- หน้าแรก
- อสังหาฯพลิกโลก เกิดใหม่เป็นเจ้าพ่อหมื่นล้าน
- บทที่ 160 - ไม่เหมาะจะเล่นเกมใช้สมองจริงๆ
บทที่ 160 - ไม่เหมาะจะเล่นเกมใช้สมองจริงๆ
บทที่ 160 - ไม่เหมาะจะเล่นเกมใช้สมองจริงๆ
บทที่ 160 - ไม่เหมาะจะเล่นเกมใช้สมองจริงๆ
◉◉◉◉◉
"หลัวหยาง..."
ลู่ฮ่าวอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งหลิวซานซานกระตุกแขนเขาเบาๆ
"เจ๋ง นายมันเจ๋งจริงๆ!"
เขาประสานมือคำนับพร้อมกับโค้งตัวเก้าสิบองศา "ถ้าท่านไม่รังเกียจ ข้าน้อยลู่ฮ่าวขอฝากตัวเป็นลูกบุญธรรม!"
"ชิ ก็แค่รวยไม่ใช่เหรอ!"
หลิวซานซานบ่นพึมพำ เธอคิดว่าเจียงเวินมีใจให้หลัวหยาง เลยรู้สึกไม่พอใจแทนเพื่อนรัก
"ไม่ใช่แค่รวยนิดหน่อยนะ..."
ฉางเซิ่งที่ตัวเตี้ยกว่าหลิวซานซานยืนอยู่ข้างเธอ ได้ยินเสียงบ่นเลยแทรกขึ้นว่า "จินเฉิงเรียลเอสเตทคือทรัพย์สินระดับหมื่นล้านของบ้านเธอเลยนะ!"
ซือฮุ่ยหนิงเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน เธอเกาะแขนฉางเซิ่งพลางพยักหน้าเห็นด้วย
ส่วนเฉินซวี่เฟิง ในสายตามีแค่เกาเจียอวี่ เรื่องเหลียงอวี่ซินจะสวยหรือรวยแค่ไหนไม่เกี่ยวกับเขา
ฟังเพื่อนพูดกันไปคนละทิศละทาง หลัวหยางได้แต่ยิ้มขื่น
เขามั่นใจว่าคืนนี้ทางฝั่งเจียงเวินต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในวงเหล้าแน่นอน
สมมติว่าเธอคือแฟนสาวสมัยมหาวิทยาลัยของเขาจริงๆ... จะตามมาอาละวาดไหม?
ขอแค่เธอโวยวาย เป้าหมายของเหลียงอวี่ซินก็บรรลุผลทันที
เพราะได้รับแรงกระแทกใจจากการกอดของเหลียงอวี่ซินเมื่อครู่ ความกระตือรือร้นที่จะไปเล่นเกมที่ร้านเน็ตของทุกคนเลยจืดจางลงไปเยอะ
หลัวหยางเองก็ไม่อยากทำตัวแปลกแยกจาก "มวลชน" เกินไป เลยตามไปเล่นที่ร้านเน็ตด้วยสองชั่วโมง
หลังจากฆ่าฉางเซิ่งในเกม CS ไปด้วยสกอร์ 35 ต่อ 2 เขาก็อ้างว่าจะไปห้องน้ำ เตรียมจะชิ่งหนี
"ประธานหลัว!"
หลัวหยางที่กำลังล้างมือเงยหน้าขึ้น มองผ่านกระจกเห็นเกาเจียอวี่ยืนอยู่ข้างหลัง
"มีธุระอะไร?"
"ฉันอยากขอร้องคุณเรื่องหนึ่ง"
เกาเจียอวี่เอ่ยปาก "เรื่องที่ฉันทำงานที่ซีซาร์ไนท์คลับ อย่าพูดออกไปได้ไหม?"
พูดจบเธอก็หยุดเว้นจังหวะ
"ทางเจียงเวินฉันก็จะไม่พูดซี้ซั้วเหมือนกัน"
"นี่คุณกำลังขู่ผมเหรอ?"
"ถ้าคุณคิดแบบนั้น ก็ตามนั้นแหละ!"
