- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์ชายหก ข้าขออู้งานจนจิ๋นซีต้องร้องขอชีวิต
- บทที่ 156 - ฝูซูไล่ล่าเจ้าหก (ฟรี)
บทที่ 156 - ฝูซูไล่ล่าเจ้าหก (ฟรี)
บทที่ 156 - ฝูซูไล่ล่าเจ้าหก (ฟรี)
บทที่ 156 - ฝูซูไล่ล่าเจ้าหก
"ฮึบ!"
"ย้าก!"
"ฮึบ ย้าก!"
เสียงตะโกนอย่างดุดันดังขึ้นเป็นจังหวะ
ทว่าสิ่งที่ตามมาคือ "เพลงกระบี่" ที่ไร้กระบวนท่าโดยสิ้นเชิงของอิ๋งหยวน
องค์ชายผู้สำเร็จราชการแห่งต้าฉิน
หลงเชี่ยแม้จะถนัดใช้อาวุธหนักและไม่เชี่ยวชาญเพลงกระบี่นัก
แต่ทว่า
เมื่อได้เห็น "กระบวนท่า" ที่อิ๋งหยวนกวัดแกว่งฟันมั่วซั่วไปทั่วทิศทางแบบนั้น
เขาก็อดรู้สึกทนดูไม่ได้จริงๆ
"คุณชาย ข้าว่าข้าสอนมวยให้ท่านดีกว่าไหมขอรับ?"
อิ๋งหยวนค่อยๆ เก็บกระบี่เข้าฝัก
ปรับลมหายใจให้เป็นปกติเล็กน้อย
จากนั้นก็หันไปมองหลงเชี่ยคนที่เอ่ยปากทัก
"ทำไม?"
"คิดว่าเพลงกระบี่ของเปิ่นกง มันแย่จนดูไม่ได้เลยรึ?"
น่าสงสารหลงเชี่ย
ชายชาติทหารผู้ห้าวหาญต้องอึกอักอยู่นานกว่าจะนึกคำพูดรักษาน้ำใจออกมาได้สักประโยค
"ข้าเกรงว่าคุณชายจะทำตัวเองบาดเจ็บน่ะขอรับ!"
เอาเถอะ!
คำพูดนี้ฟังดูแย่กว่าบอกว่าเพลงกระบี่ห่วยแตกเสียอีก
อิ๋งหยวนมองหลงเชี่ยด้วยสายตาว่างเปล่า
ก่อนจะเบะปากอย่างเซ็งๆ
ช่วยไม่ได้นี่นา!
แม้ว่ายุคสมัยนี้ แม้แต่บัณฑิตสำนักหรูยังต้องสอบใบขับขี่รถม้า ฝึกยิงธนู และพกกระบี่ตีกันได้
ไหนจะจอมยุทธ์ นักฆ่า ที่ท่องไปทั่วหล้า
หรือยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ในกองทัพ
แต่ทว่า...
ในฐานะองค์ชายหกแห่งต้าฉินอย่างอิ๋งหยวน...
เขาขี้เกียจนี่นา!
อย่าว่าแต่จะให้ฝึกฝนจนกลายเป็นยอดฝีมือเลย
แม้แต่การออกกำลังกายพื้นฐาน เขายังไม่เคยทำด้วยซ้ำ
ไอ้เพลงกระบี่ที่ว่านั่น มันก็ต้องห่วยแตกจนดูไม่ได้อยู่แล้ว!
อันที่จริง
อิ๋งหยวนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
ไอ้พวกเพื่อนร่วมอาชีพที่ทะลุมิติมาเหมือนกัน
ชาติที่แล้วขนาดเดินลงบันไดยังขี้เกียจ
ทำไมพอย้ายร่างมาต่างโลกปุ๊บ
ถึงได้ขยันหมั่นเพียรกันนัก?
แถมยังฝึกหนักเช้าเย็น ทรมานสังขารตัวเองสารพัด
หรือว่าตอนข้ามมิติมา
ค่าความตั้งใจมันถูกอัปเกรดมาด้วย?
เอาเป็นว่าอิ๋งหยวนไม่เชื่อเด็ดขาด!
ชาติที่แล้วเขาเป็นแค่คนธรรมดา ยิมก็ไม่ค่อยเข้า
ชาตินี้เกิดมาชาติตระกูลดีกว่าเดิม
มีชีวิตกินหรูอยู่สบาย
เรื่องอะไรจะต้องไปทรมานตัวเองด้วยเล่า
ฝึกยุทธ์?
ไม่มีทาง!
รอพึ่งพารางวัลจากระบบกินไปวันๆ ดีกว่า!
