- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์ชายหก ข้าขออู้งานจนจิ๋นซีต้องร้องขอชีวิต
- บทที่ 131 - ลูกไม้เดิมๆ ที่ใช้กันไม่จบไม่สิ้น (ฟรี)
บทที่ 131 - ลูกไม้เดิมๆ ที่ใช้กันไม่จบไม่สิ้น (ฟรี)
บทที่ 131 - ลูกไม้เดิมๆ ที่ใช้กันไม่จบไม่สิ้น (ฟรี)
บทที่ 131 - ลูกไม้เดิมๆ ที่ใช้กันไม่จบไม่สิ้น
พอหลี่ซิ่นพูดออกมาแบบนี้
หลายคนก็ขมวดคิ้วทันที
อะไรกัน
เมื่อกี้เฝิงเจี๋ยเพิ่งบอกว่าเจ้า เทียบชั้นหวังเจี่ยนไม่ได้
เจ้าดันไม่ถ่อมตัวสักนิด แต่กลับยอมรับหน้าตาเฉยเลยเนี่ยนะ
หน้าหนาไปไหม
แต่ก็มีอีกหลายคนที่เริ่มขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างจริงจัง
เรื่องซยงหนู ต้าฉินไม่ได้เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
แค่ลองนึกภาพว่าซยงหนูสามารถก่อกวนไปมาอยู่หน้าประตูบ้านต้าฉินผู้เกรียงไกรได้โดยไม่ถูกกวาดล้าง
ก็พอจะรู้แล้วว่าพวกมันมีดีพอตัว
และสิ่งที่สำคัญที่สุด
ก็คือสิ่งที่เฝิงเจี๋ยเพิ่งพูดไป
เป็นทหารทั้งแผ่นดิน ฝึกขี่ม้ายิงธนูมาตั้งแต่เด็ก
เจ้าพวกซยงหนูพวกนี้ มันลื่นไหลจับตัวยากจริงๆ
หวังหลีทั้งสามคนแม้จะเก่ง แต่ประสบการณ์ล่ะ จะพอไหม
แต่เรื่องพวกนี้ ขุนนางทั้งหลายไม่กล้าวิจารณ์อะไรมากแล้ว
คนโง่ยังดูออกว่า ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องการแต่งตั้งแม่ทัพใหญ่ธรรมดาๆ แล้ว
แต่นี่คือการงัดข้อกันระหว่าง องค์ชายผู้สำเร็จราชการอิ๋งหยวน กับ เฝิงเจี๋ยและกลุ่มขุนนางตระกูลเก่าแก่ที่หนุนหลังอยู่ต่างหาก
ดังนั้น เหล่าขุนนางจึงได้แต่รอ
รอผลลัพธ์ที่แน่ชัด
แต่ใครจะไปคิดว่า
อิ๋งหยวนยังไม่ทันเอ่ยปาก
หวังเจี่ยนกลับค่อยๆ นั่งลง
แล้วกลับไปสู่โหมด สัปหงก เหมือนเดิม
เอาจริงดิ
ทำแบบนี้ เล่นเอาคนอื่นพูดไม่ออกเลยทีเดียว
นี่ ท่านแม่ทัพเฒ่าหวัง การแสดงของท่านมันจะไม่ดูขอไปทีไปหน่อยเหรอ
เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนี้ คิดว่าคนอื่นเขาดูไม่ออกหรือไงว่าแกล้งหลับ
แต่ทุกคนลืมไปว่า แม้หวังเจี่ยนจะหลับตาลงแล้ว
แต่หวังหลีไม่ได้เป็นแค่หลานของหวังเจี่ยน
เขายังเป็นลูกชายของจอมบื้อบางคนด้วย
"องค์ชาย ในความเห็นของกระหม่อม ต้าฉินเราตอนนี้ทหารแกร่งม้าพร้อม ไม่จำเป็นต้องให้หลี่ซิ่นไปชี้นิ้วสั่งการหรอกพ่ะย่ะค่ะ"
"มันไม่จำเป็นเลยสักนิด"
ชัดเจน
คำพูดของหวังเปิน ก็เหมือนกับการชี้หน้าด่าหลี่ซิ่นว่าเป็นขยะ ไร้ประโยชน์นั่นแหละ
แม้หวังเปินจะมีบารมีและหน้าตาทางสังคมสูงจริง
