เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 326 - ไป๋ชุนผู้มองเห็นผู้อพยพเป็นมนุษย์ (ฟรี)

บทที่ 326 - ไป๋ชุนผู้มองเห็นผู้อพยพเป็นมนุษย์ (ฟรี)

บทที่ 326 - ไป๋ชุนผู้มองเห็นผู้อพยพเป็นมนุษย์ (ฟรี)


บทที่ 326 - ไป๋ชุนผู้มองเห็นผู้อพยพเป็นมนุษย์

ฉุนอวี๋เยว่รู้สึกอัดอั้นตันใจเหลือเกิน

แต่... เขาก็ทำได้แค่เก็บความอัดอั้นนั้นไว้

เพราะในขณะที่เขากำลังจะอ้าปากพูดอะไรต่อ อิ๋งหยวนก็ได้เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปอย่างหน้าตาเฉย

"เอาล่ะ ไป๋ชุน เจ้าลองว่ามาซิว่าคำแนะนำของเจ้าคืออะไร"

"ถึงแม้เจ้าจะมีตำแหน่งเป็นผู้คุมกฎ แต่แผ่นดินจะรุ่งเรืองหรือล่มสลายเป็นความรับผิดชอบของทุกคน ตัวเปิ่นกงเองก็ถือว่าทำได้ดีในเรื่องการรับฟังคำทัดทานอยู่แล้ว"

พอประโยคนี้หลุดออกมา ขุนนางหลายคนแทบจะถ่มน้ำลายออกมากลางวง

อืม!

เรื่องการรับฟังคำทัดทาน องค์ชายอิ๋งหยวนทำได้ดีจริงๆ นั่นแหละ

ใครอยากจะลุกขึ้นมาพูดอะไรก็พูดได้ทั้งนั้น!

แต่จะฟังหรือไม่ฟัง นั่นมันอีกเรื่องหนึ่งนะ

เรียกได้ว่าเป็นโรคหูหนวกเฉพาะเรื่อง ความจำเสื่อเป็นพักๆ อาการพวกนี้เห็นกันจนชินตาแล้วนี่นา!

ก่อนหน้านี้ตอนที่เฝิงเจี๋ยลุกขึ้นมาแนะนำ เขาก็พูดพร่ำไปตั้งยืดยาว แล้วอิ๋งหยวนล่ะ

ก็แค่ทำมึนๆ เบลอๆ ปล่อยผ่านไปเหมือนไม่ได้ยินซะอย่างนั้น?

ทว่าในเวลานี้ ก็ไม่มีใครโง่พอที่จะลุกขึ้นมาพูดอะไร

เพราะคำแนะนำของเฝิงเจี๋ยก่อนหน้านี้ ได้ล่วงเกินผู้คนไปไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยเฉพาะเหล่าขุนนางฝ่ายบู๊ที่มองเฝิงเจี๋ยด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

ถึงแม้พวกเขาจะไม่มีความสามารถพอที่จะช่วยเหลืออดีตลูกน้องเก่าได้ แต่การที่เฝิงเจี๋ยยังจะไปวางแผนเล่นงานคนเหล่านั้นอีก มันก็ออกจะเกินไปหน่อยและเป็นการสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น

แต่ทว่าเฝิงเจี๋ยในตอนนี้ ไม่สนใจเรื่องพวกนั้นอีกแล้ว

เขาจ้องมองไปที่หลี่ซิ่นด้วยสายตาที่มืดมนอำมหิต

จะเล่นงานหลี่ซิ่นงั้นเหรอ?

ตอนนี้ยังไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น!

แทนที่จะมัวเสียเวลาไปเล่นงานหลี่ซิ่น สู้เอาเวลามาคิดหาวิธีฉกฉวยผลประโยชน์จากกลุ่มผู้อพยพในช่วงการเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลินี้ดีกว่า

นี่เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเฝิงเจี๋ย และกลุ่มขุนนางตระกูลใหญ่ที่หนุนหลังเขาอยู่

นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการที่พวกเขาจะกลับมาผงาดในเมืองเสียนหยาง หากพลาดไป เขาคงต้องเสียใจจนตายแน่

ดังนั้น เรื่องไหนที่ควรยืนกรานก็ต้องยืนกรานต่อไป

ทางด้านหวังเจี่ยน เขาชำเลืองมองไป๋ชุน แล้วก็ปรายตามองหลี่ซือที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง จากนั้นก็พยักหน้าและกระตุกมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินโซเซกลับไปที่ตำแหน่งของตัวเอง

หากหวังเจี่ยนไม่รู้เรื่องหรือไม่ได้รับปากก็แล้วไป

แต่ในเมื่อหวังเจี่ยนเอ่ยปากแล้ว เขาก็จะไม่มีวันปล่อยปละละเลยเหมือนเมื่อก่อนเด็ดขาด