แต่ก็นะ
ในเมื่อเลือกที่จะเสพสุขกับความขี้เกียจ
ก็ต้องยอมรับผลกรรมของความขี้เกียจนั้น
นั่นก็คือ
เขาเป็นไก่อ่อนที่สู้แรงคนธรรมดาไม่ได้ด้วยซ้ำ
และในขณะที่อิ๋งหยวนกำลังรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่นั้นเอง
จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนเรียกดังลั่นมาจากข้างหน้า
"น้องหก!"
"อิ๋งหยวน!"
"ไอ้เจ้าหก!"
"..."
เมื่อเห็นฝูซูเดินตะโกนโวยวายมาแต่ไกล
อิ๋งหยวนก็หลุดขำออกมา
"ท่านพี่!"
"นึกไม่ถึงเลยจริงๆ"
"องค์ชายใหญ่แห่งต้าฉินผู้สง่างาม"
"คุณชายฝูซูผู้สุภาพอ่อนโยนที่สุด"
"จะมีมุมแหกปากโวยวายแบบนี้ด้วย"
"หาดูยากจริงๆ!"
ฝูซูไม่ได้สนใจคำแซวพวกนั้นเลย
เขากลับทำหน้ามุ่ย
ปรี่เข้ามาคว้าตัวอิ๋งหยวนแล้วบ่นอุบ
"เจ้าไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะ!"
"เจ้าทำข้าเดือดร้อนหนักแล้วรู้ไหม!"
พอได้ยินแบบนั้น อิ๋งหยวนก็ชะงักไปนิดหนึ่ง
ก่อนจะสวนกลับอย่างไม่สบอารมณ์
"ข้าทำท่านเดือดร้อน?"
"ฝูซู นี่ท่านกำลังเนรคุณข้าอยู่นะ!"
"ก่อนหน้านี้เรื่องกระดาษ ข้าเกือบจะผลักดันท่านขึ้นเป็นผู้นำวงการบัณฑิตอยู่แล้วเชียว"
"อย่าว่าแต่อย่างอื่นเลย"
"แค่สิทธิ์ในการแจกจ่ายกระดาษที่อยู่ในมือท่าน"
"ทำให้ท่านได้รู้จักปราชญ์เมธีไปตั้งกี่คน?"
"แค่นี้ ท่านยังไม่พอใจอีกรึ?"
"ไหนจะเรื่องวิทยาลัยหลวงแห่งต้าฉินที่เตรียมจะสร้างอีก"
"ข้าก็วางแผนจะให้ท่านเป็นอธิการบดีนะ"
"ถ้าทำสำเร็จ"
"ท่านก็จะกลายเป็นอาจารย์ของขุนนางทั่วทั้งต้าฉินในอนาคตเลยนะ!"
"ผลประโยชน์ขนาดนี้ ท่านยังกล้าบอกว่าข้าทำร้ายท่านอีกหรือ?"
อิ๋งหยวนพูดฉอดๆ อย่างเต็มปากเต็มคำ
เพราะสำหรับฝูซูแล้ว
นอกจากเรื่องให้รับเคราะห์แทน
เขาก็ไม่เคยหลอกพี่ชายคนนี้เลยสักครั้ง
สิ่งที่อิ๋งหยวนพูดมาเมื่อกี้
ล้วนเป็นของดีที่จะช่วยเสริมชื่อเสียงบารมีให้ฝูซูทั้งนั้น
ถ้าบันทึกลงในพงศาวดาร
การกระทำสองอย่างนี้
ถือเป็นแบบอย่างของพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวได้เลยทีเดียว
ดังนั้น
อิ๋งหยวนจึงมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของตัวเองมาก
แต่อิ๋งหยวนที่กำลังรอคำขอโทษ
กลับต้องเจอกับฝูซูที่อารมณ์เดือดดาลยิ่งกว่าเดิม
เขาชี้นิ้วมาที่จมูกตัวเอง
จ้องหน้าอิ๋งหยวนแล้วตะโกนลั่น
"เจ้าไม่ได้ทำร้ายข้า?"
"ถ้าเจ้าไม่ได้ทำร้ายข้า แล้วเจ้าให้เฉินผิงบุกไปทวง 【ลุ่นอวี่】 ถึงที่พักข้าทำไม?"
พูดถึงตรงนี้
ฝูซูก็กัดฟันกรอดด้วยความแค้น
"ไอ้เจ้าเฉินผิงนั่น สมกับเป็นลูกน้องคนโปรดของเจ้าจริงๆ"
"นิสัยเหมือนกันไม่มีผิด!"
"ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า"
"ไม่มีการให้คนไปแจ้ง"
"เล่นอ้างชื่อองค์ชายผู้สำเร็จราชการอิ๋งหยวน แล้วเดินดุ่มๆ บุกเข้ามาเลย!"
"เจ้ารู้ไหมว่านั่นมันห้องนอนข้านะเว้ย!"
เห็นท่าทางไฟลุกท่วมหัวของฝูซู
อิ๋งหยวนก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก
"ก็ใช่น่ะสิ ข้ารู้ว่านั่นห้องนอนท่าน!"
"แต่กลางวันแสกๆ แบบนี้"
"ท่านคงไม่ได้กำลังจัดปาร์ตี้เปลือยกายอยู่ในวังหรอกมั้ง?"
"หรือว่าท่านกำลังสุมหัววางแผนกบฏอยู่?"
ข้อสันนิษฐานของอิ๋งหยวน
ทำเอาฝูซูตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
เขาชี้หน้าอิ๋งหยวน
"เจ้า... เจ้า... เจ้า..."
พูดอยู่ตั้งนาน
แต่กลับพูดไม่เป็นประโยคสักที
เห็นได้ชัดว่าโกรธจนถึงขีดสุดแล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝึกฝน 【ลุ่นอวี่】 จนบรรลุผลหรือเปล่า
พอฝูซูโกรธจนด่าไม่ถูก
เขาก็กำหมัดแน่น
ตะโกนลั่น
"ไอ้เจ้าหก ตายซะเถอะ!"
แล้วทำท่าจะพุ่งเข้ามาทุบ
แม้อิ๋งหยวนจะสู้ไม่เก่ง
แต่เรื่องความไวไม่เป็นรองใคร
เขากระโดดหลบไปซ่อนหลังหลงเชี่ยทันที
แล้วรีบตะโกนสวน
"ฝูซู ท่านโกรธเพราะข้าพูดแทงใจดำล่ะสิ?"
"หรือว่าท่านจัดปาร์ตี้เปลือยในวังจริงๆ?"
"ร้ายนักนะฝูซู"
"ข้านึกว่ามีแต่คุณชายเสเพลอย่างข้าที่ชอบอะไรแบบนี้"
"นึกไม่ถึงเลย"
"ว่าคนคิ้วหนาตาโต ท่าทางเคร่งขรึมอย่างท่าน"
"จะแอบเล่นอะไรพิเรนทร์ๆ แบบนี้ด้วย!"
ปากของอิ๋งหยวนนี่
มันหาสาระไม่ได้จริงๆ
ฝูซูที่เดิมทีก็โมโหอยู่แล้ว
พอโดนคำพูดพวกนี้กระตุ้น
ดวงตาก็แดงก่ำทันที
ควันแทบจะออกหู
หมายหัวจะทุบไอ้เจ้าหกให้ตายคาตีน
แต่ทว่า...
หลงเชี่ยไม่ยอมให้ทำแบบนั้น
"องค์ชายฝูซู โปรดระงับโทสะด้วยขอรับ!"
หลงเชี่ยเพียงแค่ก้าวออกมาขวางหน้าฝูซู
ก็เหมือนมีกำแพงเหล็กกั้นขวาง "เส้นทางการแก้แค้น" ขององค์ชายใหญ่แห่งต้าฉินไว้อย่างสมบูรณ์!
ฝูซูพยายามจะเดินอ้อม
แต่ไม่ว่าจะโยกซ้ายโยกขวา
ก็ไม่พ้นการสกัดกั้นดั่งกำแพงเมืองของหลงเชี่ยไปได้
ในที่สุด
เขาก็ถอยหลังออกมาอย่างจนปัญญา
มองดูอิ๋งหยวนที่ยื่นหน้าออกมาทำหน้ากวนประสาทอยู่หลังหลงเชี่ย
ด้วยความคับแค้นใจ
"ไอ้เจ้าหก ข้าซวยเพราะเจ้าแท้ๆ!"
"ตอนที่เฉินผิงบุกเข้ามา"
"อาจารย์ฉุนอวี๋กำลังสอนหนังสือข้าอยู่!"
"ดีล่ะสิ"
"ไอ้เจ้าเฉินผิงมันไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม"
"ถามหา ลุ่นอวี่ ทันที"
"แถมยังย้ำด้วยว่าเป็นฉบับพิเศษที่เจ้ามอบให้ข้า"
"ความลับเรื่อง ลุ่นอวี่ ก็เลยแตกโพละ!"
"ทำเอาอาจารย์ฉุนอวี๋โกรธจนเป็นลมล้มพับไปคาที่"
"ตอนนี้หมอหลวงเซี่ยอู๋เชี่ยกำลังใช้เข็มทองยื้อชีวิตให้อยู่!"
"ไอ้เจ้าหก ดูผลงานลูกน้องเจ้าสิ!"
[จบแล้ว]