แต่หลี่ซิ่นเองก็เป็นพวกจุดเดือดต่ำ
โดนด่าแสกหน้าขนาดนี้ มีหรือจะทนไหว
"ทงอู่โหว ท่านหมายความว่ายังไง"
"ข้าหลี่ซิ่น เทียบเด็กเมื่อวานซืนสามคนไม่ได้เลยรึ"
"ศึกซยงหนู เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ ท่านเอาความแค้นส่วนตัวมาเล่นงานข้างั้นรึ"
"คิดว่าข้าหลี่ซิ่น ไม่มีฝีมือขนาดนั้นเลยหรือไง"
หลี่ซิ่นยืดคอเถียงหน้าดำหน้าแดง
ด้วยความโมโห เขาถึงกับหลุดปากเรื่อง ความแค้นส่วนตัว ออกมาแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
ช่วยไม่ได้ ก็เมื่อกี้หวังเปินบอกว่า ไม่จำเป็น
มันเหมือนกับเหยียบหน้าหลี่ซิ่นจมดินชัดๆ
เด็กสามคนนำทัพ พอเขาขออาสาบ้าง กลับโดนมองว่าไม่จำเป็น เหมือนเป็นขยะที่ไม่มีใครต้องการ
เป็นลูกผู้ชาย ใครมันจะไปทนได้
แต่คำโต้แย้งของเขา
ในสายตาหวังเปิน มันเบาหวิวเหมือนลมพัดผ่านหน้า
ไม่มีความน่าเกรงขามสักนิด
"พอได้แล้ว"
"ฝีมือเจ้ามีแค่ไหน พวกเราก็เห็นๆ กันอยู่ มีอะไรน่าคุยนักหนา"
"จะหลอกใครก็หลอกไป แต่อย่ามาหลอกกันเองเลย"
ถ้าคำพูดก่อนหน้านี้คือการไม่เห็นหลี่ซิ่นในสายตา
คำพูดนี้ของหวังเปินก็คือการไม่เห็นหลี่ซิ่นเป็นคนแล้ว
แต่ที่แย่คือ
พอโดนหวังเปินสวนกลับมาแบบนี้ หลี่ซิ่นกลับเถียงไม่ออกไปชั่วขณะ
เพราะคนพูดไม่ใช่ใครอื่น
แต่เป็นหนึ่งในสองพ่อลูกตระกูลหวัง ผู้กวาดล้างห้าแคว้น
ด้วยผลงาน บารมี และฝีมือ เขาบอกว่าหลี่ซิ่นไม่เก่ง เขามีสิทธิ์พูดเต็มปาก
ก็สมัยก่อน หลี่ซิ่นยังต้องเดินตามต้อยๆ เก็บตกผลงานต่อจากหวังเจี่ยนอยู่เลย
ใครเป็นใคร รู้ไส้รู้พุงกันดี
พอหลี่ซิ่นเงียบปาก หวังเปินก็ไม่ได้รุกไล่ต่อ
จู่ๆ บรรยากาศในราชสำนักก็เงียบกริบลงอย่างกะทันหัน
อิ๋งหยวนที่เอามือเท้าคางดูเรื่องสนุกอยู่บนบัลลังก์ ถึงกับเซ็ง
อะไรเนี่ย
แค่นี้เองเหรอ
เขาเบะปากด้วยความผิดหวังอย่างแรง
"อุตส่าห์นึกว่าทั้งสองท่านเป็นยอดชายชาติทหาร"
"ผลสุดท้ายก็ได้แค่นี้"
"ในเมื่อคุยกันไม่รู้เรื่อง ทำไมไม่ลงมือต่อยกันไปเลยล่ะ"
"ทำไมจบง่ายจัง"
คำพูดของอิ๋งหยวน เล่นเอาทุกคนในที่นั้นพูดไม่ออก
องค์ชาย ไอ้ใบหน้า อยากดูเรื่องสนุก ของท่านช่วยเก็บๆ หน่อยได้ไหม
นี่มันตำหนักกิเลนนะ
นี่มันการประชุมขุนนางแห่งต้าฉิน
ทำตัวแบบนี้ ไม่กลัวชื่อเสียงป่นปี้หรือไง
หลี่ซิ่นตอนนี้หน้าแดงก่ำ กำหมัดแน่น เห็นได้ชัดว่าโกรธจัดกับคำพูดของอิ๋งหยวน
แต่เขากลับไม่กล้าตดสักแอะ
เพราะฝั่งตรงข้าม ไอ้จอมบื้อคนนั้นกำลังถลกแขนเสื้อรออยู่แล้ว
แถมดูท่าทางกระดี๊กระด๊านั่นสิ...
ชัดเจนว่าฝ่ายนั้นก็คิดว่า ใช้ปากไม่สู้ใช้กำปั้น
คุยกันให้เปลืองน้ำลายทำไม สู้ต่อยกันให้จบๆ ไปเลยดีกว่าสะใจกว่าเยอะ
ทงอู่โหวหวังเปิน แม้จะโดนพ่อซ้อมบ่อยๆ แต่เขามั่นใจในฝีมือตัวเองมาก
แค่รังแกหลี่ซิ่น สบายยิ่งกว่าปอกกล้วย
ขอแค่หลี่ซิ่นกล้าส่งเสียงอีกนิดเดียว หวังเปินพร้อมจะประเคนหมัดใส่ทันที
สำหรับเรื่อง ต่อยตีโดยได้รับอนุญาต แบบนี้ เขาชอบนักล่ะ
แต่ในจังหวะนั้นเอง
จู่ๆ ก็มีคนพูดแทรกขึ้นมา
"องค์ชาย กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูล"
อิ๋งหยวนเหลือบตามองไป ก็พบว่าเป็นอัครมหาเสนาบดีขวา หลี่ซือ
จิ้งจอกเฒ่าค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า
"องค์ชาย ในความเห็นของกระหม่อม สิ่งที่แม่ทัพหลี่ซิ่นพูดก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง"
"ลูกชายของกระหม่อมรวมถึงแม่ทัพหนุ่มทั้งสอง แม้จะมีพรสวรรค์และขยันหมั่นเพียร แต่ท้ายที่สุดก็ยังเป็นมือใหม่ในสนามรบ"
"แต่ศึกนี้ สำหรับต้าฉินแล้ว จะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด"
"ดังนั้น กระหม่อมขอให้องค์ชายทรงไตร่ตรองให้รอบคอบด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
ต่างจากตอนที่หลี่ซิ่นกับหวังเปินด่ากันเหมือนเด็กขายของ
ตอนนั้นทุกคนแค่ดูเรื่องสนุก
แต่พอหลี่ซือเอ่ยปาก ทุกคนกลับพยักหน้าเห็นด้วยโดยไม่รู้ตัว
เพราะท่านอัครมหาเสนาบดีขวาผู้นี้ พูดจาได้ยุติธรรมจริงๆ
เป็นกลางสุดๆ
ไม่เหมือนองค์ชายบางคนที่ลำเอียงจนดูออกนอกหน้า
เมื่อเห็นบรรยากาศในราชสำนักเปลี่ยนไปอีกครั้ง
เฝิงเจี๋ยแทบจะไม่มีเวลาเช็ดเหงื่อเย็นๆ
ให้ตายสิ เขาเพิ่งเข้าใจ
วันนี้ มันคือเวทีของเหล่าทวยเทพชัดๆ
ตัวเขาเฝิงเจี๋ย แม้จะมีไหวพริบ มีตระกูลขุนนางเก่าแก่หนุนหลัง กล้าต่อปากต่อคำกับองค์ชายผู้สำเร็จราชการ
แต่วันนี้...
พี่น้องตระกูลเหมิง ท่านอัครมหาเสนาบดีหลี่ พ่อลูกตระกูลหวัง...
นี่มันเทพเจ้าชั้นผู้ใหญ่ทั้งนั้น ระดับมหาเทพในตำนาน
คนพวกนี้ ปกติไม่ค่อยลงมือ แต่ถ้าลงมือเมื่อไหร่ กะเอาให้ถึงตาย
ตอนนี้เฝิงเจี๋ย เริ่มลนลานแล้ว
แต่ในขณะที่เฝิงเจี๋ยรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มดูยากขึ้นเรื่อยๆ
ร่างหนึ่งที่เงียบมาตลอดตั้งแต่ต้นก็ก้าวออกมา
"ขอท่านพ่อโปรดอย่ากังวล ศึกครั้งนี้ องค์ชายได้เตรียมการไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ทุกคนหันขวับไปมอง
โอ้โห
คนพูดคือลูกชายโทนของท่านอัครมหาเสนาบดีหลี่ ผู้ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายพลาธิการ หลี่โหยว นั่นเอง
แต่เดี๋ยวนะ ฟังจากที่เขาพูด เหมือนองค์ชายอิ๋งหยวนจะมีแผนซ้อนแผนอีกชั้นงั้นเหรอ
ซี้ด...
ตอนนี้แม้แต่เฝิงเจี๋ยก็เริ่มหนังหัวชาแล้ว
แม่เจ้า องค์ชายอิ๋งหยวน ท่านมันไม่รักษากติกาเลยจริงๆ
ถึงกับวางกับดักซ้อนไว้อีกเหรอ
[จบแล้ว]