เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 - ผอ.หลัวผู้รอบด้าน

บทที่ 100 - ผอ.หลัวผู้รอบด้าน

บทที่ 100 - ผอ.หลัวผู้รอบด้าน


บทที่ 100 - ผอ.หลัวผู้รอบด้าน

◉◉◉◉◉

คนเราเวลาที่รู้สึกน้อยใจหรืออ่อนแอ มักจะนึกถึงคนใกล้ชิดที่สุดข้างกายเสมอ

ดังนั้นเจียงฟานจึงโทรหาหลัวหยางเป็นคนแรก เพื่อขอกำลังใจจากเขา

ใช่แล้ว เป็นการอ้อนขอกำลังใจนั่นแหละ

ในความคิดของเจียงฟาน อุปสรรคที่เธอเจอระหว่างการฝึกงาน ท้ายที่สุดแล้วก็คงต้องไปขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อผู้มากประสบการณ์อยู่ดี

แต่เธอคาดไม่ถึงว่าหลัวหยางจะให้คำตอบได้ทีเดียวถึงสองอย่าง

อารมณ์จึงปะทุออกมา จนอดไม่ได้ที่จะบอกว่าคิดถึงหลัวหยาง

"ฉันกะว่าจะกลับไปวันที่ 9 คิดว่าก่อนสิ้นปีน่าจะมีงานเลี้ยงรุ่นอีกสักรอบ ถึงตอนนั้นฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอให้เต็มที่เลย"

น้ำเสียงของหลัวหยางอ่อนโยนขึ้น "อีกอย่างหลังวันที่ 2 ถึงก่อนวันที่ 6 เราก็ยังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกตั้งหลายวันไม่ใช่เหรอ?"

"อื้อ!"

เจียงฟานที่อยู่ในช่วงอารมณ์อ่อนไหวเชื่อฟังและว่าง่ายเป็นพิเศษ

การโทรคุยครั้งนี้กินเวลานานกว่าครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งหลัวหยางรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวถึงได้วางสาย

เขาเปิดน้ำอุ่นเพื่อให้ร่างกายกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง ขับไล่ความหนาวเย็นออกไปแล้วถึงเดินออกจากห้องน้ำ

"ให้ฉันอุ้มเธอไปไหม..."

เขาเช็ดผมไปพลางเดินไปที่ห้องรับแขก เดิมทีตั้งใจจะเรียกเจียงเหวินไปอาบน้ำ แต่กลับพบว่าเธอหลับปุ๋ยคาโซฟาไปแล้ว

หลัวหยางย่องเบาๆ เดินเข้าไปช้อนข้อพับขาเธอขึ้นมา แล้วอุ้มเธอเข้าไปในห้องนอน

สองวันต่อมา คนสองคนกับรถหนึ่งคัน ตระเวนเที่ยวรอบเมืองเซี่ยงไฮ้จนทั่ว จนกระทั่งถึงวันเสาร์

ก่อนแปดโมงครึ่ง หลัวหยางก็มาถึงชั้น 16 ของตึกจินเฉิง

"ผู้ช่วยหลัว อรุณสวัสดิ์ค่ะ!"

"เลขาสาวโจว อรุณสวัสดิ์ครับ!"

ทั้งสองทักทายกัน ต่างคนต่างจัดโต๊ะทำงานของตัวเอง

"พี่ถิงครับ จินหลานยวนเฟสสองจะเริ่มเปิดพรีเซลแล้วเหรอครับ?"

"คะ?"

โจวถิงไม่คิดว่าหลัวหยางจะเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งถึงได้สติ

"ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะคะ"

เมื่อพิจารณาถึงสถานะ "พิเศษ" ของหลัวหยาง โจวถิงจึงตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาว่า "เมื่อวันพุธฉันส่งเอกสารชุดหนึ่งไปที่ฝ่ายธุรการและฝ่ายบุคคล เห็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องผ่านตาแวบๆ ว่าจินหลานยวนเฟสสองจะเลื่อนไปเปิดขายหลังตรุษจีนค่ะ"

"ก็นะ วันจันทร์หน้าก็วันที่ 8 แล้ว จัดงานเลี้ยงประจำปีเสร็จก็คงหยุดยาวกันแล้ว"

หลัวหยางยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเอง เหลียงซิงหมินจงใจเลื่อนเวลาเปิดขายไปหลังปีใหม่ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายระยะสั้นที่อาจเกิดขึ้นหลังจากไต้ตงหมิงลาออก กลัวว่าจะกระทบกับยอดขายเฟสสอง

ปีใหม่ ฟ้าใหม่ บรรยากาศใหม่ ตาแก่เหลียงคงอยากใช้ช่วงเวลาตรุษจีนมาชะล้างบรรยากาศเก่าๆ ที่น่าอึดอัดออกไป

ขณะที่กำลังคิดเรื่องพวกนี้ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังกุบกับอันคุ้นเคยก็ดังมาจากทางเดิน

"เสี่ยวหลัว ชงชาดอกมะลิให้แก้วหนึ่งสิ!"

ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าวันนี้เหลียงอวี่ซินอารมณ์ดี คาดว่าเมื่อหลายวันก่อนที่บ้าน ตระกูลเหลียงพ่อลูกคงตกลงขั้นตอนการประชุมประจำสัปดาห์วันนี้กันเรียบร้อยแล้ว

"บอสเหลียงครับ ชาดอกไม้ได้แล้วครับ"

"เดี๋ยวเข้าประชุมก็ทำตัวให้กระตือรือร้นหน่อยนะ"

วันนี้เหลียงอวี่ซินสวมเสื้อโค้ตผ้าขนสัตว์สีน้ำเงินเข้มทับไว้ด้านนอก แต่ข้างในกลับใส่ชุดกี่เพ้าประยุกต์สีฟ้าทะเลสาบ

จะฉลองเหรอ?

เมื่อเห็นสายตาของหลัวหยางจับจ้องมาที่ตัวเอง เหลียงอวี่ซินก็ยิ้มหวาน "เป็นไง ชุดวันนี้?"

"ชัยชนะตั้งแต่ออกศึก?"

"เสี่ยวหลัวนี่ยังรู้งานเหมือนเดิมนะ..."

"คำนวณดูแล้วเวลาก็น่าจะมาถึงแล้วครับ"

น้ำเสียงเริ่มเลี่ยนแล้ว หลัวหยางรีบเปลี่ยนเรื่องทันที "แค่มันถูกกับเขาไปหน่อยนะครับ"

"หึ เธอคิดว่าตาแก่เหลียงกินพืชเป็นอาหารหรือไง?"

เป็นไปตามคาด หลัวหยางพูดประโยคเดียวก็ดึงความสนใจเธอได้ เหลียงอวี่ซินเชิดปากขึ้น "ต้องให้คายเงินออกมาส่วนหนึ่ง แถมห้ามดึงลูกน้องตามไปเกินสองคน!"

วงการอสังหาริมทรัพย์เวลาคนลาออก มักจะออกกันยกก๊วน วัฒนธรรมลูกพี่ลูกน้องฝังรากลึกมาก

ยิ่งระดับผู้บริหารสูงๆ ยิ่งเป็นหนัก

ในข้อนี้ คาดว่าเหลียงซิงหมินคงใช้วิธีประวิงเวลา เขาต้องการรั้งตัวพนักงานหลักๆ ไว้แค่เดือนเดียว ขอแค่ให้ดำเนินการตามขั้นตอนเปิดขายในปีหน้าไปตามความเคยชิน หลังจากนั้นใครจะไปไหนก็เชิญตามสบาย

แต่ไอ้เรื่องให้คายเงินออกมาส่วนหนึ่งนี่สิ ยากเอาเรื่อง

เพราะไต้ตงหมิงเองก็กุมความลับบริษัทไว้ไม่น้อย ของที่กินเข้าปากไปแล้วจะยอมคายออกมาง่ายๆ ได้ยังไง?

เห็นสีหน้าฉงนใจของหลัวหยาง เหลียงอวี่ซินก็อารมณ์ดีสุดๆ

ต่อหน้าผู้ช่วยคนนี้ เธอหน้าแตกมานับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะเรื่องงานอสังหาริมทรัพย์ คราวนี้ในที่สุดก็กู้หน้าคืนได้สักที

เธอยิ้มอย่างผู้ชนะแล้วพูดว่า "ยิ่งตำแหน่งสูง ชื่อเสียงยิ่งสำคัญ เว้นแต่เขาจะไม่อยากหากินในวงการอสังหาริมทรัพย์เซี่ยงไฮ้แล้ว"

"แปะ!"

ฟังเหลียงอวี่ซินพูดจบ หลัวหยางก็ตบหน้าผากตัวเองทันที

"เชี่ย ลืมเรื่องการตรวจสอบประวัติไปเลย!"

"พรืด!"

เห็นท่าทางเสียดายของหลัวหยาง เหลียงอวี่ซินก็หลุดขำออกมาทันที

แต่ในใจก็อดทึ่งไม่ได้ เจ้าเด็กนี่มันปีศาจชัดๆ... ขนาดเรื่องการตรวจสอบประวัติย้อนหลังของฝ่ายบุคคลเขายังรู้

การตรวจสอบประวัติ หรือ Due Diligence ในมือของฝ่ายบุคคลหมายถึงการตรวจสอบอย่างรอบคอบ

บริษัทที่จะจ้างผู้บริหารเงินเดือนหลักล้าน ย่อมต้องสอบถามความสามารถและประสบการณ์การทำงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนอยู่บนเรซูเม่

แต่ทั้งหมดนั้นเป็นคำพูดฝ่ายเดียวของผู้สมัคร บริษัทที่รับสมัครย่อมต้องโทรศัพท์กลับไปสอบถามยังที่ทำงานเดิมของผู้สมัคร

บุคคลที่สอบถามรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง และเจ้านาย...

ถ้าชื่อเสียงเหม็นโฉ่ ใครจะกล้าจ้างคุณ?

ไต้ตงหมิงต้องหางานใหม่แน่นอน ในเวลาแบบนี้ อานุภาพของการตรวจสอบประวัติย้อนหลังก็จะแสดงฤทธิ์เดช โดยเฉพาะในเขตเซี่ยงไฮ้ด้วยแล้ว

ด้วยความเก๋าเกมของเหลียงซิงหมิน ย่อมต้องบีบจุดอ่อนนี้ของไต้ตงหมิงได้อยู่หมัด

เก้าโมงยี่สิบนาที เหลียงอวี่ซินพาหลัวหยางมาปรากฏตัวที่ห้องประชุมชั้น 18 ตรงเวลา

ตอนนี้หลัวหยางก็ถือเป็นผู้บริหารระดับสูงแล้ว จึงได้นั่งถัดจากเธอ ไล่เรียงลงไปเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล และผู้อำนวยการฝ่ายธุรการ

แถวฝั่งตรงข้าม หัวโต๊ะคือเจียงฟางเจี๋ยรองประธานฝ่ายวิศวกรรม ถัดลงมาคือไต้ตงหมิงผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด

หลัวหยางเปิดคอมพิวเตอร์พกพา กางสมุดบันทึก นั่งตัวตรงด้วยท่าทางเคร่งขรึม สายตาอันแน่วแน่สบเข้ากับไต้ตงหมิงพอดี

หลัวหยางยิ้มให้อย่างสุภาพ

ลาก่อนนะคุณ!

"เสี่ยวหลัว..."

เจียงฟางเจี๋ยทักทายหลัวหยางด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม "ช่วงนี้มาเดินไซต์งานน้อยลงนะ ต้องมาเดินบ่อยๆ สิ เผื่อจะได้แรงบันดาลใจใหม่อีก?"

เขาจะไม่รู้การตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูงเชียวหรือ?

เรื่องไต้ตงหมิงจะลาออก เหลียงซิงหมินต้องคุยกับเขาไว้ก่อนแล้วแน่ๆ

ไอ้จิ้งจอกเฒ่านี่ วันๆ จ้องแต่จะหลอกใช้งานเขา

"บอสเจียง ล้อเล่นแล้วครับ งานวิศวกรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจะตาย"

หลัวหยางยิ้มตอบ "ท่านทำมาตั้งยี่สิบกว่าปี ประสบการณ์โชกโชนกว่าผมเยอะ ผมก็แค่ไม้ประดับ ท่านต่างหากที่เป็นเสาหลัก!"

"หึ!"

เหลียงอวี่ซินที่นั่งข้างๆ แค่นเสียงฮึในลำคอ

กับคนอื่นนี่พูดจาภาษาดอกไม้ ยกยอซะดิบดี ทีพูดกับฉันสักคำสองคำให้อ่อนหวานหน่อยมันยากนักหรือไง?