หวังเจี่ยนเป็นแม่ทัพอาวุโสในกองทัพ เขารู้ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า ความสำเร็จของแม่ทัพแลกมาด้วยซากศพของทหารนับหมื่น

หากจะให้หวังเจี่ยนทนดูอดีตเพื่อนร่วมรบต้องกลายเป็นผู้อพยพ อดมื้อกินมื้อ และอยู่อย่างหวาดผวาเพราะไม่ได้รับบำเหน็จความชอบ หวังเจี่ยนคงทนดูไม่ได้

เพียงแต่ว่า เรื่องการบริหารภายใน เขาไม่ถนัดจริงๆ

เมื่อกี้เจ้าเด็กไป๋ชุนบอกว่ามีวิธี ถ้าอย่างนั้นลองฟังดูหน่อยก็ไม่เสียหาย จะได้รู้ว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่จะมีน้ำยาแค่ไหน

ถ้าใช้ได้ก็ดีไป แต่ถ้าใช้ไม่ได้ เดี๋ยวค่อยดักตีหัวสั่งสอนสักทีก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร!

ในเวลานี้ ไป๋ชุนกลับมีสีหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยม และกล่าวอย่างเปิดเผยว่า

"เตี้ยนเซี่ย อันที่จริงเรื่องนี้ ไม่ซับซ้อนเลยสักนิดขอรับ!"

อิ๋งหยวนเห็นว่าไป๋ชุนยังมาเล่นลิ้นขายความลับในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ก็หัวเราะออกมาด้วยความหงุดหงิด

"ไป๋ชุน เปิ่นกงจะบอกให้นะ ถ้าเจ้ายังมัวแต่อมพะนำอยู่แบบนี้ เกรงว่าเจ้าคงต้องไปกวาดล้างห้องน้ำพร้อมกับฉุนอวี๋เยว่แล้วล่ะ"

"ไหนๆ เจ้าก็เพิ่งรับตำแหน่งใหม่ จะไม่ลองไปสัมผัสการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาดูหน่อยหรือ?"

ไป๋ชุนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบฉีกยิ้มประจบสอพลอทันที

เมื่อเห็นฉากนี้ ขุนนางจำนวนมากไม่รู้ทำไม จู่ๆ ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา

อันที่จริง พวกเขาก็เริ่มตระหนักได้แล้ว

ทุกครั้งที่องค์ชายอิ๋งหยวนจัดการราชกิจ ใบหน้ามักจะเปื้อนยิ้ม วาจาที่ใช้ก็ดูอ่อนโยนเป็นกันเอง

แต่ประเด็นสำคัญคือ ท่ามกลางเสียงหัวเราะเฮฮานั้น งานการต่างๆ กลับสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างราบรื่น

ผิดกับตอนที่องค์ชายฝูซูรักษาการแทนในช่วงที่อิ๋งหยวน ป่วยหนัก ตอนนั้นอะไรก็คุยง่าย

แต่ทว่าความเร็วและความคืบหน้าในการจัดการงานราชการ กลับล่าช้าอย่างเห็นได้ชัด

หวังเจี่ยนมองท่าทางที่ดูผ่อนคลายของอิ๋งหยวน แล้วก็แอบพยักหน้าในใจ

ในสายตาของเขา ผู้ปกครองควรมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

ไม่ว่าจะเจอกับเรื่องอะไร ตัวเองต้องไม่ตื่นตระหนก เพื่อให้ขุนนางเชื่อมั่นว่า ถ้าทุกคนร่วมมือกันก็จะแก้ปัญหาได้

ในด้านนี้ จิ๋นซีฮ่องเต้อาศัยบารมีจากการรวบรวมแผ่นดิน กดดันจนขุนนางไม่มีใครกล้าหือ

นั่นย่อมทำให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงลิ่ว!

ส่วนองค์ชายอิ๋งหยวนนั้นต่างออกไป เขาเน้นการใช้พระเดชและพระคุณควบคู่กัน

ในยามปกติ ก็ดูเหมือนจะเล่นหัวได้ พูดจาตลกโปกฮาได้เหมือนที่เห็นตอนนี้

แต่พอเจอกับศัตรูทางการเมืองหรือเรื่องใหญ่ๆ เข้าจริงๆ เขาก็เด็ดขาดเลือดเย็นไม่แพ้ใคร!

แต่ไม่ว่าจะเล่นหัวในยามปกติ หรือเด็ดขาดในยามคับขัน สุดท้ายงานก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

ไม่มีความรู้สึกติดขัดเหมือนตอนที่องค์ชายฝูซูบริหารงานเลย

สำหรับหวังเจี่ยนแล้ว จุดนี้สำคัญมาก

อย่างไรก็ตาม ความพึงพอใจในใจของหวังเจี่ยน ไม่สามารถช่วยลดทอนความหวาดกลัวของไป๋ชุนในตอนนี้ได้เลย

เพราะพอสบเข้ากับดวงตาที่เปื้อนยิ้มของอิ๋งหยวน เขาก็เข้าใจในทันที

ถ้าเขายังเล่นตัวต่อไป เกรงว่าจะต้องเจ็บตัวแน่

เขารีบยิ้มแห้งๆ แล้วตอบว่า "ฮะฮะ เตี้ยนเซี่ยล้อเล่นแล้ว กระหม่อมแค่ตื่นเต้นเกินไปหน่อย เลยเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก"

"ขอเตี้ยนเซี่ยโปรดอภัยด้วย!"

"และในเมื่อเตี้ยนเซี่ยมีพระประสงค์จะรับฟังคำแนะนำ งั้นกระหม่อมก็ขอพูดตรงๆ เลย"

"เรื่องนี้จริงๆ แล้วไม่ยากเลย เพียงแต่ปกติทุกคนมองข้ามจุดที่สำคัญที่สุดไปเท่านั้น"

พูดมาถึงตรงนี้ ไป๋ชุนไม่มีท่าทีล้อเล่นเหมือนปกติอีกแล้ว เขามองไปที่เหล่าขุนนางด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แล้วกล่าวเสียงหนักแน่นว่า

"นั่นก็คือ ผู้อพยพเหล่านี้ ก็คือคน!"

พอประโยคนี้หลุดออกมา ก็แสดงให้เห็นถึงระดับสติปัญญาที่แตกต่างกันของขุนนางแต่ละคนทันที

คนส่วนใหญ่ฟังแล้วทำหน้างง ไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไร

แต่คนฉลาดอย่างหลี่ซือและเซียวเหอ กลับเข้าใจในทันที พวกเขามองไป๋ชุนด้วยสีหน้าชื่นชมยินดี

เห็นได้ชัดว่า การเปิดประเด็นแบบนี้ของไป๋ชุน สำหรับพวกเขาแล้วถือว่าทำได้ดีมาก

และไป๋ชุนก็กำลังอธิบายอย่างจริงจังว่า

"เหล่าขุนนางทั้งหลาย ทำไมข้าไป๋ชุนถึงพูดแบบนี้?"

"เพราะมันเกี่ยวข้องกับจุดสำคัญที่ว่า ผู้อพยพคือคน คือมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ ดังนั้นพวกเขาย่อมมีความคิดเป็นของตัวเอง!"

"แต่ใต้เท้าเฝิงเจี๋ยเมื่อครู่นี้ กลับมองผู้อพยพง่ายๆ ว่าเป็นตัวถ่วง หรือเป็นเด็กน้อยที่รอคอยการป้อนข้าว!"

"ต้าฉินเตรียมเครื่องมือการเกษตร เมล็ดพันธุ์ และยังต้องเตรียมเสบียง... ทั้งหมดนี้ส่งไปให้ถึงมือผู้อพยพฟรีๆ!"

"แต่สำหรับผู้อพยพล่ะ?"

"ตราบใดที่มองพวกเขาว่าเป็นคน ก็จะรู้ว่าที่จริงแล้วพวกเขาถูกบีบคั้นจนต้องกลายเป็นผู้อพยพ"

"หากมีโอกาส จริงๆ แล้วพวกเขายินดีที่จะใช้สองมือของตัวเองหาเงินอย่างภาคภูมิใจมากกว่า!"

"ประจวบเหมาะกับที่ตอนนี้ต้าฉินกำลังขาดแคลนแรงงานในการก่อสร้างต่างๆ พอดี!"

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทำไมไม่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวล่ะ?"

"พอดีข้าเคยได้ยินเตี้ยนเซี่ยพูดประโยคหนึ่งว่า อยากรวยให้สร้างถนนก่อน!"

"ดังนั้น ข้าจึงขอเสนอให้เตี้ยนเซี่ย เปลี่ยนผู้อพยพเหล่านี้ให้กลายเป็นช่างสร้างถนนของต้าฉิน จะดีไหมขอรับ?"

พูดจบ ไป๋ชุนก็กอดอกด้วยความภาคภูมิใจ

ส่วนอิ๋งหยวนมองดูเจ้าเด็กเมื่อวานซืนคนนี้ แล้วก็ค่อยๆ หรี่ตาลง!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 326 - ไป๋ชุนผู้มองเห็นผู้อพยพเป็นมนุษย์ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว