- หน้าแรก
- สามก๊ก ระบบมหาจักรวรรดิไร้เทียมทาน
- บทที่ 330 - แนวป้องกันพังทลาย
บทที่ 330 - แนวป้องกันพังทลาย
บทที่ 330 - แนวป้องกันพังทลาย
บทที่ 330 - แนวป้องกันพังทลาย
ค่ายใหญ่กองทัพลิโป้ สองวันนี้ม้าเร็วส่งข่าววิ่งเข้าออกไม่ขาดสาย ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากสถานการณ์เบื้องหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน
สถานการณ์ที่พลิกผันนี้ ทำให้ลิโป้กลุ้มใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ
"จูฮีมัวทำอะไรอยู่" ลิโป้ตบโต๊ะดังปัง ตวาดลั่นใส่ผู้คนเบื้องล่างอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "เมืองฮัวอินเมืองเดียวก็รักษาไว้ไม่ได้ บัดนี้หวังเฉินบุกตะลุยมาตามแม่น้ำเว่ยแล้ว! ทหารนับแสนนาย ค่ายทหารฝั่งตรงข้ามเราเป็นเพียงฉากบังหน้า พวกเราถูกหวังเฉินหลอกกันหมดแล้ว!"
สิ้นเสียงตวาด ภายในกระโจมก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่
"ท่านแม่ทัพ ฮัวอินแตกแล้ว ตอนนี้มีข่าวว่าข้าศึกแบ่งเป็นสามสาย สายหนึ่งบุกมาทางอำเภออวิ๋นหยางตามแม่น้ำจิงสุ่ย มีจำนวนสี่หมื่นนาย สายที่สองอยู่ในหุบเขาแม่น้ำลั่วสุ่ยยังไม่ทราบจำนวนแน่ชัด แต่ที่แน่ๆ คืออำเภอซู่อี้ถูกข้าศึกยึดไปแล้ว เส้นทางลำเลียงเสบียงของฝ่ายเราตกอยู่ในอันตราย แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าข้าศึกจะตีอำเภอผินหยางหรือตลบหลังกองทัพเรา!"
ใต้บัญชาลิโป้ไหนเลยจะมีกุนซือผู้เชี่ยวชาญกลยุทธ์ แม้สถานการณ์จะปรากฏอยู่ตรงหน้าใครๆ ก็ดูออก แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะคาดเดาความเคลื่อนไหวของข้าศึกได้
ลิโป้ลุกขึ้นยืน เอามือไพล่หลัง กล่าวว่า "บัดนี้ข้าศึกผ่านฮัวอินมาแล้ว ไม่ว่าจะมุ่งตรงสู่ฉางอันหรืออย่างไร แนวป้องกันแม่น้ำลั่วสุ่ยของพวกเราก็ถือเป็นโมฆะแล้ว"
พูดถึงตรงนี้ ใบหน้าเขาก็ฉายแววโกรธเกรี้ยวขึ้นอีกหลายส่วน "เจ้าว่าหวงฟู่ซงคิดอะไรอยู่? อยู่ดีๆ ก็โยนเรื่องยุ่งยากกองเบ้อเริ่มนี้มาให้ข้า จูฮีผู้นี้ก็เหมือนกัน แค่เมืองฮัวอินเมืองเดียวก็รักษาไม่ได้! รบกันประสาอะไร? หากเรียกตัวข้ามาแต่แรก ก็คงไม่เสียแนวป้องกันแม่น้ำฮวงโหไปหรอก!"
ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย หวงฟู่ซงอุตส่าห์ส่งไพ่ดีๆ ให้ถึงมือ เป็นตัวเขาเองที่เล่นจนพังพินาศ บัดนี้กลับมาโทษหวงฟู่ซงเสียอีก
ไม่รู้อ้องอุ้นคิดอันใด ถึงได้ให้ลิโป้ทั้งสามคนมารับตำแหน่งแทนหวงฟู่ซง
"แม่ทัพลิได้เคลื่อนทัพไปทางเมืองฉงเฉวียนแล้ว สละแนวป้องกันเมืองหลินจิ้นโดยสิ้นเชิงขอรับ"
เฉิงเหลียนกล่าวเสียงอ่อย เกรงว่าลิโป้ตรงหน้าจะบันดาลโทสะ
แต่ลิโป้บ่นก็ส่วนบ่น เขายังคงเดินไปที่หน้าแผนที่ วาดมือไปมาบนแผนที่อยู่นานสองนาน กล่าวว่า "ตอนนี้หากไม่ระวังให้ดี พวกเราจะตกอยู่ในวงล้อมข้าศึก โชคดีที่ป๋ออี๋ถอยไปทางฉงเฉวียน ทำให้ข้าศึกทางใต้แม่น้ำเว่ยของหวังเฉินไม่กล้าบุกขึ้นเหนือ ช่วยให้กองทัพส่วนใหญ่ของเราถอยทัพได้!"
พูดจบ เขาก็ยืดตัวตรง สั่งการเฉิงเหลียนว่า "ส่งคนไปแจ้งแม่ทัพตั๋งเชิ่ง บอกให้เขารีบนำทัพไปสมทบที่เมืองฉงเฉวียน พวกเราต้องรีบถอยกลับไปให้ถึงฉางอันก่อนที่ข้าศึกจะปิดล้อม หรือรุกคืบเข้าประชิดฉางอัน แนวป้องกันแม่น้ำลั่วสุ่ย พวกเราทิ้งแล้ว"
"ขอรับ!" เฉิงเหลียนประสานมือ ถอยออกจากกระโจมไป
ลิโป้มองดูแผนที่ตรงหน้า แล้วบ่นพึมพำอย่างไม่มีสาเหตุ "อะไรกันนักหนา? หวงฟู่ซงทำบ้าอะไรทิ้งไว้? ให้ข้ามาตามเช็ดก้น พอที"
ขณะเดียวกัน ทางทิศเหนือของเมืองเจิ้งเซี่ยน
ควันไฟสงบลงแล้ว กองทัพนับแสนนายกำลังตั้งค่ายรอคำสั่งอยู่นอกเมือง
ทุกอย่างเป็นไปตามคำกล่าวของหวังเฉิน เมื่อผ่านเมืองฮัวอินมาได้ ทุกอย่างก็ราบรื่นขึ้น
"ท่านอ๋อง หากบุกตะลุยไปทางตะวันตกตามแม่น้ำเว่ย ข้าน้อยเห็นว่าควรส่งกองทัพย่อยบุกตะวันตกยึดแถบอำเภอตู้หลิง ปิดล้อมอำเภอแลนเถียน ส่วนกองทัพที่เหลือรวมกำลังกัน มุ่งตรงสู่อำเภอเหลียนเสา สกัดกั้นกองทัพของลิโป้ที่กำลังถอยร่น แล้วรวมพลกับกองทัพสองหมื่นนายของซิหลงทางทิศเหนือ และสองหมื่นนายของเตียวเลี้ยวกับกงเซิ่งทางทิศตะวันออก บดขยี้ข้าศึกให้สิ้นซากที่นี่! มีเพียงทำลายกองทัพข้าศึกให้สิ้นซากเท่านั้น จึงจะวางใจบุกตีฉางอันได้!"
หน้าเมือง เสิ่นชิงกางแผนที่ให้หวังเฉินดูพร้อมเสนอแผนการ
หวังเฉินพยักหน้า สิ่งที่เสิ่นชิงพูดมีเหตุผล ตามสถานการณ์ปัจจุบัน ใต้บัญชาลิโป้อย่างน้อยก็ยังมีทหารเจ็ดหมื่นนาย ในจำนวนนี้ยังมีทหารเดนตายสุดท้ายของราชวงศ์ฮั่นอยู่มาก
แม้จูฮีจะพ่ายแพ้ในศึกเดียว แต่เจ็ดหมื่นคนนี้ก็ประมาทไม่ได้
ศึกตัดสินครานี้จำต้องใช้ความได้เปรียบอย่างท่วมท้น บดขยี้ข้าศึกให้สิ้นซากที่อำเภอเหลียนเสาให้ได้ เช่นนี้ราชสำนักก็จะไร้ซึ่งขุมกำลังสุดท้าย ตนเองจะได้ว่างมือไปจัดการกับเมืองฉางอันได้อย่างเต็มที่
"หากทำลายทหารเจ็ดหมื่นของลิโป้ได้ หัวเมืองอื่นๆ ก็แทบจะยอมจำนนเมื่อเห็นธงทิว ราชวงศ์ฮั่นแม้จะยังไม่ล่มสลายอย่างสมบูรณ์ แต่ก็นับว่าถึงทางตันแล้ว ถึงเวลานั้น จะทำลายเมื่อใด จะทำลายอย่างไร ก็สุดแท้แต่ท่านอ๋องจะบัญชา!"
สิ่งที่เสิ่นชิงกล่าวมาล้วนถูกต้อง หวังเฉินขมวดคิ้วครุ่นคิด หากหัวเมืองเหล่านี้ยังมองเห็นความหวัง ย่อมต้องดิ้นรนสู้ตายเยี่ยงสัตว์ร้ายจนตรอก
มีเพียงทำลายความหวังของคนเหล่านี้ให้สิ้นซาก จึงจะทำให้พวกเขายอมจำนนด้วยความสิ้นหวัง
เดิมทีตนวางแผนจะนำทัพของตนเองไป ดูท่าคงต้องเพิ่มกำลังทหารเสียแล้ว
"กุยกี!"
"ข้าน้อยอยู่!" กุยกีก้าวออกมาข้างหน้า ประสานมือคารวะหวังเฉิน
"ข้าให้เจ้านำทัพบุกตะวันตก โจมตีตู้หลิงและแลนเถียน ทำได้หรือไม่"
กุยกีคารวะหวังเฉิน กล่าวว่า "ข้าน้อยจะไม่ทำให้ท่านอ๋องผิดหวัง!"
"ดี!" หวังเฉินพยักหน้า เดินเข้าไปหากุยกี "การไปครานี้ดูแลพี่น้องของเจ้าให้ดี ห้ามให้เกิดเรื่องปล้นชิงชาวบ้านเด็ดขาด เพราะตอนนี้เจ้าอยู่ใต้บัญชาข้าหวังเฉิน มิใช่เมื่อก่อน อยู่ที่นี่ เจ้าต้องรู้กฎของข้า! เข้าใจไหม"
"ท่านอ๋องโปรดวางใจ ช่วงที่ผ่านมาข้าน้อยเข้มงวดกวดขันวินัยทหาร รับรองว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นกาลก่อนอีก" กุยกีเหงื่อกาฬแตกพลั่ก โชคดีที่นับตั้งแต่มาสวามิภักดิ์หวังเฉิน เขาก็เริ่มจัดการเรื่องวินัยทหารแล้ว
ลองคิดดู ความจริงแล้ววินัยทหารที่หย่อนยานของพี่น้องก็เริ่มมาตั้งแต่เข้าเมืองลั่วหยาง ตอนนั้นอยู่ใต้บัญชาตั๋งโต๊ะ ทุกคนต่างคิดว่าจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ
แต่ตอนนี้มาอยู่กับหวังเฉิน ทุกคนก็เพลาๆ ลงมากแล้ว
"อืม!" หวังเฉินพยักหน้า หันไปกล่าวกับเสิ่นชิง "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทัพของเจ้าก็ตามข้าขึ้นเหนือ ไปกวาดล้างกองทัพสุดท้ายของราชวงศ์ฮั่นกันเถอะ!"
"ขอรับ!"
เมืองฉางอัน ข่าวหวังเฉินตีเมืองฮัวอินแตกแพร่สะพัดไปนานแล้ว
เชื้อพระวงศ์และขุนนางในเมืองต่างตกอยู่ในความหวาดผวา หากมิใช่อ้องอุ้นระดมทหารและเสบียงจากอำเภออวิ๋นหยางและหัวเมืองต่างๆ เข้ามาในฉางอัน จำกัดการเข้าออก เกรงว่าคนเหล่านี้คงหนีลงใต้ไปนานแล้ว
และวันนี้ ข่าวหวังเฉินตีแตกเมืองเจิ้งเซี่ยนก็มาถึงฉางอัน ยิ่งทำให้ราชสำนักสั่นสะเทือน
ผ่านเมืองเจิ้งเซี่ยนมาได้ ก็คือภูเขาหลีซาน ระยะทางห่างจากฉางอันอีกไม่ไกลแล้ว
คุกหลวง
"ท่านแม่ทัพ ข่าวล่าสุด หวังเฉินผ่านเมืองเจิ้งเซี่ยนแล้ว!"
ผู้คุมบอกข่าวแก่หวงฟู่ซงที่หน้าห้องขัง ใบหน้าเจือรอยยิ้ม "สถานการณ์เป็นเช่นนี้ ท่านแม่ทัพคงจะได้รับตำแหน่งคืนเร็วๆ นี้กระมัง?"
หวงฟู่ซงยิ้มขมขื่น ไม่ได้ตอบคำ เพียงรีบเขียนข้อความลงบนผ้าไหมในมือให้เสร็จ เป่าให้แห้งแล้วพับเก็บ ส่งออกมาทางช่องว่างของลูกกรงไม้
"นำผ้าไหมฉบับนี้ไปมอบให้ท่านอ้องซือถู หากท่านอ้องซือถูทำตาม อาจจะพอรักษาความหวังสุดท้ายของราชวงศ์ฮั่นไว้ได้ หากท่านอ้องซือถูไม่ทำตาม ราชวงศ์ฮั่นอันตรายแล้ว!"
ผู้คุมรับผ้าไหมมาเก็บไว้อย่างดี แต่ก็อดถอนหายใจมิได้ "ท่านแม่ทัพวางใจ ข้าน้อยจะพยายามส่งไปให้ถึงจวนท่านซือถูให้จงได้"
"อืม หากคนของจวนซือถูไม่ยอมให้เจ้าเข้าพบ ก็ส่งให้ท่านซื่อซุนรุ่ย บอกว่าเป็นฎีกาจากหวงฟู่ซงในคุก ขอให้กราบทูลฝ่าบาท!"
"ท่านแม่ทัพโปรดวางใจ!"
ผู้คุมประสานมือให้หวงฟู่ซง แล้วค่อยๆ ถอยออกไป
เมื่อนั้น หวงฟู่ซงจึงถอนหายใจยาว "หวังว่าท่านอ้องซือถูจะเข้าใจ เวลาไม่เหลือแล้ว!"
[จบแล้ว]