เฉียดฉิววินาทีสุดท้ายของเก้าโมงครึ่ง เหลียงซิงหมินพาหลูนาเดินเข้ามาในห้องประชุม

การประชุมประจำสัปดาห์ครั้งสุดท้ายก่อนตรุษจีนปี 2009 เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

ครึ่งแรกทุกอย่างปกติเหมือนการประชุมทั่วไป ฟังแล้วชวนง่วงนอน

หลังจากฝ่ายการตลาดรายงานจบ ตาแก่เหลียงที่นั่งหัวโต๊ะก็กระแอมไอสองสามที ขัดจังหวะแผนกต่อไปที่กำลังจะรายงาน

"มีเรื่องหนึ่งจะขอประกาศในที่ประชุมหน่อย"

เหลียงซิงหมินมีรอยยิ้มประดับมุมปาก กวาดสายตามองไปรอบห้องประชุมแล้วเอ่ยขึ้น "เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดไต้ตงหมิงได้ยื่นความประสงค์ขอลาออกเนื่องจากเหตุผลส่วนตัวทางครอบครัว..."

ไม่ว่าทุกคนจะรู้ข่าวนั้นล่วงหน้าหรือไม่ แต่เสียงฮือฮาตกใจตามมารยาทก็ดังขึ้นไม่ขาดสาย

"อะแฮ่ม..."

เหลียงซิงหมินดึงประเด็นกลับมา "ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมไม่อยากปล่อยให้ผอ.ไต้จากไปเลย ตั้งแต่เขาเข้ามาร่วมงานกับจินเฉิงเรียลเอสเตท ก็ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่... โดยเฉพาะอย่างยิ่งจินหลานยวนเฟสสองกำลังจะเปิดพรีเซล เพราะการลาออกของผอ.ไต้ บริษัทถึงกับต้องเลื่อนเวลาเปิดขายไปเป็นปีหน้า..."

หลัวหยางสังเกตเห็นว่า ตอนที่ตาแก่เหลียงพูดประโยคนี้ มุมปากของไต้ตงหมิงกระตุกยิกๆ

"หลังจากพยายามยับยั้งอยู่หลายครั้ง ผมจำต้องเคารพการตัดสินใจส่วนตัวของผอ.ไต้ และอนุมัติการลาออกของเขา"

เหลียงซิงหมินพูดมาถึงตรงนี้ ก็แสดงสีหน้า "เสียดาย" ออกมา เขาถอนหายใจมองไปที่ไต้ตงหมิง "ตงหมิง คุณมีอะไรจะพูดสักหน่อยไหม?"

"ท่านประธาน พอเถอะครับ"

ไต้ตงหมิงฝืนยิ้มออกมา "ความจริงผมก็อาลัยอาวรณ์ทุกคนมาก แต่ด้วยเหตุผลทางครอบครัว จำเป็นต้องยื่นใบลาออก พอนึกถึงว่าตัวเองมาเป็นตัวถ่วงบริษัทในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ผมก็รู้สึกละอายใจ... ดังนั้นผมขอไม่พูดอะไรมากดีกว่าครับ"

นายบ่าวเข้ากันได้ดี บรรยากาศช่างดูรักใคร่กลมเกลียว

"ผอ.เซียว ฝั่งคุณต้องรีบหาคนด่วนเลยนะ รีบอุดตำแหน่งสำคัญอย่างผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดที่ขาดหายไปให้เร็วที่สุด"

"ท่านประธาน ผมจะรีบดำเนินการทันทีครับ"

เซียวจิ่งโปผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลพยักหน้ารับคำ "งานสรรหาผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดจะถูกบรรจุลงในแผนงานประจำสัปดาห์ จะพยายามจัดหาบุคลากรมาให้ทันก่อนจินหลานยวนเฟสสองเปิดขายครับ"

"ไม่ใช่แค่พยายาม แต่ต้องทำให้ได้!"

หลังจากออกคำสั่งเสียงเข้ม จิ้งจอกเฒ่าก็หันมามองทางฝั่งลูกสาว

หลัวหยางเกิดสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที

"เสี่ยวหลัว ช่วงเวลาสำคัญเธอต้องขึ้นมาขัดตาทัพนะ"

เหลียงซิงหมินพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ "ก่อนที่ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดคนใหม่จะมา เธอรักษาการตำแหน่งนี้ไปก่อนนะ..."

ประโยคหนึ่งจบลง อีกประโยคก็สวนขึ้นมาอุดปากหลัวหยางที่กำลังจะอ้าปากแย้งทันที

"ห้ามปฏิเสธ ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนรอบด้าน ทำได้ทุกอย่าง"

เหอๆ ผมเชื่อคำพูดตาแก่แบบคุณก็บ้าแล้ว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 100 - ผอ.หลัวผู้รอบด้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว