซิลวาตามมาติดๆ
พอเดินพ้นห้องนั่งเล่น เย่เทียนก็ก้าวเท้าเร็วๆ เข้าไปหาราสเซล กระซิบเสียงเบาว่า
"ราสเซล เราแยกย้ายกันถอนตัว พวกคุณเอาแผนที่ขุมทรัพย์มุ่งหน้าไปสนามบิน ส่วนพวกเราสามคนจะพาซิลวาแยกไปอีกทาง แล้วค่อยไปเจอกันที่สนามบิน!"
"ทำไมต้องแยกกันหนี? ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ เราถอนตัวออกจากการ์ตาเฮนาได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วแน่นอน ไม่เห็นต้องทำเรื่องยุ่งยากเลยนี่?"
ราสเซลถามด้วยความประหลาดใจ แววตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
"ในเมื่อจัดแจงแบบนี้ ผมย่อมมีเหตุผลของผม คุณไม่ต้องถามมากความหรอก! อีกอย่าง การแยกกันหนียังช่วยลดโอกาสถูกจับตา เป็นผลดีไม่มีผลเสีย!"
เย่เทียนยิ้มและกระซิบตอบ เหตุผลฟังดูแถสีข้างถลอกสุดๆ
ราสเซลมองเย่เทียนอย่างลึกซึ้ง แล้วเหลือบมองซิลวาที่กำลังตัวสั่นงันงก ก่อนจะพยักหน้าอย่างจนใจ
"ก็ได้ คุณเป็นเจ้านาย คุณตัดสินใจ!"
พูดจบ เขาก็หิ้วปืนไรเฟิลเดินไปทางประตู
มองดูแผ่นหลังเขาเดินจากไป เย่เทียนอดบ่นในใจไม่ได้ว่า
"มีงานศิลปะระดับท็อปอยู่ตั้งสองชิ้น พี่ก็ต้องแยกทางกับพวกบ้าเลือดอย่างพวกนายสิ ไม่งั้นพี่คงต้องกังวลว่าจะได้กลับเปอร์โตริโกหรือเปล่า!"
"สตีเวน ทำไมต้องแยกกันหนี? มีจุดประสงค์อะไรหรือเปล่าครับ?"
ซิลวาเดินเข้ามาถามเสียงเบา เห็นได้ชัดว่าแปลกใจมาก
เย่เทียนหันไปมองเขา แล้วกดเสียงต่ำพูดว่า
"ถ้าคุณอยากมีชีวิตรอดออกไปจากโคลอมเบีย กลับไปเจอครอบครัวอีกครั้ง และเริ่มต้นชีวิตใหม่ คุณต้องเชื่อผม รับรองไม่ผิดหวัง!"
"อา——!"
ซิลวาร้องอุทานเบาๆ แล้วรีบหันไปมองทางราสเซลแวบหนึ่ง
ดูเหมือนเขาจะพอเข้าใจความหมายของเย่เทียนบ้างแล้ว
ที่หน้าประตู ราสเซลถอดสลักระเบิดแสงในมือ แล้วขว้างออกไป เป้าหมายคือจุดที่ห่างจากประตูด้านทิศเหนือไปห้าหกเมตร
ในขณะเดียวกัน ระเบิดแสงอีกลูกในมือฟรานซิสก็ลอยออกไป พุ่งไปยังทิศใต้ของประตู!
[จบแล้ว]