- หน้าแรก
- เนตรทองคำ ล่าขุมทรัพย์พลิกโลก
- บทที่ 42 - การประมูลในชุมชน
บทที่ 42 - การประมูลในชุมชน
บทที่ 42 - การประมูลในชุมชน
บทที่ 42 - การประมูลในชุมชน
เจ็ดโมงครึ่งตอนเช้า เย่เทียนกับเจสันออกจากบริษัทเช่ารถ ขับรถกระบะมุ่งหน้าสู่แมนฮัตตัน
"รถคันนี้แจ่มจริง ไม่แพ้ฟอร์ด แร็พเตอร์เลย ฉันชอบว่ะ!"
เจสันขับรถไปก็วิจารณ์ไป
คนอเมริกันคลั่งไคล้รถกระบะเข้าขั้นบ้าคลั่ง ในบรรดารถขายดีที่สุดในอเมริกา อันดับหนึ่งคือรถกระบะ อันดับสองคือรถกระบะ และอันดับสามก็ยังเป็นรถกระบะ ฟอร์ด เอฟ-ซีรีส์ ครองแชมป์รถขายดีติดต่อกันมาสามสิบปี ไม่เคยร่วงจากบัลลังก์!
ในแถบมิดเวสต์ รถที่วิ่งบนถนนครึ่งหนึ่งเป็นรถกระบะ นี่คือตัวเลือกแรกในการซื้อรถเสมอ เจสันที่มาจากเคนทักกีก็ย่อมไม่ต่างกัน
หลังจากวิจารณ์เสร็จ เจสันก็ถามอย่างกระตือรือร้น
"สตีเวน นายควรซื้อรถได้แล้วมั้ง? ล่าสมบัติโกดังไม่มีรถไม่ได้นะ! นอกจากต้องตระเวนไปทั่วแล้ว ยังต้องใช้ขนของอีก"
เย่เทียนพยักหน้ารับ
"ไม่มีรถมันลำบากจริงๆ ควรซื้อได้แล้วล่ะ คงภายในวันสองวันนี้แหละ แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะซื้อรถตู้ทึบหรือรถกระบะดี"
"ต้องรถกระบะสิ นี่แหละรถลูกผู้ชาย แข็งแกร่ง ทรงพลัง ทนทาน!"
เจสันแนะนำทันที
"ฉันเอียงไปทางรถตู้ทึบมากกว่า นี่นิวยอร์กนะ ไม่ใช่แดนเถื่อนตะวันตก ขับรถกระบะขนของมันล่อตาเกินไป รถตู้ทึบมิดชิดกว่าเยอะ
อีกอย่างฉันกะว่าจะติดตั้งตู้เซฟสองใบในรถ เอาไว้เก็บพวกของเก่าชิ้นเล็กกับงานศิลปะที่มีค่าชั่วคราว รถกระบะตอบโจทย์นี้ไม่ได้ แต่รถตู้ทำได้สบาย"
เย่เทียนเล่าความคิดของตัวเอง
เขาตั้งใจจะดัดแปลงรถให้เป็นโกดังเคลื่อนที่ เพื่อให้สะดวกต่อการล่าสมบัติ จะได้วิ่งรอกหลายที่ในวันเดียว ไม่ต้องมาคอยพะวงกับของที่ได้มาจนขยับตัวไม่ได้
เจสันคิดตามแล้วก็รู้สึกว่าเย่เทียนพูดมีเหตุผล จึงพยักหน้าเห็นด้วย
"โอเค! นายเป็นบอส นายตัดสินใจเลย!"
......
ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงชุมชนปีเตอร์ คูเปอร์ ในแมนฮัตตัน ขับรถเข้าไปในสนามกีฬาที่ใช้จัดงานประมูลชุมชน
ที่นี่เป็นสนามบาสเกตบอลกลางแจ้ง ตั้งอยู่มุมหนึ่งของชุมชน มีสนามย่อยสิบกว่าสนาม พื้นที่ค่อนข้างกว้าง วันนี้ถูกยึดพื้นที่ชั่วคราวเพื่อทำเป็นลานประมูล
การประมูลชุมชนเป็นวัฒนธรรมเฉพาะตัวของชาวอเมริกัน
คนที่อาศัยในชุมชนเดียวกันจะตกลงกันเลือกวัน ซึ่งมักจะเป็นเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ในฤดูร้อน เอาของที่บ้านไม่ได้ใช้มาวางขายหน้าโรงรถ
ของที่ประมูลมักเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ได้มีราคาสูงอะไร แต่ขายออกไปก็ยังดีกว่าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ หรือทิ้งขยะ ดังนั้นราคาจึงถูกมาก
แต่ที่นี่ก็มักจะมีของดีหลุดมาบ่อยๆ ของเก่าและงานศิลปะไม่ใช่เรื่องหายาก
โดยเฉพาะชุมชนคุณภาพอย่างปีเตอร์ คูเปอร์ ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางที่มีฐานะ ไม่ก็เศรษฐีผ้าขี้ริ้วห่อทอง แถมยังมีพวกดาวรุ่งจากวอลล์สตรีทที่รายได้งาม ของดีย่อมมีเพียบ
งานประมูลจะประกาศล่วงหน้า ดึงดูดผู้คนให้มาล่าสมบัติ คนอเมริกันชอบร่วมงานแบบนี้มาก หลายคนถึงขั้นเสพติดเลยทีเดียว
นอกจากคนทั่วไปแล้ว นักล่าสมบัติมืออาชีพยิ่งไม่ยอมพลาด ทุกครั้งที่มีวันประมูล ชุมชนเหล่านี้จะคลาคล่ำไปด้วยนักล่าสมบัติที่มามองหาโอกาสรวย
เหตุที่งานประมูลวันนี้มาจัดในสนามกีฬา เพราะที่นี่คือแมนฮัตตัน ที่ดินแพงหูฉี่ เป็นไปไม่ได้ที่ทุกบ้านจะมีโรงรถ เลยต้องมารวมตัวกันประมูลที่นี่
งานประมูลเริ่มแล้ว บรรยากาศคึกคักสุดๆ ผู้คนส่งเสียงจอแจ! ในจำนวนนั้นมีนักล่าสมบัติมืออาชีพปะปนอยู่ไม่น้อย บางคนก็หน้าคุ้นๆ
หลังจากจอดรถ เย่เทียนกับเจสันก็รีบเดินเข้าสู่ลานประมูล
การปรากฏตัวของเย่เทียนดึงดูดความสนใจจากนักล่าสมบัติบางส่วนทันที
สองวันนี้เขาเป็นประเด็นร้อนในวงการประมูลโกดัง โดยเฉพาะคนที่เคยร่วมประมูลกับบริษัทสมิธโซเนียน ยิ่งจำเขาได้แม่น
เพิ่งเดินเข้าสนามกีฬา ยังไม่ทันเริ่มหาของ ก็มีคนเข้ามาทักทาย
"เฮ้! อรุณสวัสดิ์สตีเวน อรุณสวัสดิ์เจสัน"
คนหน้าคุ้น คู่แข่งคนสำคัญจากงานที่แล้ว ไฮเวน นั่นเอง
ข้างกายเขามีนักล่าสมบัติหน้าใหม่อีกสองสามคน ทุกคนกำลังพิจารณาเย่เทียน ในแววตาเต็มไปด้วยความสงสัยและอิจฉา
"อรุณสวัสดิ์! ไฮเวน ไม่คิดว่าจะเจอนายที่นี่ ยินดีที่ได้เจอนะ!"
เย่เทียนหันไปมอง แล้วยิ้มทักทายกลับทันที
คุยสัพเพเหระได้สองสามคำ ไฮเวนก็ถามอย่างตื่นเต้น
"สตีเวน ประกาศประมูลสองใบที่โซเธอบีส์ปล่อยออกมา กีตาร์สองคอของสแลชกับกองทัพโมเดลเฟอร์รารีนั่น มาจากนายใช่ไหม?"
"ใช่ ของฉันเองที่ส่งให้โซเธอบีส์ ของพวกนั้นมาจากสองโกดังที่สมิธโซเนียนนั่นแหละ"
เย่เทียนยิ้มรับ พยักหน้ายอมรับแต่โดยดี
เรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วแล้ว ปฏิเสธไปก็ไลฟ์บอย
บริษัทประมูลอย่างโซเธอบีส์ต้องตรวจสอบที่มาที่ไปของสินค้า ก็ต้องติดต่อไปทางบริษัทโกดังเก็บของสมิธโซเนียนอยู่แล้ว
พอสมิธโซเนียนรู้ข่าว มีหรือจะปล่อยโอกาสทองในการโปรโมตตัวเองหลุดมือ! ข่าวเลยกระจายไปทั่ววงการประมูลโกดังอย่างรวดเร็ว เล่นเอาทุกคนอ้าปากค้าง
"ว้าว! นายนี่มันโคตรเฮงเลย!"
พอได้ยินคำยืนยันจากปากเย่เทียน ไฮเวนก็อุทานออกมาทันที
ตอนนี้เขาอิจฉาจนตาร้อนผ่าว หัวใจพรุนไปหมด เลือดซิบๆ ไม่หยุด!
เงินตั้งหลายล้านดอลลาร์นะเว้ย! หลุดมือไปต่อหน้าต่อตา เป็นใครก็ต้องเจ็บใจ
นักล่าสมบัติอีกหลายคนก็เหมือนกัน ทั้งแววตาและจิตใจเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา!
พูดคุยตามมารยาทอีกนิดหน่อย เย่เทียนก็ขอตัว เดินนำเจสันไปยังแผงขายของที่อยู่ไม่ไกล เริ่มต้นการล่าสมบัติของวันนี้
มองดูแผ่นหลังของเย่เทียนที่เดินจากไป ไฮเวนก็ระงับอารมณ์ไม่อยู่ สบถออกมาเบาๆ แทบอยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาดสองฉาด
"แม่งเอ๊ย! ฉันมันโคตรโง่บรมโง่! พลาดของดีไปตั้งเยอะ ปล่อยให้ไอ้เด็กนี่คาบไปกิน! บ้าฉิบหาย! ให้อภัยไม่ได้!"
"ไฮเวน ช่างมันเถอะ! ลาภลอยนั่นไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อนายหรอก ฉันรู้สถานการณ์วันนั้นดี ต่อให้ไม่มีไอ้หนุ่มนี่ นายก็สู้สองจิ้งจอกเฒ่าอย่างไวท์กับวิลเลียมไม่ได้อยู่ดี!"
นักล่าสมบัติอีกคนพูดปลอบ
ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ในตาเขาก็ฉายแววอิจฉาและเสียดายไม่ต่างกัน
ทำไมวันนั้นฉันไม่ไปงานประมูลนะ? ไม่งั้นฉันอาจจะมีโอกาสรวยเละไปแล้ว!
พยายามข่มความเสียดายและความอิจฉาลง ไฮเวนมองตามหลังเย่เทียนแล้วพูดเสียงลอดไรฟัน
"สายตาไอ้หมอนี่เฉียบคมเกินไปแล้ว! เพิ่งจะเข้าวงการไม่นาน ก็ขุดเจอของดีไปตั้งกี่ครั้งแล้ว ปะ ตามไปดูกันว่าวันนี้มันจะซื้ออะไร ถ้ามีโอกาสเราก็แย่งตัดหน้า เผื่อจะรวยกับเขาบ้าง!"
เพื่อนข้างๆ รีบส่ายหน้า ปฏิเสธข้อเสนอทันควัน
"พอเถอะ ไม่รู้เรื่องที่พวกการ์เซียโดนไอ้เด็กนี่ต้มจนเปื่อยหรือไง? โดนกันระนาว จนกลายเป็นตัวตลกในวงการไปแล้ว ฉันไม่อยากลิ้มรสความอัปยศแบบนั้น!"
"หมอนี่มันฉลาดเป็นกรด เจ้าเล่ห์ชะมัด! ยากจะกินนิ่ม เราทำตามแผนเดิมเถอะ อย่าไปหาเรื่องใส่ตัวเลย!"
พอได้ยินเพื่อนเตือนสติ สีหน้าไฮเวนก็เปลี่ยนไปทันที นึกถึงชะตากรรมของพวกการ์เซียขึ้นมาได้
"ฉันไม่ใช่พวกโง่เง่าแบบการ์เซียนะ ไม่มีทางหลงกลหรอก!"
ไฮเวนเริ่มถอดใจ แต่ปากยังแข็ง
พริบตาเดียวเขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะตามไปแข่งด้วย ไม่มีใครอยากถูกมองว่าเป็นไอ้โง่ เขาเองก็เหมือนกัน การตกเป็นตัวตลกในวงการประมูลมันไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจเลยสักนิด!
ตอนนั้นเอง เพื่อนอีกคนก็ชี้ไปที่ลานประมูลอันคึกคักแล้วพูดขึ้น
"อย่าไปสนใจมือใหม่นั่นเลย บางทีมันอาจจะแค่ฟลุ๊กเหยียบขี้หมาดวงดีก็ได้ ไปเถอะ ไปล่าสมบัติกัน! เผื่อจะเจอของดีกว่า รวยเละกว่า!"
จากนั้น ไฮเวนและพรรคพวกก็เดินเข้าสู่ลานประมูล เริ่มต้นค้นหาทรัพย์สมบัติด้วยความอิจฉาริษยาที่อัดแน่นเต็มอก สีหน้าแต่ละคนดูมุ่งมั่นราวกับจะขุดดินให้พลิกแผ่นดินหา!
ไฮเวนล้มเลิกความคิดที่จะสะกดรอยเย่เทียน แต่คนอื่นอาจไม่คิดแบบนั้น
ไกลออกไปมีนักล่าสมบัติอีกสองคนกำลังจับตาดูเย่เทียน หนึ่งในนั้นเคยโผล่หน้าไปที่งานประมูลโกดังสมิธโซเนียนด้วย
พอเห็นเย่เทียนกับเจสันเริ่มเดินดูของ พวกเขาก็รีบตามมาทันที
"เจอร์เมน จับตาดูไอ้หนุ่มจีนนั่นให้ดี ถ้าเห็นของดีเราจะชิงตัดหน้า วันนี้อาจจะได้ลาภก้อนโต!"
"โอเค! ไปโกยเงินกันเถอะ!"
......
เย่เทียนยังไม่รู้ตัวว่าถูกหมายหัว เขาเดินกวาดตามองแผงขายของอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากเป็นการเอาของใช้ในบ้านมาโละขาย ของบนแผงเลยมีไม่มาก กวาดตาแวบเดียวก็เก็บรายละเอียดได้หมด
เย่เทียนแค่เดินผ่านแผง มองปราดเดียวถ้าไม่เจอของเก่าหรือศิลปะวัตถุมีค่า เขาก็จะเดินผ่านไปทันที ส่วนพวกของมือสองราคาถูก เขาไม่แม้แต่จะชายตามอง เลยทำเวลาได้เร็วมาก
เล่นเอาเจสันที่เดินตามมาแปลกใจ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่เดินตามต้อยๆ
ผ่านไปไม่กี่นาที เย่เทียนก็เดินผ่านไปเกือบสิบแผงแล้ว
สองคนที่สะกดรอยตามมาถึงกับอ้าปากค้าง
"เชี่ย! นี่มันมาล่าสมบัติเหรอวะ? ดูเหมือนมาเดินเล่นชิลๆ มากกว่า เดินเร็วฉิบหาย!"
"ไม่ต้องสนใจ! เชื่อสิว่าไอ้เด็กนี่คงไม่กินอิ่มแล้วว่างจัดมาเดินเล่นหรอก ต้องมาล่าสมบัติแน่ ถึงจะเดินเร็ว แต่ก็แวะดูทุกแผง มองแผงละสองสามวิ แสดงว่ากำลังหาอะไรบางอย่าง!"
ปรึกษากันเสร็จ สองหางเครื่องก็รีบตามติดอย่างมุ่งมั่น
ไม่นาน รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าพวกเขา
พอถึงแผงที่สิบสอง เย่เทียนก็หยุดเดิน เริ่มพิจารณาสินค้าบนแผง
ภายใต้แว่นกันแดด ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความประหลาดใจ และแสงสีแดงเจิดจ้าบาดตา
ชัดเจนว่า ตรงหน้าเขามีของเก่าอายุร้อยถึงสามร้อยปีปรากฏตัวขึ้นแล้ว!
[จบแล้ว]