เกาเจียอวี่หยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าถืออย่างใจเย็น จุดสูบมวนหนึ่งแล้วพูดต่อ "ด้านที่อัปลักษณ์ที่สุดของฉันคุณก็เห็นมาแล้ว ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงก็ถูกคุณเหยียบย่ำจนป่นปี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยังจะมีอะไรต้องกลัวอีก?"
นี่กะจะทุบหม้อข้าวตัวเองเลยสินะ?
"ในเมื่อคุณพูดมาขนาดนี้ ผมก็จะบอกคุณตรงๆ เหมือนกัน"
หลัวหยางหมุนตัวกลับมา เผชิญหน้ากับเกาเจียอวี่ "ข้อแรก ทางเจียงเวินคุณจะพูดหรือไม่พูดก็เรื่องของคุณ ข้อสอง ผมไม่สนใจเรื่องของคุณแม้แต่นิดเดียว ข้อสาม ถ้าผมคิดจะขยี้คุณ รับรองว่าสภาพคุณจะดูไม่ได้ยิ่งกว่าคืนนั้นแน่นอน!"
ปากบอกว่าไม่แคร์ แล้วจะมาขอร้องให้หลัวหยางปิดปากทำไม?
เหมือนเป็ดในน้ำเดือด ตัวเปื่อยจนเละแล้ว แต่ปากยังแข็งอยู่
"แล้วจะให้ฉันทำยังไง?"
เกาเจียอวี่เริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ "เพื่อนร่วมห้องของคุณ ขนาดฉันแก้ผ้าถวายใส่พานให้เขายังไม่เอาเลย จะสลัดให้หลุดก็สลัดไม่ได้... ฉันก็แค่อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ฉันผิดตรงไหน ทำไมทุกคนต้องมารังแกฉันด้วย?"
"แล้วชีวิตของคุณมันเกี่ยวอะไรกับผม?"
ผู้หญิงคนนี้ประสาทกลับชัดๆ หลัวหยางส่ายหัวแล้วเดินหนีออกมาเลย
งานในมือเขามีล้นมือจนยุ่งหัวหมุน ขนาดเจียงเวินยังดูแลไม่ทั่วถึง แล้วเธอเกาเจียอวี่เป็นใครมาสำคัญมาจากไหน?
ไร้สาระสิ้นดี!
หลัวหยางที่แอบหนีออกมาไม่ได้กลับไปร่ำลาเพื่อนๆ เขาเดินออกจากร้านเน็ต ไปหยิบกระเป๋าโน้ตบุ๊กที่รถแล้วกลับไปที่ห้องเช่า
คืนวันเสาร์ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจียงเวินต้องรออยู่
วันนี้ตั้งแต่เหลียงอวี่ซินยันเกาเจียอวี่ พฤติกรรมของทั้งสองคนทำเอาหลัวหยางหงุดหงิดใจไม่น้อย
พอเข้าห้องมา ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาตรงเข้าจัดการยัยปีศาจสาวทันที
เจียง·ปรมาจารย์ชาเขียว·เวิน ได้รับรายงานสดทางตัวอักษรจากหลิวซานซานมาแล้ว เดิมทีเตรียม "คอมโบชุดลื่นไหล" เอาไว้รอรับมือหลัวหยาง
ใครจะไปรู้ว่าหลัวหยางไม่พูดจาตามหลักยุทธภพ กลับมาถึงก็เปิดฉากโจมตีทันที
เล่นเอารัวกระบองใส่จนปรมาจารย์ตั้งตัวไม่ติด
ดังนั้นเพลง "หงอคง" ของไต้เฉวียนร้องไว้ไม่ผิดเลย ภายใต้กระบองทองค้ำสมุทร ไม่ว่าจะเป็นความแค้นเคือง หรือคอมโบชุดลื่นไหลอะไร... ทั้งหมดล้วนสูญสลายกลายเป็นเถ้าธุลี
หลังจากผ่านพ้นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ทั้งเปลืองสมอง มีความสุข ตื่นเต้น อัดอั้น และได้ระบายออก หลัวหยางก็ได้รับโทรศัพท์จากกัวหย่วนเฉิง
"คุณมาที่ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจหน่อย"
แจ้งสั้นๆ ประโยคเดียว ยังไม่ทันที่หลัวหยางจะตอบรับ ปลายสายก็วางหูไปแล้ว
เรียกตัวไปหาในช่วงเวลานี้ หรือว่าจะเป็น...
ไม่สนเรื่องทบทวนบทเรียนแล้ว หลัวหยางรีบเก็บคอมพิวเตอร์ บึ่งไปที่ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจทันที
"ผอ.กัว เรียกผมมามีอะไรเหรอครับ!"
พอเข้าห้องทำงาน หลัวหยางก็ยิ้มแย้มถามกัวหย่วนเฉิง "เรื่องเข้าใช้อุทยานนวัตกรรมมีความคืบหน้าแล้วเหรอครับ?"
"ไม่ใช่แค่คืบหน้า อนุมัติลงมาแล้ว!"
กัวหย่วนเฉิงเองก็ยิ้มหน้าบาน "คุณนี่ดวงดีจริงๆ ท่านอธิการบดีเรียกประชุมสภามหาวิทยาลัยก่อนจะเดินทางไปข้างนอก เรื่องของคุณเลยได้รับการพิจารณาพอดี"
"ต้องขอบคุณคำชี้แนะและการผลักดันของผอ.กัวครับ ไม่อย่างนั้นคงไม่ราบรื่นขนาดนี้"
คำพูดดีๆ ไม่ต้องเสียเงินซื้อ หลัวหยางเลยชมเปาะไม่หยุด
"เรื่องนี้ต้องขอบคุณท่านรองอธิการบดีลวี่เป็นคนแรก!"
กัวหย่วนเฉิงยกเครดิตให้ผู้ใหญ่เป็นหลัก "ในการประชุมสภาเมื่อเช้า ท่านรองฯ ลวี่ช่วยสนับสนุนโครงการของคุณให้ได้เข้าใช้อุทยานนวัตกรรมอย่างเต็มที่..."
หลัวหยางก็กล่าวสรรเสริญความเมตตาที่ท่านรองฯ ลวี่มีต่อนักศึกษาอีกชุดใหญ่
"ตอนนี้ว่างไหม?"
กัวหย่วนเฉิงกดมือลงเป็นเชิงบอกให้หลัวหยางหยุดเยินยอ ก่อนจะยิ้มบอกว่า "เดี๋ยวผมพาไปเลือกออฟฟิศที่อุทยานนวัตกรรม"
จังหวะนี้ต่อให้ไม่ว่างก็ต้องว่างแล้วไหม?
อุทยานนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งอยู่ในพื้นที่หลักของย่านธุรกิจหงเฉียว เขตหมิ่นหาง ตามแผนงานโครงการมีพื้นที่ครอบคลุม 55,068 ตารางเมตร พื้นที่สิ่งปลูกสร้าง 52,075 ตารางเมตร เพื่อใช้เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์ระดับชาติของมหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ฯ
หน้าที่หลักคือเป็นพื้นที่สำหรับบ่มเพาะวิสาหกิจเริ่มต้น วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง สร้างบุคลากรนวัตกรรม และแปลงงานวิจัยเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ พร้อมมอบบริการชั้นเลิศ
ตอนที่หลัวหยางขับรถพากัวหย่วนเฉิงไปถึง เขาถึงได้รู้ว่าเพิ่งเปิดใช้งานแค่เฟสแรก
ดูจากความเร็วในการก่อสร้างตอนนี้ อย่างน้อยต้องอีกปีสองปีถึงจะเสร็จสมบูรณ์
"ตอนนี้บริษัทที่เข้ามายังมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับเอกชน"
เมื่อเดินเข้ามาในตึกเดียวที่เปิดใช้งาน กัวหย่วนเฉิงก็เริ่มแนะนำบริษัทที่เข้ามาอยู่ก่อนแล้ว "ชั้นสองตอนนี้มีสามบริษัท ธุรกิจหลักคือ 3D ปริ้นติ้ง วัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ และแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต ส่วนชั้นสามมีบริษัทสื่อโฆษณา เป็นความร่วมมือระหว่างคณะศิลปกรรมศาสตร์กับสถาบันการแสดงเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Theatre Academy)..."
พอเข้าลิฟต์ กัวหย่วนเฉิงก็กดข้ามชั้นสอง ไปที่ชั้นสามเลย
"ติ๊ง!"
ประตูลิฟต์เปิดออก สาวสวยสองคนเดินสวนเข้ามา ห้อยป้ายพนักงาน เนื่องจากตำแหน่งที่ยืน หลัวหยางเลยมองไม่ถนัด
"บริษัทสื่อโฆษณาใช้พื้นที่ชั้นสามไปแค่หนึ่งในสาม ที่เหลือพอให้คุนเผิงใช้ได้ถมเถ"
จริงด้วย ดูแค่จากรูปลักษณ์ภายนอกของตึก พื้นที่ต่อชั้นไม่น่าต่ำกว่า 2,000 ตารางเมตร คุนเผิงยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น พื้นที่สำนักงานที่เหลืออีกราว 1,300 ตารางเมตรบนชั้นสอง ถือว่าเหลือเฟือสำหรับการใช้งานไปอีกนาน
หลังจากเดินดูรอบหนึ่ง หลัวหยางพอใจกับสภาพแวดล้อมของออฟฟิศใหม่มาก
"ให้คุณใช้พื้นที่หนึ่งในสี่ก่อนแล้วกัน"
กัวหย่วนเฉิงตบไหล่หลัวหยาง "รอให้เอกสารจากที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยวันนี้ส่งลงมาก่อน ผมจะแจ้งให้ทราบ ถึงตอนนั้นค่อยมาเอากุญแจที่ศูนย์บ่มเพาะฯ!"
ต่อให้สนิทกันแค่ไหน ก็จะยังไม่ให้ก่อน
ตราบใดที่เอกสารยังไม่ถึงมือ ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้ หลักการทำงานของกัวหย่วนเฉิงคือเน้นคำว่า "ชัวร์" ไว้ก่อน
หลัวหยางย่อมไม่มีปัญหา
ทั้งสองคุยหยอกล้อกันขณะเดินกลับมารอลิฟต์เพื่อลงข้างล่าง
"ติ๊ง!"
ประตูลิฟต์ตัวข้างๆ เปิดออก เด็กสาวสี่ห้าคนในชุดฝึกซ้อมเต้นเดินออกมา
"หลัวหยาง?"
หลัวหยางที่กำลังคุยกับกัวหย่วนเฉิงเงยหน้าขึ้น
"?"
คาดไม่ถึงว่าจะเจอซูฮุ่ยที่นี่!
เขาเผลอกวาดตามองไปในกลุ่ม แน่นอนว่าเผยเจียฉีก็อยู่ด้วย
เธอทำผมทรงดังโงะ เบิกตากว้างจ้องมองเขาอยู่
ในหัวหลัวหยางนึกย้อนไปถึงคำพูดของกัวหย่วนเฉิงเมื่อกี้ บริษัทสื่อโฆษณาที่ชั้นสองเป็นความร่วมมือระหว่างคณะศิลปกรรมศาสตร์กับสถาบันการแสดงเซี่ยงไฮ้
มิน่าล่ะถึงเจอพวกเธอที่นี่
หลัวหยางเพียงแค่ยิ้มและพยักหน้าทักทาย จากนั้นก็เดินตามกัวหย่วนเฉิงเข้าไปในลิฟต์
"เสี่ยวหลัวรู้จักพวกเธอด้วยเหรอ?"
"นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์ของสถาบันการแสดงเซี่ยงไฮ้น่ะครับ"
หลัวหยางอธิบาย "บังเอิญรู้จักกัน เป็นแค่เพื่อนธรรมดาครับ"
เขาพูดความจริง
กัวหย่วนเฉิงไม่รู้ว่าเชื่อไหม แต่ยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วพูดว่า "มีอนาคตไกลนะเรา!"
หลัวหยาง "..."
ตัวเขา... ไม่เหมาะจะเล่นเกมใช้สมองจริงๆ ด้วย
[จบแล้ว]